INICIAR SESIÓN“แกทำธุระให้ฉันหน่อย”
เวหามองกล่องใบนั้นด้วยสายตาสงสัย
“อะไรอีกครับ กล่องอะไรเนี่ย”
“เอากล่องใบนี้ไปส่งให้คนๆหนึ่ง” คนที่ถือลูกกุญแจไขกล่องใบนี้นั่นเอง
“ใครครับ”
“เอาไปส่งให้เขา เดี๋ยวแกก็ได้เห็นหน้าเขาเองแหละ” พูดพร้อมส่งกระดาษใบเล็กให้ลูกชาย “ไปตามที่อยู่นี้ ส่งของให้ถึงมือเขาด้วยตัวแกเอง”
เวหาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ในกล่องนี้มีอะไรสำคัญหรือครับ ทองหรือว่าเครื่องเพชร”
“เป็นแค่กระดาษใบเดียว แต่มีค่ามากกว่าทองคำหรือเครื่องเพชร เอาล่ะ หมดธุระแล้ว แกรีบไปจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นภายในสามวันนะ”
“ผมไม่ได้ว่างนะ งานยุ่งจะตายชัก”
“นี่ก็เป็นงานเหมือนกัน อย่าลืมสิ ตอนนี้ฉันยังเป็นเจ้านายแกอยู่นะ!”
สองวันต่อมา รถบีเอ็มสีดำคันหรูแล่นช้าๆไปตามถนนลาดยางสายเล็กในเขตชนบทของอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี
สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาสีเขียวและสวนผลไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา บ้านเรือนของชาวบ้านตั้งกระจายห่างกันเป็นระยะ บางหลังมีควันลอยขึ้นจากครัว เพราะกำลังทำอาหารสำหรับมื้อเย็น บางหลังเปิดไฟสลัวรอรับช่วงเย็นที่กำลังมาเยือน
ท้องฟ้าในยามเย็น เต็มไปด้วยกลุ่มเมฆสีคล้ำดำลอยเป็นกลุ่มเป็นก้อนขนาดใหญ่อยู่เหนือภูเขาเขียวขจีเบื้องหน้า ดูเหมือนฝนกำลังจะตกในไม่ช้า
ภายในรถคันหรู บรรยากาศแทบไม่ต่างจากบนท้องฟ้า มันทั้งอึมครึมและตึงเครียด
เวหามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาเหลืออด ก่อนหันมาถามคนขับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“อีกนานมั้ยกว่าจะถึงวัดป่าบ้าบออะไรนั่น!”
ธนวัฒน์เหลือบมองจีพีเอสบนหน้าจอ ด้วยสายตากังวลไม่แพ้กัน
“ผมก็ขับตามเส้นทางที่จีพีเอสบอกนะครับ แต่ไม่รู้ทำไมไม่ถึงซะที”
“นี่เราขับวนอยู่ในอำเภอนี้มาครึ่งค่อนวันแล้วนะ วัดป่าบ้านั่นอยู่ที่ไหนกันแน่วะ อยู่ในเมืองลับแลรึยังไง ถึงได้หาไม่เจอซะที ใกล้จะค่ำแล้วเนี่ย”
ธนวัฒน์ได้แต่ยิ้มแห้ง ขับรถต่อไปอย่างระมัดระวังบนถนนคอนกรีตสายแคบที่ตัดผ่านทุ่งนาผืนใหญ่
ไกลออกไปเบื้องหน้า มองเห็นแนวภูเขาสลัวในม่านเมฆครึ้ม และบ้านเรือนที่ตั้งกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณเชิงเขา
“ผมว่าน่าจะอยู่แถวๆภูเขานั่นนะครับ”
เวหาถอนหายใจเฮือกใหญ่ “น่าจะๆ กี่รอบแล้ววะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน กลับเข้าเมืองก่อนดีกว่า”
ขาดคำเวหา ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเข้มทะมึน ลมพัดแรงขึ้นจนทำให้ต้นข้าวโอนเอนไหวเป็นระลอกคลื่น ไม่นานนัก เม็ดฝนก็โปรยปรายลงมาเป็นม่านไสว สร้างความชุ่มชื่นไปทั่วบริเวณ
แสงสุดท้ายของวันค่อยๆจมหายไปพร้อมกับสายฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย
“ขอโทษที่มาสายนะ” เวหาเลื่อนเก้าอี้ข้างบุหลันออกแล้วนั่งลงชบากับนงนุชตกใจ งงงัน ทำไมรองประธานถึงมานั่งที่โต๊ะพวกเธอล่ะบุหลันเองก็ประหลาดใจเหมือนกันที่เขามา รีบกระซิบถามเขา “คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอ”“เลิกแล้ว ไว้ประชุมต่อพรุ่งนี้ก็ได้”บุหลันยิ้มแฉ่ง “ดีใจจังที่คุณมา”“ผมต้องมาอยู่แล้ว คุณเลี้ยงทั้งที”“แล้วคุณจะให้รางวัลฉันรึเปล่า ที่ฉันชนะการแข่งขันน่ะ”เขาขยับใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าเธอ “แน่นอน จะให้รางวัลแบบจัดหนักจัดเต็มเลย”“บ้า! พูดอะไรเนี่ย”ใช่...สองผัวเมียนี่บ้าไปแล้ว ลืมไปแล้วรึไงว่าไม่ได้นั่งกันอยู่สองกันบุหลันยิ้มเขินหันไปสบตากับเพื่อทั้งสองอย่างจัง สติถึงได้กลับมาว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน“เอ่อ...จริงสิ ยังไม่ได้แนะนำเลย ชบา นงนุช นี่สามีฉันเองแหละ”“สามี!” ชบากับนงนุชอุทานพร้อมกัน จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งตัวแข็งเหมือนถูกสาป“ที่รัก ..นี่เพื่อนร่วมงานของฉันเอง ชบากับนงนุช เราสามคนสนิทกันมาก พักอยู่ที่หอเดียวกันด้วย”“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เวหาทักทายเพื่อนเมียด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สุภาพ พร้อมรอยยิ้มเล็กน้อยบุหลันเห็นเพื่อนทั้งสองนั่งเกร็ง เลยรีบเทขวดเบียร์ใส่แก้วของเพื่อนๆ
สัปดาห์ต่อมา...การแข่งขันภายในของห้องครัวเบเกอรี่ก็ถูกจัดขึ้น โดยมีผู้ตัดสินหลักสามคนด้วยกัน คือหัวหน้าเชฟคเชนทร์ ผู้จัดการห้องอาหาร และเชฟชาวอิตาเลียนประจำห้องอาหารยุโรปส่วนผู้ตัดสินรองคือพนักงานห้องครัวทุกคน ที่จะต้องใส่คะแนนให้แก่จานขนมที่พวกเขาชื่อชอบมากที่สุด โดยไม่เปิดเผยว่าขนมจานนั้นเป็นฝีมือใครสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเชฟ ส่วนขนมที่ได้รับคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง จะได้เป็นเมนูพิเศษของห้องอาหารโรงแรมต่อไป และใช่เลย...ครั้งนี้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในการแข่งขันก็คือ...“ดีใจด้วยนะแก!” ชบายื่นมือที่กำแก้วเบียร์ผ่านโต๊ะมาชนกับแก้วของบุหลันที่ยื่นออกไป ขณะหมู่ย่างบนเตากำลังสุกได้ที่ ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง“ในที่สุด แกก็ได้เป็นรองหัวหน้าเชฟแล้ว” นงนุชที่นั่งคู่กับชบายื่นแก้วเบียร์มาชนกับเพื่อนทั้งสองคน “แกเก่งสุดๆเลยเยลลี่!”บุหลันยิ้มอย่างมีความสุข “ที่สำคัญ เมนูที่ฉันคิดค้นขึ้นมาก็จะได้ไปอยู่ในเมนูขนมของโรงแรมด้วย”“งั้นต่อไปแกก็รวยแล้วสิ เพราะแกจะได้เปอร์เซ็นต์จากการขายเมนูนั้นด้วย”“ใช่ ขอให้เมนูของฉันขายดีๆยอดปังๆเถอะ”ชบาคีบหมูย่างเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ “ว่
บุหลันอึ้งไปนิด ก่อนจะพยักหน้า แล้วหันหลังให้อรอุมา แต่ไม่ทันจะก้าว เสียงใครบางคนดังมาจากด้านหลัง“เดี๋ยว!”เธอหยุดชะงัก หันกลับไปมองเขาเวหาเดินมาหาเธอกับอรอุมาอรอุมารีบปรับสีหน้าโกรธเกรี้ยวให้เป็นปกติ ยืนในท่าสุภาพเรียบร้อย“นึกว่าไปแล้วซะอีก คุณลืมโทรศัพท์” เวหายื่นโทรศัพท์ให้เธออรอุมายิ้มขำ ยัยเชฟแผนสูงเหลือเกิน แกล้งทำเป็นลืมโทรศัพท์งั้นเหรอ“อ๋อ ขอบคุณค่ะ ฉันมัวแต่คุยกับเลขาของคุณอยู่น่ะ เธอคุยสนุกดีนะ”อรอุมาแอบส่งสายตาขู่เธอ“เธอเป็นน้องสาวของธามไง ผมเคยบอกคุณแล้ว จำไม่ได้เหรอ”“อ๋อ น้องสาวคุณธาม คนนี้เอง” เธอแสร้งทำเป็นเพิ่งรู้ “บอสมีเลขาที่เก่งมากค่ะ”อรอุมาขมวดคิ้วนิ่วหน้า ทำไมเจ้านายกับยัยเชฟคุยกันสนิทสนมขนาดนี้ แถมยัยเชฟก็ยังรู้เรื่องพี่ชายของเธอด้วย เวหาพยักหน้าให้เธอ แอบส่งสายตาหวาน ก่อนจะเดินกลับไปบุหลันยิ้มให้อรอุมาอีกครั้ง “ฉันไปนะคะ”“ไปสิ แล้วไม่ต้องกลับมาอีก”บุหลันแอบถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ กดลงชั้นหก เพื่อจะกลับไปทำงานส่วนอรอุมา เดินอย่างเร่งร้อนไปหาพี่ชายที่ห้องทำงานของเขา“พี่ธาม ไล่ยัยเชฟคนหนึ่งออกเดี๋ยวนี้!”ธนวัฒน์นิ่วหน้าสงสัย “เชฟคนไหน”“ป้าย
“อืออ พอแล้วที่รัก เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”“ผมมีห้องพักส่วนตัวนะ เข้าไปมั้ย”“นี่ หยุดหื่นได้แล้ว” เธอหน้าแดงก่ำด้วยความอาย ดวงตาตื่นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความแข็งคัดของลำแกร่งที่สะโพกของเธอทาบทับเอาไว้“นะที่รัก แป๊บเดียว”“อย่างคุณน่ะ ไม่แป๊บหรอก ใกล้ถึงเวลางานฉันแล้วด้วย คุณกินมื้อเที่ยงนะ..”“อือ ไม่เอาอ่ะ อยู่ต่ออีกนิดนะ” ไม่อ้อนเปล่า แต่ประกบปากจูบริมฝีปากเธออย่างกระหาย ไล่ริมฝีปากจูบลงมาตามลำคอ ขบเม้มเนินอกราวกับกำลังกินของโปรด ครางกระเส่าในลำคออย่างสุขสม“อ่า ที่รัก.. ของผม.. อยากเข้าไปในตัวคุณ”“อืออ” ใบหน้าสวยเคลิบเคลิ้ม ดวงตาปรืออย่างมีอารมณ์ รสจูบของเขาทำเธอร้อนเร่าไปทั้งตัวเสมอ “งั้น..ฉันให้เวลาสิบห้านาที”เวหายิ้มดีใจ สายตาร้อนแรงวามวาว รีบอุ้มเมียสุดที่รักเข้าไปในห้องพักส่วนตัวทันทีหลังจากมีความสุขกันไปหนึ่งครั้งในห้องพักส่วนตัวของห้องทำงานเธอจูบลาเขา ก่อนจะเปิดประตูออกมา ด้วยสีหน้าเขินๆ แววตาเปล่งประกายสดใส“นี่! ทำไมเข้าไปนานขนาดนั้น!” เสียงคุณเลขาที่ดังมาจากด้านหลังทำเธอสะดุ้งตกใจ“เอ่อ..” บุหลันหันไปมองอรอุมาด้วยสีหน้าอายๆ ก่อนจะยิ้มแห้ง คำตอบของคำถามนี้ มันไม่ควรพูด
หลังแยกกับเพื่อนทั้งสอง บุหลันหยิบถุงใส่แซนวิสที่ทำเองออกจากครัว แวะไปซื้อกาแฟร้านโปรด แล้วขึ้นลิฟต์ กดชั้น59 ซึ่งเป็นออฟฟิศใหญ่ของฝ่ายบริหารเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอเดินเข้าไปในสำนักงานสุดทันสมัย พนักงานหนุ่มสาวแต่งตัวดีเดินกันขวักไขว่ หลายคนกำลังจะออกไปกินข้าว บางกลุ่มยังนั่งเม้ามอยด์ที่โต๊ทำงาน หลายคนอยู่ในห้องแคนทีนของชั้น กำลังดื่มกาแฟกินขนมกันอยู่“ห้องทำงานรองประธานอยู่ทางไหนคะ” เธอถามพนักงานหญิงสองคนที่กำลังจะเดินไปที่ลิฟต์ พวกเธอหยุดเดิน มองเธออย่างแปลกใจ คงสงสัยว่าเชฟขนมของโรงแรมขึ้นมาทำไมที่ชั้นบริหาร“ทางนั้นค่ะ” แต่พวกเธอก็บอกอย่างสุภาพ“ขอบคุณค่ะ”“ว่าแต่ มาทำไมหรือคะ”“มาส่งแซนวิสค่ะ”เธอพยักหน้าขอบคุณสองสาวแล้วเดินไปตามเส้นทางที่สองสาวแนะนำให้ กระทั่งเห็นประตูบานใหญ่ มีป้ายเขียนกำกับเอาไว้ว่าห้องรองCEOเธอเดินตรงไปที่ประตูบานนั้น แต่ไม่ทันจะเคาะประตู เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน“มาหาใครคะ”เธอหันไปมองเจ้าของเสียง หญิงสาวหน้าตาดี สวมเสื้อเชิ้ตขาวกับกระโปรงสั้นสีดำ ยืนขึ้นหลังโต๊ะทำงานที่มีป้ายติดว่าเลขาCEOบุหลันยิ้มสดใส “ฉันมาหารองประธานค่ะ”เลขาสาวลุกออกจากโต
“เฮ๊ย! กลับมาทำงานว่ะ สงสัยจะไปไม่รอด”เมื่อเห็นบุหลันกลับมาทำงานในครัวเบเกอรี่ หลังจากลาออกไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อนระรินก็ต้อนรับเธอด้วยน้ำเสียงดูถูก สีหน้าเย้ยหยันทันที“แล้วทำไมหัวหน้าเชฟถึงรับยัยนี่กลับมาอีกเนี่ย”“ก็เพราะหัวหน้ายังไม่เซ็นใบลาออกของเยลลี่ไงล่ะ” ชบาพูดแทนเพื่อน“เพราะหัวหน้าไม่อยากเสียคนเก่งๆไปน่ะ”นุงนุชพูดเสริม“ชิ!” ระรินสบถดูถูก แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าบุหลันเก่งของจริง แต่เธอไม่มีวันยอมรับหรอก คนที่จบมาจากสถาบันเล็กๆอย่างบุหลัน จะมาเทียบกับคนที่จบจากสถานใหญ่ๆอย่างเธอได้ยังไง“ที่รับกลับมา น่าจะเพราะเรื่องอื่นมากกว่า ไม่รู้ว่าหัวหน้าชอบความเก่ง หรือชอบ..อย่างอื่นกันแน่”กลุ่มของระรินพากันหัวเราะหยามเหยียด บางคนถึงขั้นจับนมตัวเอง“เสียดายนมฉันเล็ก ไม่งั้นจะใช้เต้าไต่บ้าง”“เฮ่อ..” บุหลันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่อยากเถียงกับพวกที่อคติกับเธอ เถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ดีกว่า“พวกเธอไม่ควรดูถูกหัวหน้าอย่างนั้นนะ หัวหน้าน่ะเป็นมืออาชีพมาก” บุหลันมองหน้าระริน พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เธอคงจะเจ็บใจเรื่องที่ฉันชนะทำครัวซองต์ครั้งก่อนสินะ ทั้งที







