FAZER LOGIN“แม่งเอ๊ย! จะมาตกอะไรตอนนี้วะ รีบกลับรถเลยธาม ฉันไม่อยากมาติดอยู่ในหมู่บ้านกันดารนี่!”
“ครับบอส!” ธนวัฒน์มองถนนเบื้องหน้าที่เริ่มพร่ามัว รีบเปิดที่ปัดน้ำฝนไล่ฝนที่กระหน่ำแรงขึ้นเรื่อยๆอย่างกังวลใจ
“รีบขับสิวะ”
“รีบไม่ได้ครับ ทางมันแคบ”
“แม่งเอ๊ย!” เวหาสบถไม่หยุด หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู “แถวนี้สัญญาณโทรศัพท์โคตรห่วย ถ้าต้องติดอยู่แถวนี้ทั้งคืน ซวยแน่! มีแต่ป่ากับนา บ้าไปแล้ว!”
“ใจเย็นครับบอส ข้างหน้านั่นมีหมู่บ้านนะครับ ผมว่าเราไปหาที่พักแถวๆหมู่บ้านกันดีมั้ยครับ”
“ไม่มีทาง” เวหาพูดเสียงทุ้มต่ำ หนักแน่น “ฉันไม่มีทางนอนที่พักเกรดต่ำกว่าสี่ดาว! เพราะงั้น รีบกลับเข้าเมืองซะ!!”
ธนวัฒน์ยิ้มแห้ง “ครับบอส แต่..ทั้งลมทั้งฝน อย่างกับพายุเลยครับ คงจะขับเร็วมากไม่ได้ครับ”
“เออ! จะเร็วจะช้าก็รีบพาฉันออกไปจากที่นี่!”
ธนวัฒน์สะดุ้ง รีบหักพวงมาลัยเลี้ยวรถกลับตรงทางแยกด้านหน้า เป็นจังหวะเดียวกับที่จักรยานคันหนึ่งพุ่งออกมาจากทางเชื่อมพอดี ทำให้...
โครม!
เอี๊ยดดดด!
“เฮ๊ย!”
ทั้งเวหาและธนวัฒน์ตะโกนขึ้นพร้อมกัน ขณะจักรยานคันนั้นกระเด็นลงไปในคันนาพร้อมกับคนขี่
ภายในรถเงียบกริบไปสามวินาที ก่อนเวหาจะสบถขึ้นด้วยหน้าซีดเผือด
“ฉิบหายแล้ว!”
ธนวัฒน์หน้าซีดกว่าเจ้านาย มือที่จับพวงมาลัยสั่นเล็กน้อย
“ผะ...ผม ไม่ทันเห็น”
เวหามองออกไปนอกกระจกรถด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่เห็นคนขี่จักรยานลุกขึ้นยืนซะที
“ตายรึเปล่าวะ ลงไปดูสิ!”
“ครับบอส”
ธนวัฒน์รีบเปิดประตูรถ ก้าวลงจากรถเหยียบพื้นถนนเฉอะแฉะ วิ่งไปดูตรงจุดที่จักรยานกระเด็นลงไป ขณะสายฝนเริ่มเบาบางลงแล้ว แต่สายลมยังไหวแรง เย็นเฉียบบาดเนื้อ
“ขับรถอะไรของคุณเนี่ย!!” เสียงใสแจ๋วของหญิงสาวโวยวายก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นยืน ในสภาพเปียกซ่กเหมือนลูกหมาตกน้ำ ก็แน่ล่ะ เธอขี่จักรยานฝ่าสายฝนมาจากตลาดในตัวอำเภอโน่น
“คุณเป็นอะไรรึเปล่า ได้รับบาดเจ็บตรงไหนมั้ย”
ธนวัฒน์พูดพลางมองสำรวจหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยความห่วงใย แต่ไม่เห็นแผลบนร่างกายเธอเลย นอกจากเสื้อผ้าเปื้อนโคลน
“ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอก แต่มื้อเย็นของฉันอยู่ในนาโน่น” เธอทำหน้าเซ็งนิดหน่อย
ความจริงอุบัติเหตุครั้งนี้ เขาก็ไม่ได้ผิดทั้งหมดหรอก เธอเองก็ผิดเหมือนกันที่มัวแต่ก้มมองกระเป๋าสะพายเพราะโทรศัพท์ดังขึ้นพอดี
ธนวัฒน์ทำหน้ารู้สึกผิด รีบผงกหัวขอโทษเธอ
“ต้องขอโทษจริงๆครับ ผมไม่เคยมาแถวนี้น่ะครับ เลยไม่ชินทาง แล้วฝนก็ตกหนักด้วยครับ ถ้ายังไงไปโรงพยาบาลกันมั้ยครับ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ” บุหลันรีบปฏิเสธ เห็นคู่กรณีมีความสุภาพก็ใจอ่อน ไม่อยากเอาเรื่องให้เสียเวลา ที่สำคัญ เธอไม่ได้รับบาดเจ็บเลยสักนิด ไม่มีแม้แต่รอยถลอกด้วยซ้ำ “ฉันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ..แต่รถจักรยานฉันน่าจะพังไปแล้ว ล้อกระเด็นหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
“งั้นผมจะจ่ายค่าเสียหายให้นะครับ”
บุหลันพยักหน้า “ดีค่ะ คุณควรจะจ่ายค่าซ่อมจักรยานให้ฉัน แต่ตอนนี้ ฉันขอติดรถคุณไปลงที่หมู่บ้านข้างหน้าหน่อยได้มั้ย”
“ขอโทษที่มาสายนะ” เวหาเลื่อนเก้าอี้ข้างบุหลันออกแล้วนั่งลงชบากับนงนุชตกใจ งงงัน ทำไมรองประธานถึงมานั่งที่โต๊ะพวกเธอล่ะบุหลันเองก็ประหลาดใจเหมือนกันที่เขามา รีบกระซิบถามเขา “คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอ”“เลิกแล้ว ไว้ประชุมต่อพรุ่งนี้ก็ได้”บุหลันยิ้มแฉ่ง “ดีใจจังที่คุณมา”“ผมต้องมาอยู่แล้ว คุณเลี้ยงทั้งที”“แล้วคุณจะให้รางวัลฉันรึเปล่า ที่ฉันชนะการแข่งขันน่ะ”เขาขยับใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าเธอ “แน่นอน จะให้รางวัลแบบจัดหนักจัดเต็มเลย”“บ้า! พูดอะไรเนี่ย”ใช่...สองผัวเมียนี่บ้าไปแล้ว ลืมไปแล้วรึไงว่าไม่ได้นั่งกันอยู่สองกันบุหลันยิ้มเขินหันไปสบตากับเพื่อทั้งสองอย่างจัง สติถึงได้กลับมาว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน“เอ่อ...จริงสิ ยังไม่ได้แนะนำเลย ชบา นงนุช นี่สามีฉันเองแหละ”“สามี!” ชบากับนงนุชอุทานพร้อมกัน จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งตัวแข็งเหมือนถูกสาป“ที่รัก ..นี่เพื่อนร่วมงานของฉันเอง ชบากับนงนุช เราสามคนสนิทกันมาก พักอยู่ที่หอเดียวกันด้วย”“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เวหาทักทายเพื่อนเมียด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สุภาพ พร้อมรอยยิ้มเล็กน้อยบุหลันเห็นเพื่อนทั้งสองนั่งเกร็ง เลยรีบเทขวดเบียร์ใส่แก้วของเพื่อนๆ
สัปดาห์ต่อมา...การแข่งขันภายในของห้องครัวเบเกอรี่ก็ถูกจัดขึ้น โดยมีผู้ตัดสินหลักสามคนด้วยกัน คือหัวหน้าเชฟคเชนทร์ ผู้จัดการห้องอาหาร และเชฟชาวอิตาเลียนประจำห้องอาหารยุโรปส่วนผู้ตัดสินรองคือพนักงานห้องครัวทุกคน ที่จะต้องใส่คะแนนให้แก่จานขนมที่พวกเขาชื่อชอบมากที่สุด โดยไม่เปิดเผยว่าขนมจานนั้นเป็นฝีมือใครสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเชฟ ส่วนขนมที่ได้รับคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง จะได้เป็นเมนูพิเศษของห้องอาหารโรงแรมต่อไป และใช่เลย...ครั้งนี้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในการแข่งขันก็คือ...“ดีใจด้วยนะแก!” ชบายื่นมือที่กำแก้วเบียร์ผ่านโต๊ะมาชนกับแก้วของบุหลันที่ยื่นออกไป ขณะหมู่ย่างบนเตากำลังสุกได้ที่ ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง“ในที่สุด แกก็ได้เป็นรองหัวหน้าเชฟแล้ว” นงนุชที่นั่งคู่กับชบายื่นแก้วเบียร์มาชนกับเพื่อนทั้งสองคน “แกเก่งสุดๆเลยเยลลี่!”บุหลันยิ้มอย่างมีความสุข “ที่สำคัญ เมนูที่ฉันคิดค้นขึ้นมาก็จะได้ไปอยู่ในเมนูขนมของโรงแรมด้วย”“งั้นต่อไปแกก็รวยแล้วสิ เพราะแกจะได้เปอร์เซ็นต์จากการขายเมนูนั้นด้วย”“ใช่ ขอให้เมนูของฉันขายดีๆยอดปังๆเถอะ”ชบาคีบหมูย่างเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ “ว่
บุหลันอึ้งไปนิด ก่อนจะพยักหน้า แล้วหันหลังให้อรอุมา แต่ไม่ทันจะก้าว เสียงใครบางคนดังมาจากด้านหลัง“เดี๋ยว!”เธอหยุดชะงัก หันกลับไปมองเขาเวหาเดินมาหาเธอกับอรอุมาอรอุมารีบปรับสีหน้าโกรธเกรี้ยวให้เป็นปกติ ยืนในท่าสุภาพเรียบร้อย“นึกว่าไปแล้วซะอีก คุณลืมโทรศัพท์” เวหายื่นโทรศัพท์ให้เธออรอุมายิ้มขำ ยัยเชฟแผนสูงเหลือเกิน แกล้งทำเป็นลืมโทรศัพท์งั้นเหรอ“อ๋อ ขอบคุณค่ะ ฉันมัวแต่คุยกับเลขาของคุณอยู่น่ะ เธอคุยสนุกดีนะ”อรอุมาแอบส่งสายตาขู่เธอ“เธอเป็นน้องสาวของธามไง ผมเคยบอกคุณแล้ว จำไม่ได้เหรอ”“อ๋อ น้องสาวคุณธาม คนนี้เอง” เธอแสร้งทำเป็นเพิ่งรู้ “บอสมีเลขาที่เก่งมากค่ะ”อรอุมาขมวดคิ้วนิ่วหน้า ทำไมเจ้านายกับยัยเชฟคุยกันสนิทสนมขนาดนี้ แถมยัยเชฟก็ยังรู้เรื่องพี่ชายของเธอด้วย เวหาพยักหน้าให้เธอ แอบส่งสายตาหวาน ก่อนจะเดินกลับไปบุหลันยิ้มให้อรอุมาอีกครั้ง “ฉันไปนะคะ”“ไปสิ แล้วไม่ต้องกลับมาอีก”บุหลันแอบถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์ กดลงชั้นหก เพื่อจะกลับไปทำงานส่วนอรอุมา เดินอย่างเร่งร้อนไปหาพี่ชายที่ห้องทำงานของเขา“พี่ธาม ไล่ยัยเชฟคนหนึ่งออกเดี๋ยวนี้!”ธนวัฒน์นิ่วหน้าสงสัย “เชฟคนไหน”“ป้าย
“อืออ พอแล้วที่รัก เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”“ผมมีห้องพักส่วนตัวนะ เข้าไปมั้ย”“นี่ หยุดหื่นได้แล้ว” เธอหน้าแดงก่ำด้วยความอาย ดวงตาตื่นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความแข็งคัดของลำแกร่งที่สะโพกของเธอทาบทับเอาไว้“นะที่รัก แป๊บเดียว”“อย่างคุณน่ะ ไม่แป๊บหรอก ใกล้ถึงเวลางานฉันแล้วด้วย คุณกินมื้อเที่ยงนะ..”“อือ ไม่เอาอ่ะ อยู่ต่ออีกนิดนะ” ไม่อ้อนเปล่า แต่ประกบปากจูบริมฝีปากเธออย่างกระหาย ไล่ริมฝีปากจูบลงมาตามลำคอ ขบเม้มเนินอกราวกับกำลังกินของโปรด ครางกระเส่าในลำคออย่างสุขสม“อ่า ที่รัก.. ของผม.. อยากเข้าไปในตัวคุณ”“อืออ” ใบหน้าสวยเคลิบเคลิ้ม ดวงตาปรืออย่างมีอารมณ์ รสจูบของเขาทำเธอร้อนเร่าไปทั้งตัวเสมอ “งั้น..ฉันให้เวลาสิบห้านาที”เวหายิ้มดีใจ สายตาร้อนแรงวามวาว รีบอุ้มเมียสุดที่รักเข้าไปในห้องพักส่วนตัวทันทีหลังจากมีความสุขกันไปหนึ่งครั้งในห้องพักส่วนตัวของห้องทำงานเธอจูบลาเขา ก่อนจะเปิดประตูออกมา ด้วยสีหน้าเขินๆ แววตาเปล่งประกายสดใส“นี่! ทำไมเข้าไปนานขนาดนั้น!” เสียงคุณเลขาที่ดังมาจากด้านหลังทำเธอสะดุ้งตกใจ“เอ่อ..” บุหลันหันไปมองอรอุมาด้วยสีหน้าอายๆ ก่อนจะยิ้มแห้ง คำตอบของคำถามนี้ มันไม่ควรพูด
หลังแยกกับเพื่อนทั้งสอง บุหลันหยิบถุงใส่แซนวิสที่ทำเองออกจากครัว แวะไปซื้อกาแฟร้านโปรด แล้วขึ้นลิฟต์ กดชั้น59 ซึ่งเป็นออฟฟิศใหญ่ของฝ่ายบริหารเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เธอเดินเข้าไปในสำนักงานสุดทันสมัย พนักงานหนุ่มสาวแต่งตัวดีเดินกันขวักไขว่ หลายคนกำลังจะออกไปกินข้าว บางกลุ่มยังนั่งเม้ามอยด์ที่โต๊ทำงาน หลายคนอยู่ในห้องแคนทีนของชั้น กำลังดื่มกาแฟกินขนมกันอยู่“ห้องทำงานรองประธานอยู่ทางไหนคะ” เธอถามพนักงานหญิงสองคนที่กำลังจะเดินไปที่ลิฟต์ พวกเธอหยุดเดิน มองเธออย่างแปลกใจ คงสงสัยว่าเชฟขนมของโรงแรมขึ้นมาทำไมที่ชั้นบริหาร“ทางนั้นค่ะ” แต่พวกเธอก็บอกอย่างสุภาพ“ขอบคุณค่ะ”“ว่าแต่ มาทำไมหรือคะ”“มาส่งแซนวิสค่ะ”เธอพยักหน้าขอบคุณสองสาวแล้วเดินไปตามเส้นทางที่สองสาวแนะนำให้ กระทั่งเห็นประตูบานใหญ่ มีป้ายเขียนกำกับเอาไว้ว่าห้องรองCEOเธอเดินตรงไปที่ประตูบานนั้น แต่ไม่ทันจะเคาะประตู เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน“มาหาใครคะ”เธอหันไปมองเจ้าของเสียง หญิงสาวหน้าตาดี สวมเสื้อเชิ้ตขาวกับกระโปรงสั้นสีดำ ยืนขึ้นหลังโต๊ะทำงานที่มีป้ายติดว่าเลขาCEOบุหลันยิ้มสดใส “ฉันมาหารองประธานค่ะ”เลขาสาวลุกออกจากโต
“เฮ๊ย! กลับมาทำงานว่ะ สงสัยจะไปไม่รอด”เมื่อเห็นบุหลันกลับมาทำงานในครัวเบเกอรี่ หลังจากลาออกไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อนระรินก็ต้อนรับเธอด้วยน้ำเสียงดูถูก สีหน้าเย้ยหยันทันที“แล้วทำไมหัวหน้าเชฟถึงรับยัยนี่กลับมาอีกเนี่ย”“ก็เพราะหัวหน้ายังไม่เซ็นใบลาออกของเยลลี่ไงล่ะ” ชบาพูดแทนเพื่อน“เพราะหัวหน้าไม่อยากเสียคนเก่งๆไปน่ะ”นุงนุชพูดเสริม“ชิ!” ระรินสบถดูถูก แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าบุหลันเก่งของจริง แต่เธอไม่มีวันยอมรับหรอก คนที่จบมาจากสถาบันเล็กๆอย่างบุหลัน จะมาเทียบกับคนที่จบจากสถานใหญ่ๆอย่างเธอได้ยังไง“ที่รับกลับมา น่าจะเพราะเรื่องอื่นมากกว่า ไม่รู้ว่าหัวหน้าชอบความเก่ง หรือชอบ..อย่างอื่นกันแน่”กลุ่มของระรินพากันหัวเราะหยามเหยียด บางคนถึงขั้นจับนมตัวเอง“เสียดายนมฉันเล็ก ไม่งั้นจะใช้เต้าไต่บ้าง”“เฮ่อ..” บุหลันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่อยากเถียงกับพวกที่อคติกับเธอ เถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ดีกว่า“พวกเธอไม่ควรดูถูกหัวหน้าอย่างนั้นนะ หัวหน้าน่ะเป็นมืออาชีพมาก” บุหลันมองหน้าระริน พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เธอคงจะเจ็บใจเรื่องที่ฉันชนะทำครัวซองต์ครั้งก่อนสินะ ทั้งที







