Share

บทที่ 2

Author: ยงเซี่ย
ลู่ว่านเยี่ยนกลับมาหลังจากนั้นสามวัน

บนโต๊ะอาหาร เธอยื่นกล่องใบหนึ่งมาให้ฉัน บอกว่าเป็นของฝาก

ฉันเปิดออกดู เป็นที่คั่นหนังสืออันหนึ่ง

“เอ๊ะ พวกเธอสองคนไปที่เดียวกันเหรอ” แม่ลู่ชะโงกเข้ามาดู

“วันนี้เสี่ยวเสิ่นก็แวะมาที่บ้านนะ ของฝากที่ให้จือเหย่ก็เหมือนอันนี้ไม่มีผิด”

มือที่ลู่ว่านเยี่ยนจับตะเกียบชะงักไป สีหน้าดูตกใจและทำอะไรไม่ถูก

ส่วนฉันก็ก้มหน้ากินข้าวต่อ พลางพูดขึ้นลอยๆ

“ไม่เป็นไร ได้ตั้งสองอันก็ดีเหมือนกัน”

ที่คั่นหนังสือราคาถูก จะได้หนึ่งอันหรือสองอัน ก็ไม่ต่างกัน

ลู่ว่านเยี่ยนอึ้งไปครู่หนึ่ง จ้องมองฉัน กำลังจะพูด แม่ลู่ก็พูดขึ้นอีก

“นั่นสินะ พวกเธอสามคนผูกพันกันจริงๆ ต่อไปก็เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน แล้วเธอกับจือเหย่ก็ยังเรียนสาขาเดียวกันอีก”

“พ่อ แม่” จู่ๆ ลู่ว่านเยี่ยนก็ขัดขึ้น

“พอเรียนปีหนึ่งจบ หนูอาจจะย้ายสาขา”

หัวใจของฉันเหมือนถูกเข็มทิ่ม ความเจ็บแล่นวาบขึ้นมา

ลู่ว่านเยี่ยนในอีกสิบปีข้างหน้าเคยบอกฉันว่า ตอนนั้นแค่เธอพูดว่าจะย้ายสาขา ฉันก็เงียบใส่และงอนทันที

“พอเขาทำหน้าหงอย พ่อแม่ก็จะดุฉัน แล้วก็ยกเรื่องเมื่อก่อนขึ้นมาพูดอีก”

“สุดท้าย สี่ปีในมหาวิทยาลัย ฉันก็ต้องอยู่กับเขา เหมือนพลาสเตอร์ที่สลัดยังไงก็ไม่หลุด”

ฉันกดความเจ็บปวดนั้นไว้ ครั้งนี้ฉันเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

“ได้สิ” ฉันมองตาเธอ

“ฉันก็คิดเหมือนกัน เลือกในสิ่งที่เธอชอบดีที่สุด”

บรรยากาศเงียบลงในทันที

คำพูดของพ่อกับแม่ลู่ติดค้างอยู่ในลำคอ ส่วนลู่ว่านเยี่ยนกลับไม่ได้ดูมีความสุขอย่างที่ฉันคิด

เธอทำหน้าบึ้ง พอกินข้าวเสร็จก็เดินตามฉันเข้ามาในห้อง ก่อนถามว่า

“เมื่อกี้ตอนกินข้าว นายหมายความว่ายังไง”

ฉันมองเธออย่างงุนงง

“ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ”

“ถ้าเธอไม่ชอบ จะย้ายเมื่อไรก็ได้ ฉันจะไม่เรียกร้องอะไรจากเธอ” ฉันพูดกับเธออย่างจริงจัง

“เฉียวจือเหย่ นาย...” ลู่ว่านเยี่ยนขมวดคิ้ว สีหน้ายิ่งแย่ลง

“นายไม่พอใจอะไรกันแน่”

เมื่อก่อน ฉันไม่มีทางทำตัวสุภาพและห่างเหินกับเธอเหมือนคนแปลกหน้าแบบนี้

“มีอะไรก็พูดมาตรงๆ อย่าทำเหมือนเด็กผู้หญิง อ้อมค้อมน่ารำคาญ ฉันไม่สนใจ” ดวงตาสวยของลู่ว่านเยี่ยนมีแววหงุดหงิดจางๆ

“นายจะทำตัวตรงไปตรงมาเหมือนเสิ่นจ้าวไม่ได้หรือ”

นิ้วของฉันจิกลงบนฝ่ามือทันที จนแทบจะเลือดออก

จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของลู่ว่านเยี่ยนก็ดังขึ้นพอดี

“ว่านเยี่ยน ฉันระเบิดครัวอีกแล้ว รีบมาดูหน่อยว่าซี่โครงหมูของฉันมันพลาดตรงไหน”

เสียงร่าเริงของเสิ่นจ้าวดังออกมาจากปลายสาย ลู่ว่านเยี่ยนไม่ลังเลแม้แต่น้อย หันหลังเดินออกไปทันที

ฉันมองแผ่นหลังของเธอ แล้วนึกถึงเรื่องเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างเลื่อนลอย

สัปดาห์ก่อน พ่อกับแม่ลู่ไปทำงานต่างจังหวัด ตอนฉันทำอาหารอยู่บ้าน มีดเลาะกระดูกบาดนิ้ว เลือดไหลนองเต็มเขียง

ตอนนั้น ฉันแค่อยากให้ลู่ว่านเยี่ยนหยิบพลาสเตอร์ยาให้

แต่เธอกลับพูดว่า

“นายโตแล้ว จะทำตัวเป็นพี่ชายให้สมกับเป็นพี่หน่อยไม่ได้หรือ เรื่องแค่นี้ยังต้องให้ฉันช่วย”

หลังจากนั้น ฉันก็เดินไปสถานีอนามัยใกล้บ้านคนเดียว ทั้งมือเต็มไปด้วยเลือด จนทำแผลเสร็จ เธอก็ไม่เคยโผล่มา

แต่เสิ่นจ้าว แค่โทรศัพท์สายเดียว ก็เรียกเธอมาได้ทันที จะให้ไปก็ไป จะให้มาก็มา

ฉันเหม่อคิดอยู่แบบนั้น สิบนาทีต่อมา ก็เห็นโพสต์ในโซเชียลของเสิ่นจ้าว

“ภาพด้านหลังที่สวยที่สุด อยู่ข้างกายฉันนี่เอง”

ภาพประกอบคือลู่ว่านเยี่ยนยืนอยู่ในครัว สวมผ้ากันเปื้อน แววตาและสีหน้าอ่อนโยน

“มีอะไรในกอไผ่หรือเปล่าเสิ่นจ้าว นี่แฟนนายเหรอ”

มีคนเข้ามาคอมเมนต์ด้านล่าง เสิ่นจ้าวรีบตอบกลับอย่างร้อนรน

“อยากตายหรือไง นี่คนของพี่น้องฉัน อย่าพูดมั่ว”

ฉันมองท่าทางที่ยิ่งปิดก็ยิ่งพิรุธของเขา ก่อนหัวเราะขื่นๆ แล้วส่งข้อความหาลู่ว่านเยี่ยนในอีกสิบปีข้างหน้า

“ถ้าคนที่คอยตามตื๊อคุณ ยอมปล่อยมือและยอมให้พวกคุณได้อยู่ด้วยกันตั้งแต่แรก ตอนนี้คุณจะมีความสุขไหม”

ครั้งนี้ เธอไม่ได้ตอบกลับทันที

เธอเงียบไปนาน นานเสียจนฉันคิดว่าเธอหายไปแล้ว ข้อความจึงเด้งขึ้นมา

“คงไม่ถึงกับมีความสุข แต่อย่างน้อย ฉันก็คงไม่ต้องรู้สึกผิด”

“เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ตอนนี้เขาก็คงไม่ตายแล้ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ขอให้ชั่วชีวิตนี้ เราสองอย่าได้พบกันอีก   บทที่ 8

    ลู่ว่านเยี่ยนถือขนมกุ้ยฮวาอยู่หนึ่งห่อเมื่อก่อน ของโปรดของฉันคือขนมกุ้ยฮวาจากร้านตรงปากซอย ลู่ว่านเยี่ยนจะซื้อมาให้ฉันอยู่บ่อย ๆ ตอนยังเด็ก แถมยังสงสัยอยู่เสมอว่าทำไมฉันถึงกินไม่เคยเบื่อแต่หลังจากขึ้นมัธยมปลาย เธอก็ไม่เคยซื้อให้ฉันอีกเลยฉันทักทายเธออย่างเรียบเฉย ส่วนพ่อกับแม่ลู่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ไม่นานก็ปล่อยให้พวกเราอยู่กันตามลำพัง“เฉียวจือเหย่”ลู่ว่านเยี่ยนยืนอยู่กลางห้อง สี่ปีที่ไม่ได้เจอกัน เธอผอมลงมาก ร่างกายดูโอนเอนไม่มั่นคง“นายมีแฟนแล้วเหรอ”ฉันตอบรับเบา ๆ ว่า “อือ”จู่ ๆ เธอก็หัวเราะขึ้นมา หัวเราะจนดวงตาแดงก่ำ“ก็ดีแล้ว”“เฉียวจือเหย่ ครั้งนั้น เสิ่นจ้าวแอบวางยาในเหล้าของฉัน”“หลายปีหลังจากนั้น ฉันกับเขาเคยมีความสัมพันธ์คลุมเครือกัน แต่ไม่เคยมีอะไรกันอีกจริง ๆ”ความคิดของฉันหยุดชะงักไปชั่วขณะ กว่าจะเข้าใจว่าเธอกำลังพูดถึงอะไรเรื่องทั้งหมดในอีกสิบปีข้างหน้า เธอก็รู้แล้วเหมือนกันลู่ว่านเยี่ยนก้มหน้า มือทั้งสองกำชายเสื้อแน่น หายใจถี่เธอเล่าเรื่องให้ฉันฟังมากมาย ทั้งเรื่องที่สารภาพในงานหมั้นเป็นเพียงเกม เรื่องความจริงของการเสียชีวิตของคุณยาย และเรื่องที่เสิ

  • ขอให้ชั่วชีวิตนี้ เราสองอย่าได้พบกันอีก   บทที่ 7

    พ่อกับแม่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกท่านคิดแค่ว่า เฉียวจือเหย่แอบจากไปโดยไม่บอกเธอ เลยทำให้เธอเสียใจอยู่ชั่วคราว“ไม่เป็นไรนะ จือเหย่ไม่ได้จากไปแล้วไม่กลับมาเสียหน่อย ถ้าลูกคิดถึงเขา ก็บินไปหาเขาที่ต่างประเทศได้ทุกเมื่อไม่ใช่หรือ”ใบหน้าของลู่ว่านเยี่ยนซีดขาวไร้สีเลือด หัวใจปวดร้าวแทบแหลกสลายเธอจะกล้าได้อย่างไรเธอจะยังมีหน้าตามไปหาเขาได้อย่างไร“พี่ เดินทางปลอดภัยนะ”เธอถือโทรศัพท์ ลบแล้วพิมพ์ใหม่อยู่กว่าสิบกว่านาที สุดท้ายก็ส่งออกไปได้เพียงไม่กี่คำแต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือฉันไม่ได้บล็อกเธอและตอบกลับอย่างรวดเร็ว“ขอบคุณ”“ต่อจากนี้ผมจะไม่ใช้เบอร์นี้แล้ว ถ้ามีธุระอะไร ฝากคุณลุงกับคุณป้าติดต่อผมก็ได้”ตอนนั้นเอง ฉันเพิ่งลงจากเครื่องที่สนามบินในต่างประเทศฉันประคองคุณยายขึ้นแท็กซี่ที่มุ่งหน้าไปยังอพาร์ตเมนต์ แล้วก็เห็นข้อความของลู่ว่านเยี่ยนสมแล้วที่เธอไม่อาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย ข้อความที่ส่งให้ฉัน มีเพียงไม่กี่คำสั้น ๆฉันยกมุมปากยิ้ม ก่อนหักซิมการ์ดทิ้ง แล้วโยนลงถังขยะลู่ว่านเยี่ยนนับจากนี้ ทั้งเธอและฉันต่างก็เป็นอิสระแล้วพ่อกับแม่ลู่มีเพื่อนสนิทอยู่ในต่างประเทศหล

  • ขอให้ชั่วชีวิตนี้ เราสองอย่าได้พบกันอีก   บทที่ 6

    ลู่ว่านเยี่ยนยิ่งปวดศีรษะหนักขึ้นความทรงจำสองชุดปะทะกันอยู่ในร่างของเธอ ราวกับศีรษะกำลังจะแตก วิญญาณเหมือนกำลังถูกดึงออกจากร่างเฉียวจือเหย่จะตายได้อย่างไรลู่ว่านเยี่ยนเมื่อสิบปีก่อนถามตัวเอง ลู่ว่านเยี่ยนในอีกสิบปีข้างหน้าก็กำลังถามเช่นกันเธอยืนอยู่หน้าห้องเก็บศพ ฟังเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลจิตเวชอธิบายสาเหตุการเสียชีวิตของเฉียวจือเหย่“ผู้ป่วยคนนี้อาการรุนแรงเกินไป พวกเราควบคุมเขาไม่อยู่”“ทันทีที่ปล่อยมือ เขาก็พุ่งไปที่หน้าต่างแล้วกระโดดลงไป...”“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้...”ลู่ว่านเยี่ยนพุ่งตัวจะเข้าไป เปิดผ้าขาวที่คลุมร่างของเฉียวจือเหย่ออกแต่เสิ่นจ้าวกลับคว้าเธอไว้ พลางพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า“ว่านเยี่ยน จือเหย่กระโดดตึกตายนะ ตอนมีชีวิตเขาให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ที่สุด เขาคงไม่อยากให้เธอเห็นสภาพตอนนี้หรอก”ในหัวของลู่ว่านเยี่ยนมีแต่เสียงอื้ออึงใช่แล้ว เมื่อก่อนเฉียวจือเหย่ทั้งหล่อเหลา ทั้งสง่างามตอนที่เขาเพิ่งมาถึงบ้านเธอ เขายังตัวเล็กมาก ใบหน้าเปื้อนฝุ่น ยังมีเถ้ากระดาษจากงานศพพ่อแม่ติดอยู่เธอจับมือเขา พาไปล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดให้ ตอนนั้นเอง เขาถึงได้ยิ้

  • ขอให้ชั่วชีวิตนี้ เราสองอย่าได้พบกันอีก   บทที่ 5

    ลู่ว่านเหยียนรู้สึกราวกับฝันไปเธอไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่ในความฝันนั้น เธอมาถึงที่มหาวิทยาลัยแล้วพวกเขาทำตามแผนเดิมที่วางไว้ เฉียวจือเหย่ไม่เพียงยังไม่ไปไหน แต่ยังช่วยเธอยกกระเป๋าเดินทางด้วยเขาช่วยเธอยกกระเป๋าเดินทางลงมาด้านล่างที่พัก หลังจากเก็บกวาดของของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ไปทำเรื่องรับบัตรประจำตัวนักศึกษาด้วยกันกับเขา แล้วเดินเข้าไปในห้องเรียนเดียวกันทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นปกติเพียงแต่หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ ลู่ว่านเยี่ยนนั่งมองรูปถ่ายหมู่ของนักศึกษาใหม่คณะภาษาจีนอยู่ในหอพัก พลางเหม่อลอยเพราะอย่างนั้น หนึ่งชั่วโมงต่อมา ตอนที่เสิ่นจ้าวชวนเธอออกไปกินข้าว เธอก็ตอบตกลงทันทีพอไปถึง เธอถึงได้รู้ว่าเป็นงานเลี้ยงของคณะภาษาจีน ในงานมีเธอเป็นผู้หญิงจากคณะอื่นเพียงคนเดียวส่วนเฉียวจือเหย่ที่ตกลงว่าจะมาด้วย เสิ่นจ้าวบอกว่าเขาไม่สบาย เลยปฏิเสธไปในงานเลี้ยง เธอถูกทุกคนล้อมไว้ตรงกลาง ความอึดอัดในใจระบายออกด้วยการดื่ม แก้วแล้วแก้วเล่าสุดท้าย เสิ่นจ้าวก็พาเธอไปพักที่โรงแรมใกล้ ๆทันทีที่ประตูห้องเปิดออก จูบของเสิ่นจ้าวก็ประทับลงมาท่ามกลางอารมณ์ที่สับสนวุ่นวาย เธอไม่ได้ผล

  • ขอให้ชั่วชีวิตนี้ เราสองอย่าได้พบกันอีก   บทที่ 4

    สีหน้าของลู่ว่านเยี่ยนเปลี่ยนไปหลายครั้ง สุดท้ายก็พูดออกมาเพียงไม่กี่คำ“เฉียวจือเหย่ นายจะเล่นละครไปถึงเมื่อไหร่”ฉันไม่ได้พูดอะไรเพราะที่ผ่านมา ฉันเล่นละครมามากพอแล้ว ตอนนี้เลยไม่กล้าเล่นอีก“ฉันไม่ได้เล่นละคร แค่ฉันไม่ได้ชอบเธอแล้ว เลยอยากลดการติดต่อกับเธอ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็น”มือของลู่ว่านเยี่ยนค้างอยู่กลางอากาศ เธอมองฉันอย่างไม่อยากเชื่อดูเหมือนเธอจะไม่เคยคิดเลยว่า คำพูดแบบนี้จะหลุดออกมาจากปากของฉัน“จือเหย่ อย่าหุนหันพลันแล่นสิ” เสิ่นจ้าวร้อนใจขึ้นมาเช่นกัน“พวกนายสนิทกันขนาดนี้ ทุกคนต่างก็บอกว่าพวกนายเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน ใครๆ ก็อิจฉา”“ต่อไปพวกนาย... ยังไงก็ต้องได้อยู่ด้วยกัน”“ใครบอก”ลู่ว่านเยี่ยนจ้องมองฉัน ก่อนหัวเราะเย็นชาแล้วพูดแทรกขึ้น“ฉันไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นกับเขาตั้งแต่แรกแล้ว” เธอหันไปหาเสิ่นจ้าว สีหน้าฉายแววเขินอาย“ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”ฉันถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกในที่สุด เธอก็พูดออกมาจนได้เมื่อหลุดพ้นจากพันธะบุญคุณที่ผูกมัดเธอมาหลายปี ในที่สุดเธอก็เป็นอิสระเพียงแต่ คนที่เธอสารภาพรักคือเสิ่นจ้าว แต่ไม่รู้ทำไม

  • ขอให้ชั่วชีวิตนี้ เราสองอย่าได้พบกันอีก   บทที่ 3

    ลมหายใจของฉันสะดุด เลือดทั้งร่างเย็นเฉียบตายงั้นเหรอแปลว่าอีกสิบปีข้างหน้า ฉันตายแล้วอย่างนั้นหรือฉันพยายามกดอารมณ์ไว้ ก่อนลองถามเธอว่าฉันตายเพราะอะไรลู่ว่านเยี่ยนดูเหมือนไม่คิดจะปิดบัง ค่อยๆ ตอบกลับมา“เพราะเขาหัวแข็ง”“หลังจากฉันบังคับให้เขายกเลิกงานหมั้น คุณยายของเขาก็เสียชีวิต”“แต่เรื่องนั้นเป็นแค่อุบัติเหตุ วันนั้นเธอไปเยี่ยมคุณยาย แล้วเผลอหลุดเรื่องของพวกเราออกมา”“คุณยายของเขาอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง เลยช่วยชีวิตไว้ไม่ทัน”ร่างกายของฉันเย็นเยียบฉันรู้ว่า คำว่าเธอ ที่ลู่ว่านเยี่ยนพูดถึง หมายถึงเสิ่นจ้าวส่วนคุณยาย คือญาติเพียงคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่บนโลกนี้“แต่เธอไม่ได้ตั้งใจ เธอแค่อยากชวนคุณยายมาร่วมงานหมั้นของพวกเรา”“เขาพูดอะไรมาก็เชื่อหมดเลยเหรอ”ฉันทนไม่ไหว ถามกลับเธอด้วยความเจ็บปวดแต่ลู่ว่านเยี่ยนกลับไม่โกรธแม้แต่น้อย เธอพิมพ์ต่อ“แน่นอนสิ ฉันรู้จักเธอดี เธอเป็นคนตรงๆ ไม่คิดซับซ้อน”“ไม่เหมือนคนคนนั้น”มือของฉันค่อยๆ คลายลงอย่างหมดแรงใช่แล้ว เสิ่นจ้าวเป็นคนตรงไปตรงมา เปิดเผย กล้ารักกล้าเกลียดส่วนฉัน ก็เป็นแค่หนูสกปรกที่ซ่อนอยู่ในท่อ เต็มไปด้วยเล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status