Short
กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย

กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย

Oleh:  มู่หือTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
12Bab
0Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ฉันกับท่านประธานอินคิวบัสแต่งงานกันตามสัญญา เป็นสามีภรรยาแต่เพียงในนามมาสามปีแล้ว วันที่ฉันขอหย่า เขาตอบตกลงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าจู่ๆ เหนือศีรษะเขากลับมีข้อความป๊อปอัปเด้งขึ้นมา [ไอ้ยันเดเระเอ๊ย โซ่ตรวนกับของเล่นกระจุ๊กกระจิ๊กในห้องใต้ดินน่ะ สั่งทำมาไซส์พอดีกับนางรองเป๊ะๆ ยังจะมาแอ๊บทำทรงเป็นสุภาพบุรุษอยู่นั่นแหละ] [นี่หล่อน วินาทีที่หล่อนจรดปากกาเซ็นชื่อลงไป พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็เตรียมตัวแนบชิดติดลบกับพระรองที่หล่อนเกลียดขี้หน้าได้เลยจ้า] [โอ้โห ในที่สุดฉากกักขังหน่วงเหนี่ยวก็มาถึงแล้วจ้า ร่วมรักด้วยความแค้นแบบนี้แหละ สะใจโว้ย! ได้ข่าวว่าร่างจริงของอินคิวบัสมีหนามด้วยนี่นา นังนางรองทำเรื่องชั่วๆ ไว้เยอะ โดนกระแทกจนตาเหลือกก็สมควรแล้ว…] [โอ๊ย นังนางรอง หล่อนนี่มันโง่จริงๆ เลย หลายปีมานี้ถ้าหล่อนทำดีกับพระรองสักนิด ไอ้คนคลั่งรักจนเสียสตินี่คงแทบจะคลานเข่าเข้าไปกราบขอเป็นไอ้โบ้เบอร์หนึ่งของหล่อนแล้วป้ะ คงไม่ถึงขั้นรักมากจนแค้นฝังหุ่น โรคจิตบิดเบี้ยวได้ขนาดนี้หรอก…] มือที่ถือปากกาเตรียมเซ็นชื่อของฉันถึงกับสั่นงันงก ฉันเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่ยังคงตีหน้านิ่งไร้ความรู้สึกตรงหน้า “เอ่อ คือว่า… เรื่องหย่าเนี่ย เอาไว้ก่อนแล้วกันนะ”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

“อะไรนะ?” จางเสวี่ยเฟิงปรือตาขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบ

ท่าทางที่ไม่ยี่หระของเขาทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า ข้อความป๊อปอัปเมื่อกี้ฉันตาฝาดไปเองหรือเปล่า

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ วางปากกาที่เพิ่งเซ็นไปได้ครึ่งหนึ่งลง แล้วเค้นสมองหาคำอธิบาย

“จู่ๆ ฉันก็ไม่อยากหย่าแล้วล่ะ เป็นสามีภรรยากันวันเดียวผูกพันร้อยวัน เราอยู่ด้วยกันมาตั้งสามปี ต่างคนต่างก็ชินที่มีกันและกันแล้ว เอาจริงๆ ฉันเองก็ขาดคุณไม่ได้เหมือนกัน…”

พอพูดถึงตอนท้าย สีหน้าของชายหนุ่มก็ค่อยๆ เต็มไปด้วยความสงสัย ฉันเองก็ชักจะหมดความมั่นใจ เสียงเลยเบาลงเรื่อยๆ

การแต่งงานระหว่างฉันกับจางเสวี่ยเฟิงเป็นเรื่องบังเอิญ

เมื่อห้าปีก่อน ตั้งแต่บริษัทมีเด็กฝึกงานยากจนที่ชื่อหลิวม่านเข้ามา

ชีวิตที่เคยราบรื่นของฉันก็พังทลายไม่เป็นท่า

เพื่อนสมัยเด็กที่เคยสัญญากันดิบดีว่าจะดูแลฉันไปตลอดชีวิตดันเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น แถมยังมาถอนหมั้นต่อหน้าสาธารณชน ทำเอาฉันเสียหน้าป่นปี้

แม้แต่พ่อแม่ที่คอยตามใจฉันมาตลอด ก็ยังเปลี่ยนไปเข้าข้างหลิวม่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ฉันอิจฉาจนแทบคลั่ง เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ไม่มีใครต้องการ

ฉันเลยประชดชีวิตด้วยการแต่งงานกับจางเสวี่ยเฟิง ประธานอินคิวบัสที่มีข่าวลือว่าโหดเหี้ยมอำมหิตจนใครๆ ก็พากันหลีกหนี

ตลอดสามปีหลังแต่งงาน ฉันคอยหาเรื่องหลิวม่านทุกวิถีทาง แต่ก็ต้องหน้าแตกกลับมาทุกครั้ง

ทุกครั้งถ้าไม่ถูกจางเสวี่ยเฟิงจับได้และขัดขวางเสียก่อน

ก็มักจะจับพลัดจับผลูขุดหลุมฝังตัวเองซะงั้น

จนกระทั่งล่าสุดเรื่องที่ฉันใส่ร้ายหลิวม่านถูกแฉ ฉันก็หมดอนาคตย่อยยับ เพื่อนฝูงหลายคนต่างพากันตีตัวออกห่าง

ฉันรู้ดีว่าจางเสวี่ยเฟิงเกลียดชังพฤติกรรมร้ายกาจของฉันมาตลอด และลำเอียงไปทางหลิวม่าน

ฉันเลยคิดว่า แทนที่จะรอให้เขามาซ้ำเติมเหมือนคนอื่นๆ สู้ฉันเป็นฝ่ายชิงสะบัดบ๊อบทิ้งเขาไปก่อนดีกว่า แบบนี้ยังจะดูเท่กว่าตั้งเยอะ

ตอนที่ส่งข้อความไปขอหย่า จางเสวี่ยเฟิงกำลังติดประชุมสำคัญอยู่

แต่เขากลับโทรกลับมาแทบจะในทันที

“ขอเหตุผลหน่อย” เสียงของชายหนุ่มดังลอดผ่านหูโทรศัพท์มา

ฉันหัวเราะอย่างร้ายกาจ “คราวก่อนประตูห้องน้ำปิดไม่สนิท ฉันบังเอิญไปเห็นหางของคุณโผล่ออกมาน่ะสิ ลื่นๆ เมือกๆ โคตรน่าขยะแขยงเลย”

เพราะงั้น พอตอนนี้มาพูดพล่ามว่า ‘ขาดเขาไม่ได้’ อย่าว่าแต่จางเสวี่ยเฟิงเลย ตัวฉันเองยังไม่เชื่อตัวเองด้วยซ้ำ

“แน่ใจนะว่าจะไม่หย่า?” แทนที่จะได้ยินเสียงหัวเราะเยาะอย่างที่คิดไว้ เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มกลับดึงสติฉันกลับมา

“ตอนนี้ยังไม่อยากหย่าแล้ว”

ฉันลอบสังเกตสีหน้าของจางเสวี่ยเฟิง ก็ไม่ได้เห็นแววตาดีใจอะไรจากใบหน้าของเขาเลย

“ก็ตามใจ” ชะงักไปไม่กี่วินาที ชายหนุ่มก็หยิบหนังสือสัญญาหย่าที่เซ็นไปครึ่งหนึ่งบนโต๊ะ ยัดใส่เครื่องย่อยกระดาษทันที

ข้อความป๊อปอัปเด้งขึ้นมาอีกครั้ง

[อะไรของนังนางรองวะเนี่ย ทำไมจู่ๆ เหมือนเพิ่งจะคิดได้]

[ซุนเสวี่ยเสวี่ยตาสว่างแล้วเหรอ เตรียมตัวเกาะขาอ่อนพระรองแล้วสิ? เสียดายที่ตอนนี้มันสายไปหน่อย ความแค้นของพระรองมันหยั่งรากลึกไปแล้วจ้า]

[ใครบอกว่าสาย เวลานี้แหละโคตรดี พวกแกไม่เห็นมุมปากพระรองตอนโยนใบหย่าทิ้งเหรอว่ามันฟินขนาดไหน? แล้วก็นะ ไอ้เครื่องย่อยกระดาษนี่ทำเอาฉันขำกลิ้งเลย ไอ้หมานี่มันกลัวนางรองจะเปลี่ยนใจวินาทีต่อไปขนาดไหนวะเนี่ย]

[นังนางรอง สู้เค้าต่อไป อย่าหยุด เอาให้หนักกว่านี้ พระรองเป็นอินคิวบัสสายยันเดเระ ศีลธรรมไม่มี ส่วนหล่อนก็เป็นนางร้าย ผีเน่ากับโลงผุจับคู่กันคือสวรรค์สร้างชัดๆ จับเขาให้อยู่หมัด แล้วยังต้องกลัวอะไรว่าจะสู้แม่นางเอกหลิวม่านไม่ได้อีก!]

ฉันใช้เวลาช่วงบ่ายนั่งทบทวนเรื่องราวทั้งหมด

ในที่สุดก็ตาสว่างและเข้าใจว่า โลกที่ฉันใช้ชีวิตอยู่นี้คือโลกในนิยายรักหวานแหววเรื่องหนึ่ง

หลิวม่านคือนางเอก ส่วนฉันคือนางร้ายที่ทำเรื่องเลวทรามสารพัด จนสุดท้ายต้องถูกพระรองกักขังหน่วงเหนี่ยวจนตาย

มิน่าล่ะ ไม่ว่าใครที่เข้าใกล้หลิวม่านต่างก็ต้องโดนตกกันเป็นแถว ราวกับว่าโลกทั้งใบหมุนรอบตัวหล่อนเพียงคนเดียว

วันนี้ฉันรับข้อมูลเข้ามาเยอะเกินไปจริงๆ

ตอนค่ำอาบน้ำเสร็จ ฉันเปิดมือถือหวังจะพักสมองสักหน่อย แต่กลับเจอคอมเมนต์ด่าทอสาดเสียเต็มไปหมด

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
12 Bab
บทที่ 1
“อะไรนะ?” จางเสวี่ยเฟิงปรือตาขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบท่าทางที่ไม่ยี่หระของเขาทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า ข้อความป๊อปอัปเมื่อกี้ฉันตาฝาดไปเองหรือเปล่าฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ วางปากกาที่เพิ่งเซ็นไปได้ครึ่งหนึ่งลง แล้วเค้นสมองหาคำอธิบาย“จู่ๆ ฉันก็ไม่อยากหย่าแล้วล่ะ เป็นสามีภรรยากันวันเดียวผูกพันร้อยวัน เราอยู่ด้วยกันมาตั้งสามปี ต่างคนต่างก็ชินที่มีกันและกันแล้ว เอาจริงๆ ฉันเองก็ขาดคุณไม่ได้เหมือนกัน…”พอพูดถึงตอนท้าย สีหน้าของชายหนุ่มก็ค่อยๆ เต็มไปด้วยความสงสัย ฉันเองก็ชักจะหมดความมั่นใจ เสียงเลยเบาลงเรื่อยๆการแต่งงานระหว่างฉันกับจางเสวี่ยเฟิงเป็นเรื่องบังเอิญเมื่อห้าปีก่อน ตั้งแต่บริษัทมีเด็กฝึกงานยากจนที่ชื่อหลิวม่านเข้ามาชีวิตที่เคยราบรื่นของฉันก็พังทลายไม่เป็นท่าเพื่อนสมัยเด็กที่เคยสัญญากันดิบดีว่าจะดูแลฉันไปตลอดชีวิตดันเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น แถมยังมาถอนหมั้นต่อหน้าสาธารณชน ทำเอาฉันเสียหน้าป่นปี้แม้แต่พ่อแม่ที่คอยตามใจฉันมาตลอด ก็ยังเปลี่ยนไปเข้าข้างหลิวม่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนฉันอิจฉาจนแทบคลั่ง เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ไม่มีใครต้องการฉันเลยประชดชีวิตด้วยกา
Baca selengkapnya
บทที่ 2
โซเชียลมีเดียแทบทุกแอปของฉันโดนทัวร์ลงยับเยิน ชาวเน็ตต่างพากันออกโรงทวงคืนความยุติธรรมให้หลิวม่านนางเอกของเรื่องเพื่อนสมัยเด็กจางเหว่ยส่งข้อความมาหา[ซุนเสวี่ยเสวี่ย อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ เธอแค่อยากใช้แผนสกปรกพวกนี้บีบให้ฉันเลิกกับอาม่านแล้วไปคบกับเธอ][หึ ลงทุนทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ก็แค่อยากเจอฉันไม่ใช่หรือไง ได้ สมใจเธอแล้ว บ่ายวันศุกร์เจอกันที่เดิม!]ฉันไม่ได้ตอบ บล็อกหมอนั่นทิ้งแล้วกดปิดหน้าจอมือถือข้อความป๊อปอัปหลั่งไหลเข้ามา[ไม่ได้จะฟอกขาวให้นะ แต่อันที่จริงความร้ายกาจของนางรองมันก็มีเหตุผลอยู่ คุณหนูบ้านรวยที่เคยหยิ่งผยอง ชั่วข้ามคืน ทั้งพ่อแม่ คนรัก เพื่อนฝูงกลับเมินเธอเหมือนโดนของ แล้วหันไปประคบประหงมผู้หญิงอีกคนแทน เป็นฉัน ฉันก็ประสาทแดกป้ะ][นางรองทั้งสวยทั้งรวย ทำไมถึงต้องแพ้ทุกทางให้กับนางเอกที่เป็นแค่ยัยซื่อบื้อหน้าใสที่แม้แต่ Word กับ WPS ยังแยกไม่ออก นิยายเฮงซวยนี่แม่งโคตรไร้ตรรกะ…][ถ้าฉันเป็นนักเขียนนะ จะตบนังนางเอกบ้าสักฉาด ตบไอ้พระเอกประสาทสักสองฉาด แล้วจับยัยนางร้ายกับพระรองยันเดเระล็อกกุญแจขังไว้ให้ร่วมรักด้วยความแค้น ไม่ปั๊มลูกให้ได้แปดคนห้ามออกจากห้องใ
Baca selengkapnya
บทที่ 3
แต่ก่อนทำไมไม่เคยสังเกตเลยนะ ว่าเวลาผู้ชายคนนี้เขินก็น่ารักดีเหมือนกันฉันสังเกตเห็นว่าปกเสื้อของจางเสวี่ยเฟิงมันเบี้ยว เลยเอื้อมมือไปกะจะจัดให้เข้าที่สักหน่อย“อย่าแตะ” เสียงห้ามปรามเย็นเยียบดังข่มลงมาดุชะมัดฉันชะงักไปทันที นึกถึงข้อความป๊อปอัปที่เพิ่งเถียงกันเมื่อกี้ก็จริงอย่างว่า สามปีมานี้ฉันไม่เคยทำดีกับจางเสวี่ยเฟิงเลยสักครั้ง ตรงข้ามกับหลิวม่านที่ทำตัวเป็นพระอาทิตย์ดวงน้อยคอยให้กำลังใจเขาให้ออกจากเงามืดอย่างอบอุ่นจางเสวี่ยเฟิงจะเกลียดฉันก็เป็นเรื่องปกติแหละฉันหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ แล้วชักมือที่ค้างอยู่กลางอากาศกลับมา “ตอนคุณออกไปก็อย่าลืมปิดประตูด้วยล่ะ ฉันจะนอนแล้ว”ชายหนุ่มปิดประตู แต่กลับไม่ยอมออกไป แถมยังก้าวเข้ามาหาฉันทีละก้าวเสียงหอบหายใจร้อนแรงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ขอบตาแดงก่ำน่ากลัวเพราะพยายามอดกลั้นในที่สุดฉันก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ “จางเสวี่ยเฟิง คุณเป็นอะไรไปน่ะ เป็นไข้เหรอ?”ข้อความป๊อปอัป[พูดให้ถูกคือ… อาการรัทกำเริบจ้า ไม่ใช่นะพระรอง แกจะคลั่งรักเกินไปไหม นางรองก็แค่วางท่าอ่อยเล่นแก้เบื่อ แกดันฟินจัดจนทำเอาช่วงรัทมาถึงก่อนกำหนดเลยรึไง]“ช่วงรัทเน
Baca selengkapnya
บทที่ 4
วินาทีที่ริมฝีปากและปลายลิ้นสัมผัสกัน จางเสวี่ยเฟิงก็พลิกกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมทันที ฝ่ามือใหญ่ที่อุ่นจัดของเขาล็อกท้ายทอยฉันไว้แน่นอากาศในปอดถูกสูบออกไปอย่างเอาแต่ใจ ทำเอาฉันแข้งขาอ่อนระทวยไปหมดไม่รู้ว่ามี “เชือก” สีดำเส้นหนามาพันรอบเอวฉันตั้งแต่เมื่อไหร่มันรัดแน่นเกินไปจนฉันรู้สึกเจ็บ ร้องอู้อี้ในลำคอ พยายามจะปัดมันออกไปด้านข้าง“ขอโทษ อย่า… อย่ามองนะ…” จางเสวี่ยเฟิงเหมือนเพิ่งได้สติ รูม่านตาของเขาหดเกร็งวูบ พยายามอย่างเอาเป็นเอาตายที่จะซ่อนหางที่โผล่ออกมาเพราะอารมณ์พุ่งพล่านยังไม่ทันที่ฉันจะตั้งตัวได้ ชายหนุ่มก็วิ่งเตลิดเปิดเปิงออกจากห้องไปแล้วไม่นานนัก ก็มีเสียงรื้อค้นลิ้นชักดังโครมครามมาจากห้องทำงานข้างๆ กลิ่นยาที่ไม่คุ้นเคยลอยคละคลุ้งไปทั่วอากาศฉันเกาะตู้เสื้อผ้าไว้ พยายามสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด พลางมองดูข้อความป๊อปอัปที่เลื่อนไหลไปมา[จางเสวี่ยเฟิง ไอ้ลูกหมา เอ็งกลับมาเดี๋ยวนี้นะ! พ่ออุตส่าห์ถอดกางเกงรอแล้ว เอ็งจะวิ่งหนีทำซากอะไร][พอเหอะ มีฉันคนเดียวใช่ไหมที่สงสารพระรอง เพราะเป็นอินคิวบัสเลยโดนรังแกโดนดูถูกมาตั้งแต่เด็ก อุตส่าห์ดีใจได้แต่งงานกับรักแรกเข้าบ้าน แต่ร
Baca selengkapnya
บทที่ 5
[ทำไมฉันถึงรู้สึกตะหงิดๆ ว่าจุดเชื่อมโยงของพล็อตเรื่องตรงนี้มันกำลังจะมีเรื่องซวยๆ เกิดขึ้นนะ แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก]ตอนบ่ายฉันตั้งใจแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ แล้วไปถึงร้านกาแฟแถวบริษัทของจางเสวี่ยเฟิงก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมงสั่งขนมหวานมาทาน ก้มหน้ากินไปเรื่อยเปื่อยอย่างอารมณ์ดีเสียงเลื่อนเก้าอี้นั่งดังมาจากฝั่งตรงข้ามฉันยิ้มกว้างอย่างดีใจ “ที่รักคะ ลองชิมนี่ดูสิ…”แต่วินาทีที่เงยหน้าขึ้นมา กลับพบว่าคนตรงหน้าไม่ใช่จางเสวี่ยเฟิงจางเหว่ยจ้องมองชุดเดรสเกาะอกสีแดงสุดเซ็กซี่กับเมคอัพที่แต่งมาอย่างประณีตของฉัน แล้วแค่นหัวเราะเบาๆ“ซุนเสวี่ยเสวี่ย ชอบฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงขั้นกล้าเรียกฉันว่าที่รักเต็มปากเต็มคำขนาดนี้”ฉันขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงด้วย เลยลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนีแต่กลับถูกจางเหว่ยคว้าข้อมือเอาไว้“ปล่อยนะ สามีฉันอยู่แถวนี้”“เลิกเสแสร้งได้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอยากประชดฉัน คนหยิ่งยโสอย่างเธอจะยอมแต่งงานกับไอ้ตัวประหลาดครึ่งผีครึ่งคนอย่างจางเสวี่ยเฟิงเหรอ อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ สามปีมานี้เธอไม่เคยยอมให้มันแตะต้องตัวเลยสักนิด”สายตาของจางเหว่ยหลุบต่ำลงมาที่ริมฝีปากสีแดงระเรื่อข
Baca selengkapnya
บทที่ 6
“ซุนเสวี่ยเสวี่ย”จางเหว่ยเดินตามออกมาจากร้านกาแฟ เขามองฉันกับจางเสวี่ยเฟิงที่ยืนเคียงข้างกัน“เธออายุยี่สิบกว่าแล้วนะ ทำไมยังใช้วิธีเด็กๆ แบบนี้อยู่อีก คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะหึงหรือไง”ฉันสอดประสานนิ้วมือเข้ากับจางเสวี่ยเฟิงผ่านแขนเสื้อ จับมือเขากุมไว้แน่น“จางเหว่ย ฉันไม่ได้ชอบนายแล้ว ฉันแต่งงานแล้ว มีสามีแล้ว รบกวนวันหลังอย่ามารังควานฉันอีก”“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันกับหลิวม่านเลิกกันแล้ว ตอนนี้ฉันโสดล่ะ” จางเหว่ยจ้องมองฉันด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนคนถือไพ่เหนือกว่าฉันกะจะก้าวเดินไปข้างหน้า แต่กลับสัมผัสได้ถึงแรงดึงพอหันไปก็พบว่าจางเสวี่ยเฟิงยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาบีบมือฉันกลับแน่นมาก ปลายนิ้วของเขาสั่นระริกนิดๆเขากำลังกังวล“พวกนายจะเลิกกันแล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ” ฉันตอกกลับอย่างเริ่มรำคาญ “อย่าว่าแต่โสดเลย ต่อให้นายเปลี่ยนไปชอบผู้ชายมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่ดี อย่าขวางทาง ไสหัวไปซะ”ตอนเป็นวัยรุ่นเพิ่งรู้จักความรัก ฉันเคยหวั่นไหวกับจางเหว่ยที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กจริงๆ นั่นแหละแต่หลังจากนั้น เขาก็เอาแต่เข้าข้างหลิวม่านครั้งแล้วครั้งเล่า คอยซ้ำเติมและมองดูฉันถูกทำ
Baca selengkapnya
บทที่ 7
คำพูดทำนองนี้ไม่ได้เพิ่งโผล่มาเป็นครั้งแรก ฉันใจหายวาบ หมดอารมณ์จะดูรายการต่อเลยโชคดีที่ปลาเปรี้ยวหวานของจางเสวี่ยเฟิงทำเสร็จพอดีฉันกินอย่างเอร็ดอร่อยไปหลายคำใหญ่ๆ แล้วหันไปมองผู้ชายที่นั่งตัวตรงแหน่วอยู่ข้างๆ“คราวก่อนที่ฉันกับหลิวม่านตกทะเลไปด้วยกันจนไข้ขึ้นตั้งสี่สิบองศา ปลาเปรี้ยวหวานชามนั้นที่คุณป้ายกมาให้ จริงๆ แล้วคุณเป็นคนทำใช่ไหม?”“ไม่ใช่” จางเสวี่ยเฟิงเตือน “เวลากินข้าวห้ามพูด”น่าเสียดายที่ในพจนานุกรมของคนอย่างฉันไม่มีคำว่า ‘เชื่อฟัง’ ซะด้วยสิ ฉันเลยถามเซ้าซี้ต่อ“คอมเมนต์ด่าพวกนั้นคุณก็เป็นคนสั่งให้คนไปลบเหรอ มีคนบอกว่าฉันเป็นรักแรกของคุณ ตกลงคุณเริ่มชอบฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ก่อนหน้านี้เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอ?”“เสวี่ยเสวี่ย…”นี่เป็นครั้งแรกที่จางเสวี่ยเฟิงเรียกชื่อฉันฉันเบะปาก “โอเคๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ฉันอิ่มแล้วล่ะ จะไปโทรหาจางเหว่ยสักหน่อย ถามดูว่าเขาถึงบ้านหรือยัง”ฉันลุกจากโต๊ะอาหาร แกล้งทำเป็นหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์ทันใดนั้นก็มีเสียงมีดหล่นกระทบพื้นฉันหันขวับไปมอง จางเสวี่ยเฟิงกำลังบีบปลายนิ้วที่มีเลือดซึมออกมา สายตามองไปทางอื่น ขนตาหนางอนสั่นไหวเบา
Baca selengkapnya
บบที่ 8
ภาพตรงหน้าค่อยๆ เลือนรางลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มจูบซับหยาดน้ำตาที่หางตาฉันอย่างอ่อนโยน แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงโทษตัวเอง“ขอโทษนะ สุดท้ายผมก็ทำให้คุณแปดเปื้อนจนได้…”ฉันออกแรงผลักแผงอกของคนตรงหน้าอย่างอ่อนระโหยโรยแรง ต้องเป็นฝ่ายรองรับครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่อาจขัดขืน“จางเสวี่ยเฟิง หยุดนะ มันร้อน… ตรงนั้น ตรงนั้นไม่ได้นะ…”“เสวี่ยเสวี่ยคนเก่ง เรียกผมอีกหน่อยสิ อีกแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”ฉันยอมทำตามอย่างว่าง่าย เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนระทวย “จางเสวี่ยเฟิง ที่รัก… พี่เสวี่ยเฟิง…”“เด็กดี…”คนโกหก ไอ้คนตอแหลไอ้คำว่า ‘อีกแป๊บเดียว’ บ้าบออะไรปาเข้าไปตั้งสามชั่วโมง!ข้อความป๊อปอัป[ฉันอุตส่าห์เปย์เติมวีไอพีให้นิยายกากๆ เรื่องนี้แล้วนะ มีฉากไหนที่เมมเบอร์ผู้ทรงเกียรติอย่างฉันดูไม่ได้อีก][แม่งเอ๊ย คู่พระนางประสาทแดกห้องข้างๆ ดราม่าจะเป็นจะตาย ฉันดันไม่รู้สึกรู้สาอะไรแถมยังแอบอยากขำ แต่คู่รักวายร้ายคู่นี้แค่จุ๊บปากกันเบาๆ ทำเอาฉันฟินจนน้ำตาไหลเลย][ใครเข้าใจบ้าง โคตรได้ฟีลเลยโว้ย ความต่ำต้อยที่ฝังอยู่ในสายเลือดของจางเสวี่ยเฟิงทำให้เขารู้สึกว่าการทำแบบนี้คือการทำให้รักแรกของตัวเองต้องแปดเป
Baca selengkapnya
บทที่ 9
หลิวม่านที่ปกติชอบโชว์หน้าสดท้าฟ้าดิน คราวนี้กลับเปลี่ยนมาใส่ชุดราตรีกับรองเท้าส้นสูง แต่ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ของหล่อนมันช่างดูขัดหูขัดตากับบรรยากาศรอบข้างเสียเหลือเกินแม่กำลังจัดหน้าม้าให้หล่อนอย่างเอ็นดูพอเห็นฉัน หลิวม่านก็ยิ่งพุ่งเข้าไปควงแขนแม่หน้าตาเฉย“แม่คะ ดูสิ น้องเสวี่ยเสวี่ยก็มาด้วย”ฉันสงสัยว่าตัวเองคงหูฝาดไป “เธอเรียกแม่ฉันว่าอะไรนะ?”“ใช่จ้ะ เสวี่ยเสวี่ย เธอยังไม่รู้ล่ะสิ ฉันฝากตัวเป็นลูกบุญธรรมของคุณป้าแล้วนะ เมื่อก่อนเราอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดหรือไม่พอใจกันบ้าง แต่ไม่เป็นไรหรอก ต่อไปนี้เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”พ่อทำหน้าปลาบปลื้มใจ “หลิวม่านนี่เป็นเด็กใจกว้างจริงๆ รู้จักรักใคร่ปรองดอง ไม่เหมือนเสวี่ยเสวี่ย โตมากับปู่กับย่า นิสัยก็เลยดื้อด้านหัวรั้น ไม่เคยสนิทสนมกับพวกเราเลย”“น้องเสวี่ยเสวี่ย นี่การ์ดเชิญงานหมั้นของฉันกับจางเหว่ยนะ คิดไปคิดมา เอามาให้เธอด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า”“ใครเป็นน้องเธอไม่ทราบ” ฉันรับการ์ดเชิญมา แล้วก็โยนทิ้งลงถังขยะไปอย่างไม่ไยดี“ซุนเสวี่ยเสวี่ย จะทำเกินไปแล้วนะ” พ่อปั้นหน้าขรึมใส่ฉัน “ขอโทษม่านม่านเดี๋ยวนี้”“แค่นี้มันยังน้อยไป” ฉัน
Baca selengkapnya
บทที่ 10
“พี่จาง คุณ… คุณคือสามีของซุนเสวี่ยเสวี่ยเหรอ?”หลิวม่านยืนขึ้นอย่างทุลักทุเล มองฉันสลับกับจางเสวี่ยเฟิงด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ[มาแล้วๆ ฉากโป๊ะแตกในตำนานกำลังจะมาแล้ว ก่อนหน้านี้หลิวม่านไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของจางเสวี่ยเฟิงมาตลอด คอยทำตัวเป็นพระอาทิตย์ดวงน้อยมอบความอบอุ่นให้พระรองตั้งเยอะ ในใจพระรองหล่อนอาจจะสำคัญไม่แพ้นางรองก็ได้นะ][เมนต์บน ที่แกบอกว่ามอบความอบอุ่นน่ะ คงไม่ได้หมายถึงตอนที่หลิวม่านเข้าใจผิดคิดว่าจางเสวี่ยเฟิงเป็นคนยากไร้ เลยซื้อนมอุ่นมาให้แล้วทำหกใส่ตัวพระรองจนหมดแก้วหรอกนะ โอเค อบอุ่นจริงๆ นั่นแหละ อบอุ่นทางกายภาพอะนะ][บางทีก็รู้สึกว่านางเอกแม่งโคตรแอ๊บใสเลยว่ะ ดูของแบรนด์เนมทั้งตัวที่พระรองใส่สิ ดูยังไงถึงเหมือนคนไม่มีข้าวจะกินวะ? แต่น่าแปลกที่พวกผู้ชายในเรื่องดันซื่อบื้อหลงกลหล่อนกันหมด เฮ้อ]จางเหว่ยทำหน้าสงสัย “อาม่าน เธอรู้จักจางเสวี่ยเฟิงด้วยเหรอ?”หลิวม่านพยักหน้า สีหน้ายิ่งดูน่าสงสารน่าเวทนาขึ้นไปอีก“คิดไม่ถึงเลยว่าคนดีๆ อย่างพี่จาง จะมาคบกับ…”“จะมาคบกับผู้หญิงอย่างฉัน ใช่ไหมล่ะ” ฉันช่วยต่อประโยคครึ่งหลังให้หลิวม่านด้วยน้ำเสียงเย็นชาหลิวม่านยัง
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status