หน้าหลัก / รักโบราณ / ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า / ๑๒ ข้าเคยใช้แรงงานเจ้าหรือ…หา!

แชร์

๑๒ ข้าเคยใช้แรงงานเจ้าหรือ…หา!

ผู้เขียน: ซูเมี่ยวหลิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-31 15:38:27

๑๒

ข้าเคยใช้แรงงานเจ้าหรือ…หา!

เย่หยูเหวินทราบว่าเมื่อคืนสวามีค้างที่หมู่บ้านซ่งชู่ นางจึงแอบเขามาที่ไร่องุ่นที่เห็นเมื่อวานเพื่อมาสมัครเป็นคนงานถางหญ้า

“สมัครงาน!”

“เจ้าค่ะ สมัครงาน เมื่อวานข้าผ่านทางนี้เห็นทำงานกันอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นเลยจะมาสมัครเป็นคนงานเจ้าค่ะ”

เจ้าของไร่องุ่นชายวัยกลางคนเผลอไล่สายตามองคนมาสมัครงานตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนที่จะไล่จากปลายเท้าขึ้นด้านบนอีกครั้ง

“คุณหนู ไร่องุ่นของข้ามิใช่สวนดอกไม้ คุณหนูมา สมัครงานผิดที่แล้ว”

“ข้าทราบเจ้าค่ะว่าที่นี่ไร่องุ่น รับคนสวนอย่างเราสองคนเพิ่มหรือไม่เจ้าคะ ค่าจ้างเท่าไรเราก็รับเจ้าค่ะ…แต่ถ้าได้ไม่เท่าที่ข้าคาดหวังเอาไว้ ขอเอาองุ่นกลับไปทานด้วยได้หรือไม่” เย่หยูเหวินมองไปทางเถาองุ่น กลืนน้ำลายอึกเมื่อเห็นองุ่นสีเขียวลูกใหญ่น่าทาน

เจ้าของสวนเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจ เดินไปตัดองุ่นให้สามพวงใหญ่ใส่ตะกร้าแล้วยื่นให้เย่หยูเหวิน

“หากคุณหนูอยากทานองุ่นก็เอาไปเถิด แต่ไม่ต้องมาสมัครงานที่นี่แล้ว ข้าดูแลไม่ไหว ไม่กล้ารับผิดชอบ”

เจียวเจียวรีบยื่นมือไปรับตะกร้าเพราะคุณหนูของนิ่งอึ้งไปแล้ว ดึงสติตัวเองกลับมาได้ก็ตอนที่เจียวเจียวสะกิด
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก

บทล่าสุด

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๒๒ บทส่งท้าย

    ๒๒บทส่งท้ายเสนาบดีหลิวที่ก่อนหน้านี้ยังเป็นขุนนางที่มีคนนับหน้าถือตาไม่ยิ่งหย่อนไปว่าอัครมหาเสนาบดี ยามนี้ถูกตัดสินให้เป็นผู้หมิ่นเบื้องสูง สอบสวนเพิ่มเติมและลงอาญาแต่เนื่องจากเขาคือนักโทษที่เจ้าแผ่นดินหมายตาเอาไว้ ผู้คุมขังผู้สอบสวนไม่คิดผ่อนปรน ใช้วิธีทรมานเฆี่ยนไม่ยั้งจนกว่าจะรับคำสารภาพตอนแรกเสนาบดีหลิวย่อมไม่รับสารภาพ จนกระทั่งฮ่องเต้มีรับสั่งให้ใช้วิธีของกองทัพยามเค้นไส้ศึก เอาเหล็กร้อนจี้ที่จุดกึ่งกลางกายชายหนุ่ม หลิวยี่ฉิงถึงได้ยอมรับสารภาพ โทษตัดสินประหารชีวิตกลางเมืองส่วนหลิวกุ้ยเฟยที่ไม่มีโอกาสได้ถวายตัวเลยสักครั้งถูกเนรเทศเป็นสามัญชนแนวชายแดนเรื่องราวของตระกูลหลิวเป็นที่พูดถึงทั่วทั้งแคว้น แม้แต่ในวังหลวงก็ยังพูดเรื่องของเสนาบดีหลิวอยู่ เช่นยามนี้กำลังเป็นหัวข้อสนทนาระหว่างไทฮองไทเฮาและไทเฮา“สตรีตระกูลเย่วาสนาสูงส่งนัก ฝ่าบาทยอมลงโทษขุนนางใหญ่เพียงเพราะเขาจ้างวานนักฆ่าไปปลิดชีพนาง ชาวเมืองลือกันทั่ว ฝ่าบาทมั่นในรัก ทรงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้หญิงงามมาครอบครอง”คำพูดยืดยาวของไทฮองไทเฮามีเพียงจุดเดียวเท่านั้นที่ไม่ถูกพระทัยไทเฮา“พี่หญิงกล่าวว่าเพียงจ้างวานหรือ”ไทฮองไทเ

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๒๑ ชัยชนะมอบแด่เจ้า

    ๒๑ชัยชนะมอบแด่เจ้าการศึกชายแดนกินเวลาราวสองเดือนก็จบลง ฮ่องเต้ตูชานโถวสามารถพาทหารเรือนแสนกำชัย ชูธงแคว้นต้าชานโบกสะบัดลมพัดพลิ้ว กลับเมืองหลวงโดยเสียเลือดเนื้อไม่มากกองทัพหลวงจะเดินทางมาถึงเมืองหลวงวันนี้ ถูชานเฟิงตื่นเต้น สองเดือนที่ผ่านมาเขาได้รับข่าวสารผ่านสายข่าว ดูการสู้รบผ่านการบรรยายทางตัวอักษรจึงเฝ้ารอที่จะได้ฟังการถ่ายทอดเรื่องราวการศึกแล้ว “หยูเหวิน” “…”“หยูเหวินตื่น เช้าแล้ว วันนี้เราต้องไปรับเสด็จ จำมิได้หรือ” ตูชานเฟิงกระซิบข้างหูพระชายาเสียงแหบพร่า สูดกลิ่นตรงซอกคอหอมกรุ่นแล้วคลอเคลียนางการกระทำนี้เป็นไปเพื่อ ‘ปลุก’ แต่หากเช้านี้ได้มากกว่านั้น เขาจะถือว่าเป็นกำไร!“...ท่านอ๋อง หม่อมฉันบอกพระองค์แล้วว่าไม่ต้อง ๆ เมื่อคืนก็ยังเคี่ยวกรำหม่อมฉันทั้งคืน เหนื่อยสายตัวแทบขาดอย่าพูดถึงเดินเหินเลยเพคะ แค่ลุกขึ้นนั่งจากเตียงยังยาก”เย่หยูเหวินอยากร้องไห้ ยิ่งตอนที่ผิวหนังสัมผัสได้ถึงจมูกโด่ง ลมหายใจอุ่นร้อน สัญญาณเริ่มการโหมกายลงร่างกายนาง ร้องไห้ไปแต่ก็ต้องตอบสนองมีอยู่จริง เมื่อคืนเป็นหนึ่งในคืนที่นางมอบกายถวายเขา ร่างกายที่เคยเป็นของนางคนเดียว…มิใช่อีกแล้ว!“เช่นนั้นนอ

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๒๐ เปิ่นกงกลับมาแล้ว

    ๒๐เปิ่นกงกลับมาแล้ว ขบวนเดินทางรับเสด็จฮองเฮาและองค์รัชทายาทเข้าสู่เมืองหลวง มีชาวเมืองจำนวนมากมาต้อนรับ ไม่เหมือนครั้งที่ออกจากเมืองหลวง สิ่งที่ทำให้เย่หยูเหวินและเย่เฉิงมี่ดีใจที่สุดคือการเห็นบิดาและน้องชายบุญธรรมมารอรับหน้าประตูเมืองโดยที่ร่างกายไม่มีจุดใดบุบสลาย “ท่านพ่อ…” เย่หยูเหวินขอลงจากรถม้าต่างจากเย่เฉิงมี่ที่เปิดหน้าต่างรถม้าออกเล็กน้อย ดูให้แน่ใจว่าบิดาไม่ได้รับอันตรายใด “คำนับพระชายา” เย่หยูเหวินรีบดึงเย่หวงซู่ ไม่ให้เขาทำความเคารพตน แม้จะทราบว่าบิดามิใช่คนซื่อมือสะอาด แต่ที่ผ่านมาเขาปฏิบัติต่อนางอย่างดีมาตลอด “ไม่ต้องเจ้าค่ะท่านพ่อ” ตูชานเฟิงลงจากม้าเดินเข้ามาคารวะพ่อตา เย่หวงซู่ผงกศีรษะคารวะตอบทั้งยังโค้งต่ำกว่าเขยสูงศักดิ์ “คำนับท่านอ๋อง” “หลายวันมานี้ท่านพ่อตาลำบากแล้ว” “มิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเข้าใจเรื่องนี้ดี ฝ่าบาททรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ไม่เพียงคืนตำแหน่งให้กระหม่อมเท่านั้นแต่ยังส่งคนไปเชิญเสด็จฮองเฮาและองค์รัชทายาทหวนคืนสู่วังหลวง ทรงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น”

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๑๙ เวลาพักผ่อนหมดลงแล้ว

    ๑๙เวลาพักผ่อนหมดลงแล้วสถานการณ์ทางหมู่บ้านซ่งชู่กลับสู่สภาพปรกติ ชาวบ้านช่วยกันดับไฟส่วนที่เสียหายเตรียมซ่อมวันพรุ่งนี้ เรือนใครเสียหายมากนอนเรือนเพื่อนบ้านมือสังหารที่สิ้นชีพในหมู่บ้านถูกลากไปเผารวมกันอยู่ที่เนินเตี้ย ไม่ฝังเอาไว้ให้รกพื้นที่ทำกิน“ดีที่ดับไฟกันได้ทุกหลัง ดีที่สุดคือไม่มีใครเป็นอันใด มิเช่นนั้นพี่ได้รู้สึกผิดไปชั่วชีวิตแน่”เย่เฉิงมี่เอ่ยในยามที่ฟังคำรายงานจากองครักษ์ทั้งหลายแล้ว ไม่ต้องรอการสอบสวนนางก็ทราบว่ามือสังหารพุ่งมาที่ใคร ที่ผ่านมาหมู่บ้านซ่งชู่สงบเงียบ นางเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าควรอยู่ที่นี่ต่อหรือไปจากที่นี่ คืนความสงบสุขให้กับทุกคน“พี่หญิง สีหน้าพี่หญิงดูไม่ดีเลยเจ้าค่ะ”“พี่แค่…รู้สึกผิดกับทุกคน หรือว่าพวกเราควรไปจากที่นี่ ยอมแพ้เสีย” ปลายเสียงเย่เฉิงมี่แผ่วเบาเพราะการที่นางเอ่ยคำนี้ออกมาไม่ต่างอันใดกับการตอบตกลงกลับเมืองหลวงแล้วรับตำแหน่งฮองเฮาอีกครั้ง“พี่หญิง…”เย่หยูเหวินไม่รู้ว่าตนจะปลอบพี่สาวอย่างไรนอกจากยื่นมือไปบีบมือบาง ให้กำลังใจกันและกันในยามยากลำบาก“พี่ไม่เป็นไร” เย่เฉิงมี่บีบมือน้องสาวตอบตูชานเฟิงเห็นเย่เฉิงมี่เริ่มให้ความสนใจรอบน

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๑๘ เมื่อไม่อยากให้กลับยิ่งต้องกลับไปให้ได้

    ๑๘เมื่อไม่อยากให้กลับยิ่งต้องกลับไปให้ได้เมื่อเปิดตัวแล้วว่าเป็นคู่สามีภรรยาทั่วไปมิใช่มีพื้นที่ระหว่างกัน ทะเลาะกันมากกว่าปราศรัย คืนนี้ตูชานเฟิงก็ย้ายมานอนกับเย่หยูเหวินที่เรือนหลังน้อย “ท่านอ๋อง คืนนี้ห้ามยุ่งกับหม่อมฉันนะเพคะ”ตูชานเฟิงชะงักในตอนที่กำลังเอนกายลงนอนข้างพระชายา จากที่ตอนแรกจะเข้านอนได้เปลี่ยนมานั่งกอดอกมองหน้านาง“เห็นเปิ่นหวางเป็นบุรุษมักมากในกามหรือ สามีภรรยานอนคุยกันไม่ได้เลย” ปลายเสียงสูง“ก็…เพคะ! ในใจหม่อมฉันท่านอ๋องเป็นคนเช่นนั้น อีกอย่างเมื่อช่วงเย็นท่านอ๋องก็เพิ่งตรัสว่าหากหม่อมฉันปรนนิบัติได้ถึงใจจะไม่รับชายารอง”เมื่อหาคำแก้ตัวไม่ได้และอยากทราบความจริง เย่หยูเหวินจึงเปลี่ยนใจถามสวามีตามตรง จิตใจจะได้ไม่ฟุ้งซ่านเพราะคิดไปเอง “คืนนี้ไม่แล้ว แคร่ไม้ไผ่ไม่แข็งแรงพอรองรับพละกำลังของเปิ่นหวาง” …!!!“หน้าแดงอีกแล้ว เผลอคิดไปเองอีกแล้วหรือ”ใบหน้าที่ฉายความล้อเลียนของเขาทำหญิงสาวอายยิ่งกว่าโดนจับได้เรื่องที่คิดไปเอง ทำหน้าตัดพ้อเขาแล้วนอนหันหลังให้ทันที “ราตรีสวัสดิ์เพคะ…อะ!”เย่หยูเหวินร่างแข็งทื่อเมื่อโดนสวมกอดจากด้านหลัง แผ่นหลังแนบชิดแผ่นอก ลมหายใจอุ่นร

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๑๗ มิอาจอยู่เล่นที่นี่ได้อีกแล้ว

    ๑๗มิอาจอยู่เล่นที่นี่ได้อีกแล้ว“เปิ่นหวางจะปลูกผักไปทำไมในเมื่อหลานรักปลูกอยู่แล้ว ทำต่อไป เจ้าทำได้…สู้!”สองน้าหลานมองท่าให้กำลังใจจอมปลอมนี้ด้วยสีหน้าปั้นยาก ตูชานเฟิงเห็นสีหน้าเช่นนี้พลันกอดอกถามอย่างเอาเรื่อง (ที่ไม่จริงจังมากนัก)“มองเปิ่นหวางเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”“เสด็จอาดูแปลกไปพ่ะย่ะค่ะ”คำพูดนี้ไม่เพียงทำให้ตูชานเฟิงร้อนตัวเท่านั้น เย่หยูเหวินที่ร้อนตัวไปเช่นกันตั้งคำถามพร้อมสวามี“แปลกไปอย่างไร/แปลกหรือ” เย่หยูเหวินตูชานเฟิงตูชานหลินกอดอกหรี่ตามองทั้งคู่“ตอนแรกข้าก็คิดว่าแปลกอยู่นิดหน่อย แต่พอท่านทั้งสองถามพร้อมกันเช่นนี้ยิ่งดูแปลกขึ้นไปใหญ่ หรือว่าไปแอบทำอันใดมิถูกมิควร”“จะ เจ้าคิดมากแล้ว เราอภิเษกกันอย่างถูกต้องตามประเพณี หนังสือสมรสก็ลงนามแล้ว จะใช้คำว่าแอบได้อย่างไร” เย่หยูเหวินหัวเราะกลบเกลื่อนไม่ดูหน้าสวามีที่ถึงกับตาโต เพราะคำพูดเมื่อครู่ได้เผยความจริงทั้งหมดแล้ว“อ้อ ที่แท้ก็แอบทำเรื่องนี้กันนั่นเอง แท้จริงแล้วท่านน้ากับเสด็จอายังไม่ผ่านการเข้าห้องหอกันใช่หรือไม่ ช่วงนี้เสด็จอามาวอแวกับท่านน้าเพราะหลงเสน่ห์จนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว หรืออาจจะเป็นวันเช็ดตัว หรืออา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status