ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด

ข้ามภพมาเป็นแม่ค้าลูกติด

last updateآخر تحديث : 2026-02-25
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
85فصول
2.8Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

โสดอยู่ดีๆ พอรู้ตัวอีกทีว่าดันข้ามภพมาเท่านั้นเธอก็ว่าซวยหนักมากแล้วกลับยังมาถูกสามีทอดทิ้งไปแต่งานใหม่ดูเหมือนโชคชะตาจะยังเล่นตลกกับเธอไม่พอเพราะยังดั๊นเผือกมีลูกสาวติดมาอีกหนึ่ง อกอีเดือนจะแตกจร้า!

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

บทนำ

ตื่นมาข้าก็ดันมีลูกสาว!

บรรยากาศหนาวเย็นทำให้เดือนจรัสเริ่มรู้สึกตัวตื่นมาจากความทุกข์ทรมานที่ต้องอดทนนอนเป็น ‘ซากเน่า’ นับจากหนึ่งเดือนก่อนที่ป้าสะใภ้กับลุงได้ใช้เงินมรดกของเธอกันอย่างสบายมือ แต่กลับทอดทิ้งไม่ดูแลเธอผู้เป็นเจ้าของเงินทอง บ้านและ ทุกสิ่งทุกอย่างเลยมานานนับเดือน

"ท่านแม่...ท่านแม่..."

เสียงหวานใสของเด็กหญิงวัยไม่น่าจะเกินสี่ขวบดังมาจากดินแดนไกลแสนไกล เดือนจรัส เด็กสาวผู้ป่วยติดเตียงจะลุกนั่งหรือเดินยังไม่ได้จึงค่อย ๆ ขยับเปลือกตาลืมขึ้นมาอย่างเนิบช้า

"ท่านแม่!...ท่านยายเจ้าคะ ท่านแม่ลืมตาขึ้นมาแล้วเจ้าค่ะ"

...เสียงดังจากที่ไหนกัน?...

นั่นคือสิ่งแรกที่เดือนจรัสพยายามนึก เพราะที่บ้านคุณลุงกับคุณป้าของเธอไม่มีเด็กเลยสักคน ทว่ายังไม่ทันหายสงสัย เด็กสาวที่ขนาดปลายนิ้วยังกระดิกเองแสนยากเย็น หากแต่ในเวลานี้เดือนจรัสกลับยกแขนยกมือขึ้นมาขยี้ตาได้อย่างสบาย

ดวงตาที่ยังตื่นไม่เต็มตาจึงลืมโพลงขึ้นมาทันควัน จากนั้นไม่ใช่เพียงแขนแต่ขาสองข้างก็ยังขยับยกขึ้นมากอดหัวเข่าได้หรือขนาดเธอลองลุกขึ้นมานั่งเดือนจรัสก็ทำได้!?

...นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?...

"ท่านแม่ตื่นแล้ว หิวหรือไม่ จะดื่มน้ำไหมเจ้าคะ"

ภาพของเด็กหญิงวัยราวสี่ขวบที่ปีนเตียงขึ้นมาแล้วเอื้อมเอามืออวบอั๋นนั้นจับไปตามแก้ม ตามลำคอ และเรียวแขนจนไปถึงมือเรียวสวยแต่หยาบกระด้างไม่น้อยบอกแก่เดือนจรัสได้ดีว่ามือคู่นี้คงผ่านการทำงานหนักมาไม่น้อย

"ท่านแม่หรือ?...ข้าคือแม่ ส่วนเจ้าคือลูกอย่างนั้นหรือ!?"

เดือนจรัสรับน้ำจากถ้วยที่มือเล็กกลมป้อมนั้นเทใส่มาจนเต็มถ้วยขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแล้วจึงค่อยพึมพำออกไปอย่างไม่ตั้งใจถามเด็กหญิงตรงหน้า เธอคล้ายจะทบทวนแล้วถามตนเองมากกว่า

"ใช่ นี่ข้าเผยหว่าหวา บุตรสาวของท่านแม่เผยหว่านอี หลานของท่านยายเฉียวอิ๋นเจ้าค่ะ"

เด็กหญิงกล่าววาจาชัดถ้อยชัดคำ แต่ที่สะดุดหูก็ตรงที่เด็กแก้มเป็นพวงผู้นี้นางมิได้เอ่ยนามของบิดาเลย

"เจ้าออกไปวิ่งเล่นด้านนอกก่อนไปหว่าหวา ขอแม่นอนพักอีกหน่อย"

"ได้เจ้าค่ะ หว่าหวาจะไปช่วยท่านยายเก็บผักก่อนนะเจ้าคะ ท่านแม่นอนพักอีกสักหน่อยเผื่ออาการป่วยไข้จะได้หายเร็วขึ้น"

เด็กหญิงวัยสี่ขวบว่าง่ายปีนลงจากเตียงไปแล้วก็ปิดบานประตูให้นางอีกด้วย ความจริงเดือนจรัสไม่ได้จะนอนต่อ หากแต่ว่าสาวน้อยกำลังจะคิดทบทวนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตนเองกันแน่

เธอ...นางสาวเดือนจรัส เทวารักษา อายุสิบหกปี เมื่อสามเดือนก่อนระหว่างติดตามบิดากับมารดาไปทำงานที่ต่างจังหวัดแล้วรถก็เกิดอุบัติเหตุ บิดากับมารดาของเธอเสียชีวิตพร้อมกันในที่เกิดเหตุ ส่วนเธอบาดเจ็บสาหัส สุดท้ายกลายเป็นคนป่วยอัมพาตตั้งแต่ลำคอนั้นลงไป แต่เพราะเงินชดเชยกับเงินประกันต่าง ๆ มากมาย คุณลุงผู้เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของบิดาเลยเข้ามาขอเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเธอซึ่งมีอายุเพียงสิบหกปี ทว่าพอสามเดือนผ่านไปคนเป็นลุงนั้นยกหน้าที่ให้ป้าสะใภ้ดูแลเดือนจรัสแทนตนเอง

หากแต่คนเป็นคุณป้าสะใภ้ทนเช็ดฉี่ เช็ดอึ อาบน้ำ และเปลี่ยนแพมเพิร์สให้เธอไม่ไหว นานเข้าก็ปล่อยปละละเลยจนเธอเป็นแผลกดทับและสุดท้ายก็ติดเชื้อแต่กลับไร้คนเหลียวแล เธอจึงตายลงอย่างน่าอนาถในสภาพแผลมีหนอนชอนไชทั้งที่นางนั้นยังหายใจอยู่

นึกมาถึงตรงนี้เด็กสาวก็น้ำตาไหลรินคิดว่าที่ตายจากมานั้นถือว่าพ้นทุกข์หมดเวรหมดกรรมไปเสียที แล้วตอนนี้เล่า?

เธอหลับตาคิดทบทวนถึงอดีตของร่างกายนี้ ‘เผยหว่านอี’ บุตรีของเผยไท่เว่ยลำดับที่หก พออายุสิบห้าปีก็ถูกจับแต่งงานออกไปกับแม่ทัพ ‘เจียงซู่’ แต่ผ่านไปสามปีบิดาของนางตายจาก พี่ชายคนโตจึงเป็นผู้สืบทอดดูแลสกุลเผยต่อไป ส่วนนางแต่งงานแล้วจึงเหมือนตัดขาดกันไป อีกทั้งยังโชคร้ายแม้นสามีหน้าที่เจริญก้าวหน้าก็จริง แต่เขารูปงามจนไปถูกตาต้องใจ ‘องค์หญิงใหญ่โอวหยาง’ เข้า นางที่เป็นเพียงสตรีธรรมดาจึงถูกหย่าขาดแล้วขับไล่ออกจากเมืองหลวง ไม่สิเรียกว่าขับไล่นางกับลูกสาวของเขาและแม่ยายตาบอดมาไกลถึงชายแดนของหนานฉู่เลยด้วยซ้ำ

กระนั้นก็ยังโชคดีที่มารดาของสามียกที่ดินสิบหมู่กับบ้านหนึ่งหลังที่แคว้นกวางโจวพร้อมเงินอีกสามพันตำลึงเงินให้แก่นางมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เพราะตลอดชีวิตเคยสบาย ครั้นต้องมาตกระกำลำบากเดินทางรอนแรมจากเมืองหลวงร่วมสองเดือน ร่างกายนี้จึงเจ็บป่วยสุดท้ายก็ตายลง แล้วจะด้วยเหตุใดเดือนจรัสก็สุดจะทราบได้ว่าเหตุใดเธอจึงข้ามภพข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงหม้ายวัยสิบเก้าปีแสนอาภัพคนนี้ไปได้?...

ภพชาติเก่านางพิการตายทั้งเป็นก็ผ่านมาแล้ว ดังนั้นหากคิดให้ดีร่างกายนี้ยังมีมือมีเท้าครบ สมองก็มี ทั้งยังมีบ้านกับที่ดิน แล้วก็มีเงินติดตัวอยู่บ้าง ดังนั้นต่อไปนี้เผยหว่านอีก็คือนาง และนางก็คือเผยหว่านอี มีแค่ลูกสาวตัวน้อยกับมารดาผู้พิการตาบอดย่อมไม่เกินความสามารถ ส่วนผัวเก่าเฮงซวยได้ดีแล้วลืมภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากก็อย่าไปใส่ใจมันอีก นับจากนี้ไปนางจะขอสู้...

...สู้ในฐานะหญิงหม้ายลูกติดมันนี่แหละ!...

บอกแก่ตนเองเช่นนั้นเสร็จนางก็จึงลุกขึ้นจากเตียงนอนเก็บพับผ้าห่มและเครื่องนอนจนเรียบร้อย ถึงจะยังมีอาการมึนหัวเล็กน้อยอาจเป็นเพราะร่างนี้เป็นไข้จนตาย ซึ่งก็ตรงกันกับกายเดิมที่ตายลงเพราะพิษจากแผลกดทับหรือเปล่านะเธอจึงมาอยู่ในร่างนี้ก็เป็นไปได้

ก้าวแรกที่พ้นออกมาจากห้องนอนเก่าโทรม อากาศหนาวที่พัดมาปะทะกายจนเดือนจรัสหรือบัดนี้ก็คือ ‘เผยหว่านอี’ หญิงหม้ายสามีหย่าให้รู้สึกหนาวสะท้านจนนางต้องยกแขนขึ้นมากอดอกของตนเองจนแน่น ภาพด้านนอกมีเพียงแต่บ้านสภาพเก่าโทรม ที่หากถึงหน้าฝนเกรงว่าจะหาช่องหลบสายฝนมิได้เสียเป็นแน่ ถูกหย่าขาดแล้วขับไล่ออกจากเมืองก็ว่าย่ำแย่แล้ว ทว่านี่เขากลับขับไล่นางและบุตรสาวของเขาโดยแท้มาไกลถึงชายแดนทางเหนือเช่นนี้ ต้องเป็นบุรุษประเภทใดกันนะ

“หว่านอีเจ้าตื่นเสียที”

เสียงของสตรีวัยห้าสิบกว่าปีดังขึ้นมาพร้อมกับที่เด็กหญิงวัยสี่ขวบจับที่จูงมือของหญิงชราหรือก็คือ ‘ท่านยาย’ ที่มีดวงตาบอดสนิทเดินเข้ามาจากภายนอกบ้าน หรืออันที่จริงมันคือ ‘กระท่อม’ กลางทุ่งหญ้ากว้างที่คงยากจะตัดเอามากินได้ เพราะนางกับลูกและมารดาตาบอดนั้นมิใช่วัวหรือควายจึงจะได้กินต้นหญ้าแทนข้าวปลาอาหารไปได้

“เจ้าค่ะท่านแม่”

นางตอบมารดาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเช่นเดิม ถึงจะแหบแห้งไปมากเพราะนางนอนเจ็บป่วย และตายจากไปเป็นครู่ใหญ่ย่อมไม่แปลกที่จะเสียงเปลี่ยนไป ทว่าสิ่งที่นางตกใจยิ่งกว่าก็คือที่แท้นางข้ามภพมาอยู่สถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร แต่ข้ามมาแล้วนางจะต้องอยู่ต่อไปให้ได้

เดือนจรัสหรือเผยหว่านอีมองตรงไปที่เด็กหญิงสี่ขวบหนึ่งคนกับคนแก่ตาบอดอีกหนึ่งคนด้วยสายตาลำบากใจอย่างยิ่ง สามชีวิตกับ ‘บ้านใกล้จะพัง’ พร้อมที่ดินรกร้างสิบหมู่ นางจะพาทุกคนอยู่รอดไปอย่างไรดีเล่า?

คำถามเหล่านั้นวนเวียนอยู่ภายในใจอาจเกินสิบรอบนับจากตื่นขึ้นมาในร่างของ ‘เผยหว่านอี’ ผู้นี้แล้ว ก็จะให้นางทำอย่างไรได้ข้ามมาแล้ว ได้ชีวิตใหม่แล้ว นางก็คงต้องเดินหน้าเพียงเท่านั้น ทว่ายามนี้ท้องเริ่มหิวก็ต้องหาของมากินให้อิ่มท้องเสียก่อนเป็นอย่างแรก

“หว่าหวาเจ้าพาท่านยายไปนั่งรอก่อนเถิด แม่จะไปดูในห้องครัวเสียหน่อยว่ามีสิ่งใดพอจะให้พวกเราทำกินเป็นมื้อเที่ยงกันได้บ้าง”

คนเราท้องจะต้องอิ่มจึงจะมีพลังทั้งร่างกายและสมอง เด็กสาวในร่างของหญิงหม้ายลูกติดหนึ่งคนทำให้นางได้คิดว่าก่อนอื่นต้องหุงหาอาหารกินให้อิ่มท้องเสียก่อนจึงจะมีแรงกายแรงสมองไว้สู้ชีวิตต่อไป

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
85 فصول
ตอนที่1
ตอนที่ 1จากเดือนจรัสมาเป็นเผยหว่านอีภายในห้องครัวนั้นดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่พอจะให้กินได้เลย เผยหว่านอีเปิดดูจนทั่วก็พบว่ามีเพียงข้าวสารอยู่สามกำมือเท่านั้น คงจะพอนำมาหุงเป็นข้าวต้มได้ นอกจากนั้นก็มีผักดองที่ดูแล้วยังพอจะกินได้ แต่ทางที่ดีนางควรนำมันมาลวกด้วยน้ำเดือด ๆ ก่อนจะดีกว่าเอาละ วันนี้นางสมควรจะต้องออกไปยังตลาดเพื่อจับจ่ายกับข้าวและข้าวสารมาเตรียมเอาไว้กินในวันต่อ ๆ ไปเสียแล้ว อีกสิ่งหนึ่งให้นางปลูกผักไว้กินในครอบครัวนั้นพอไหว หากแต่ให้นางปลูกขายด้วยแล้ว นางก็คิดว่าด้วยกำลังของตนเองแล้วนั้นคงไม่อาจถึกทนได้ถึงเพียงนั้น อีกทั้งคงจะยากเกินที่นางจะทำได้ไหวไปท่องเที่ยวตลาดอาจจะพอได้ลู่ทางทำมาหากินเอาชีวิตรอดได้บ้าง เพราะข้ามภพมาทั้งทีไม่ใช่จะมาเป็นนางเอกสวยครบสูตรเช่นในซีรีส์ ทว่านางต้องกลายเป็นหญิงหม้ายไม่พอ ยังมีลูกติดและมารดาตาบอดพ่วงมายิ่งกว่ารถพ่วงยี่สิบแปดล้อเสียอีก หากมีชีวิตเพียงคนเดียวอาจจะง่ายกว่านี้ แต่นี่…“หว่าหวาพาท่านยายมากินข้าวกัน วันนี้มีเพียงข้าวต้มกับแตงกวาดองเท่านั้น”ถ้วยข้าวต้มแลเห็นควันลอยกรุ่นทั้งสามถ้วยก็ถูกนำมาวางลงบนโต๊ะอาหารกลางห้องโถว พร้อมกับถ้วยแตง
اقرأ المزيد
ตอนที่2(ครึ่งแรก)
รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนยังสุ่ยโจวอีกครั้ง เดือนจรัสในร่างของเผยหว่านอีก็ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ด้วยการลุกขึ้นมาเก็บกวาดบ้านช่อง หุงหาอาหารเสร็จแล้วนางจึงไปดูแลมารดาตาบอดกับบุตรสาวตัวน้อยอย่างตั้งอกตั้งใจ จนท่านป้ากับท่านลุงที่ปลูกข้าวติดกับที่ดินของสามสาวต่างวัยแวะมาทักทายพูดคุยตามประสาชาวบ้านนอกทั่วไป“นี่แม่นางเผยเจ้าหายป่วยดีแล้วหรือ?”สอบถามจนได้ความก็ทราบว่าท่านป้ากับท่านลุงแซ่ ‘จาง’ นามว่าท่านป้า ‘จางหรู’ กับท่านลุง ‘จางเสิ่น’ ที่มีที่ดินติดกันซึ่งกำลัง ‘หิ้ว’ ปลาเค็มมาฝากเพื่อผูกมิตรกันเอาไว้ตามประสาคนบ้านใกล้ชิดติดกัน“อ้าวท่านป้าจาง ข้าหายสบายดีแล้วเจ้าค่ะนั่นถืออันใดมามากมาย”หญิงสาวหันไป ‘ผูกมิตร’ กับอีกฝ่ายก่อนจะเดินตรงไปพูดคุยกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสดใสใบหน้ายิ้มแย้มจนท่านป้าจางเชื่อสนิทใจว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นคงหายป่วยแล้วจริง ๆ เพราะหลายวันก่อนที่นางแวะไปเยี่ยมอีกฝ่ายถึงในเรือนนั้นร่างกายนี้ซีดเผือดราวกับคนใกล้ตายก็มิปาน“ปลาเค็มน่ะแม่นางเผย เห็นเจ้าเพิ่งย้ายมาแล้วยังมีเด็กเล็ก เจ้าเองก็ป่วยอีกด้วยกินปลาเค็มย่อมไม่แสลงไข้”“ขอบคุณท่านป้าจางอย่างยิ่งเจ้าค่ะ”เผยหว่านอีเร่งเ
اقرأ المزيد
ตอนที่2(ครึ่งจบ)
ตลอดช่วงบ่ายนั้นสามชีวิตต่างช่วยกันเพาะเมล็ดพันธุ์ผักทั้งหมดลงแปลงจนเสร็จเรียบร้อย มีเพียงแตงกวาเท่านั้นที่เผยหว่านอีกนำไปหยอดลงหลุม ชีวิตของนางในวันนี้เริ่มมีความหวังมากขึ้น หลังมื้อค่ำนั้นหญิงสาวส่งทั้งมารดาและบุตรสาวเข้านอนเรียบร้อยจึงไปค้นเอาหีบสี่ใบที่อยู่ใต้เตียงออกมา คิดทบทวนครู่ใหญ่ว่านางเก็บกุญแจไขเปิดเจ้าหีบสี่ใบนี้เอาไว้ที่ใดสุดท้ายจึงนึกออกว่าอดีตเผยหว่านอีนั้นนางคาดหวังเก็บสินเดิมทั้งของตนเองและพี่สาวฝาแฝดเอาไว้มอบให้แก่เผยหว่าหวา นางจึงนำกุญแจทั้งสี่ดอกนั้นทำเป็นสร้อยคอของเด็กหญิงตัวน้อย นางเดินไปจับดูที่สร้อยบนลำคอของบุตรสาวก็พบมันจริงเสียด้วย“ขออภัยนะแม่นางทั้งสอง แต่ข้ามิได้ตั้งใจนำไปใช้จ่ายโดยไร้ประโยชน์ ตั้งใจนำเงินทองและทรัพย์สินทั้งหมดมาต่อยอดเท่านั้น”นางนึกไปถึงวิญญาณคนตายทั้งสองที่เป็นเจ้าของสินเดิมทั้งสี่หีบนี้ ขยับดึงออกมาแล้วจึงไขเปิดออกดูทีละใบซึ่งภายในหีบนั้นหลัก ๆ แล้วล้วนก็เป็นเงินกับทองทั้งสิ้น ทั้งยังมีสร้อยไข่มุก และสร้องทองอีกจำนวนหนึ่งอยู่ด้วย นับแล้วร่วมสามหมื่นตำลึงเงินกับสองพันตำลึงทอง ดวงตาเรียวสวยราวดวงตาหงส์ปิดลงแล้วระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่
اقرأ المزيد
ตอนที่3(ครึ่งแรก)
ตอนที่ 3ค่าแรงของเสี่ยวหว่าผ่านมาอีกเจ็ดวันนอกจากซาลาเปา หมั่นโถว ขนมจีบไส้ต่าง ๆ แล้วเผยหว่านอียังไปได้สูตรเกี๊ยวปลาและเกี๊ยวปูจากนางจางซื่ออีกด้วย ส่วนพื้นดินรกร้างก็เริ่มโล่งเตียนไปเกือบจะหมด ทางด้านรั้วบ้านก็เริ่มจะล้อมมิดชิดไปมากแล้ว ในใจของเผยหว่านอีนั้นที่คิดเอาไว้ก่อนสิ่งอื่นก็คือซ่อมแซมบ้านทั้งประตูหน้าต่างรวมไปถึงหลังคา กับจัดการทำรั้วบ้านให้แข็งแรงแน่นหนา เพราะหากนางออกไปขายของนางเฉียวซื่อผู้เป็นมารดาต้องอยู่ลำพังภัยร้ายอาจมาถึงตัวหญิงชราโดยมิทันระวัง ถึงจะผูกมิตรไว้ทั่วเหิงเตี่ยน แต่ทว่ารู้หน้ายากจะรู้ใจนางจึงไม่เคยวางใจผู้ใดทั้งสิ้นนอกจากคนในครอบครัวของตนเองเท่านั้น“หมดไปไม่น้อยแล้วกระมังหว่านอี?”ไหนจะซ่อมแซมหลังคาที่มีรูรั่ว ไหนจะซ่อมประตูหน้าต่างตลอดจนล้อมรั้วรอบขอบชิด แล้วยังจ้างคนงานมาถางที่รกร้างเพื่อทำเป็นสวนผัก และแบ่งส่วนไปทำนาปลูกข้าว ซึ่งการปลูกข้าวที่สุ่ยโจวคือการหยอดเมล็ดข้าวลงดินรอให้ฝนตกข้าวจึงขึ้นแล้วชาวนาจึงค่อยมาถอนหญ้าดูแลนาข้าวต่อไปจวบจนเก็บเกี่ยวเมล็ดข้าวนั่นเลย แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายย่อมมากมายดังที่มารดาเอ่ยถาม“เพื่อความปลอดภัยเจ้าค่ะท่านแม่ จ่ายมาก
اقرأ المزيد
ตอนที่3(ครึ่งจบ)
เถ้าแก่เนี้ยเสวียนบอกขอตัวเด็กหญิงเอาไว้กับนาง ปล่อยให้คนเป็นมารดาได้ไปจับจ่ายซื้อข้าวของที่จะทำขายในวันพรุ่งนี้ต่อไป เมื่อเห็นเช่นนั้นเผยหว่านอีที่เห็นบุตรสาวร้อนจนพวงแก้มแดงเรื่อจึงคิดฝากเผยหว่าหวาเอาไว้ที่ร้านขายสมุนไพรเสวียนไปก่อน จากนั้นนางค่อยเร่งไปจับจ่ายข้าวของให้เสร็จจะได้กลับมารับบุตรสาวกลับบ้าน แล้วพอใกล้ยามอู่เผยหว่านอีก็ซื้อข้าวของเสร็จตามที่คาดเอาไว้ก็กลับมายังร้านขายยาสมุนไพรอีกครั้ง“ต้องลำบากเถ้าแก่กับเถ้าแก่เนี้ยเสวียนอย่างยิ่งนะเจ้าคะ”นางโค้งกายขอบคุณสองสามีภรรยาอย่างจริงใจก่อนจะให้เผยหว่าหวามากอดคอของนางเพื่อขี่หลังกลับ ‘บ้าน’ โดยที่นางเองเข็นรถเข็นตรงกลับเหิงเตี่ยนทันที ด้วยคงเพราะเริ่มจะบ่ายคล้อยเดินมาได้ครึ่งทางเจ้าตัวเล็กก็หลับแต่ก็ยังกอดลำคอของมารดาเอาไว้แน่นถึงจะทั้งเหนื่อยจะทั้งร้อนจนเหงื่อกาฬไหลซึมออกมาท่วมกาย แต่ภายในใจของเผยหว่านอีกลับตื้นตันและมีความสุขอย่างยิ่ง ระหว่างทางเดินกลับ ‘บ้าน’ เสียงทักทายจากเหล่าคนในหมู่บ้านดังขึ้นเป็นระยะ ร่วมสองเดือนแล้วที่นางกับมารดาและเจ้าเทพธิดาตัวน้อยที่กำลังกอดลำคอและใช้สองขาหนีบเอวอรชรของมารดาแน่วแน่ย้ายเข้ามาอยู่ที่
اقرأ المزيد
ตอนที่4(ครึ่งแรก)
จากเมนูก๋วยเตี๋ยวผัดไทที่เป็นเมนูประจำกายเดือนจรัส ด้วยเพราะชอบกินมากจึงชอบทำเลยได้สูตรพิเศษมา อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมาก็มีข้าวผัดห่อใบบัวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง สองแม่ลูกยังคงมาค้าขายด้วยกันทุกวันไม่มีหยุด พออีกหนึ่งเดือนฝนเดือนหกเริ่มตกหนักจนสองแม่ลูกต้องวิ่งหลบฝนกันวุ่นวายอยู่แทบจะทุกวัน แต่โชคดีที่ยังขายของได้ดีและขายหมดทุกวัน วันไหนไม่หมดจริงสองแม่ลูกก็แจกจ่ายกับแม่ค้าที่ขายของร่วมกันอยู่ในตลาด พอหว่าหวาเอาขนมไปให้สุดท้ายแต่ละคนต่างก็แบ่งสิ่งของที่ตนเองได้ขายให้คืนกลับมาบ้าง ครั้นพอกลับมาถึงบ้านทั้งกับข้าวตลอดจนของกินต่าง ๆ ก็มากมายล้นมือไปหมด เผยหว่านอีก็นำไปแบ่งแจกจ่ายเพื่อนบ้านอย่างคนมีน้ำใจ พอเข้าช่วงหน้าฝนผักในสวนก็มากมายกินไม่ทัน เผยหว่านอีนั้นจึงไปขออนุญาตเถ้าแก่เนี้ยร้านสมุนไพรเสวียนว่าจะขอให้เผยหว่าหวานั้นตั้งโต๊ะขายผักสดอีกตัวซึ่ง จากความเป็นคนอัธยาศัยดีของคนแม่แล้วความน่ารักน่าเอ็นดูของคนลูก สองสามีภรรยาจึงอนุญาตแล้วแถมโต๊ะมาวางผักขายอีกด้วย“ผักสด ๆ จากสวนหว่าหวาเองนะจ๊ะ เชิญมาเลือกซื้อกันหน่อยเร็ว”คนแม่นั้นก็กำลังวุ่นวายกับการหยิบของขาย ฝ่ายคนลูกที่ไปจำมาจากในตลาดในยามเ
اقرأ المزيد
ตอนที่4(ครึ่งจบ)
“ท่านลุงใจดียิ่งนักขอบพระคุณนะเจ้าคะ”เด็กน้อยกล่าวขอบคุณ ‘ท่านลุงสวมหน้ากากปีศาจ’ ที่ดูภายนอกอีกฝ่ายนั้นคล้ายกับจะน่าหวาดกลัว ทว่าเด็กน้อยมองออกว่าเขามีกลิ่นอายของความ ‘ใจดี’ มากกว่าจะเป็นมนุษย์ ‘ใจเหี้ยม’ ดังหน้ากากที่สวมอยู่เลยสักนิด“ฝนทำท่าว่าจะตกแล้ว และคงตกหนักเช่นนี้ไปอีกนาน แล้วพวกเจ้าสองแม่ลูกจะกลับเช่นไร”หานเฟยฉีรู้สึกถูกชะตากับเด็กหญิงแก้มกลมสีชมพูระเรื่อตัวน้อยตรงหน้านัก ไหนจะปากจิ้มลิ้มนั่นอีก ทั้งปาก จมูก คิ้ว คาง ราวกับถอดพิมพ์เดียวกับผู้เป็นมารดาก็มิปาน เกิดมาเขาก็เพิ่งจะเคยเห็นมารดากับบุตรสาวที่ช่างเหมือนกันได้มากถึงเพียงนี้ก็ครานี้แหละ“ประเดี๋ยวข้าจะฝากเสี่ยวหว่าเอาไว้กับเถ้าแก่เนี้ยร้านสมุนไพรเสวียนนี้ก่อน ส่วนข้านั้นจะขอแยกไปซื้อของก่อนรอจนฝนหยุดจึงค่อยกลับเจ้าค่ะ”เผยหว่านอีตอบ ‘นายท่านหาน’ ด้วยกิริยาสงบเสงี่ยม และแน่นอนนางย่อมวางตนเองด้วยความระมัดระวังตามประสาสตรีซึ่งเป็นหญิงหม้ายที่ต้องวางตัวให้ดีเสียยิ่งกว่าคุณหนูซึ่งยังมิได้แต่งงานออกเรือนเสียอีก“แล้ว? …”คราวแรกหานเฟยฉีอยากจะสอบถามว่าแล้วสามีของนางหายศีรษะไปที่ใด จึงปล่อยบุตรสาวและภรรยามาลำบากลำบนค้าขายแต
اقرأ المزيد
ตอนที่5 1/3
พอออกมาด้านนอกบ้านสายฝนก็เริ่มเทลงมาอีกครั้งทว่ามิได้หนักหนาอันใด เผยหว่านอีนั้นเดินด้วยความระมัดระวัง เพราะฝนตกพื้นดินลื่นมาก นางแวะดูแตงกวาที่กำลังออกผลดกมากทีเดียว หัวผักกาดขาวอวบอั๋นเพราะได้น้ำฝนมาหลายวัน ผักคะน้าก็กำลังงดงามจนใบนั้นเขียวชอุ่ม ภาพผักที่นางลงมือช่วยกันปลูกกับบุตรสาวเมื่อร่วมสองเดือนก่อนบัดนี้หลายแปลงได้กำหนดตัดขายได้แล้ว หญิงสาวภาคภูมิใจกับผักทุกต้น ปลายเท้าเรียวเดินไปยังท้องทุ่งนาต้นกล้าอ่อนที่บัดนี้เริ่มแทงหน่อขึ้นมาจากดินเพราะได้น้ำฝนมองแล้วเป็นทิวทัศน์อันแสนงดงามอายุจริงนางเพียงสิบหกปีอีกกว่าสี่เดือนจึงจะเต็มสิบเจ็ดปี แต่ข้ามภพมาได้เพียงร่วมสามเดือนนางกลับสร้างทุกสิ่งขึ้นมาได้ถึงเพียงนี้ ความรู้สึกว่าดวงใจมันฟูฟ่องเต็มหน้าอกเป็นเช่นไรนางเพิ่งได้ซาบซึ้งก็วันนี้นี่เอง ทว่าต้นกล้าของข้าวแทงดินโผล่พ้นขึ้นมา ต้นหญ้าเองมันก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกันหญิงสาวต้องใช้ความคิดอย่างหนักอีกครั้ง หากเป็นในยุคที่ตายจากมาคงเพียงใช้ยาฆ่าหญ้าฉีดพ่นก็ได้แล้ว แต่ในยุคนี้จะไปหาสารเคมีเช่นนั้นจากที่ใด คงมีก็แต่เพียงจ้างวานคนมาถอนหญ้าเหล่านี้เท่านั้น แต่เพียงทอดสายตามองไปยังไร่และผืนนาใก
اقرأ المزيد
ตอนที่5 2/3
“ย่อมได้...ย่อมได้ มิต้องเกรงใจไปหรอกเราคนหมู่บ้านเดียวกันก็คล้ายกับญาติพี่น้องเจ้าจะสอบถามอันใดเชิญกล่าว”เป็นซวนเจ๋อเอ่ยขึ้นมา ส่วนซวนจิ้งนั้นยังทำงานในมือไปพลางหูก็รอฟังคำถามจากเผยหว่านอีไปพลาง เพราะสตรีนางนี้ในสายตาของเขานางชาญฉลาดใช่น้อย เสียดายแต่ว่าเขาแต่งงานมีภรรยาและมีบุตรวัยกำลังน่ารักน่าชังจึงไม่คิดอันใดกับนางมากไปกว่าน้องสาวร่วมหมู่บ้านผู้หนึ่งเท่านั้น“คือข้าสงสัยว่าบางบ้านมีผืนนาข้าวอาจมากถึงเป็นร้อยหมู่ทำกันเองเพียงในครอบครัวเพราะจะไปจ้างผู้ใดก็ล้วนติดงานของตนเองเช่นนี้กว่าจะถอนหญ้าจนหมดข้าวไม่ตายไปก่อนก็อาจถึงกับออกรวงก่อนเลยหรือเจ้าคะ?”ฟังคำถามแสนเรียบง่ายแต่มันคือความจริงทุกสิ่ง ท่านลุงซานเจ๋อก็หัวเราะจนเห็นฟันหลอที่หักหายไปตามวัยเสียหลายซี่ เพราะคิดตามเหตุการณ์ดังกล่าวมันก็มีอยู่ทุกฤดูเพาะปลูกนั่นแหละ“ย่อมเป็นเช่นนั้นแหละหว่านอี แต่จะทำอย่างไรได้ปล่อยให้ข้าวออกรวงผสมกับต้นหญ้าถึงจะได้ผลผลิตน้อยแต่มันก็ยังได้ดีกว่าปล่อยที่ดินให้รกร้างว่างเปล่ามิใช่หรือ”ท่านผู้เฒ่าที่อยู่มาจนวัยใกล้หลักร้อยอธิบายเนิบนาบมือก็ทำงานไปเรื่อย ๆ เผยหว่านอีนั้นคิดถึงแนวทางของตนเอง แต่นางจ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status