ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า

ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-31
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
22Bab
1.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

อ๋องตูชานเฟิงสบถใส่ข้าว่าเป็นชายาอัปลักษณ์ ขับไล่ข้า ฮองเฮาและองค์ชายน้อยออกจากวังแล้วอยู่เคียงข้างฮ่องเต้ทรราช ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า บังคับจัดแจงทุกอย่าง ข้าชังน้ำหน้าเขานัก

Lihat lebih banyak

Bab 1

๑ เพราะข้าไม่งามพอเปลี่ยนใจเขาหรือไม่

เพราะข้าไม่งามพอเปลี่ยนใจเขาหรือไม่

แคว้นต้าชานสูญเสียฮ่องเต้ตูชานโถวในวัย ๓๕ ชันษา องค์รัชทายาทตูชานหลินผู้เป็นพระโอรสเตรียมเพียงองค์เดียวเตรียมเถลิงราชย์

ทว่าถูกเสด็จอาตูชานเหอแย่งชิงราชบัลลังก์ สถาปนาตนเป็นฮ่องเต้ ขับไล่องค์รัชทายาทตูชานหลินและเย่ฮองเฮาออกจากเมืองหลวง

อัครมหาเสนาบดีผู้เป็นตาย่อมคัดค้าน นำขุนนางประท้วง ผลคือถูกฮ่องเต้ทรราชคุมขัง แม้แต่บุตรชายบุญธรรมก็ไม่เว้น ตอนนี้เขาเหลือบุตรสาวเพียงคนเดียวที่ยังคงมีอิสระ ยามนี้นางกำลังคุกเข่าขอร้องพระสวามีให้ช่วยเหลือบิดาและพี่สาวอยู่หน้าห้องหนังสือ

ทว่าผ่านมาสองชั่วยามแล้ว พระสวามีของนางก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวจนเข่าเริ่มแบกรับน้ำหนักเอาไว้ไม่ไหว หลุดเสียงร้องในลำคอ

“ฮือ…”

สองมือเรียววางลงกับพื้น ก้มหน้าลงปล่อยให้น้ำตาไหลอาบใบหน้า

“พระชายา วันนี้พอเท่านี้เถิดเพคะ หากท่านอ๋องทรงคิดช่วยเหลือพระองค์ทรงทำมานานแล้ว ไม่ปล่อยให้พระชายาคุกเข่าอยู่ตรงนี้”

เจียวเจียวนางกำนัลคนสนิทที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังเอ่ยเสียงเบา นางคือคนที่รับรู้ความเจ็บปวดของคุณหนูได้เด่นชัดที่สุด ในใจคิด…

โถ่คุณหนูของข้า ตัวข้าเพียงเท่านี้ยังเจ็บเข่า ไม่ต้องพูดถึงคุณหนูที่มีน้ำมีนวลเช่นนี้

เย่หยูเหวินไม่นับเป็นสตรีร่างอวบอ้วน

แต่เมื่อเทียบกับสตรีสูงศักดิ์และนางกำนัลทั่วไปแล้วนับว่าเป็นสตรีมีน้ำมีนวล ในสายตาเจียวเจียวพระชายาของนางงดงาม น่ารัก 

ทว่าคำติดปากที่พระสวามีของนางพูดประจำคือ     ‘สตรีอัปลักษณ์’

“...เลิกคุกเข่ากดดันได้แล้ว สตรีอัปลักษณ์!”

ประตูหน้าห้องหนังสือเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของอ๋องตูชานเฟิง ทุกครั้งที่เย่หยูเหวินได้ยิน นางจะทำหน้าโมโหใส่เขาและประชดด้วยการกินเพิ่ม

“ท่านอ๋อง…”

เย่หยูเหวินคลานเข้าไปหาพระสวามี วันนี้นอกจากนางจะไม่แสดงสีหน้าโมโหใส่แล้วยังฝืนความเจ็บของหัวเข่า คลานเข้าไปหา ขอร้องให้อ๋องหนุ่มช่วยเหลือตระกูลเย่

“ท่านอ๋องเพคะ ได้โปรดช่วยเหลือท่านพ่อและพี่หญิงของหม่อมฉันเถิดเพคะ ไหนจะองค์รัชทายาทกับน้องบุญธรรมอีก ได้โปรด…”

มือเรียวกระตุกเสื้อตัวนอกสีดำลายมังกรเบา ๆ ชายหนุ่มนอกจากจะไม่ชายตามองหญิงสาวแล้ว ยังสะบัดชุดออกจากมือของนางจนร่างนิ่มหน้าคว่ำ

“พระชายา!”

เจียวเจียวรีบเข้าไปพยุง น้ำตาคลอเสียใจแทนเจ้านายเพราะเดาคำตอบได้จากท่าทางตูชานเฟิงแล้ว

“เลิกทำอันใดที่ไร้ประโยชน์เสีย เปิ่นหวางช่วยบิดาเจ้าไม่ได้ยิ่งช่วยฮองเฮาไม่ได้”

“เหตุใดจะช่วยไม่ได้เพคะ พระองค์เป็นอนุชาทรราชนั่น แม้จะมิใช่พี่น้องร่วมอุทรแต่ก็ยังมีความสนิทชิดเชื้อ”

ตูชานเฟิงขบกราม เสียงเข้มกดต่ำ

“หากยังอยากมีฟันไว้เคี้ยวข้าวจงระวังคำพูด คนตระกูลเย่มีเพียงเจ้าที่ยังอยู่สุขสบาย หากมิใช่เพราะเปิ่นหวาง สตรีอัปลักษณ์เช่นเจ้าจะยังมีโอกาสได้มาปากเก่งอยู่ตรงนี้หรือ”

เย่หยูเหวินน้ำตาหยดแหมะ ๆ

ตูชานเฟิงตวัดสายตาไปทางอื่นไม่มองใบหน้าเนียนหญิงสาวปาดน้ำตา ในเมื่อน้ำตาของนางไม่อาจทำให้เขาเปลี่ยนใจได้ก็ไม่ขอเสียน้ำตาต่อหน้าเขาอีก

“เช่นนั้นท่านอ๋องก็เลือกเอาเพคะ อยากให้หม่อมฉันไปติดคุกกับท่านพ่อหรือส่งหม่อมฉันไปกับพี่หญิง”

ตัวเลือกของนางทำใบหน้าหล่อเหลาเรียวยาวหันขวับมามอง ดวงตาคล้ายมีไฟลุกอยู่ในนั้น

“คิดก่อนพูดหรือไม่!”

“หม่อมฉันคิดดีแล้วเพคะ หากท่านอ๋องไม่ช่วยท่านพ่อ หม่อมฉันก็ไม่คิดอยู่ที่จวนนี้ต่อ ทุกคนตกระกำลำบาก หม่อมฉันช่วยทุกคนไม่ได้ไม่พอยังจะกล้าเสพสุขอยู่คนเดียวได้อย่างไร!”

“สตรีอัปลักษณ์ รู้ว่าตนอยู่สุขสบายยังไม่คิดขอบคุณเปิ่นหวาง สตรีแต่งออกแล้วคือสมบัติของสามี แม้เจ้าจะอัปลักษณ์แต่ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสตรีของตูชานเฟิง!”

เย่หยูเหวินน้ำตาไหลอีกครั้ง…

สตรีของท่านอันใดกัน เข้าหอยังไม่เคยเลย

“ในเมื่อเป็นสตรีของท่านอ๋องแล้วช่วยอันใดครอบครัวไม่ได้ หม่อมฉันก็ไม่อยากเป็นแล้วเพคะ”

“คิดว่าเจ้ามีอำนาจต่อรองหรือ หากไม่อยากสุขสบายแล้วก็ได้…เปิ่นหวางจะส่งเจ้าไปอยู่กับฮองเฮา!”

ส่งไปอยู่กับพี่หญิง! ความหมายว่าเขาจะไม่ช่วยท่านพ่อกับเหว่ยเหวิน ข้าก็แค่ขู่ไปเท่านั้น บุรุษขี้ขลาดไร้น้ำใจ

เย่หยูเหวินมองเขาด้วยสีหน้าหลากอารมณ์ตามความคิด ตูชานเฟิงคิ้วกระตุกเพราะจับอารมณ์นางได้

“เป็นเจ้าเสนอเองมิใช่หรือ เปิ่นหวางจัดให้เจ้าตามคำขอ มิใช่ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า”

ข้าก็แค่ลองใจ ใครจะคิดว่าท่านจะใจเด็ดส่งข้าไปตกระกำลำบากจริง ๆ เป็นท่านเลือกวิธีนี้ให้ข้า ยังมิเรียกข่มเขาโคขืนให้กินหญ้าอีกหรือ

“ท่านอ๋องไม่เข้าใจสตรีเลยสักนิด เพราะหม่อมฉันไม่งามพอจะโน้มน้าวใจพระองค์ได้ใช่หรือไม่ ถึงไม่ใจอ่อนต่อการร้องขอของหม่อมฉัน”

ตูชานเฟิงที่ตอนแรกขมวดคิ้วใส่หญิงสาวเปลี่ยนมายิ้มเยาะ “อ้อ น้อยเนื้อต่ำใจในรูปลักษณ์ตนนั่นเอง ถามใจดูว่าแท้จริงแล้วเจ้าอยากช่วยเหลือครอบครัวหรือเรียกร้องความสนใจจากเปิ่นหวาง”

คำพูดนี้ทลายความเปราะบางในจิตใจหญิงสาว ใบหน้าแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธ

“ทรงดูถูกจิตใจหม่อมฉันเกินไปแล้วเพคะ ตีค่าความห่วงใยครอบครัวของหม่อมฉันราคาถูกเพียงนี้”

“…”

“ลืมไป ท่านอ๋องรักแต่ตัวเองจะห่วงใยและเข้าใจความรู้สึกของหม่อมฉันได้อย่างไร”

ตูชานเฟิงขบกราม ยื่นมือไปบีบปลายคางหญิงสาวจนริมฝีปากสีหวานเผยอออก

“เจ้าก็กำลังตีค่าเปิ่นหวางอยู่เช่นกัน เตรียมตัวเองให้ดี เปิ่นหวางจะให้คนไปส่งเจ้าวันนี้ สำนึกและเจียมตัวเองได้เมื่อไร กราบเปิ่นหวางเต็มพิธีการสามครั้ง แล้วเปิ่นหวางจะพิจารณาดูว่าควรรับเจ้ากลับเมืองหลวงหรือไม่!”

เย่หยูเหวินหลุดเสียงร้อง “อะ!” เมื่อชายหนุ่มสบัดมือออกจากปลายคาง

ร่างสูงหมุนตัวเดินจากไปพร้อมหลางหลางที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เย่หยูเหวินมองตามชายหนุ่มทั้งสองที่เดินลงจากเรือนใหญ่ไปจนกระทั่งลับสายตา 

“หวังพึ่งเขา…หึ! เห็นทีข้าจะหวังมากเกินไป”

“พระชายาจะยอมให้ถูกส่งตัวไปชนบทตามฮองเฮาหรือเพคะ ยามนี้ไม่มีที่ใดปลอดภัยอีกแล้ว ผลัดเปลี่ยนราชบัลลังก์ แผ่นดินไม่สงบ เส้นทางที่รออยู่ด้านหน้าจะเต็มไปด้วยขวากหนามมากมายเท่าใดก็สุดจะรู้”

“แล้วเจ้าจะให้ข้าเลือกอยู่ที่จวนอ๋อง เพิกเฉยความเป็นอยู่ของท่านพ่อกับพี่หญิงหรือ”

เจียวเจียวเข้าใจความรู้สึกของเจ้านาย

“แต่การที่เราไปจากจวนอ๋องไม่อาจเปลี่ยนความคิดท่านอ๋องได้เพคะ อยู่ให้เห็นหน้าก็ยังใกล้ใจแต่ห่างกันไกลแล้วใจห่าง หากวันนั้นท่านอ๋องรับสตรีอื่นเข้าจวนขึ้นมา พระชายาจะถูกทอดทิ้งโดยสมบูรณ์เพคะ”

เจียวเจียวไม่ได้กลัวความลำบากแต่อยากพูดถึงกรณีที่ร้ายแรงที่สุดให้เจ้านายได้รับรู้

เดิมเย่หยูเหวินมิใช่คนเขลา แต่สถานการณ์ครอบครัวในตอนนี้บั่นทอนจิตใจ นางยังหาทางดิ้นรนต่อไปได้ก็ถือว่าเก่งมากสำหรับเด็กสาวอายุ ๑๘ หนาวที่ถูกบิดาเลี้ยงดูเหมือนไข่มุกในเปลือกหอย

“ข้ารู้ ท่านพ่อคือด่านที่พิชิตยากที่สุด ตระกูลเราถูกจับขังคุกหมดแล้ว ข้าไม่มีกำลังที่จะทะลายคุกได้ เหลือเพียงทางพี่หญิงและองค์รัชทายาทที่เรายังไปอยู่เคียงข้างพวกเขาได้ ข้ายอมถูกเขาทอดทิ้งดีกว่าต้องเป็นฝ่ายทอดทิ้งพี่หญิง”

“พระชายาจะไม่ระทมแน่นะเพคะ เมื่อครู่กรรแสงตอนที่ท่านอ๋องทรง…” เจียวเจียวไม่พูดต่อแต่เย่หยูเหวินเดาได้ว่าหมายถึงตอนที่ตูชานเฟิงออกปากขับไล่นาง

“อย่างไรพระองค์ก็คือบุรุษที่ข้ามอบใจให้ตั้งแต่ยังไม่อภิเษก ข้าจะไม่เสียใจได้อย่างไร”

“พระชายา…”

เย่หยูเหวินปาดน้ำตาสูดจมูก “เรียกข้าว่าคุณหนู ข้าไม่อยากเป็นชายาอ๋องขลาด ไร้น้ำใจไมตรี!”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
22 Bab
๑ เพราะข้าไม่งามพอเปลี่ยนใจเขาหรือไม่
๑เพราะข้าไม่งามพอเปลี่ยนใจเขาหรือไม่แคว้นต้าชานสูญเสียฮ่องเต้ตูชานโถวในวัย ๓๕ ชันษา องค์รัชทายาทตูชานหลินผู้เป็นพระโอรสเตรียมเพียงองค์เดียวเตรียมเถลิงราชย์ทว่าถูกเสด็จอาตูชานเหอแย่งชิงราชบัลลังก์ สถาปนาตนเป็นฮ่องเต้ ขับไล่องค์รัชทายาทตูชานหลินและเย่ฮองเฮาออกจากเมืองหลวงอัครมหาเสนาบดีผู้เป็นตาย่อมคัดค้าน นำขุนนางประท้วง ผลคือถูกฮ่องเต้ทรราชคุมขัง แม้แต่บุตรชายบุญธรรมก็ไม่เว้น ตอนนี้เขาเหลือบุตรสาวเพียงคนเดียวที่ยังคงมีอิสระ ยามนี้นางกำลังคุกเข่าขอร้องพระสวามีให้ช่วยเหลือบิดาและพี่สาวอยู่หน้าห้องหนังสือทว่าผ่านมาสองชั่วยามแล้ว พระสวามีของนางก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวจนเข่าเริ่มแบกรับน้ำหนักเอาไว้ไม่ไหว หลุดเสียงร้องในลำคอ“ฮือ…”สองมือเรียววางลงกับพื้น ก้มหน้าลงปล่อยให้น้ำตาไหลอาบใบหน้า“พระชายา วันนี้พอเท่านี้เถิดเพคะ หากท่านอ๋องทรงคิดช่วยเหลือพระองค์ทรงทำมานานแล้ว ไม่ปล่อยให้พระชายาคุกเข่าอยู่ตรงนี้”เจียวเจียวนางกำนัลคนสนิทที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังเอ่ยเสียงเบา นางคือคนที่รับรู้ความเจ็บปวดของคุณหนูได้เด่นชัดที่สุด ในใจคิด…โถ่คุณหนูของข้า ตัวข้าเพียงเท่านี้ยังเจ็บเข่า ไม่ต้องพูดถึงคุณห
Baca selengkapnya
๒ เมื่อไร้อำนาจก็โดนมองเป็นหมาจรจัด
๒เมื่อไร้อำนาจก็โดนมองเป็นหมาจรจัดเย่หยูเหวินในชุดผ้าเนื้อดีทั่วไปก้าวขึ้นรถม้าเตรียมออกเดินทางไป นางไม่หันไปมองด้านหลัง มองไปเพียงด้านหน้า ไม่เผื่อใจว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกหลางหลางที่ออกมาส่งพระชายาแทนเจ้านายน้ำท่วมปาก สุดท้ายก็ไม่ได้กล่าวอันใดนอกจากปล่อยนางขึ้นรถม้าแล้วเดินไปกำชับองครักษ์เจ็ดคนที่ส่งไปคุ้มกันนางตลอดการเดินทาง“ดูแลพระชายาให้ดี”“ขอรับ”หัวหน้าองครักษ์รับคำขึงขัง รีบพาทุกคนออกเดินทางเพื่อที่จะได้ตามขบวนเดินทางใหญ่ของฮองเฮาและรัชทายาทได้ทันหลางหลางรอส่งขบวนเดินทาง จนกระทั่งลับตาแล้วถึงได้เดินเข้าจวนไปรายงานเจ้านายที่เรือนใหญ่ แต่หาทั้งเรือนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นห้องบรรทมหรือห้องหนังสือต่างก็ไม่พบ เดินออกมาหน้าห้องถามองครักษ์ก็ได้รับการตั้งคำถาม“ท่านอ๋องไม่ได้อยู่ด้านในหรือขอรับ”หลางหลางถลึงตาใส่ลูกน้อง “ไม่ได้เรื่อง” แล้วออกตามหาเจ้านายโดยไม่ถามใครอีกเขาเดินมาที่เขตเรือนพระชายา ลังเลว่าจะเข้าไปหาด้านในดีหรือไม่ ชั่งใจครู่หนึ่งสุดท้ายก็ตัดสินใจเดินเข้าไป“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ…”เขานิ่งรอฟังเสียง ขณะนั้นไร้เสียงตอบกลับจากอ๋องหนุ่ม ทว่ายังได้ยินเสียงบางอย่างที่ทำให้เขาก้าว
Baca selengkapnya
๓ ดูแลเรื่องปากท้องพระชายาก็คือหน้าที่
๓ดูแลเรื่องปากท้องพระชายาก็คือหน้าที่กลางคืนที่เหน็บหนาวทุกคนผ่านมาได้เพราะผ้าห่มที่เย่หยูเหวินไม่ทราบว่ามีติดรถม้ามาด้วย เมื่อหัวใจไม่รักดีคิดเข้าข้างตัวเองว่าสวามีตั้งใจให้คนเตรียมเอาไว้ให้ ใบหน้างามก็ผุดรอยยิ้มบุ๋มลึก“ท่านน้ายิ้ม!”เย่หยูเหวินรีบหุบยิ้มทันทีเมื่อหลานชายทัก“น้าไม่ได้ยิ้ม เจ้าดูผิดไปแล้ว”เย่หยูเหวินรีบเอาผ้าห่มและที่นอนไปส่งให้พี่สาวพร้อมช่วยนางปูเตียงให้ตูชานหลิน ส่วนเจียวเจียว เลี่ยวโถวปูที่นอนให้เจ้านายตน เมี่ยนเมี่ยนนางกำนัลประจำตัวตูชานหลินโดนแย่งหน้าที่ไปแล้วจึงได้ไปปูพื้นที่นอนคืนนี้ของตนและเจียวเจียวเลี่ยวโถว“พระชายาพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจุดเตาผิงมาให้”เสียงหนิงลิ่วดังขึ้นที่หน้ากระโจมยังไม่เข้ามาจนกว่าจะได้รับอนุญาต ยามนี้ทุกคนกำลังหนาว ผ้าห่มผืนเดียวไม่ทำให้อุ่นได้ แม้แต่เย่หยูเหวินที่เนื้อเยอะกว่าใครก็ยังอยากได้สิ่งของบรรเทาหนาว นางรีบกล่าวอนุญาตให้หนิงลิ่วเข้ามาในทันที“เอาเข้ามาเลย”หลังจากได้รับอนุญาต หนิงลิ่วกับองครักษ์อีกสามคนก็ยกเตาผิงขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กเข้ามาในกระโจมหกเตานางกำนัลสาวทั้งสามซึ้งใจไม่น้อยที่พวกเขาจุดเผื่อพวกนางด้วย รีบเข้าไปรับแล้วก
Baca selengkapnya
๔ ฮองเฮาไม่ต้องการหรืออยากเป็นไทเฮา
๔ฮองเฮาไม่ต้องการหรืออยากเป็นไทเฮา“หนิงลิ่ว นักฆ่ามากันมากหรือไม่”เย่หยูเหวินเดินเข้าไปหาหัวหน้าองครักษ์ สีหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล“กระหม่อมจัดการไปได้บางส่วนแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขออภัยในความบกพร่อง ทำให้ทุกพระองค์เสี่ยงกับอันตราย”ฉึก!ลูกดอกจากหน้าไม้ปักเข้าที่หน้าผากมือสังหารในยามที่เขาเปิดกระโจมเข้ามา เป็นเมี่ยนเมี่ยนที่จัดการมือสังหารคนนี้ให้ เย่หยูเหวินจึงกลับมาให้ความสนใจเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก“นี่มิใช่เวลามาขอโทษขออภัย จัดการพวกนั้นก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”“พ่ะย่ะค่ะ” หนิงลิ่วดึงสติตัวเองกลับมาได้ สภาวะอันตรายและการเห็นลูกน้องจากไปต่อหน้าทำให้เขาเกือบหลุดการควบคุมปึก!ทุกคนรีบก้มตัวลงหลบเมื่อลูกธนูทะลุแผ่นหนังฝั่งหนึ่งมาปักอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่ง ใจเต้นระทึกเมื่อไม่ได้มีเพียงธนูดอกเดียวแล้ว ที่น่าหวั่นใจที่สุดคือ…ธนูไฟ!“แย่แล้ว ทำอย่างไรดี”ทุกคนเริ่มอยู่ไม่นิ่ง ออกไปด้านนอกหวั่นเจอโจมตีทุกรูปแบบ อยู่ในกระโจมต่อก็หวั่นไฟคลอก“กำจัดธนูก่อน!”ในตอนที่ทุกคนยังไม่ได้ตัดสินใจนั้นเอง เสียงที่คุ้นหูของใครหลายคนก็ดังขึ้น“พระชายา เสียงท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”เย่หยูเหวินพยัก
Baca selengkapnya
๕ บิดาเราไม่ได้ใสซื่อมือสะอาด
๕บิดาเราไม่ได้ใสซื่อมือสะอาดการเค้นความล้มเหลว เพราะทันทีที่ดึงผ้าเช็ดหน้าออก มือสังหารก็กระอักเลือดเสียชีวิตต่อหน้าทุกคน ฮ่องเต้ตูชานเหอหัวเสียเป็นอย่างมาก คว้าดาบในมือทหารคนสนิทแทงร่างเขาทะลุให้ตายซ้ำ“ฝ่าบาท…” ตูชานเฟิงเดินไปยืนข้าง ๆ มองดาบที่ปักอยู่บนร่างมือสังหาร“ไม่ทันได้ความว่าเป็นใคร พวกมันโดนกลอกยาพิษมาก่อนหน้าแล้ว หากทำงานสำเร็จได้ยาถอนพิษ ไม่สำเร็จตายสถานเดียว”“วิธีการทำงานเหมือนสำนักฆ่าในยุทธภพ ดูท่าจะถูกจ้างมา หากไม่มีเงินหนามากก็มีอำนาจพอจะจ้างคนได้เยอะเพียงนี้”ทั้งคู่มองหน้ากัน เพียงมองตากันก็เดาคำตอบได้แล้วว่าใครคือตัวการของเรื่องนี้การสอบสวนจบเพียงเท่านี้ ฮ่องเต้ต้องเสด็จกลับวังแล้ว รับสั่งให้อ๋องหนุ่มนำกองกำลังส่งฮองเฮาและรัชทายาทไปยังหมู่บ้านซ่งชู่ต่อตูชานเฟิงมาส่งเชษฐาที่ขบวนรถม้า เอ่ยถามเสียงแผ่ว “หากเป็นคนที่เราคิด พระองค์จะทรงจัดการอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้ตูชานเหอกระโดดขึ้นม้า โอษฐ์แย้มสรวลแทนตัวเองด้วยคำพูดธรรมดาเช่นเคย “บัลลังก์ข้าได้มาโดยไม่ชอบธรรม จะจัดการขุนนางชั่วสักคนหนึ่งมิจำเป็นต้องหาหลักฐานมามัดตัว อย่าคิดกระทำการขวางหูขวางตาข้ามากก็แล้วกัน ม
Baca selengkapnya
๖ หมู่บ้านซ่งชู่ติดภูเขาและแม่น้ำสายน้อย
๖หมู่บ้านซ่งชู่ติดภูเขาและแม่น้ำสายน้อยหลังจากสร้างสุสานให้ทหารผู้วายชนม์แล้วเสร็จทุกคนก็ออกเดินทางในทันทีการเดินทางที่มีตูชานเฟิงและทหารกว่าห้าสิบนายเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีใครได้นอนกลางดินกินกลางทรายอีกเพราะตูชานเฟิงออกเงินเช่าโรงเตี๊ยม เดินทางต่อเพียงเก้าวันก็ถึงหมู่บ้านซ่งซู่ที่ติดภูเขาและแม่น้ำสายน้อย“ทางข้างหน้าก็ถึงแล้ว”เย่หยูเหวินได้ยินคำพูดนี้ก็เปิดหน้าต่างรถม้าดู ดวงตาเป็นประกาย ริมฝีปากอ้าค้างตะลึงในความงามของทิวทัศน์จังหวะนั้นตูชานเฟิงหันมาเห็นพอดี สั่งหลางหลางนำขบวน ส่วนตนดึงบังเหียนม้าย้อนกลับมาหาพระชายาที่กำลังตื่นเต้นให้กับทิวทัศน์ที่ไม่ได้เห็นบ่อย ๆ“เจ้าบ้านนอกหรือบ้านใน” สุนทรียภาพถูกทำลายด้วยคำพูดประโยคเดียวของสวามี เย่หยูเหวินค้อนใส่เขา ไม่ต่อล้อต่อเถียง เลือกที่จะปิดหน้าต่างหนีตัดบทสนทนา “นี่เจ้า…” ตูชานเฟิงที่ถูกปฏิบัติด้วยท่าทางนี้ถึงกับนิ่งค้าง ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน บังคับม้าจากไปเย่เฉิงมี่ที่อยู่รถม้าคันแรกยื่นหน้าไปมองเหตุการณ์ด้านหลัง ส่งยิ้มให้ตูชานเฟิงที่รีบปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉยเมื่อโดนพี่สาวในวัยเด็กยิ้มหยอกล้อ“พ่อแง่แม่งอน” ส่ายหน้าให้ทั้งสองเบา
Baca selengkapnya
๗ ก็แค่อยากรู้จะรอดไปได้กี่น้ำ
๗ก็แค่อยากรู้จะรอดไปได้กี่น้ำนอนใกล้ภูเขามานานได้ยินเสียงสัตว์ปีกดังเสียดหู จนเริ่มชิน แต่เรื่องเดียวที่เย่หยูเหวินยังไม่ชินก็คือเรื่องปากท้อง ตกดึกนางเริ่มหิวอีกครั้ง ยกมือขึ้นกุมท้องเมื่อเสียงท้องร้องเริ่มดังกว่าเสียงจักจั่น“เฮ้อ~อีกนานเพียงใดหนอกว่าข้าจะชิน กระเพาะชินเรื่องทานน้อยให้ข้าสักทีเถิด…”เย่หยูเหวินค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง มองไปทางแคร่เล็กที่ตั้งอยู่มุมห้องเห็นเจียวเจียวนอนนิ่งในผ้าห่ม นางก็เอนตัวลงไปนอนที่เดิมด้วยความหงุดหงิดไม่น้อย“เบื่อคนผอม เมื่อไรข้าจะกลับไปรู้สึกถึงอารมณ์นั้นบ้าง ไม่อยากนอนหิวกลางคืนแบบนี้อีกแล้ว”เย่หยูเหวินยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก พยายามข่มตาให้หลับ นับแกะก็แล้วแต่ก็ยังข่มตาให้หลับไม่ได้ สุดท้ายก็ลุกขึ้นมา สวมชุดคลุมแล้วเดินออกไปด้านนอก เสียงเหยียบไม้ที่ลงน้ำหนักเยอะปลุกเจียวเจียวให้ตื่นจากนิทรา“เช้าแล้วหรือเจ้าคะคุณหนู”เจียวเจียวยันกายขึ้นนั่ง สะบัดหน้าไล่ความง่วงงุน รู้สึกนอนไม่พอราวกับเพิ่งนอนไปไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น ตลบผ้าห่มออกเดินมาหาคุณหนู“ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ข้าแค่…หิว”เย่หยูเหวินเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม อายสาวใช้ไม่น้อย แต่ก็ยอมรับไปตามตรง “เหลือ
Baca selengkapnya
๘ เมื่อสตรีไม่มีใครทำอาหารเป็นเลย
๘เมื่อสตรีไม่มีใครทำอาหารเป็นเลยเช้าวันต่อมาเย่หยูเหวินแปลกใจในตัวเองนัก เมื่อใดที่นางทานดึกมักจะหิวตอนเช้า เช่นเช้าวันต่อมาที่หิวทันทีหลังจากที่บ้วนปากแต่งกายเรียบร้อยแล้ว“เจียวเจียว เช้านี้เราทานอันใดกันดี”เจียวเจียวกระเพาะน้อยยกมือขึ้นจับหน้าท้องตนเอง เอ่ยตามจริง“คุณหนู บ่าวยังรู้สึกอิ่มอยู่เลยเจ้าค่ะ เมื่อคืนทานไปเยอะมาก ตอนเช้ายังไม่รู้สึกอยากทานอันใดเจ้าค่ะ”เย่หยูเหวินถอนหายใจเบา ๆ เอนตัวลงนอนลูบท้องก่อนที่จะลุกไปดูคลังสมบัติของตน“เจียวเจียว เจ้าคิดว่าทั้งหมดนี้จะทำให้เราอยู่รอดได้นานเพียงใด”ในหีบสมบัติของเย่หยูเหวินเป็นเครื่องประดับทอง เงินและหยก ตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึง เจียวเจียวคำนวณจากครอบครัวธรรมดาหาเช้ากินค่ำ ไม่นับเรื่องการศึกษาและภาษีสังคมที่ต้องจ่าย“อาจอยู่ได้ทั้งชีวิตเจ้าค่ะ หากใช้อย่างประหยัด แต่ว่าเราหลายชีวิต อีกอย่างรัชทายาทต้องเติบโตขึ้นทุกวัน ค่าหมึก กระดาษ พู่กัน เสื้อผ้าอาภรณ์และตำราราคาไม่ถูกเลยเท่ากับว่าที่มีอยู่ตอนนี้ไม่เพียงพอ”เย่หยูเหวินร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา ปิดหีบลงแล้วเดินไปนอนคิดว่าจะทำมาหาเลี้ยงชีพใด“นอกจากกินเก่งแล้วข้ายังทำอันใดเก่งอีก”ปัก
Baca selengkapnya
๙ รสชาติที่คุ้นเคย
๙รสชาติที่คุ้นเคยอาหารเช้าปรุงสุกใหม่วางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ทั้งหมดสี่อย่าง แห้งสามน้ำแกงหนึ่ง เพียงได้กลิ่นจากระยะที่มองอยู่เย่หยูเหวินก็ท้องร้อง กลืนน้ำลายอึก ๆ มองอาหารตาละห้อย ไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้เพราะที่ทางยังไม่สะดวก“ท่านแม่ เราจะทานกันที่แคร่นี้หรือขอรับ”เย่เฉิงมี่กวาดตามองโดยรอบ ไม่มีเก้าอี้แม้แต่ตัวเดียว เลี่ยงการนั่งที่เดียวกับที่วางอาหารไม่ได้แล้ว“วันนี้นั่งทานบนแคร่ไปก่อน เดี๋ยวค่อยทำโต๊ะสำหรับทานอาหารเพิ่ม…หนิงลิ่วหาเวลาทำโต๊ะอาหารให้ได้หรือไม่”“ได้วันนี้ขอรับฮูหยิน” หนิงลิ่วรีบตอบรับ ออกคำสั่งองครักษ์สองคนให้ไปปฏิบัติตามคำสั่ง“เชิญคุณหนูคุณชายฮูหยินขอรับ” เถาจื่อยกข้าวมาให้เจ้านายทั้งสาม ข้าวเม็ดสวยในถ้วยกระเบื้องที่นำมาจากจวนอ๋องดึงความสนใจเย่หยูเหวินได้ในทันที“เถาจื่อ นี่ถ้วยกระเบื้องที่ข้าชอบมิใช่หรือ เอามาจากจวนอ๋องด้วย” ปลายเสียงสูง“ขอรับคุณหนู ของใช้พื้นฐานล้วนมีทั้งสิ้น อุปกรณ์ชงชาก็มีขอรับ”“ในเมื่อมีไยไม่เอามาใช้ตั้งแต่วันแรกของการเดินทาง ข้าก็คิดว่าชีวิตตกยากจนไม่มีชาดื่ม”“เอ่อ มีอุปกรณ์ชงชาก็จริง แต่ไม่มีชาขอรับ”เย่หยูเหวินกลอกตาใส่เถาจื่อแล้วเดินไปนั่
Baca selengkapnya
๑๐ คนของข้าเจ้ารังแกได้หรือ
๑๐คนของข้าเจ้ารังแกได้หรือนั่งรถม้าจากหมู่บ้านมาตลาดใช้เวลาราวหนึ่งเค่อสำหรับรถม้าที่ไม่ได้เดินทางเร่งรีบมาก ระหว่างทางเป็นสวนผลไม้ของชาวเมืองที่มีทั้งสวนส้ม องุ่น ผิงกั๋วและอื่น ๆ ที่เย่หยูเหวินไม่รู้จัก นางเปิดหน้าต่างดูทิวทัศน์ ดูผู้คนใช้ชีวิตกันตลอดทาง เจียวเจียวเห็นคุณหนูดูสนใจสวนองุ่นเป็นพิเศษเอ่ยถามอย่างรู้ใจ“คุณหนูอยากทานองุ่นหรือเจ้าคะ”เย่หยูเหวินพยักหน้ารับ “เจ้าว่า หากเราไปสมัครเป็นคนงานจะได้ทานองุ่นโดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อหรือไม่ เงินไม่เสียยังได้ค่าแรงอีก”เจียวเจียวตาโต ถามย้ำโดยไม่หวังว่าจะได้คำตอบนั้น “คุณหนูล้อบ่าวเล่นแล้ว เครื่องประดับชิ้นเดียวของคุณหนูก็ซื้อได้เป็นกระบุงแล้วเจ้าค่ะ ไม่ต้องลงมือถอนหญ้าให้เหนื่อย เสี่ยงต่อมือด้าน ประเดี๋ยวท่านอ๋องทรงรู้เข้าจะกริ้วเอานะเจ้าคะ”เลี่ยวโถวส่ายหน้าให้เจียวเจียวที่พลาดพูดประโยคนี้ออกมา แล้วปฏิกิริยาของนางก็คือ…“กริ้วก็กริ้วไปสิ มือก็มือของข้ามิใช่มือของเขา”เจียวเจียวเม้มปาก ไม่พูดถึงตูชานเฟิงอีกแล้ว รถม้ากลับมาสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง“หยุด~” เสียงเถาจื่อหยุดรถม้าพร้อมกับที่รถม้าหยุดนิ่ง “คุณหนู ถึงแล้วขอรับ”“อ้อ”ทุกคน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status