INICIAR SESIÓNเกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเสียสติ งั้นก็แกล้งบ้าคุยกับต้นไม้ใบหญ้าไปเลยแล้วกัน หรือจะแกล้งพระเอกธงแดงดี พี่ใหญ่! พี่ใหญ่! ท่านหน้าเหมือนกบเลย แต่ดูดีดีก็เหมือนจอมมาร ฮ่าฮ่า
Ver másชิงชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาทั้งวันยังไม่จางหาย “ถึงมิใช่คุณหนูผู้นี้ วันหน้าท่านก็ต้องแต่งกับสตรีที่คู่ควรอยู่ดี... ฉะนั้นท่านอย่าได้ยุ่งเกี่ยวกับแม่ค้าเช่นข้าเลย หากครอบครัวท่านรู้ ท่านอาจถูกลงโทษเอาก็ได้” หยวนซีเผยยิ้มกับความห่วงใยที่นางมีให้เขา ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า “ใครที่ไหนจะกล้าลงโทษข้า อีกอย่าง… จะให้ข้าเลิกยุ่งกับเจ้าไม่มีทางเสียหรอก” หยวนซีคลายอ้อมแขนออก ก่อนจะจับไหล่นางให้หมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากัน มือหนาทั้งสองข้างกุมไหล่บางไว้มั่นราวกับกลัวนางจะหนี สายตาคมกริบที่เคยอ้างว่าตรวจงานราชการ บัดนี้กลับส่องประกายความจริงใจไม่ปิดบัง “ที่ข้าหายหน้าไปสามวัน เพราะข้าต้องเตรียมการต้อนรับญาติผู้ใหญ่ที่เดินทางมาเยี่ยม และคิดหาจังหวะพูดคุยกับท่านพ่อเรื่องที่ข้า... เอ่อ… มีสตรีที่พึงใจแล้ว” เขาเว้นจังหวะพลางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา “ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร มาจากไหน หรือมีสมบัติเท่าใด เพราะสำหรับข้าแล้ว เจ้าคือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของข้า รอยยิ้มของเจ้า ข้าอยากเห็นมันทุกวัน ตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน” ชิงชิงเงย
ยามบ่าย… เมื่อแดดเริ่มอ่อนลง ทั้งสี่รวมถึงผู้ติดตามก็มานั่งล้อมวงกันที่ชานเรือนริมน้ำ หยวนซีรับหน้าที่ผ่าแตงโมเพราะเป็นงานง่าย และน่าจะทำได้ดีกว่าการตรวจดูว่าผลไหนสุกแล้ว เขาใช้มีดสั้นผ่าแตงโมที่แช่น้ำจนเย็นจัดออกเป็นชิ้น ๆ เนื้อสีแดงสดส่งกลิ่นหอมหวานทำเอาเจ้าแฝดถึงกับน้ำลายสอ “ข้าเอาชิ้นนี้” หลินหลินเอ่ยขึ้น ก่อนจะรับแตงโมชิ้นใหญ่มาถืออย่างมีความสุข “อืม… หวานมากเลยเจ้าค่ะพี่สาว” “ชอบก็กินเยอะ ๆ ถือว่าข้ามอบให้เป็นค่าตอบแทนที่พวกเจ้ามาช่วยงานก็แล้วกัน” ชิงชิงเอ่ยบอกพลางลูบศีรษะเด็กน้อย “ดีเลยขอรับ ข้าจะเอาไปฝากท่านแม่ด้วย” เสิ่นอวี้รีบบอก “หากเจ้าจะเอากลับจวน จะต้องจ่ายเงินนะห้ามเอาของซื้อของขายไปเปล่า ๆ รู้หรือไม่” หยวนซีสอนสั่งหลานทั้งสอง “ขอรับ / เจ้าค่ะ” เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมารับคำ ทั้งที่ปากนั้นยังเคี้ยวเนื้อแตงโม ทำให้น้ำหวานของมันไหลย้อยลงมา ชิงชิงเห็นเช่นนั้นก็หยิบผ้ามาเช็กปากให้ด้วยความเอ็นดู ภาพตรงหน้าทำเอารองเจ้าเมืองถึงกับนิ่งงัน พลางนั่งยิ้มราวกับสิ่งที่เห็นมันคือภาพครอบครัวของตน ความเรียบง่ายที่เขาโหยหา ความสงบที่เงินทองซื้อไม่ได้ และความละมุนละไมของแม่ค้าผักนางน
ไม่นานนักรถม้าคันใหญ่ของจวนสกุลเฉินก็เคลื่อนตัวออกจากเมือง มุ่งหน้าสู่ชายป่าที่ขนาบข้างด้วยแม่น้ำสายเล็ก ๆ ทัศนียภาพสองข้างทางเปลี่ยนจากบ้านเรือนเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี จนกระทั่งหยุดลงที่หน้ากระท่อมไม้หลังเล็กแต่สะอาดตา หลังบ้านคือภาพที่ทำให้เฉินหยวนซีถึงกับลืมพัดในมือ พื้นที่ดินสม่ำเสมอถูกจัดสรรเป็นแปลงผักอย่างเป็นระเบียบ มีพืชผักเขียวขจีและหัวไชเท้าที่ชูใบสลอนรับแดด ถัดไปไม่ไกลคือลานดินกว้างที่เต็มไปด้วยเถาแตงโมเลื้อยพันกันอย่างมีชีวิตชีวา หากมองดีดีจะเห็นลูกแตงโมกลมมนซ่อนตัวอยู่ใต้ใบกว้างรอวันสุกงอม “พี่สาว ท่านปลูกทั้งหมดนี่คนเดียวหรือขอรับ” อาเสิ่นตื่นเต้นจนรีบกระโดดลงจากรถม้า วิ่งไปชะโงกหน้าดูเจ้าลูกแตงโมลายสวยที่ถูกใบของมันปิดบังเอาไว้เห็นเพียงแค่เสี้ยวเท่านั้น “ใช่แล้ว ลำบากหน่อยแต่ก็ภูมิใจ โชคดีที่เมืองนี้ดินดีปลูกสิ่งใดก็งอกงาม” ชิงชิงยิ้มบางพลางเดินนำไปยังสวน “เชิญท่านรองเจ้าเมืองตามสบายนะเจ้าคะ หากเดินชมจนเหนื่อย ที่หน้ากระท่อมมีน้ำเย็น ๆ จากบ่อน้ำหลังบ้าน ชาดีดีที่ท่านเคยดื่มไม่มีนะเจ้าคะ ข้าจนไม่มีเงินซื้อเจ้าค่ะ” ชิงชิงตั้งใจบอกเช่นนั้นเพื่อเตือนให้เขารู้ว่า ความเป็นอ
แสงแดดยามเช้าในตลาดเมืองเชียงยังคงคึกคัก ทว่าวันนี้ เฉินหยวนซี รองเจ้าเมืองหนุ่มผู้สง่างามกลับยืนนิ่งค้างดั่งถูกสาป สายตาคมกริบที่เคยใช้ตรวจงานราชการอย่างเคร่งเครียด บัดนี้กลับจับจ้องดรุณีนางหนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดวางผักสด นางผู้นี้สวมใส่ชุดผ้าป่านเรียบง่าย ทว่าใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาและรอยยิ้มซื่อ ๆ ยามต่อรองราคากับชาวบ้านกลับตราตรึงใจเขายิ่งนัก “ท่านลุง ท่านยืนมองแม่นางขายผักจนน้ำลายจะหกแล้วนะเจ้าคะ ท่านลุงชอบนางหรือ” อาหลิน แฝดผู้พี่เอ่ยขึ้น “เจ้าเด็กคนนี้! พูดจาเหลวไหลใช่ที่ไหนกัน ลุงแค่กำลังตรวจตราดูว่า ผักที่พวกเขาเอามาขาย สดใหม่ตามความต้องการของชาวเมืองหรือไม่ก็เท่านั้นเอง” หยวนซีรีบเก็บอาการ พลางสะบัดพัดในมือรัวเร็ว ราวกับอากาศวันนี้ร้อนนักหนา “แล้วเหตุใดท่านลุงไม่ตรวจร้านอื่นบ้างขอรับ หลานเห็นยืนมองแม่นางร้านนี้นานแล้วนะ ไม่เห็นจะตรวจอะไรเลย” อาเสิ่นเอ่ย แล้วหันมากินถังหูลู่ในมือตนพลางมองผู้เป็นลุงไปด้วย “เจ้าสองคนเป็นเด็กจะไปรู้อะไร วิธีตรวจก็คือการดูว่าลูกค้าที่มาซื้อนั้น จะกล่าวเช่นใดต่างหาก” หยวนซีกล่าวแถไปเรื่อย “แล้วเหตุใดเราไม่ซื้อผักไปปรุงเองเลยล่ะเจ้าคะ” หลิ






reseñas