เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง

เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง

last updateLast Updated : 2026-03-04
By:  ซูมู่หรานUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
14Chapters
28views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเสียสติ งั้นก็แกล้งบ้าคุยกับต้นไม้ใบหญ้าไปเลยแล้วกัน หรือจะแกล้งพระเอกธงแดงดี พี่ใหญ่! พี่ใหญ่! ท่านหน้าเหมือนกบเลย แต่ดูดีดีก็เหมือนจอมมาร ฮ่าฮ่า

View More

Chapter 1

1. คุณหนูสี่

สายลมในฤดูร้อนกำลังพัดผ่านลานกว้างของมหาวิทยาลัยการแพทย์ชื่อดังในปักกิ่ง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ผสานกับความตื่นเต้นที่อบอวลอยู่ในอากาศทำผู้คนโดยรอบรู้สึกชื่นบานนัก

ซือหลินที่อยู่ในชุดครุยสีดำขลิบเขียวมองดูใบปริญญาบัตรในมือด้วยหัวใจที่พองโต ความเหนื่อยยากตลอดหลายปีในคณะแพทยศาสตร์สิ้นสุดลงแล้ว วันนี้เธอคือหมอเต็มตัว

“ซือหลิน มาทางนี้มาเข้าเฟรมหน่อย” เสียงเพื่อนสนิทตะโกนเรียกอยู่ริมสระน้ำโบราณภายในมหาวิทยาลัย

ซึ่งตรงนี้คือจุดแลนด์มาร์คที่ใคร ๆ ก็ต้องมาถ่ายรูปกัน

ซือหลินหัวเราะร่า รวบชายชุดครุยแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาเพื่อน ๆ ที่ยืนโพสต์ท่าอยู่บนขอบหินแกะสลักริมคลองขุดเก่าแก่

“มาแล้ว ๆ อย่าเพิ่งกดชัตเตอร์นะ รอฉันด้วย” เธอก้าวขึ้นไปยืนบนขอบหินโดยไม่ทันได้มองว่ามันมีคราบตะไคร่น้ำ ในจังหวะที่เธอกำลังจัดระเบียบชุดและหันไปยิ้มให้กล้อง

เท้าเจ้ากรรมก็เสียหลักลื่นไถลอย่างไม่คาดฝัน

“ว้าย!”

เสียงอุทานสั้น ๆ ขาดหายไปพร้อมกับร่างที่หงายหลังลงสู่ผืนน้ำเย็นเฉียบ ซือหลินพยายามไขว่คว้าหาที่ยึดเกาะ

ทว่าชุดครุยที่หนักอึ้งเมื่อเปียกน้ำกลับกลายเป็นโซ่ตรวนพันธนาการร่างกายเธอเอาไว้ใต้น้ำโดยอัตโนมัติ

“ซือหลิน! ช่วยด้วย! มีคนตกน้ำ!” เสียงกรีดร้องของเหล่าเพื่อน ๆ ดังขึ้น ตามด้วยเสียงกระโดดน้ำลงไปช่วย

ทว่า! ผืนน้ำที่สงบนิ่ง กลับมีคลื่นใต้น้ำอันน่าสะพรึงซ่อนอยู่

ซือหลินพยายามตะเกียกตะกายขึ้นสู่เบื้องบน แต่ทว่ามวนน้ำด้านล่างกลับฉุดดึงร่างของเธอลงสู่ก้นบึ้งอย่างรวดเร็ว

ความเย็นเยียบกัดกินไปถึงกระดูก ปอดของเธอแสบร้อนจากการพยายามไขว่คว้าหาอากาศหายใจ ภาพสุดท้ายที่เห็นคือแสงสว่างรำไรบนผิวน้ำที่ค่อย ๆ เลือนหายไป

พร้อมกับสติที่หลุดลอยและวูบดับลง

หนาว! ทำไมมันถึงหนาวขนาดนี้

นั่นคือความรู้สึกแรกที่แล่นเข้าสู่ประสาทสัมผัส ก่อนที่เธอจะสำลักน้ำออกมาอย่างรุนแรง ซึ่งคนเป็นหมอเข้าใจได้ว่ามันเกิดจากอะไร เพราะเธอจมน้ำนานมันถึงได้เป็นแบบนี้

“ฟื้นแล้ว! คุณหนูสี่ฟื้นแล้ว!” เสียงแหลมเล็กของใครบางคนดังขึ้นที่ข้างหู ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าโกลาหลของคนมากมาย

ซือหลินลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่เห็นพร่าเลือนจนต้องกะพริบตาซ้ำถี่ ๆ สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่สวนของมหาลัยหรือเพดานสีขาวของโรงพยาบาล หรือใบหน้าของเพื่อน ๆ

แต่กลับเป็นเพดานไม้สลักลวดลายโบราณและยังมีม่านมุ้งสีชมพูกลีบบัวปกคลุมเอาไว้แต่ตอนนี้มันเปิดอยู่แค่ทางเดียว

‘ที่นี่ที่ไหน? หรือเรากำลังอยู่ในความฝัน’ เธอพยายามขยับตัว แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงจนต้องนอนนิ่งเหมือนเคย

“เหมยเหมย… เหมยเหมยของพี่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงด้วยความกังวลดังขึ้นข้างเตียง

ซือหลินรีบหันมองชายหนุ่มรูปงามในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าคมคายแฝงไปด้วยความวิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด นัยน์ตาของเขาสั่นระริกขณะจ้องมองเธอ

“คุณ... คุณเป็นใคร?” ร่างบางรีบขยับถอยพลางยกผ้าห่มขึ้นมาปิดจนถึงคอ คิ้วสวยเริ่มผูกเป็นปม เธอไม่รู้จักเขา เขาคนนี้เป็นใคร แล้วเสื้อผ้าที่สวมอยู่ทำไมไม่เหมือนคนปกติ ‘หรือที่นี่จะเป็นกองถ่าย ไม่ใช่สิ… เพราะเราตกน้ำที่มหาลัย เราจะมาอยู่ที่กองถ่ายได้ยัง น้ำก็เป็นน้ำสระพัดมาไม่ได้หรอก'

ความคิดของเธอเริ่มตีรวน ยิ่งมองเห็นผู้คนทางด้านหลังเขา ซือหลินก็ยิ่งกลัวว่าตัวเองอาจจะถูกจัดฉากอะไรบางอย่าง

ทางด้านชายหนุ่มที่ถามเมื่อครู่เขาก็ได้แต่ชะงักไปชั่วครู่

แววตาที่เจ็บปวดอยู่แล้วยิ่งหม่นแสงลง เขาหันไปหาสตรีอีกคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “อาหนิง... ดูเหมือนอาการเสียสติของน้องสี่จะยิ่งรุนแรงขึ้น ขนาดข้านางก็จำไม่ได้แล้ว”

สตรีที่ชื่ออาหนิงหรือเฉินอวี้หนิง พี่สาวคนรองที่แต่งงานออกไปแล้ว ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา นางรีบประคองมืออีกข้างของซือหลินขึ้นมาแนบแก้ม “เหมยเหมย อย่าทำให้พวกเราตกใจสิ นี่พี่ใหญ่ เฉินหยวนซี พี่ชายที่เจ้าชอบขี่คอตอนเด็ก ๆ อย่างไรเล่า”

พี่ใหญ่… พี่สาว…นี่ฉันฝันหรือกำลังโดนแกล้งอยู่กันแน่

แต่ไม่สิ เราตกน้ำนะ ใครจะเอาคนตกน้ำที่หมดสติไปแล้วมาแกล้งในที่บ้า ๆ แบบนี้กัน คิดได้แบบนั้นเธอก็ลืมตาให้กว้างขึ้น กวาดสายตามองไปรอบห้อง ซึ่งในห้องนี้ไม่มีอุปกรณ์การแพทย์ ไม่มีสายน้ำเกลือ มีเพียงกลิ่นกำยานหอมอ่อน ๆ และเครื่องเรือนไม้คลาสสิกที่เหมือนหลุดออกมาจากกองถ่ายหนังย้อนยุค

‘หรือที่นี่เป็นฉากละครย้อนยุค หรือว่าฉันดูซีรี่ส์มากไปจนเก็บไปฝัน ตอนนี้เราอาจจะหมดสติอยู่ในโรงพยาบาลก็ได้' เธอคิด ก่อนจะลองหยิกที่แขนตัวเอง “โอ๊ย! เจ็บ” 'บ้าจริงนี่ไม่ใช่ฝันเหรอ'

“เหมยเหมย เจ้าทำตนเองทำไม เจ็บหรือไม่” หยวนซีรีบดึงแขนนางมาหมายจะลูบให้เหมือนอย่างเคยยามนางเจ็บตัว

ทว่าน้องสาวที่ไร้เดียงสากลับชักมือกลับทันใด

“คุณอยู่ห่าง ๆ ฉันก่อนได้ไหม ขอฉันตั้งสติก่อน” เธอรีบบอก พลางขยับกายที่อ่อนแรงลุกขึ้นมานั่งที่มุมอีกฝั่งของเตียง

“ฉัน? ตั้งสติ?” สองพี่น้องกล่าวประสานเสียงขึ้นมา พลางหันหน้ามองหน้ากันแล้วหันกลับไปมองน้องสาวตนอีก

“ฉันหมายถึง ขอเวลาฉันก่อนได้ไหม”

“เจ้าอยากพักสินะ อาหนิงเรากลับกันก่อนเถอะให้น้องสี่นอนพักอีกสักหน่อย แล้วค่อยกลับมาเยี่ยมนางอีกทีดีกว่า”

“ก็ได้ ทว่าข้ามาอีกไม่ได้แล้วนะพี่รอง ยามนี้แม่สามีข้าป่วย อาการไม่ค่อยสู้ดีนัก หากออกมาบ่อย ๆ เป็นได้ถูกตำหนิแน่”

“ไม่เป็นไร ที่นี่มีข้าอยู่ อีกไม่กี่วันท่านพ่อกับพี่ใหญ่ก็จะกลับมาแล้ว เจ้าอย่าได้ห่วงกังวลไป กลับไปทำหน้าที่ของตนให้ดีเถิด” หยวนซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเคย

“เช่นนั้น น้องสี่พี่ไปนะ ขอให้เจ้าหายป่วยไวไวล่ะ มาคราวหน้าพี่จะเอาน้ำตาลปั้นมาให้เจ้าเยอะ ๆ เลย” อวี้หนิงเอ่ยพลางขยับมาจับมือน้องสาวลูบเบา ๆ ดวงตานั้นก็คลอไปด้วยน้ำใส

ทว่าคนที่มองอยู่กลับเผยยิ้มแหยที่ไร้ความจริงใจให้

‘ทำไมเขาถึงได้แสดงเก่งจัง’ ซือหลินนึกชมอีกฝ่ายในใจ ก่อนจะมองตามร่างบางที่หมุนตัวเดินออกไปด้วยท่วงท่าสง่างาม เพรียบพร้อมเหมือนกุลสตรีที่ถูกสอนสั่งมาอย่างเข้มงวด

‘สมจริงเกินไปแล้ว อย่างกับหลุดมาอยู่ในยุคโบราณจริง ๆ เลยแฮะ’ เธอยิ้มออกมา แต่เพียงชั่วอึดใจรอยยิ้มนั้นก็หุบลง

‘ไม่สิ ที่นี่มันสมจริงเกินไป คน สถานที่ คำพูด ถึงจะดูเหมือนกองถ่าย แต่ว่าที่นี่ก็ไม่มีกล้อง สายไฟ สปอร์ตไลฟ์ก็ไม่มี แล้วมันจะเป็นกองถ่ายอย่างที่เราคิดได้ไง ระ…หรือว่า’  

คิดได้ดั่งนั้น ร่างที่อ่อนแรงก็ตั้งท่าจะลุก แต่เธอก็ต้องทรุดนั่งลงอีก เพราะร่างกายในตอนนี้อ่อนแรงมาก

“น้องสี่ เจ้าคิดจะทำอันใด” หยวนซีรีบถาม พลางตั้งท่าจะประคองนาง ทว่ามือน้อยกลับยกขึ้นมาห้ามเอาไว้เสียก่อน

“ไม่ต้อง ขอกระจกได้ไหม มีกระจกหรือเปล่า” เธอรีบบอกความต้องการ เพราะนี่อาจเป็นหนทางเดียวที่จะพิสูจน์เรื่องทุกอย่างได้ และสาวใช้คนสนิทก็รีบทำตามในทันที

เพราะหากขัดใจ คุณหนูสี่ผู้นี้จะต้องอาละวาดแน่นอน

ทันทีที่กระจกถูกยื่นมาตรงหน้า ซือหลินก็นิ่งงันไป

‘นะ…นี่ใครกัน ตัวเรางั้นเหรอ?’

 

 

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
14 Chapters
1. คุณหนูสี่
สายลมในฤดูร้อนกำลังพัดผ่านลานกว้างของมหาวิทยาลัยการแพทย์ชื่อดังในปักกิ่ง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ผสานกับความตื่นเต้นที่อบอวลอยู่ในอากาศทำผู้คนโดยรอบรู้สึกชื่นบานนักซือหลินที่อยู่ในชุดครุยสีดำขลิบเขียวมองดูใบปริญญาบัตรในมือด้วยหัวใจที่พองโต ความเหนื่อยยากตลอดหลายปีในคณะแพทยศาสตร์สิ้นสุดลงแล้ว วันนี้เธอคือหมอเต็มตัว“ซือหลิน มาทางนี้มาเข้าเฟรมหน่อย” เสียงเพื่อนสนิทตะโกนเรียกอยู่ริมสระน้ำโบราณภายในมหาวิทยาลัยซึ่งตรงนี้คือจุดแลนด์มาร์คที่ใคร ๆ ก็ต้องมาถ่ายรูปกันซือหลินหัวเราะร่า รวบชายชุดครุยแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาเพื่อน ๆ ที่ยืนโพสต์ท่าอยู่บนขอบหินแกะสลักริมคลองขุดเก่าแก่“มาแล้ว ๆ อย่าเพิ่งกดชัตเตอร์นะ รอฉันด้วย” เธอก้าวขึ้นไปยืนบนขอบหินโดยไม่ทันได้มองว่ามันมีคราบตะไคร่น้ำ ในจังหวะที่เธอกำลังจัดระเบียบชุดและหันไปยิ้มให้กล้องเท้าเจ้ากรรมก็เสียหลักลื่นไถลอย่างไม่คาดฝัน“ว้าย!”เสียงอุทานสั้น ๆ ขาดหายไปพร้อมกับร่างที่หงายหลังลงสู่ผืนน้ำเย็นเฉียบ ซือหลินพยายามไขว่คว้าหาที่ยึดเกาะทว่าชุดครุยที่หนักอึ้งเมื่อเปียกน้ำกลับกลายเป็นโซ่ตรวนพันธนาการร่างกายเธอเอาไว้ใต้น้ำโดยอัตโนมัติ“ซือหลิน!
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
2. อยู่ในนิยาย
ซือหลินยังคงนิ่งงัน มองใบหน้าจิ้มลิ้มเจ้าของร่างที่น่ารักและสวยหวานเอามาก ๆ ถึงตอนนี้จะดูซูบซีดไปบ้างก็เถอะ‘เรื่องจริงเหรอ ที่ฉันมาอยู่ในร่างคนอื่น’ เธอพึมพำ พลางยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองที่มีความต่างจากตัวตนในโลกปัจุบันมากตัวเธอในโลกก่อน ถึงจะเรียนเก่ง กลับไม่ได้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เรียกว่าแทบไม่มีใครสนใจเลยก็ว่าได้ซือหลินในโลกปัจจุบัน สวมแว่นตาไม่เคยถอด น้ำหนักก็ผอมแห้งไม่มีน้ำมีนวล เพราะเธอเรียนหนักจนไม่สนใจดูแลตัวเองซึ่งเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ก็ไม่ต่างไปจากเธอนักแต่เจ้าของร่างนี้ กลับมีผิวพรรณผุดผ่อง ขาวเนียนดูสะอาดตา แม้แต่ร่องรอยจุดด่างดำสักเม็ดก็ไม่มีให้เห็นพอสัมผัสก็เนียนลื่น นุ่มนวลดุจแพรไหม เรียกว่าเป็นร่างกายที่แสนเพอร์เฟคที่ผู้หญิงทุกคนอยากได้เลยล่ะ“น้องสี่เจ้าเป็นอะไรไป ไยนิ่งเช่นนี้เล่า อย่าทำพี่รองตกใจสิ”พี่ชายตัวโตเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง พลางมองนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกังวล จนซือหลินรู้สึกผิด‘เขาคือพี่ชายเจ้าของร่างสินะ ผู้หญิงที่เพิ่งออกไปก็พี่สาว เราควรต้องพูดอะไรหน่อย เพื่อให้เขาเลิกเป็นห่วง’“เอ่อ…ฉัน ไม่สิ…ข้าแค่ตกใจนิดหน่อย ท่านพี่ อย่าใส่ใจเลย ข้าอยากพัก
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
3. ก็บ้าไปให้มันจบ ๆ
ซือหลินมุดตัวลงใต้ผ้าห่มแพรเนื้อนุ่ม ภาวนาในใจอย่างมีความหวัง ถึงแม้จิตสำนึกกว่าครึ่งจะเชื่อแล้วว่าตัวเองตาย และมาเกิดใหม่ในร่างของน้องพระเอกที่มีอาการเสียสติตั้งแต่เด็กถึงกระนั้นนางก็ยังกล่าวปลอบใจตนเอง ‘นี่คือความฝัน ซือหลิน... พรุ่งนี้เธอจะตื่นขึ้นมาในห้องเช่าที่ปักกิ่ง แล้วไปฉลองรับปริญญากับเพื่อน ๆ นี่คืออาการหลอนจากการขาดออกซิเจนตอนตกน้ำเท่านั้น...’ สติของเธอค่อย ๆ ดับวูบด้วยความอ่อนเพลียของร่างกายที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาสามชั่วยามต่อมา…เวลาได้ล่วงเลยจนแสงแดดที่เคยส่องจ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนรำไร ร่างอรชรที่หลับไปนานก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งสิ่งแรกที่นางทำคือการกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างมีความหวัง แต่แล้วใจดวงน้อยก็ร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อภาพตรงหน้ายังคงเดิมไม่มีสิ่งใดต่างออกไปเลย ม่านมุ้งสีชมพูกลีบบัวเครื่องเรือนไม้สลักลายโบราณ กลิ่นกำยานทุกอย่างล้วนแต่ยังอยู่ครบ รวมถึงร่างของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายเจ้าของร่าง ซึ่งเขากำลังนั่งก้มหน้าสัปหงกอยู่ข้างเตียงเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความฝันจริง ๆ ด้วยความตระหนกแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอตายแล้วจริง ๆ และที่นี่คือโล
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
4. แกล้งไปเรื่อย
บรรดาบ่าวไพร่ที่กำลังทำความสะอาดลานบ้านถึงกับหยุดมือ มองคุณหนูสี่ที่เดินร่ายรำผ่านไปอย่างอัศจรรย์ใจ“นั่นคุณหนูสี่จริงหรือ ไยนางถึงสดใสแปลกๆ” บ่าวคนหนึ่งซุบซิบกับสหายที่กำลังเดินเคียงข้างกันไปยังเรือนใหญ่ซึ่งคำพูดที่คนเหล่านี้เคยเอ่ยประจำ วันนี้นางกลับไม่ได้ผ่านไปอย่างเช่นเคย เพราะคนที่พวกเขากำลังกล่าวถึง ได้หันมาแยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะคำรามเสียงดัง “เจ้า! บนหัวเจ้ามีเงาดำลอยอยู่ สงสัยจะเป็นวิญญาณตุ๊กแกจองเวร รีบไปกินหัวหอมสามหัวก่อนตะวันจะตกดินเสีย มิเช่นนั้นตุ๊กแกจะมากัดหูเจ้า”บ่าวชายผู้นั้นตกใจจนหน้าซีดพลางทิ้งไม้กวาดในมือ ก่อนจะวิ่งตรงไปทางห้องครัวที่อยู่ทางหลังเรือนในทันทีซือหลินได้แต่ยืนกลั้นขำกับท่าทางลนลานของเขา ที่มีมากจนวิ่งไม่คิดชีวิต “สงสัยจะกลัววิญญาณตุ๊กแกมากจริง ๆ”“คะ…คุณหนู เห็นเงาดำจริงหรือเจ้าคะ” เสี่ยวจูรีบถาม“เปล่า ข้าได้ยินสาวใช้ตรงนั้นคุยกันเรื่องคนงานจับตุ๊กแกเมื่อคืน ข้าเลยพูดอำไปเรื่อยก็แค่นั้น นึกไม่ถึงว่าจะเย้าถูกคนเสียได้” เอ่ยแล้วนางก็ส่งเสียงหัวเราะ โดยลืมไปว่ายามนี้กำลังรับบทเป็นคนเสียสติอยู่ แต่พอนึกได้นางก็กล่าวไปเรื่อยขณะที่นางกำลังเพลินกับการแกล้งค
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
5.คนบ้าทำอะไรก็ไม่ผิด
แต่ในเมื่อเฉินซือเหมยเป็นคนเสียสติ ฉะนั้นนางจะทำอะไรมันก็ไม่ผิดไม่ใช่หรือ ที่สำคัญยามนี้ก็อยู่ต่อหน้าบิดาและพี่ชายด้วย นับว่าเป็นโอกาสดีที่จะเอาคืนแทนเจ้าของร่างแล้ว ‘ชิ หล่อแต่เก๊กงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้พระเอกธงแดงอย่างท่าน กลายเป็นคนเสียสติแทนเจ้าของร่างนี้เลย’ คิดได้ดังนั้นนางจึงแสร้งทำตาโต เอียงคอไปมา แล้วเดินวนรอบตัวบิดาและพี่บุญธรรมราวกับกำลังสำรวจบางสิ่ง“พี่รอง คนผู้นี้มีกลิ่นเหมือนอี้ฟานเลย ยืนนิ่งเหมือนกันด้วย ไม่รู้เขาจะชอบดื่มสุราเหมือนอี้ฟานหรือไม่ พี่รองท่านไปเอาสุรามาให้เขาที ข้าจะเลี้ยงดูเขาให้เติบใหญ่เหมือนอี้ฟาน” นางเอ่ยเสียงใสซื่อ พลางยื่นมือไปหมายจะจิ้มที่แผงอกแกร่งของพี่ชายบุญธรรมหรงอวี้จ้องนางด้วยสายตาคมดุ เมื่อน้องสาวต่างสายเลือดที่เขาเคยสั่งขังนางไม่ให้ออกมารบกวนคน กลับเดินเข้าหากันอย่างไม่กลัวเกรง นางไม่มีท่าทีตื่นกลัวเขาเช่นที่ผ่านมาสักนิดเพราะโดยปกติมู่หรงอวี้ก็เป็นเช่นนี้ แม้เขาจะไม่ได้ใส่ใจน้องสาวต่างสายเลือดนัก แต่ก็ไม่ถึงกับละเลยนางจนไม่ไยดีทว่าจะให้เขาพูดจากับนาง หรงอวี้ผู้นี้ก็ไม่ทำง่าย ๆ“หยวนเอ๋อร์ อี้ฟานเป็นผู้ใดกัน” ท่านโหวเอ่ยถามขัดจั
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
6.บังเอิญพบ
ซือเหมยที่แกล้งเดินหาวกลับเรือนแท้จริงแล้วไม่ได้ไปไหนไกล ร่างอรชรกำลังแอบวางหูแนบชิดกับรอยแตกของไม้เพื่อฟังบทสนทนาของเหล่าบุรุษที่หน้าเรือนต่างหาก“คุณหนู ท่านทำอะไรเจ้าคะ”“ชู่วว…ข้ากำลังฟังพี่ประตูพูดอยู่ เจ้าอย่าเสียงดังสิ” นางแถไปเรื่อย ก่อนจะเงี่ยหูฟังความจากด้านนอกอย่างตั้งใจทว่ายิ่งฟัง ใจที่เคยลิงโลดเพราะได้แกล้งคนกลับห่อเหี่ยวลงเรื่อย ๆ ‘อีตาพระเอกนี่ ถึงกับยอมรับดื้อ ๆ ว่าจะขังเราไว้งั้นเหรอ ท่านพ่อก็เห็นดีด้วยอีก ตายแน่ยัยซือหลินเอ๊ย แกแกล้งคนผิดแล้วรู้มั้ย’ หญิงสาวนึกขยาดในใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นเฉียบของพี่ชายบุญธรรมที่ประกาศชัดว่าจะจัดการนางอย่างไร ซือหลินรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ของพระเอกธงแดงผู้นี้ดี ในนิยายเขาคือเพชฌฆาตหน้าหยกที่ไร้ความปรานี หากนางยังขืนกระตุกหนวดเสือในช่วงที่ ‘เกราะคุ้มภัย’ อย่างท่านพ่อกับพี่รองไม่อยู่มีหวังได้นอนเน่าอยู่ในห้องมืดจนต้องเสียสติจริงแน่ ๆสามวันต่อมา เมื่อเฉินอวี้โหวและหยวนซีเดินทางออกจากจวนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง ซือเหมยก็เริ่มแผนการใหม่ทันทีนั่นคือ ‘ทำตัวล่องหน’พยายามเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ไม่ออกไปเพ่นพ่าน ให้สายตาของพระเอกธงแดง
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
7. แกล้งยังไงให้เข้าตัว
ด้านซือหลิน หลังจากเดินมาถึงประตูหลังของจวน นางก็แง้มเปิดอย่างระมัดระวัง เมื่อไม่มีใครนางก็แอบย่องเดินตรงกลับไปยังเรือนพัก แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นบ่าวไพร่วิ่งวุ่นตามหาตน “ทำอย่างไรดี ถ้าถูกจับได้ว่าแอบหนีไปข้างนอก เป็นได้ถูกกักบริเวณเป็นแน่ แบบนั้นก็หมดสนุกน่ะสิ”นางครุ่นคิดหาทางออกให้ตนเอง พลันยิ้มร้ายก็ผุดขึ้น“เอ๋! เราเป็นคนบ้านี่ หึหึ”คิดได้ดังนั้น นางก็แสร้งเดินร้องไห้ตรงไปหาบ่าวที่กำลังควานหานางแถวสระน้ำ พลางส่งเสียงโวยวายอย่างคนขัดใจ“คุณหนูสี่! คุณหนูสี่อยู่ทางนี้” เสียงบ่าวชายรีบตะโกนจากนั้นบ่าวไพร่ที่กำลังหาก็รีบตรงมา พลางทอดถอนใจอย่างโล่งอก ตามมาด้วยสาวใช้สองนางที่ทำหน้าที่ดูแลใกล้ชิด“คุณหนู คุณหนูกลับมาแล้ว ท่านไปไหนมาเจ้าคะ” เสี่ยวจูถามอย่างเป็นห่วง พร้อมกับลูบเช็ดคราบเปื้อนบนเนื้อตัวให้“ข้าไปจับผีเสื้อ แต่ผีเสื้อบินหนี ข้าเลยเอาต้นไม้ที่มันเกาะมาให้หมด เดี๋ยวมันก็ตามมา” ซือหลินกล่าวแถไปเรื่อย ก่อนที่สายตาจะสะดุดกับร่างสูงที่กำลังเดินตรงมาพร้อมกับใบหน้าบูดบึ้ง ซ้ำเนื้อตัวเขายังเปียกปอนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า‘แย่ล่ะ เขาคงไม่ได้ลงไปงมเราในน้ำหรอกนะถึงได้มีสภาพนี้ ซวยแล
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
8. แกล้งจนได้เรื่อง
หรงอวี้ออกคำสั่งให้คนสนิทกล่าวต่อ ขณะที่เขายังคงสนใจตวัดปลายพู่กันลงบนผืนผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะ“นางสั่งให้เสี่ยวจูไปหาซื้อเหล้ามาหลายไห ทว่าไม่ได้เอามาดื่มนะขอรับ คุณหนูสี่กลับเอามาล้างเครื่องมือโลหะประหลาดที่นางสั่งช่างตีเหล็กทำขึ้นมา ซ้ำยังเอาเนื้อหมูสด ๆ มาวางบนโต๊ะ แล้วใช้เข็มกับด้ายเย็บมันขอรับ เย็บไปพลางอธิบายไปพลาง พึมพำเรื่องแผลติดเชื้ออะไรสักอย่าง ซึ่งข้าน้อยไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยขอรับ บางครานางก็นั่งบดยาหรือปรุงอะไรสักอย่างทั้งวัน”หรงอวี้ที่กำลังถือพู่กันตวัดลายอักษร กลับค่อย ๆ วางมันลงที่แท่นหมึก นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงอย่างใช้ความคิด “เย็บเนื้อหมูงั้นหรือ แล้วนางทำเช่นนั้นด้วยท่าทางอย่างไร”“ดู... คล่องแคล่วและจริงจังมากขอรับ ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ซ้ำนางยังวาดรูปเป็นด้วยนะขอรับ ทว่า…”“ทว่าอะไร เจ้าพูดให้จบสิ” จางหูรีบท้วง“ก็ข้าอธิบายไม่ถูก ภาพที่นางวาดมันเหมือนคน ทว่า…เอ่อ มันมีอะไรไม่รู้ขอรับ เต็มตัวไปหมด ดูแล้วน่าสยดสยองยิ่งนัก ราวกับว่าทุกอย่างมันอยู่ในตัวเราทั้งหมด ท่านแม่ทัพนี่มันไม่ใช่เรื่องที่คนเสียสติ หรือแม้แต่คนปกติทั่วไปจะทำกันเลยนะขอรับ” จางลั่ว ทำท่าทางลูบแขนขอ
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
9. หอมมาแต่จูบกลับ
หรงอวี้ยกยิ้มมุมปากบางเบา เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ดูสม่ำเสมอของคนที่อยู่บนแผ่นหลัง เขาจงใจก้าวเดินให้ช้าลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่พิงซบลงมา แม้จะรู้ดีว่าคนบนหลังเพียงแค่แสร้งหลับ เพื่อหนีสถานการณ์กระอักกระอ่วน ทว่าเขากลับรู้สึกพอใจอย่างประหลาดเมื่อได้พันธนาการนางไว้เช่นนี้นับจากวันนั้น ชีวิตของซือหลินก็ไม่เคยได้พบกับคำว่าความเป็นส่วนตัวอีกเลย เพราะไม่ว่านางจะแอบย่องไปที่ลำธารหรือจะหลบมุมอยู่หลังเรือนเพื่อไม่ให้เจอเขา ร่างสูงสง่าของพี่ชายบุญธรรมก็ยังมายืนกอดอกส่งยิ้มละไมให้เสมอ รวมถึงวันนี้ แม้นางจะไม่ออกไปข้างนอก เขาก็ยังมาตามถึงเตียงนอน“เหมยเหมย วันนี้อากาศดีนักพี่ใหญ่จะพาเจ้าไปเดินเล่นที่ป่าไผ่ หลังจวนมีนกกระรางหัวขวานมาทำรังด้วยนะ เจ้าไม่อยากไปคุยกับพวกมันหรือ พี่ใหญ่ว่าปลาตัวนั้นมันก็คงจะคิดถึงเจ้าแล้วล่ะ” หรงอวี้เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังขนลุกซู่“ไม่เอา เหมยเหมยจะนอน เมื่อคืนอี้ฟานเลื้อยมาพันขา ทำข้านอนไม่หลับเลย” นางแสร้งงัวเงียตอบพลางมุดหน้าลงกับหมอน“ไม่ได้ นอนมากไปประเดี๋ยวจะอ้วนเอานะ ไปคุยกับนกกับปลาสนุกกว่าเยอะ มาเร็ว...” เขาไม่ว่าเปล่าแต่กลับรวบตัวนางขึ้นมา
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
10. คู่หมั้นท่านมาแล้ว
คำพูดที่หลุดจากริมฝีปากอิ่มที่เพิ่งถูกบดขยี้จนบวมช้ำ เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดเข้าใส่หน้าของมู่หรงอวี้ จนสติของเขากลับคืนมา นัยน์ตาคมดุที่เคยเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ค่อย ๆ วูบไหวแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนวุ่นวายที่ยากเกินจะปิดได้มิดเขามองสบกับดวงตาคู่สวยซึ่งบัดนี้มีแต่ความแน่วแน่ ไร้ซึ่งความเลื่อนลอยของคนเสียสติอย่างที่นางเคยใช้เป็นเกราะกำบัง แววตาเด็ดเดี่ยวและน้ำเสียงเรียบเฉยนั้น ตอกย้ำความจริงที่ว่าสตรีตรงหน้า นางไม่ใช่คนที่จะให้เขาหยอกเย้าได้อีกต่อไปบรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของทั้งสองชัดเจน แววตาที่ทอดมองกันต่างก็เผยความสับสนในใจหรงอวี้คลายอ้อมกอดที่เคยรัดรึงออกอย่างช้า ๆ สองมือหนาที่เคยตรึงท้ายทอยนางไว้กลับตกลงข้างลำตัวอย่างคนทำอะไรไม่ถูก เขารู้สึกผิดจนต้องกลืนคำพูดที่คิดจะหยอกเย้าต่อลงคอ พลางเบือนหนีสายตาตัดพ้อที่กำลังจ้องมองตนใจแกร่งที่เคยเต้นรัวด้วยความคะนองยามได้กลั่นแกล้งนาง บัดนี้กลับถูกบีบรัดเพราะความรู้สึกผิดที่แล่นพล่านขึ้นมาจุกที่อกเขารู้ดีว่าสถานะระหว่างเขากับนางนั้นเปราะบางเพียงใด แม้จะไม่ได้เกี่ยวดองกันทางสายเลือด แต่ในสายตาคนนอกและในความรับผิดชอ
last updateLast Updated : 2026-02-27
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status