Se connecterไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ไม่มีเสียงของซูม่านฉี ไม่มีวี่แววของมู่จวิ้นที่เป็นเจ้าบ้าน มีเพียงเสียงกระซิบกันของหัวหน้าหมู่บ้านและฮูหยินเท่านั้น นางค่อยๆ เรียบเรียงกระทั่งเข้าใจในที่สุด
พวกเขาทั้งหมด...ล้วนกลับไปแล้ว
ใช่ กลับไปแล้ว ทิ้งนางเอาไว้ที่นี่เพียงลำพัง
ซูม่านฉีผลุนผลันขี่ม้าจากไป เสิ่นซีหยวนเองก็เป็นห่วงจึงตามไป จากนั้นมู่จวิ้นฝากทั้งสองคนดูแลนาง จากนั้นเขาก็รีบไปเพื่อปลอบโยนคนรัก ซูอวี่ฉีรู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างน่าขัน นางมาทำอะไรที่นี่กันแน่ ทั้งที่ไม่ได้สนิทสนมกับใคร แม้แต่สหายที่คิดว่ารู้จักอีกฝ่ายดี วันนี้กลับรู้ซึ้งว่าตัวนางคิดผิด นางไม่เคยรู้จักซูม่านฉีดีเลย...
เสียงกระซิบดังขึ้นจากสองสามีภรรยา “ข้าว่า...พวกเขาโดนวางยา”
“หมายความว่าอย่างไร”
“หมายความตามนั้น” หัวหน้าหมู่บ้านกระซิบเสียงเบา “หลังเสี่ยวจวิ้นจากไปข้าไปดูรอบๆ บ้าน กาสุราของเขาถูกวางยาปลุกกำหนัด เพราะเช่นนี้เสี่ยวจวิ้นจึง...แยกไม่ออกว่านางเป็นคนรักหรือสหายของคนรัก”
“ใช้ได้ที่ไหน ถึงจะถูกวางยาแต่นาง...”
“ข้าไปดูในห้องอีกห้อง ในนั้นมีจอกสุรา ข้าว่าข้าจำไม่ผิด นั่นเป็นกลิ่นของผงสลายกำลัง ยิ่งผสมลงไปในสุราก็ยิ่งทิ้งฤทธิ์นานขึ้น ยิ่งเป็นสตรีก็จะยิ่งสิ้นเรี่ยวแรง เห็นชัดว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นคนสร้างสถานการณ์”
“ช้าก่อน” ฮูหยินของเขาสูดลมหายใจ “ข้า...วันนั้นข้าเหมือนเห็นว่าเสี่ยวม่านแอบเดินไปที่บ้านเดิมของนาง จากนั้นก็เห็นสหายของเสี่ยวจวิ้นเดินตามนางไป หากสุรามียาปลุกกำหนัด เสี่ยวจวิ้นอยู่ในห้องกับแม่นางน้อยผู้นี้ แล้วเสี่ยวม่านเล่านางกับสหายของเสี่ยวจวิ้นผู้นั้น...??!!”
“ไม่สิ หากนางเป็นคนลงมือ วันนั้นนางจะโกรธแค้นเช่นนั้นไปทำไม นางดูโกรธ ผิดหวัง แถมยังดูตกใจมากเลยมิใช่หรือ”
“ตาแก่ เจ้าไม่รู้มารยาร้อยเล่มเกวียนของอิสตรีหรือ หากเสี่ยวม่านลงมือจริง เช่นนั้นก็มีคำตอบเพียงคำตอบเดียว นางอยากได้สหายของเสี่ยวจวิ้น ดังนั้นจึงวางแผนให้เสี่ยวจวิ้นลงเอยกับแม่นางน้อยผู้นี้อย่างไรเล่า เฮ้อ...น่าสงสารก็แต่แม่นางน้อยผู้นี้ พวกเขาก็ใจดำเหลือเกิน เกิดเรื่องก็ทิ้งนางเอาไว้ที่นี่ แต่ละคนเอาแต่ห่วงใยสตรีร้ายกาจมากแผนการอย่างเสี่ยวม่าน เกรงว่าในใจของเสี่ยวม่านคงรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริงกระมัง”
“แล้วนี่นางเป็นอย่างไรมาก”
“บอบช้ำ ตอนนี้ร่างกายนับว่าบอบช้ำมา บุรุษที่ถูกวางยาปลุกกำหนัดกับสตรีพรหมจรรย์ เฮ้อ...ไม่นับรวมว่าหัวใจของนางจะยิ่งบอบช้ำมากกว่าร่างกายนี้”
ซูอวี่ฉีในหัวใจเย็นเยียบ... นางโกรธที่ตัวเองโง่งม โกรธที่ตัวเองแม้มองเห็นหลายๆ เรื่อง ทว่าเพราะความเชื่อใจจึงไม่กังขาในสิ่งที่ซูม่านฉีกระทำเลยสักนิด
‘อวี่ฉี...รู้หรือไม่ข้อเสียของเจ้าคืออะไร ประนีประนอมจนเกินไปจึงถูกเอาเปรียบได้ง่าย’ ประโยคนั้นของผู้เป็นนายก้องอยู่ในใจของนาง จนถึงวันนี้นางจึงกระจ่างในสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวในวันนั้น
ซูอวี่ฉีรอจนร่างกายของนางหายดี ไม่ได้เร่งร้อนเดินทางกลับ ทางหนึ่งก็สงสัยว่าเมื่อกลับไปแล้ว ซูม่านฉีจะทำอย่างไร ทางหนึ่งก็สงสัยว่ามู่จวิ้นเล่าจะมองออกสักนิดหรือไม่ว่าคนที่ตนรักวางแผนนี้ขึ้น
“ไม่สำคัญแล้ว...” นางกระซิบบอกกับตัวเองเสียงเบา ขณะมองท่านลุงและท่านป้าที่เมตตานาง ช่วยดูแลนางทั้งยังอาสาไปส่งนางกลับเมืองหลวง
ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านแซ่หาน นางจึงเรียกทั้งสองว่าท่านลุงหานและหานฮูหยิน ทั้งสองดูเห็นใจในชะตากรรมนางอยู่มาก และนางก็รู้สึกขอบคุณทั้งสองคนยิ่ง เพราะทั้งสองไม่เพียงไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน จากนั้นโยนความผิดมาที่นางโดยไม่มองรายละเอียด
ไม่เพียงนางได้รู้ว่ายาที่ซูม่านฉีใช้เป็นยาอะไร นางยังรู้ด้วยว่าคืนนั้นขณะที่นางอยู่บนเตียงกับมู่จวิ้น ซูม่านฉีเองก็อยู่กับเสิ่นซีหยวนทั้งคืน!!!
ตอนที่รถม้ากำลังจะถึงจวนปั๋ว หญิงสาวให้ท่านลุงหานกับหานฮูหยินลงจากรถม้า นางมีเงินไม่มากดังนั้นจึงยกให้ทั้งสองทั้งหมด “ข้า...อยากรบกวนท่านทั้งสองรั้งอยู่ที่เมืองหลวงสักสองสามวัน บางทีข้าอาจต้องการความช่วยเหลือจากพวกท่าน”
นางหัวเราะคิกดึงมือของเขาไปวางยังหน้าท้องแบนราบ “ไม่ผิดแน่ๆ รอบเดือนไม่มาสองเดือนแล้ว”มู่จวิ้นอ้าปากเบิกตามองนาง “มี...แล้ว?!”“เจ้าค่ะมีแล้ว” เห็นสีหน้าของเขานางยิ้มกว้าง ทว่าต่อมากลับถูกมู่จวิ้นอุ้มตัวลอยขึ้น เขาพานางเดินออกมาจากในครัว ตะโกนบอกท่านลุงหานกับฮูหยิน“ท่านลุง ท่านป้า เสี่ยวเป่า ข้ากำลังจะมีลูกสาวแล้ว!! พวกท่านได้ยินหรือไม่ ฮูหยินของข้าตั้งครรภ์บุตรคที่สองของข้าแล้ว!!”ตอนนี้ก็รู้กันทั้งหมู่บ้านชาวบ้านโผล่หน้าออกมามองเขา เสียงแสดงความยินดีตะโกนกลับมา ไม่นานหลายคนก็เดินมาที่หน้าบ้าน ใครมีอะไรก็เอามาหยิบหยื่น สีหน้าของเขาพวกเขาล้วนยินดีจากใจ“คนเขาเพิ่งตั้งครรภ์แต่เจ้ารู้แล้วว่าได้บุตรสาว?”“นั่นสิ เจ้าอยากได้บุตรสาวหรอกหรือ”“บุตรสาวก็ดีนะ มารดาของนางงดงามเช่นนี้ บุตรสาวจะต้องน่ารักน่าชังแน่นอน”“ข้าจะมีน้องสาวแล้ว!” เสี่ยวเป่าตะโกนแทรกมู่จวิ้นหัวเราะอุ้มบุตรชายขึ้น “ใช่แล้วเจ้ากำลังจะเป็นพี่ใหญ่แล้ว ต้องช่วยท่านแม่ดูแลน้องสาวด้วย”“ขอรับ!”คืนนั้น...หลังบุตรชายหลับไปแล้วซูอวี่ฉีมองออกไปนอกบ้าน ลานกลางบ้านมีแคร่ไม้ที่มู่จวิ้นที่ต่อขึ้น เขานั่งมองท้องฟ้ายามค่ำคืนเงียบๆ ค
มู่จวิ้นมองอีกฝ่าย “เป็นคนดีนั้นยาก ข้าเลือกที่จะไม่เป็นแล้ว เพราะข้ามีคนข้างกายที่ข้าต้องใส่ใจ ต้องดูแล หากนางไม่สบายใจเพราะข้าเป็นคนดีที่ช่วยเหลือแม้กระทั่งคนที่อาจจะกลับมาทำให้ความสัมพันธ์ของข้ากับนางสั่นคลอน เช่นนั้นข้าจึงเลือกที่จะเป็นคนเลว”เขาหมายความตามนั้นจริงๆ เขาช่วยได้เท่าที่ช่วยแล้ว หากเขายังดึงซูม่านฉีเข้ามาในชีวิต เขาจะสูญเสียความรัก สูญเสียความไว้วางใจของซูอวี่ฉี เขาจะไม่มีวันยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแล้วเสิ่นซีหยวนก็ยังไม่อาจเข้าใจ เขาเหม่อลอยจากนั้นเดินห่างออกไปเรื่อยๆ มู่จวิ้นมองอีกฝ่ายจากนั้นได้แต่ถอนหายใจซูอวี่ฉีเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ยื่นมือหนึ่งออกไปกุมมือเขาเงียบๆ เขาหันมาเลิกคิ้วมองนาง หันกลับไปมองทิศทางที่นางเดินจากมา “เจ้า...อยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”“เพิ่งมาเจ้าค่ะ” นางยิ้ม “เขาคงไม่คุ้นเคยกับคนมากๆ ร้องไห้ไม่หยุด ข้าเพิ่งกล่อมให้เขาหยุดร้อง ตอนนี้หลับไปแล้ว”มู่จวิ้นยื่นแขนออกไปรับบุตรชาย “เช่นนั้นพวกเรากลับบ้านกันดีหรือไม่ ข้าไม่อยากดื่มสุราแล้ว อยากพาพวกเจ้ากลับบ้านมากกว่า”“ได้เจ้าค่ะ” นางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา มู่จวิ้นเองก็ยิ้มให้นางอย่างอ่อนโย
จวนใต้เท้าหวังจัดงานเลี้ยง นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวไปร่วมงานในฐานะฮูหยินเคียงข้างมู่จวิ้น ใต้เท้าหวัง หวังอวี้เหวิน คือผู้บังคับบัญชาของมู่จวิน เป็นผู้พิพากษาแห่งศาลต้าหลี่ เขากับฮูหยินมีบุตรสาวสามคนไม่มีบุตรชาย เช่นนี้แล้วหวังฮูหยินจึงขอร้องให้หญิงสาวพาบุตรชายไปด้วยแม้ตำแหน่งของสามีไม่ได้สูงส่ง ทว่าผลงานของมู่จวิ้นที่สามารถคลี่คลายคดียักยอกเสบียงกองทัพ ทำให้ขุนนางหลายสนใจในตัวเขา ฝ่าบาททรงพระราชทานรางวัล อีกทั้งยังเลื่อนตำแหน่งให้เขาอีกขั้นหนึ่ง เพิ่มเบี้ยหวัดอีกหลายส่วน ซูอวี่ฉีเห็นสามีแบ่งรางวัลที่ได้มาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเท่าๆ กัน นางไม่ได้คัดค้าน เพราะทุกๆ คนล้วนมีความดีความชอบไม่ต่างกันวันนั้น...นางอุ้มบุตรชายเอาไว้ในอ้อมแขน เขาร้องไห้โยเยจนนางต้องแอบพาออกมาข้างนอก กล่อมอยู่นานกว่าลูกน้อยจะหลับได้ เมื่อกำลังจะเดินกลับเข้าด้านใน นางกลับเห็นเสิ่นซีหยวนกับผู้เป็นสามีเดินออกมาสนทนากัน“อาจวิ้น เจ้า...สบายดีกระมัง”“สบายดี ท่านเล่า”“ข้าก็...ดีอยู่ หลายวันก่อน ไม่สิ ข้าได้รับจดหมายจากชายแดนหลายครั้ง ได้ยินมาว่าเจ้าเองก็ได้จดหมายจากนางเช่นกัน”นาง...ที่ว่า ไม่ต้องเดาซูอวี่ฉีย่อมตระ
ไม่ว่าในอดีตจะเคยเกิดอะไรขึ้น วันหนึ่งข้างหน้านางอาจจะหวนคิดถึงบาดแผลที่เคยถูกทำร้าย หรืออาจมีคนคอยตอกย้ำเรื่องราวที่เคยผิดพลาดของเขา ของนาง หรือของผู้อื่น ทว่าตอนนี้ไม่สำคัญแล้วเพราะนางอยากทะนุถนอมวันเวลาเช่นนี้ ทะนุถนอมเขา ทะนุถนอมคนข้างกาย บุตรชาย รวมไปถึงความสุขของครอบครัวในเมื่อมู่จวิ้นให้สัญญาแล้ว นางเองก็รู้สึกเสมอว่าเชื่อเขาได้ เช่นนั้นแล้วนางจะต้องลังเลทำไม ความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อมหากไม่กล้าเอื้อมมือออกไปคว้า เช่นนั้นเมื่อไหร่เล่าจะได้มานางไม่กลัวแล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว ไม่ว่าจะเป็นสตรีอื่น ต่อให้เป็นซูม่านฉี หรืออดีตที่นางไม่รู้ของมู่จวิ้น ขอเพียงนางเข้มแข็งไม่อ่อนไหวโดยง่าย เชื่อใจ ไว้ใจ และหนักแน่นไม่สั่นคลอน นางเชื่อว่าจนถึงตอนนี้นางจะสามารถรับมือมันได้ความสุขสงบของชีวิตที่แท้จริง...นางรู้ว่ามันเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง เพราะการอยู่ร่วมกันไม่มีทางราบรื่นอย่างแท้จริง ระหว่างคนสองคนมักมีความขัดแย้ง ความเห็นต่าง ความคิดที่ไม่ตรงกันขอเพียงนางรับฟัง เขาเองก็รับรู้ต่างคนต่างเข้าอกเข้าใจ เปิดใจ มีสติระหว่างสามีภรรยาย่อมมีทางออกให้กับทุกเรื่อง ทางที่ทำให้ความเห็นต่างนั้นมาบรรจบ
เขาอึ้งงั้น “เจ้า...รู้ว่าข้ากำลังคิดถึงเรื่องนี้?” เขามองนางจากนั้นเอนตัวดึงนางเข้าไปกอด “ข้าเองก็ไม่ได้อยากพาเจ้ากลับไป แต่ว่าทนแยกจากเจ้าอีกไม่ได้อย่างแน่นอน เจ้าดูชอบที่นี่มาก อีกทั้งบรรยากาศของที่นี่ทำให้เจ้าอารมณ์ดี มีความสุข ข้าไม่อยากให้เจ้าไม่มีความสุข เล็กน้อยก็ไม่อยาก”“ความสุขมันมีหลายทาง ที่นี่ข้ามีความสุข ที่เมืองหลวงข้ามีท่าน มีลูก พวกเราก็จะมีความสุข” นางกล่าวและคิดเช่นนั้นจริงๆ“ได้ ครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งก่อน พวกเราจะต้องมีความสุขแน่นอน” เขากดจุมพิตลงไปยังกลางกระหม่อมของนาง ทว่าตอนที่กำลังจะไล่จุมพิตลงไปยังปลายจมูก ซูอวี่ฉีกลับนิ่วหน้า นางสูดลมหายใจเข้าลึก“ทะ...ท่านพี่”“หืม?”“ข้า...” เขารู้สึกถึงบางอย่างที่เปียกชุ่มปลายรองเท้า “ข้าเจ็บท้อง...มาก!”“ท่านป้า ท่านลุง!!” เขาตะโกนเสียงดังอุ้มหญิงสาวขึ้นไปวางบนเตียง “เจ้าอดทนหน่อย อยู่นิ่งๆ ตรงนี้ ข้าไปเรียกคนก่อนเดี๋ยวกลับมา เจ้ารอข้านะ สูดหายใจเข้าลึกๆ!!!”ด้านนอกเขาวิ่งออกไปตะโกนเสียงดังลั่น “ท่านลุงหลิน ท่านป้า ฮูหยินของข้าจะคลอดแล้ว! ท่านป้าจูหมอตำแยเมาหรือยัง?!”ซูอวี่ฉีเจ็บท้องแทบตายแต่กลับรู้สึกขบขัน นี่มันสถาน
“ข้ารู้ แต่เจ้าสามารถคาดหวังในตัวข้าได้ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังและเสียใจอีก ข้าสัญญา”ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงเชื่อทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย มู่จวิ้น...หัวหน้ามือปราบศาลต้าหลี่ บุรุษที่ทุกๆ การกระทำ ทุกๆ คำพูดหนักแน่นและจริงจัง เขาเป็นคนดี ดีมาก ดีเสียจนนางเองก็โกรธเขาไม่ลง เพราะหากนางรู้สึกโกรธ ความรู้สึกที่จะตามมาก็มักจะเป็นความรู้สึกผิด เพราะนางเข้าใจในทุกการกระทำของชายหนุ่มที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเรื่องของนาง หรือเรื่องของซูม่านฉีคนทุกคนล้วนสามารถก้าวพลาด เลือกพลาด ผิดพลั้งได้ทุกคน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด นางกับมู่จวิ้นเองก็เคยพลาดพลั้งเช่นกัน แต่จะมีกี่คนที่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นอีกครั้ง...กับคนคนเดิมแต่งงานอีกครั้งกับบุรุษคนเดิม ทว่าครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิง เสียงหัวเราะ หยอกล้อ รอยยิ้ม ความยินดี ความสุข ทุกอย่างฉายชัดออกมาจากน้ำเสียง สีหน้า รวมไปถึงดวงตาของบ่าวสาวงานแต่งงานที่ไม่จำเป็นต้องหรูหรา ไม่มีสินสอดมากล้น ไม่มีสินเดิมมากมาย มีเพียงชาวบ้านที่เข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ อย่างบ้านนั้นมีเนื้อ บ้านนี้มีไก่ บ้านอีกหลังมีไข่ อีกหลังมีผ้า อีกบ้านก็มีฟืน มี
ชั่วขณะหนึ่งในเงามืดนางมองเห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของมู่จวิ้น หัวใจของนางพลันเย็นเยียบ ตกตะลึงพยายามดันหน้าอกเขา ทว่า...จนแล้วจนรอดที่นางทำได้ก็คือส่งเสียงแผ่วเบา วอนขอต่อสวรรค์ให้นี่เป็นแต่เพียงความฝันตื่นหนึ่งร่างกายร้าวระบม...สติเลือนราง...เสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น นางจำได้แม่นว่านั่นเป็นเสียงข
ทั้งสองสนทนากันครู่หนึ่งจากนั้นจึงออกมานั่งร่วมวง ซูอวี่ฉีนั่งฟังคนทั้งสามรำลึกความหลังเงียบๆ บางคราเสิ่นซีหยวนจึงจะถามด้วยความอยากรู้ประโยคหนึ่ง ซูม่านฉีที่ดูเหม่อลอยกลับเป็นคนที่เงียบที่สุด เออออบ้างทว่าก็ยังมองออกว่านางมีเรื่องในใจหญิงสาวคิดว่าสหายเพียงคิดถึงเรื่องความหลังของที่นี่ เศร้าใจที่บิ
“ท่านเลิกล้อเล่นได้แล้ว ข้าเหนื่อยแล้วหากวันนี้ไม่ถึงก็จะกลับแล้ว” ซูม่านฉีกระเง้ากระงอดซูอวี่ฉีเห็นท่าไม่ดีจึงเลิกม่านรถม้ามองมู่จวิ้นที่กำลังบังคับรถม้า เขาหันกลับมามองนาง “มือปราบมู่ พวกเรามาถูกทางหรือไม่เจ้าคะ”เขาหัวเราะเสียงเบา “เลยเนินนี้ไปก็มองเห็นทางเข้าหมู่บ้านแล้ว พวกเจ้าสองคนอดทนอีกหน่
เสียงถอนหายใจดังขึ้น “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกัน หลายปีลำบากมาไม่น้อยกว่าจะมีวันนี้ ดังนั้นรักใคร่และจริงใจต่อใครสักคน เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ ทว่าอวี่ฉี...เจ้าใสซื่อจนเกินไปจะถูกหลอกใช้ได้ง่าย บางครั้งเห็นแก่ตัวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิด เจ้าเข้าใจหรือไม่”นางมองผู้เป็นนายเห็นอีกฝ่าย







