Войтиในเมืองหลวงผู้คนต่างพูดว่าจ้าวหยวนเช่อเป็นคนจิตใจสงบไร้ความปรารถนา สูงส่งสง่างาม ดุจแสงจันทร์กระจ่างที่มองเห็นแต่มิอาจเอื้อม มีเพียงเจียงโย่วหนิงเท่านั้นที่รู้ว่า ยามลับหลังผู้อื่นพี่ชายของนางคนนี้ก็คือดวงไฟ เพียงสัมผัสนางก็พลันลุกโชนทันที ทั้งร้อนแรงและรุนแรง ในช่วงเวลาเร้นลับเหล่านั้น เขาเคยร้องเรียกนางว่า ‘ชิงชิง’ ด้วยเสียงที่แหบแห้งนับครั้งไม่ถ้วน ดึงนางเข้าสู่หายนะครั้งใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรียบง่ายไร้กิเลสอะไรกัน หลอกลวงกันทั้งเพ! ต่อมา จ้าวหยวนเช่อได้หมั้นหมายกับผู้อื่น เจียงโย่วหนิงจึงหอบสมบัติที่สะสมมาหลายปีหนีไปกลางดึก ทว่ากลับถูกเขาขวางไว้ท่ามกลางพายุหิมะที่โปรยปราย “เจียงโย่วหนิง เจ้าหนีไม่พ้นหรอก”
Узнайте большеอ่านจบแล้ว นางก็เข้าใจทันทีที่แท้ เนื้อหาในท่อนนี้ ก็คือวิธีการห่อเล็บที่เขาทำให้นางในวันนี้“ท่อนนี้ คัดสามรอบ”จ้าวหยวนเช่อเอาพู่กันที่แต้มหมึกแล้วยัดใส่มือนางเจียงโย่วหนิงรู้ว่าหนีไม่พ้นต้องเขียนหนังสือ จึงรับไปเขียนแต่โดยดีไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใดนางจ้องโจทย์คำนวณตรงหน้าด้วยหนังตาหนักอึ้ง ขนตางอนยาวหลุบลง หัวค่อย ๆ สัปหงกเหมือนง่วงมาก“วันนี้พอแค่นี้ก่อน”จู่ ๆ จ้าวหยวนเช่อเอ่ยปากเจียงโย่วหนิงตกใจ ตื่นขึ้นมาทันที“ข้าไปล้างหน้าบ้วนปากก่อน”ได้พักผ่อนแล้ว นางปรารถนาอย่างยิ่ง ลุกขึ้นเดินไปตรงอ่างล้างหน้าบนชั้นวาง ตอนยกมือขึ้น เพิ่งนึกได้ว่าสิบนิ้วของตัวเองถูกห่อเอาไว้โดนน้ำไม่ได้นางหันมองเตรียมจะเรียกฟางเฟยเข้ามาทว่าจ้าวหยวนเช่อได้ยื่นแปรงสีฟันที่แต้มเกลือละเอียดมาให้แล้วเจียงโย่วหนิงมองเขาแวบหนึ่งนางไม่ชินกับการที่เขาดูแลนาง แต่ถ้าปฏิเสธเขาคงไม่ยินยอมแน่นางรับไปเงียบ ๆ แล้วเริ่มแปรงฟันพอนางวางแปรงสีฟันลง จ้าวหยวนเช่อก็บิดผ้าชุบน้ำอุ่นเรียบร้อย เดินเข้ามาเช็ดหน้าให้นาง“ไม่ต้องเจ้าค่ะ ข้าให้...”เจียงโย่วหนิงกำลังจะปฏิเสธแต่จ้าวหยวนเช่อประคองท้ายทอยนา
เจ็บยาวไม่สู้เจ็บสั้น“ข้ารู้แล้ว...”ตู้จิ่งเฉินพูดขัดนาง แล้วหันหลังเดินออกไปข้างนอกเหมือนร่างหลุดจากวิญญาณเจียงโย่วหนิงมองแผ่นหลังของเขาที่หายลับไปตรงที่แสงจันทร์สิ้นสุด ถึงได้ผ่อนลมหายใจไม่รู้ฟู่อวี้ไปอยู่ที่ไหน? ทำไมถึงได้ปล่อยให้ตู้จิ่งเฉินเข้ามา?เอวคอดถูกมือใหญ่คู่หนึ่งจับเอาไว้จ้าวหยวนเช่อดึงนางกลับมาในอ้อมกอด แล้วจุดเทียนให้สว่างเจียงโย่วหนิงกะพริบตา ปรับตัวกับแสงสว่างตรงหน้า ยังคงไม่วางใจ จึงชะโงกไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้งจ้าวหยวนเช่อดึงนางกลับมาใหม่ แล้วปิดหน้าต่างสองมือของเขารวมนางไว้ในอ้อมกอด แล้วจับมือนางข้างหนึ่ง ทำสิ่งที่เมื่อครู่ยังทำไม่เสร็จสิ้นเจียงโย่วหนิงหลุบตาจ้องการกระทำเขาท้องนิ้วของเขามีหนังด้านบาง ๆ อุ่นร้อน จุดที่ถูกเขาจับร้อนกร้าน ๆ เสียดสีจนคันยิบ ๆสำลีที่รูปร่างเหมือนเล็บนางถูกชุบด้วยน้ำคั้นดอกเทียนบ้าน แล้วปิดลงบนเล็บของนาง จากนั้นค่อยนำหญ้าตีนนกหนึ่งใบมาห่ออย่างดีเจียงโย่วหนิงเผลอเงยหน้าเล็กน้อย แล้วหันมองเขาใกล้กันมากเกินไปโดยไม่คาดคิด ริมฝีปากของนางเฉียดโดนใบหน้าด้านข้างของเขานุ่มนิ่มเหมือนลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านเจียงโย่วหนิง
จ้าวหยวนเช่อเหมือนแค่นหัวเราะเจียงโย่วหนิงหันหลัง มืออ่อนนุ่มปิดปากเขาไว้ตู้จิ่งเฉินห่างจากพวกเขาแค่หน้าต่างกั้น มีความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็จับสังเกตได้ฝ่ามืออุ่นร้อน หัวใจนางกระตุกวาบ แล้วรีบหดมือกลับมากลับถูกมือใหญ่ข้างหนึ่งจับข้อมือไว้แน่นเขาค่อย ๆ จูบฝ่ามือของนางอย่างแผ่วเบาหนึ่งทีราวกับขนอันอ่อนนุ่มลูบผ่านหัวใจ รู้สึกวาบหวิว จั๊กจี้ มิอาจมองข้ามท่ามกลางความมืด ใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าว หูทั้งสองข้างก็ร้อนเช่นกัน“อาหนิง วันนี้ วันนี้ข้าไม่ระวังตัว ดื่มน้ำชาที่จ้าวซือรุ่ยยกไป...”ตู้จิ่งเฉินอธิบายได้ครึ่งเดียวก็หยุดชะงักเจียงโย่วหนิงเป็นสตรีที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบเขาคิดว่าไม่ว่าอย่างไร ก็จะใช้ชีวิตกับนางไปตลอดชาติไม่คาดคิดว่า ระหว่างทางจะมีจ้าวซือรุ่ยโผล่ออกมาเรื่องนี้ ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้แล้ว บัดนี้เขาจึงหมดอาลัยตายอยากเจียงโย่วหนิงได้สติ จึงหดมือกลับมาพร้อมถอนหายใจ“ข้ารู้ จ้าวซือรุ่ยบอกว่าน้ำชานั่นข้าเป็นคนให้ท่านใช่หรือไม่?”ขณะนั้นนางพอคาดเดาได้แล้วยังดีที่ช่วงเวลาที่รู้จักตู้จิ่งเฉินยังไม่นานมาก ยังไม่ได้ผูกพันกันขนาดนั้นแม้จะเ
นางเก็บสายตากลับมาจ้าวหยวนเช่อกลับยื่นลูกท้อที่ปอกเปลือกเสร็จไปตรงหน้านาง นิ้วมือเรียวยาวถือลูกท้อที่ฉ่ำไปด้วยน้ำ ช่างน่ามองเหลือเกินช่วงเวลาที่มาสอนหนังสือนาง เขามักจะนำของหายากกลับมาให้นางกินเสมอเขาไม่บอกว่าเอามาจากไหนเจียงโย่วหนิงเองก็ไม่กล้าถามแรกเริ่ม นางเคยปฏิเสธ แต่สู้เขาไม่ได้ ทุกครั้งจะถูกเขาบังคับให้กินจนหมดบัดนี้ นางเองก็ถูกเขาทำจนเคยชินไปแล้ว นางแก้มแดง แล้วรับไปด้วยสองมือ แล้วกัดลงบนยอดของลูกท้อฉ่ำน้ำหนึ่งคำเนื้อลูกท้อที่อ่อนนุ่มละลายในปาก รสชาติหวานชื่นใจจ้าวหยวนเช่อมองนางเงียบ ๆริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อของนาง เปื้อนหยดน้ำผลไม้เล็กน้อย ทั้งนุ่มทั้งอ่อน ราวกับละลายเพียงสัมผัส“ท่านกินหรือไม่?”เจียงโย่วหนิงถูกเขามองจนอึดอัด จึงถามออกไปโดยตรงเขาย่อมไม่กินอยู่แล้วเขาไม่เลือกกิน และไม่ตะกละนอกจากอาหารวันละสามมื้อ และน้ำชา เขาแทบจะไม่กินอย่างอื่นสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ จ้าวหยวนเช่อตอบรับอืมเจียงโย่วหนิงเบิกดวงตาดำขลับใสแจ๋วจนโต แล้วมองเขาอย่างแปลกใจ วินาทีต่อมา นางหันกายยื่นลูกท้อในมือไปตรงหน้าเขา ริมฝีปากฉ่ำน้ำอ้าออกเล็กน้อย แล้วมองเขาอย่างประ


















ОтзывыБольше