พันธกาลเร้นรัก

พันธกาลเร้นรัก

에:  มู่เฉิงซินสวี่방금 업데이트되었습니다.
언어: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 평가. 1 리뷰
5챕터
20조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

ในเมืองหลวงผู้คนต่างพูดว่าจ้าวหยวนเช่อเป็นคนจิตใจสงบไร้ความปรารถนา สูงส่งสง่างาม ดุจแสงจันทร์กระจ่างที่มองเห็นแต่มิอาจเอื้อม มีเพียงเจียงโย่วหนิงเท่านั้นที่รู้ว่า ยามลับหลังผู้อื่นพี่ชายของนางคนนี้ก็คือดวงไฟ เพียงสัมผัสนางก็พลันลุกโชนทันที ทั้งร้อนแรงและรุนแรง ในช่วงเวลาเร้นลับเหล่านั้น เขาเคยร้องเรียกนางว่า ‘ชิงชิง’ ด้วยเสียงที่แหบแห้งนับครั้งไม่ถ้วน ดึงนางเข้าสู่หายนะครั้งใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรียบง่ายไร้กิเลสอะไรกัน หลอกลวงกันทั้งเพ! ต่อมา จ้าวหยวนเช่อได้หมั้นหมายกับผู้อื่น เจียงโย่วหนิงจึงหอบสมบัติที่สะสมมาหลายปีหนีไปกลางดึก ทว่ากลับถูกเขาขวางไว้ท่ามกลางพายุหิมะที่โปรยปราย “เจียงโย่วหนิง เจ้าหนีไม่พ้นหรอก”

더 보기

1화

บทที่ 1

เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบาง

ภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่น

เจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่างทำให้ฝีเท้าของนางดูไม่ปกติอย่างเห็นได้ชัด

ทันใดนั้นประตูไม้สลักลวดลายด้านซ้ายก็เปิดออก มือข้างหนึ่งที่ขาวซีดแต่แรงเยอะยื่นออกมาโอบรัดเอวคอดกิ่วของนางอย่างแม่นยำ แล้วดึงนางเข้าไปหลังศาลบรรพบุรุษโดยไม่รีรอ

เจียงโย่วหนิงหน้าซีด พลันจะร้องตกใจ

มือใหญ่ของคนผู้นั้นปิดปากนาง จากนั้นน้ำเสียงใสเย็นก็ดังขึ้นข้างใบหูของนาง

“ข้าเอง”

กลิ่นหอมของโกฐชฎามังสีอันคุ้นเคยโชยมา เมื่อเจียงโย่วหนิงมองเห็นชายหนุ่มที่กอดนางชัดเจน นัยน์ตาสีดำพลันหดเล็ก ขณะที่ลนลานสองมือก็ยกขึ้นดันแผงอกกำยำของเขา ริมฝีปากชมพูเผยอออก กลับไม่สามารถเปล่งเสียง

ชายหนุ่มตรงหน้าจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางหยักแดงระเรื่อ เครื่องหน้าหล่อเหลา ผมมวยขึ้นกลางกระหม่อมอย่างคล่องตัว เยือกเย็นสูงส่ง แฝงความน่าเกรงขาม

เขาคือจ้าวหยวนเช่อ พี่ชายคนโตของนาง ซึ่งทำศึกอยู่ที่ชายแดนมาห้าปีเศษ และเพิ่งกลับมาเมื่อครึ่งเดือนก่อน

ที่วันนี้ในจวนเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ก็เพื่อแถลงผลงานของเขาแด่บรรพบุรุษ

จ้าวหยวนเช่อปล่อยตัวนาง กลับไม่ถอยหลัง ตาหงส์เรียวยาวดำขลับคู่นั้นหลุบต่ำแล้วจ้องมองนาง

เขาออกศึกในสนามรบมานานหลายปีทั้งยังเชี่ยวชาญการบัญชาทัพ จึงมีรัศมีกดดันแผ่ไปทั่วร่าง เพียงมองมาเงียบ ๆ ก็ยังแฝงความน่าเกรงขามที่มีมาแต่กำเนิด ทำให้นางไม่กล้ามองตรง ๆ

นางมักสวมใส่อาภรณ์เรียบง่าย บนมวยผมสีดำเงามีเพียงปิ่นเงินก้านหนึ่งยึดไว้ อาจเพราะใช้อยู่บ่อยครั้ง ดอกชาตรงหัวปิ่นโดนถูจนเลือนรางแล้ว บนติ่งหูอวบอิ่มอ่อนนุ่มสวมต่างหูแป้นเงินเม็ดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น

ใบหน้าดวงน้อยที่ขาวดุจหิมะมีผมสีดำขับให้โดดเด่นงดงามยิ่งขึ้น ดวงตาดอกท้อเป็นประกายหางตาสีชมพูระเรื่อ กรามเรียวเล็กแหลมสีหน้าหวาดกลัว ราวกับสัตว์ตัวน้อยที่ตื่นตระหนก

“ท่านพี่...”

เจียงโย่วหนิงกดข่มหัวใจที่เต้นระรัว พยายามพูดออกไป ใบหน้าขาวซีดก้มต่ำแล้วเรียกเขาเสียงค่อย

นางถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ แต่กลับชนเข้ากับผนังแข็งเย็น มือทั้งสองข้างสัมผัสผนังเย็นด้านหลัง ทั่วทั้งร่างถูกร่างสูงใหญ่ของเขากักขังไว้ในอ้อมแขน เหมือนกระต่ายน้อยที่ถูกเหยี่ยวต้อนให้จนมุม ทำอะไรไม่ได้ ไร้หนทางถอย

จ้าวหยวนเช่อตีประชิดไปหนึ่งก้าว

กลิ่นอายเฉพาะของเขาซึ่งเต็มไปด้วยการคุกคามกดทับลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้เพียงคืบ นางกระทั่งมองเห็นเงาใต้แพขนตายาวของเขา ซึ่งทำให้หัวใจนางว้าวุ่น

เจียงโย่วหนิงกัดริมฝีปาก แผ่นหลังแนบไปกับผนัง สองมืออยากจับบางอย่างตามสัญชาตญาณ หัวใจเต้นเร็วเหมือนรัวกลองอย่างห้ามไม่ได้ ในสมองว่างเปล่า เลือดทั่วสรรพางค์กายราวกับไหลย้อนกลับ หัวใจบีบเกร็งจนเหมือนจะหลุดออกมาจากลำคอ

เขาอยู่เหนือนาง เมื่อมองลงมาจากมุมนี้ก็ทำให้นางอดนึกถึงเรื่องในคืนนั้นไม่ได้...

จ้าวหยวนเช่อเม้มปากไม่พูด แต่ยกมือขึ้นกะทันหัน

หัวใจเจียงโย่วหนิงกระตุกวาบ แทบจะเด้งออกมา

กลับเห็นจ้าวหยวนเช่อนำยาทาสีเขียวบางส่วนออกมาจากกล่องยาหยกสีขาวอย่างเชื่องช้า

กลิ่นสมุนไพรหอมเลี่ยนเข้มข้นกระจายระหว่างทั้งสองอย่างรวดเร็ว ทำให้กลิ่นเฉพาะตัวของทั้งสองเจือปนกันจนยากจะแยกออกจากกันได้

มือของเขาคลำไปหาสายคาดเอวนาง

“ท่านพี่จะทำสิ่งใดหรือ?”

เจียงโย่วหนิงกุมเอวเอาไว้อย่างตระหนก แล้วลอบกลืนน้ำลาย ร่างกายหดถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ

“ทายา”

จ้าวหยวนเช่อน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

“ไม่ ไม่ต้องหรอก...”

ใบหน้าเจียงโย่วหนิงแดงเถือก แทบอยากจะเลิกชายกระโปรงขึ้นมาปิดหน้าเสีย สองมือโบกพัลวัน ทั้งจับข้อมือเขาเพื่อต้านทาน

ไอร้อนจากร่างกายเขาแผ่ซ่านออกมาผ่านเสื้อผ้าชั้นบางที่ขวางกั้น ร้อนจนทำให้หน้าผากของนางมีเม็ดเหงื่อซึม

นางกับจ้าวหยวนเช่อไม่ได้เป็นพี่น้องแท้ ๆ

ตอนอายุแปดขวบ จวนกั๋วกงตามหาจ้าวเชียนหัวผู้เป็นบุตรสาวแท้ ๆ พบ กลับไม่สืบชาติกำเนิดของเจียงโย่วหนิงให้ละเอียด บอกเพียงว่าเดิมทีนางควรแซ่เจียง

เจียงโย่วหนิงจึงเปลี่ยนแซ่ให้ตัวเอง

โชคดีที่ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงเป็นคนมีเมตตาธรรม หลังตามหาลูกสาวแท้ ๆ กลับมาก็ไม่ได้ขับไล่เจียงโย่วหนิงออกไป แต่ยังคงเลี้ยงดูให้อยู่ในจวน

แต่หญิงกำพร้าคนหนึ่ง ชาติกำเนิดก็ไม่ชัดเจน ต้องอยู่ในเรือนหลังอันโหดร้าย สภาพความเป็นอยู่แค่คิดก็รู้แล้ว

ยังดีที่แต่ไหนแต่ไรมาจ้าวหยวนเช่อผู้เป็นพี่ชายคนโตนิสัยเถรตรง ตัดสินอย่างยุติธรรม ทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้

เจียงโย่วหนิงได้อานิสงส์จากเขา เลี่ยงความลำบากไปไม่น้อย จึงรู้สึกกับจ้าวหยวนเช่อแตกต่างจากคนอื่นไปบ้าง แต่นางไม่กล้าคิดเกินเลย มีเพียงยิ่งเคารพเขาเท่านั้น

จ้าวหยวนเช่อเป็นดั่งเทพเทวดาในใจนาง ไม่กล้าลบหลู่แม้แต่น้อย

เมื่อคืนจ้าวหยวนเช่อดื่มเหล้าหนักเกินไป นางไม่วางใจ จึงต้มน้ำแกงสร่างเมาส่งไปให้เขาด้วยตัวเอง

แต่ไม่คาดคิด จ้าวหยวนเช่อที่หลังเมามายไม่รู้ว่าเห็นนางเป็นใคร ถึงได้พร่ำเรียกนางว่า ‘ชิงชิง’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เรือโดดเดี่ยวถูกคลื่นโถมซัด บดขยี้หมู่ดาวที่สะท้อนอยู่บนผืนน้ำ

เจียงโย่วหนิงไม่เคยเห็นเขาเมามาก่อน และไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งนางจะต้องดูแลเขาหนึ่งคืนเต็ม

ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน

คืนนี้เขาร้อนแรงดั่งไฟลุกโชน แตกต่างกับเขาในยามปกติที่เยือกเย็นไร้ความปรารถนา

คนที่เมามายช่างรับมือยากเสียจริง นางตรากตรำจนถึงยามฟ้าสาง ร่างกายราวกับจะแตกสลาย

เจียงโย่วหนิงอาศัยจังหวะที่ฟ้าเพิ่งสว่าง พาร่างกายที่ปวดเมื่อยทั้งร่างกลับเรือนตัวเอง แต่แค่ได้เปลี่ยนชุดกระโปรงใหม่เท่านั้น ก็ต้องมาที่ศาลบรรพบุรุษแล้ว

ไม่รู้ว่า‘ชิงชิง’ที่จ้าวหยวนเช่อคะนึงหาเป็นใครกันแน่?

ขณะที่นางเหม่อลอย เอวพลันถูกมือใหญ่มือหนึ่งโอบรัด

มือของจ้าวหยวนเช่อคล่องแคล่วว่องไวนัก เพียงเกี่ยวแล้วดึงเบา ๆ

นางยังไม่ทันดิ้นรน พลันรู้สึกโล่งที่เอว กระโปรงจีบรอบก็ร่วงลงบนพื้น

บนผิวที่ขาวดั่งหิมะเปล่งประกายแสงวิบวับ จุดชาดแดงกระจายเป็นแห่ง ค่อย ๆ ซึมเป็นรอยแดงรอยม่วง

ลมหายใจของจ้าวหยวนเช่อติดขัดเล็กน้อย สายตาเรียบเฉยพลันเกิดระลอกคลื่น

เขาค่อย ๆ ย่อตัวลง

“ท่าน...”

เจียงโย่วหนิงอยากหนีแต่ก็หนีไม่พ้น ความอายดั่งคลื่นน้ำที่ท่วมท้นนางอย่างรวดเร็ว สีแดงบนใบหน้าลุกลามไปถึงไหปลาร้าอย่างเร็วรี่

ต้องดูแลเขาที่เมามายมาทั้งคืน นางได้รับความลำบากมาไม่น้อย นางพิงร่างกับผนังแล้วจิกเกร็งนิ้วเท้าอย่างเขินอาย กัดริมฝีปากเบือนหน้าหนี ติ่งหูขาวชมพูแดงจนแทบเหมือนจะมีเลือดหยดออกมา

จ้าวหยวนเช่อเป็นคนฝึกยุทธ์ นิ้วมือมีหนังหนาจากการจับกระบี่มานานปีจึงหยาบกระด้างไปบ้าง

กลิ่นหอมของยาฉุนขึ้นเรื่อย ๆ วนเวียนอยู่ในลมหายใจของเจียงโย่วหนิงไม่จางหาย

ร่างกายนางเกร็งแน่นอย่างลืมตัว ออกแรงจิกฝ่ามือ พยายามพิงผนังสุดกำลัง เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหลักจนล้มลงไปนั่ง

ในสมองนึกถึงภาพเมื่อคืนอย่างควบคุมไม่อยู่

“อวี้เหิงล่ะ? ทำไมยังไม่มา?”

ด้านนอก จู่ ๆ ก็มีเสียงสอบถามของฮูหยินกั๋วกงดังขึ้น อวี้เหิงคือชื่อเล่นของจ้าวหยวนเช่อ

เจียงโย่วหนิงได้ยินเสียงนี้ ใบหน้าก็ขาวซีดในทันใด ตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น มือเท้าเย็นเยียบ พร้อมกับลมหายใจที่หยุดชะงักทันที

ชื่อของนางกับจ้าวหยวนเช่อยังอยู่ในบันทึกลำดับญาติเล่มเดียวกัน ผู้คนข้างนอกรู้กันไปทั่วว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน

วินาทีนี้ หากนางหานเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ พวกเขาไม่ต้องพังพินาศกันหมดหรือ?

“น่าแปลก ทั้งที่ท่านซื่อจื่อมาแล้วนะขอรับ บ่าวเห็นด้วยตาตัวเอง หรือว่าจะอยู่ที่หลังศาลบรรพบุรุษ?”

บ่าวชายตอบนางหาน

วินาทีต่อมา บ่าวชายก็เคาะประตูหลังศาลบรรพบุรุษ

“ท่านซื่อจื่อ ท่านอยู่ด้านในหรือไม่ขอรับ?”

คำพูดแต่ละคำของบ่าวชายเหมือนเหล็กแหลมที่ทิ่มลงไปในใจเจียงโย่วหนิง นางรู้สึกเหมือนตัวเองถูกย่างบนกองเพลิง ชั่วขณะนั้นใจร้อนดั่งไฟ จึงมองไปทางจ้าวหยวนเช่ออย่างไม่รู้ตัว

แต่จ้าวหยวนเช่อทำเหมือนไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวด้านนอก เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แพขนตายาวหลุบมอง สีหน้าเรียบเฉยใจเย็น จ้องมองการกระทำในมืออย่างตั้งใจ ทาอย่างละเอียดและทั่วถึงด้วยน้ำหนักมือสม่ำเสมอ

ราวกับนางหานด้านนอกไม่มีตัวตน ใต้หล้ามีเพียงเรื่องตรงหน้าที่สำคัญที่สุด
펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기

리뷰

Hou Jiao
Hou Jiao
ลงอีกสิคะ รออยู่
2026-04-26 10:14:37
0
0
5 챕터
บทที่ 1
เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่างทำให้ฝีเท้าของนางดูไม่ปกติอย่างเห็นได้ชัดทันใดนั้นประตูไม้สลักลวดลายด้านซ้ายก็เปิดออก มือข้างหนึ่งที่ขาวซีดแต่แรงเยอะยื่นออกมาโอบรัดเอวคอดกิ่วของนางอย่างแม่นยำ แล้วดึงนางเข้าไปหลังศาลบรรพบุรุษโดยไม่รีรอเจียงโย่วหนิงหน้าซีด พลันจะร้องตกใจมือใหญ่ของคนผู้นั้นปิดปากนาง จากนั้นน้ำเสียงใสเย็นก็ดังขึ้นข้างใบหูของนาง“ข้าเอง”กลิ่นหอมของโกฐชฎามังสีอันคุ้นเคยโชยมา เมื่อเจียงโย่วหนิงมองเห็นชายหนุ่มที่กอดนางชัดเจน นัยน์ตาสีดำพลันหดเล็ก ขณะที่ลนลานสองมือก็ยกขึ้นดันแผงอกกำยำของเขา ริมฝีปากชมพูเผยอออก กลับไม่สามารถเปล่งเสียงชายหนุ่มตรงหน้าจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางหยักแดงระเรื่อ เครื่องหน้าหล่อเหลา ผมมวยขึ้นกลางกระหม่อมอย่างคล่องตัว เยือกเย็นสูงส่ง แฝงความน่าเกรงขามเขาคือจ้าวหยวนเช่อ พี่ชายคน
더 보기
บทที่ 2
“ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือยื่นมือไปผลักหัวไหล่จ้าวหยวนเช่อตามสัญชาตญาณ สำหรับนาง นี่คือการใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีแล้วแต่เมื่อไปอยู่บนตัวจ้าวหยวนเช่อ มันเป็นเพียงสัมผัสอ่อนนุ่มเท่านั้นดวงตาดอกท้อสุกใสของนางน้ำตาคลอ ขนตางอนงามเปียกชื้นน้ำตา ตาละห้อยอย่างน่าสงสาร ริมฝีปากก็คว่ำลง ร่างกายสั่นเทาทั้งร่างนางตกใจจนใกล้จะร้องไห้แล้ว“ข้ากำลังแต่งตัวอยู่”จ้าวหยวนเช่อไม่เงยหน้า พูดกระชับได้ใจความ น้ำเสียงยังคงเยือกเย็นเหมือนเดิมฟังไม่ออกสักนิดว่าในมือของเขากำลังทำสิ่งใดอยู่นางหานตอบรับไปคำหนึ่ง เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ไกลออกไปเจียงโย่วหนิงโล่งอก แผ่นหลังชื้นไปด้วยเหงื่อ ขณะนี้ถึงรับรู้ว่าความเย็นของยาช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของตรงนั้น“พอแล้ว ข้าไม่เจ็บแล้ว...”นางอยากผลักจ้าวหยวนเช่อออก แต่มือถูกเขาปัดออกอีกครั้งระ
더 보기
บทที่ 3
เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้วฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้“นายท่าน”ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่งจ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เจียงโย่วหนิงตามมาฝีเท้าเจียงโย่วหนิงลังเล “คุณหนูเจียง นายท่านจะไปส่งท่านขอรับ” ชิงเจี้ยนยิ้มบอก“ขอบคุณท่านพี่เจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงนึกได้ว่ามีเรื่องต้องคุยกับจ้าวหยวนเช่อ จึงหลุบตาแล้วทำความเคารพเขา ก่อนจะตามย่างเท้าของเขาไปชิงเจี้ยนมองทั้งสองคนกางร่มเดินอยู่กลางฝนพรำ แผ่นหลังสมกัน ราวกับภาพวาดหมึกดำชั้นดี เขาส่ายหน้าแล้วลอบถอนหายใจ“ท่านพี่ ข้าพักที่เรือนเสี่ยวอิ่นจนชินแล้ว ขอไม่ย้ายไปเรือนฝูหรงนะเจ้าคะ”เจียงโย่วหนิงครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะคิดได้ว่าควรพูดกับเขาอย่างไรนางก้าวช้าไปครึ่งก้าว ถึงกล้ามองเขาอย่างเปิดเผยเขาสูงกว่านางไปหนึ่งช่วงศีรษะ สันกรามโครงหน้าชัดเจนเส้นสายลื่นไหล มุมปากเม้มเล็กน้อยอย่างห่างเหิน ราวกับจันทร์บนท้องฟ้า มองเห็นแต่มิอาจเอื้อม“อยู่เรือนฝูหรงไปนาน ๆ
더 보기
บทที่ 4
นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียดหยามนาง?แต่ไม่ว่าอย่างไร นางฟังออกว่านางหานไม่ชอบใจจ้าวหยวนเช่อสีหน้าเรียบเฉย “เหตุใดท่านแม่จึงกล่าวเช่นนี้?”นางหานยื่นมือไปสัมผัสรอยฟันตรงลำคอของเขา ขมวดคิ้วกล่าว “สตรีที่ดี จะมีใครที่ไหนทิ้งร่องรอยเช่นนี้เอาไว้บนร่างกายบุรุษ?”แม้ไม่เคยพบหน้า แต่นางไม่ชอบสตรีผู้นี้เอาเสียเลย ในตระกูลใหญ่ ต่อให้เป็นอนุที่ไม่มีความสำคัญ ก็ต้องเลือกเฟ้นอย่างดีใบหน้าเจียงโย่วหนิงร้อนผ่าวขึ้นมา ก้มหน้าต่ำลงมากขึ้น แล้วกัดขนมพุทราที่ไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรอีกหนึ่งคำตอนนั้นนางปวดเกินไป อายเกินกว่าจะส่งเสียง นี่เป็นพฤติกรรมตามสัญชาตญาณที่แท้นี่คือไม่ใช่คนดีหรอกหรือ?จ้าวหยวนเช่อไม่พูดไม่จา หลบหลีกการสัมผัสจากนางหาน ม้วนแขนเสื้อรินชานมสองถ้วย วางไว้ตรงหน้าเจียงโย่วหนิงกับนางหานคนละหนึ่งถ้วยเจียงโ
더 보기
บทที่ 5
“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือความตระหนกไร้กำลัง ดวงตาที่เปียกชื้นเหมือนไปแช่น้ำมาตอนนางร้องไห้วิงวอน ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกันวินาทีต่อมา แขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งโอบรัดเอวนาง ทำให้นางแนบชิดอยู่ในอ้อมกอดของเขามือใหญ่ของเขานวดคลึงตรงท้องน้อยที่ปวดร้าวของนาง ก้มลงกระซิบข้างหู สอนให้นางรับมือ“ท่านพี่ไปว่าราชการเช้าแล้วเจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงทวนคำพูดของเขาซ้ำหนึ่งรอบ ใจเต้นดั่งรัวกลอง นางหดคอหลบหลีก หน้าแดงจนกลายเป็นคนสีชมพูใกล้เกินไปแล้วริมฝีปากเขาแนบชิดกระดูกอ่อนของหูนาง ในช่วงลมหายใจคล้ายจะใกล้แต่ก็ห่าง นางกระทั่งรับรู้อุณหภูมิของริมฝีปากเขา ไม่รู้ว่าเพราะตื่นเต้นหรืออย่างไร ในสมองว่างเปล่านึกอะไรไม่ออก ร่างกายก็ชาไปครึ่งซีก“เจ้าลูกคนนี้ จะไปก็ไม่บอกสักคำ” นางหานไม่สงสัย ตามด้วยกล่าวว่า “การหมั้นหมายของพี่ชายเจ้าอยู
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status