LOGINทั้งสองสนทนากันครู่หนึ่งจากนั้นจึงออกมานั่งร่วมวง ซูอวี่ฉีนั่งฟังคนทั้งสามรำลึกความหลังเงียบๆ บางคราเสิ่นซีหยวนจึงจะถามด้วยความอยากรู้ประโยคหนึ่ง ซูม่านฉีที่ดูเหม่อลอยกลับเป็นคนที่เงียบที่สุด เออออบ้างทว่าก็ยังมองออกว่านางมีเรื่องในใจ
หญิงสาวคิดว่าสหายเพียงคิดถึงเรื่องความหลังของที่นี่ เศร้าใจที่บิดามารดาขายนางออกไป เพราะนางเองก็เคยรู้สึกเช่นนั้นในยามที่นึกถึงท่านลุงและท่านป้า
ตกดึก...หลังทุกคนดื่มสังสรรค์ ซูอวี่ฉีรู้สึกง่วงงุนและเมาเล็กน้อย เพราะไม่อยากดื่มแล้วนางจึงขอตัวกลับห้อง ทว่าเพิ่งทิ้งตัวลงนอนซูม่านฉีก็เดินตามหลังมา “เจ้าอย่าเพิ่งนอน ยังไม่ได้ลองชิมนี่เลย ของดีบ้านเกิดข้า”
“อะไรหรือ”
“สุราดอกท้อ”
“สุรา? ไม่เอาแล้ว ข้ารู้สึกว่าตัวเองเมาแล้ว ไม่อยากดื่มต่อ”
“จะเป็นอะไรไป สุรานี่ทั้งหอมทั้งหวาน ดื่มแล้วเข้านอนจะเป็นอะไรไป อีกอย่างข้าปรึกษาพี่จวิ้นแล้ว คืนนี้พวกเราไปนอนห้องปีกซ้าย ห้องนี้กลางคืนจะหนาวเย็นมากพี่จวิ้นกลัวข้าเป็นหวัด เลยเปลี่ยนให้ข้ากับเจ้าไปนอนอีกห้อง พี่ซีหยวนเป็นแขกแถมไม่เคยใช้ห้องกับผู้ใด หาไม่ข้าต้องแย่งห้องเขามาให้ได้ ให้พวกเขานอนด้วยกันส่วนพวกเราได้คนละห้อง”
ซูอวี่ฉีหัวเราะ “เจ้ามิใช่เคยบอกว่าไม่ชอบนอนคนเดียว? เหตุใดตอนนี้อยากแยกห้องกับข้าเล่า”
ซูม่านฉีหัวเราะ “อยากเอาชนะพี่ซีหยวนน่ะ เขาแกล้งข้าบอกว่าเราหลงทาง ข้าอยากแกล้งเขากลับบ้างไม่ได้?”
ซูอวี่ฉีหัวเราะในที่สุดก็ยอมดื่มสุราดอกท้อ รสหวานหอมจริงเสียด้วย นางดื่มแล้วพยักหน้า “อืม หอม หวาน จริงของเจ้า”
ทว่าซูม่านฉีที่รินอีกจอกไม่ทันระวังทำสุราหกรดเสื้อของนาง “ข้านี่ใจลอยเกินไปแล้ว ทำชุดเจ้าเลอะเทอะจนได้ สงสัยข้าจะเมาแล้ว ไม่ดื่มแล้ว เจ้าเปลี่ยนชุดแล้วพวกเราไปนอนห้องโน้นกันดีกว่า”
“เช่นนั้นเก็บของเถิด”
“ไม่ต้องเก็บหรอก ห้องนี้ยังไงก็ไม่มคนเข้ามานอน”
“เช่นนั้นพี่จวิ้นของเจ้าจะไปนอนที่ใด”
“เขาบอกจะร่ำสุรากับพี่ซีหยวนจนฟ้าสาง”
“อ้อ”
“อวี่อี”
“หืม”
“ข้า...ไม่กล้าไปสุขาคนเดียว”
ซูอวี่ฉีหัวเราะ “ข้าก็ว่าเหตุใดวันนี้เจ้าใจดีเป็นพิเศษ ถึงขั้นนำสุราดีๆ เข้ามาให้ข้าถึงเตียงนอน ที่แท้อยากให้ข้าไปสุขาเป็นเพื่อนนี่เอง” นางรับชุดที่อีกฝ่ายส่งให้ “ม่านม่านนี่เป็นชุดของเจ้า ชุดของข้าอยู่ตรงนั้น...”
“ชุดของใครก็เหมือนกัน สวมของข้าเจ้ารังเกียจ? ไปเร็วๆ ข้าปวดเบา พวกเราจะได้รีบเข้านอน ข้าง่วงแล้ว”
“อ้อ...เอ่อ ได้” นางรับชุดของอีกฝ่ายไปเปลี่ยนจากนั้นไปสุขาแล้วไปยังห้องนอนปีกซ้าย เพิ่งล้มตัวลงนอนซูอวี่ฉีก็รู้สึกว่าตัวนางแทบจะผล็อยหลับไป ทว่าช่วงหนึ่งคล้ายรู้สึกว่าซูม่านฉีแอบลุกลงจากเตียง...
นางไม่ทันได้เอะใจสักนิดว่านั่นเป็นสิ่งที่สหายวางแผนล่วงหน้า ทั้งเรื่องที่ต้องการพานางมาด้วย ทั้งเรื่องสุรา ทั้งเรื่องห้องปีกซ้าย และ...การแต่งงานของซูม่านฉีและมู่จวิ้น แท้ที่จริงล้วนเป็นแผนลวงเพื่อให้ซูม่านฉีได้ไต่เต้าขึ้นไป นางไม่ได้อยากเป็นเพียงฮูหยินมือปราบ ทว่ากลับหมายปองตำแหน่งฮูหยินองครักษ์ตั้งแต่แรก!!!
อากาศยามค่ำคืนหนาวเหน็บจริงๆ ซูอวี่ฉีขดตัวเข้าไปในนวมผ้า กระทั่งได้ยินเสียงสวบสาบก้าวขึ้นเตียง นางคิดว่าเป็นซูม่านฉีจึงไม่ได้ใส่ใจ กระทั่งมีท่อนแขนสอดเข้ามากอด ก็ยังคิดว่าเป็นสหายของตัวเอง
นาง...ง่วงมาก ร่างกายคล้ายล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ สัมผัสที่ลูบไล้กับความอบอุ่นที่เบียดชิด ความรู้สึกประหลาดขุมหนึ่งทำให้นางคล้อยตาม นางเหมือนมีสติแต่ก็ล่องลอย ร่างกายไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน ความฝันวาบหวามที่ครอบงำ กับความรู้สึกที่นางไม่เคยคุ้น
ริมฝีปากถูกขบเม้ม เรือนกายถูกลูบไล้ แปลกนักนางพยายามลืมตาหากแต่ไม่เป็นผล ลมหายใจหอบหนักอุ่นร้อน กับความเจ็บปวดเสียดแทง!!!
ซูอวี่ฉีเกร็งไปทั้งร่าง ข้างหูได้ยินเสียงกระซิบ ทว่านางไม่มีสติพอที่จะฟัง พยายามดิ้นรนแต่มือเท้ากลับเย็นเยียบไร้การตอบสนอง ที่นางทำได้ก็คือกัดปากสะท้านไปทั่วกาย เรือนกายแกร่งที่ทำให้นางรวดร้าว กับความเจ็บแสบที่นางตระหนักดีว่ามันไม่ถูกต้อง!!!
นางหัวเราะคิกดึงมือของเขาไปวางยังหน้าท้องแบนราบ “ไม่ผิดแน่ๆ รอบเดือนไม่มาสองเดือนแล้ว”มู่จวิ้นอ้าปากเบิกตามองนาง “มี...แล้ว?!”“เจ้าค่ะมีแล้ว” เห็นสีหน้าของเขานางยิ้มกว้าง ทว่าต่อมากลับถูกมู่จวิ้นอุ้มตัวลอยขึ้น เขาพานางเดินออกมาจากในครัว ตะโกนบอกท่านลุงหานกับฮูหยิน“ท่านลุง ท่านป้า เสี่ยวเป่า ข้ากำลังจะมีลูกสาวแล้ว!! พวกท่านได้ยินหรือไม่ ฮูหยินของข้าตั้งครรภ์บุตรคที่สองของข้าแล้ว!!”ตอนนี้ก็รู้กันทั้งหมู่บ้านชาวบ้านโผล่หน้าออกมามองเขา เสียงแสดงความยินดีตะโกนกลับมา ไม่นานหลายคนก็เดินมาที่หน้าบ้าน ใครมีอะไรก็เอามาหยิบหยื่น สีหน้าของเขาพวกเขาล้วนยินดีจากใจ“คนเขาเพิ่งตั้งครรภ์แต่เจ้ารู้แล้วว่าได้บุตรสาว?”“นั่นสิ เจ้าอยากได้บุตรสาวหรอกหรือ”“บุตรสาวก็ดีนะ มารดาของนางงดงามเช่นนี้ บุตรสาวจะต้องน่ารักน่าชังแน่นอน”“ข้าจะมีน้องสาวแล้ว!” เสี่ยวเป่าตะโกนแทรกมู่จวิ้นหัวเราะอุ้มบุตรชายขึ้น “ใช่แล้วเจ้ากำลังจะเป็นพี่ใหญ่แล้ว ต้องช่วยท่านแม่ดูแลน้องสาวด้วย”“ขอรับ!”คืนนั้น...หลังบุตรชายหลับไปแล้วซูอวี่ฉีมองออกไปนอกบ้าน ลานกลางบ้านมีแคร่ไม้ที่มู่จวิ้นที่ต่อขึ้น เขานั่งมองท้องฟ้ายามค่ำคืนเงียบๆ ค
มู่จวิ้นมองอีกฝ่าย “เป็นคนดีนั้นยาก ข้าเลือกที่จะไม่เป็นแล้ว เพราะข้ามีคนข้างกายที่ข้าต้องใส่ใจ ต้องดูแล หากนางไม่สบายใจเพราะข้าเป็นคนดีที่ช่วยเหลือแม้กระทั่งคนที่อาจจะกลับมาทำให้ความสัมพันธ์ของข้ากับนางสั่นคลอน เช่นนั้นข้าจึงเลือกที่จะเป็นคนเลว”เขาหมายความตามนั้นจริงๆ เขาช่วยได้เท่าที่ช่วยแล้ว หากเขายังดึงซูม่านฉีเข้ามาในชีวิต เขาจะสูญเสียความรัก สูญเสียความไว้วางใจของซูอวี่ฉี เขาจะไม่มีวันยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแล้วเสิ่นซีหยวนก็ยังไม่อาจเข้าใจ เขาเหม่อลอยจากนั้นเดินห่างออกไปเรื่อยๆ มู่จวิ้นมองอีกฝ่ายจากนั้นได้แต่ถอนหายใจซูอวี่ฉีเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ยื่นมือหนึ่งออกไปกุมมือเขาเงียบๆ เขาหันมาเลิกคิ้วมองนาง หันกลับไปมองทิศทางที่นางเดินจากมา “เจ้า...อยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”“เพิ่งมาเจ้าค่ะ” นางยิ้ม “เขาคงไม่คุ้นเคยกับคนมากๆ ร้องไห้ไม่หยุด ข้าเพิ่งกล่อมให้เขาหยุดร้อง ตอนนี้หลับไปแล้ว”มู่จวิ้นยื่นแขนออกไปรับบุตรชาย “เช่นนั้นพวกเรากลับบ้านกันดีหรือไม่ ข้าไม่อยากดื่มสุราแล้ว อยากพาพวกเจ้ากลับบ้านมากกว่า”“ได้เจ้าค่ะ” นางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา มู่จวิ้นเองก็ยิ้มให้นางอย่างอ่อนโย
จวนใต้เท้าหวังจัดงานเลี้ยง นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวไปร่วมงานในฐานะฮูหยินเคียงข้างมู่จวิ้น ใต้เท้าหวัง หวังอวี้เหวิน คือผู้บังคับบัญชาของมู่จวิน เป็นผู้พิพากษาแห่งศาลต้าหลี่ เขากับฮูหยินมีบุตรสาวสามคนไม่มีบุตรชาย เช่นนี้แล้วหวังฮูหยินจึงขอร้องให้หญิงสาวพาบุตรชายไปด้วยแม้ตำแหน่งของสามีไม่ได้สูงส่ง ทว่าผลงานของมู่จวิ้นที่สามารถคลี่คลายคดียักยอกเสบียงกองทัพ ทำให้ขุนนางหลายสนใจในตัวเขา ฝ่าบาททรงพระราชทานรางวัล อีกทั้งยังเลื่อนตำแหน่งให้เขาอีกขั้นหนึ่ง เพิ่มเบี้ยหวัดอีกหลายส่วน ซูอวี่ฉีเห็นสามีแบ่งรางวัลที่ได้มาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเท่าๆ กัน นางไม่ได้คัดค้าน เพราะทุกๆ คนล้วนมีความดีความชอบไม่ต่างกันวันนั้น...นางอุ้มบุตรชายเอาไว้ในอ้อมแขน เขาร้องไห้โยเยจนนางต้องแอบพาออกมาข้างนอก กล่อมอยู่นานกว่าลูกน้อยจะหลับได้ เมื่อกำลังจะเดินกลับเข้าด้านใน นางกลับเห็นเสิ่นซีหยวนกับผู้เป็นสามีเดินออกมาสนทนากัน“อาจวิ้น เจ้า...สบายดีกระมัง”“สบายดี ท่านเล่า”“ข้าก็...ดีอยู่ หลายวันก่อน ไม่สิ ข้าได้รับจดหมายจากชายแดนหลายครั้ง ได้ยินมาว่าเจ้าเองก็ได้จดหมายจากนางเช่นกัน”นาง...ที่ว่า ไม่ต้องเดาซูอวี่ฉีย่อมตระ
ไม่ว่าในอดีตจะเคยเกิดอะไรขึ้น วันหนึ่งข้างหน้านางอาจจะหวนคิดถึงบาดแผลที่เคยถูกทำร้าย หรืออาจมีคนคอยตอกย้ำเรื่องราวที่เคยผิดพลาดของเขา ของนาง หรือของผู้อื่น ทว่าตอนนี้ไม่สำคัญแล้วเพราะนางอยากทะนุถนอมวันเวลาเช่นนี้ ทะนุถนอมเขา ทะนุถนอมคนข้างกาย บุตรชาย รวมไปถึงความสุขของครอบครัวในเมื่อมู่จวิ้นให้สัญญาแล้ว นางเองก็รู้สึกเสมอว่าเชื่อเขาได้ เช่นนั้นแล้วนางจะต้องลังเลทำไม ความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อมหากไม่กล้าเอื้อมมือออกไปคว้า เช่นนั้นเมื่อไหร่เล่าจะได้มานางไม่กลัวแล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว ไม่ว่าจะเป็นสตรีอื่น ต่อให้เป็นซูม่านฉี หรืออดีตที่นางไม่รู้ของมู่จวิ้น ขอเพียงนางเข้มแข็งไม่อ่อนไหวโดยง่าย เชื่อใจ ไว้ใจ และหนักแน่นไม่สั่นคลอน นางเชื่อว่าจนถึงตอนนี้นางจะสามารถรับมือมันได้ความสุขสงบของชีวิตที่แท้จริง...นางรู้ว่ามันเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง เพราะการอยู่ร่วมกันไม่มีทางราบรื่นอย่างแท้จริง ระหว่างคนสองคนมักมีความขัดแย้ง ความเห็นต่าง ความคิดที่ไม่ตรงกันขอเพียงนางรับฟัง เขาเองก็รับรู้ต่างคนต่างเข้าอกเข้าใจ เปิดใจ มีสติระหว่างสามีภรรยาย่อมมีทางออกให้กับทุกเรื่อง ทางที่ทำให้ความเห็นต่างนั้นมาบรรจบ
เขาอึ้งงั้น “เจ้า...รู้ว่าข้ากำลังคิดถึงเรื่องนี้?” เขามองนางจากนั้นเอนตัวดึงนางเข้าไปกอด “ข้าเองก็ไม่ได้อยากพาเจ้ากลับไป แต่ว่าทนแยกจากเจ้าอีกไม่ได้อย่างแน่นอน เจ้าดูชอบที่นี่มาก อีกทั้งบรรยากาศของที่นี่ทำให้เจ้าอารมณ์ดี มีความสุข ข้าไม่อยากให้เจ้าไม่มีความสุข เล็กน้อยก็ไม่อยาก”“ความสุขมันมีหลายทาง ที่นี่ข้ามีความสุข ที่เมืองหลวงข้ามีท่าน มีลูก พวกเราก็จะมีความสุข” นางกล่าวและคิดเช่นนั้นจริงๆ“ได้ ครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งก่อน พวกเราจะต้องมีความสุขแน่นอน” เขากดจุมพิตลงไปยังกลางกระหม่อมของนาง ทว่าตอนที่กำลังจะไล่จุมพิตลงไปยังปลายจมูก ซูอวี่ฉีกลับนิ่วหน้า นางสูดลมหายใจเข้าลึก“ทะ...ท่านพี่”“หืม?”“ข้า...” เขารู้สึกถึงบางอย่างที่เปียกชุ่มปลายรองเท้า “ข้าเจ็บท้อง...มาก!”“ท่านป้า ท่านลุง!!” เขาตะโกนเสียงดังอุ้มหญิงสาวขึ้นไปวางบนเตียง “เจ้าอดทนหน่อย อยู่นิ่งๆ ตรงนี้ ข้าไปเรียกคนก่อนเดี๋ยวกลับมา เจ้ารอข้านะ สูดหายใจเข้าลึกๆ!!!”ด้านนอกเขาวิ่งออกไปตะโกนเสียงดังลั่น “ท่านลุงหลิน ท่านป้า ฮูหยินของข้าจะคลอดแล้ว! ท่านป้าจูหมอตำแยเมาหรือยัง?!”ซูอวี่ฉีเจ็บท้องแทบตายแต่กลับรู้สึกขบขัน นี่มันสถาน
“ข้ารู้ แต่เจ้าสามารถคาดหวังในตัวข้าได้ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังและเสียใจอีก ข้าสัญญา”ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงเชื่อทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย มู่จวิ้น...หัวหน้ามือปราบศาลต้าหลี่ บุรุษที่ทุกๆ การกระทำ ทุกๆ คำพูดหนักแน่นและจริงจัง เขาเป็นคนดี ดีมาก ดีเสียจนนางเองก็โกรธเขาไม่ลง เพราะหากนางรู้สึกโกรธ ความรู้สึกที่จะตามมาก็มักจะเป็นความรู้สึกผิด เพราะนางเข้าใจในทุกการกระทำของชายหนุ่มที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเรื่องของนาง หรือเรื่องของซูม่านฉีคนทุกคนล้วนสามารถก้าวพลาด เลือกพลาด ผิดพลั้งได้ทุกคน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด นางกับมู่จวิ้นเองก็เคยพลาดพลั้งเช่นกัน แต่จะมีกี่คนที่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นอีกครั้ง...กับคนคนเดิมแต่งงานอีกครั้งกับบุรุษคนเดิม ทว่าครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิง เสียงหัวเราะ หยอกล้อ รอยยิ้ม ความยินดี ความสุข ทุกอย่างฉายชัดออกมาจากน้ำเสียง สีหน้า รวมไปถึงดวงตาของบ่าวสาวงานแต่งงานที่ไม่จำเป็นต้องหรูหรา ไม่มีสินสอดมากล้น ไม่มีสินเดิมมากมาย มีเพียงชาวบ้านที่เข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ อย่างบ้านนั้นมีเนื้อ บ้านนี้มีไก่ บ้านอีกหลังมีไข่ อีกหลังมีผ้า อีกบ้านก็มีฟืน มี
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ไม่มีเสียงของซูม่านฉี ไม่มีวี่แววของมู่จวิ้นที่เป็นเจ้าบ้าน มีเพียงเสียงกระซิบกันของหัวหน้าหมู่บ้านและฮูหยินเท่านั้น นางค่อยๆ เรียบเรียงกระทั่งเข้าใจในที่สุดพวกเขาทั้งหมด...ล้วนกลับไปแล้วใช่ กลับไปแล้ว ทิ้งนางเอาไว้ที่นี่เพียงลำพังซูม่านฉีผลุนผลันขี่ม้าจากไป เสิ่นซีหยว
ชั่วขณะหนึ่งในเงามืดนางมองเห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของมู่จวิ้น หัวใจของนางพลันเย็นเยียบ ตกตะลึงพยายามดันหน้าอกเขา ทว่า...จนแล้วจนรอดที่นางทำได้ก็คือส่งเสียงแผ่วเบา วอนขอต่อสวรรค์ให้นี่เป็นแต่เพียงความฝันตื่นหนึ่งร่างกายร้าวระบม...สติเลือนราง...เสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น นางจำได้แม่นว่านั่นเป็นเสียงข
“ท่านเลิกล้อเล่นได้แล้ว ข้าเหนื่อยแล้วหากวันนี้ไม่ถึงก็จะกลับแล้ว” ซูม่านฉีกระเง้ากระงอดซูอวี่ฉีเห็นท่าไม่ดีจึงเลิกม่านรถม้ามองมู่จวิ้นที่กำลังบังคับรถม้า เขาหันกลับมามองนาง “มือปราบมู่ พวกเรามาถูกทางหรือไม่เจ้าคะ”เขาหัวเราะเสียงเบา “เลยเนินนี้ไปก็มองเห็นทางเข้าหมู่บ้านแล้ว พวกเจ้าสองคนอดทนอีกหน่
เสียงถอนหายใจดังขึ้น “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกัน หลายปีลำบากมาไม่น้อยกว่าจะมีวันนี้ ดังนั้นรักใคร่และจริงใจต่อใครสักคน เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ ทว่าอวี่ฉี...เจ้าใสซื่อจนเกินไปจะถูกหลอกใช้ได้ง่าย บางครั้งเห็นแก่ตัวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิด เจ้าเข้าใจหรือไม่”นางมองผู้เป็นนายเห็นอีกฝ่าย







