ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด

ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-10
โดย:  หรงเย่า / นาย่าจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
10
2 การให้คะแนน. 2 ความคิดเห็น
35บท
3.4Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

‘ซูอวี่ฉี’ กับ ‘ซูม่านฉี’ แม้เป็นเด็กกำพร้า แต่โชคดีที่ผู้เป็นนายรักและเมตตา เมื่อเจินอี๋เหนียงแต่งเข้าจวนปั๋วทางประตูข้าง พวกนางที่เป็นสาวใช้ข้างกายก็ยังนับว่าชีวิตสุขสบายไร้กังวล เดิมทีคิดว่าชาตินี้มีนายที่ประเสริฐ มีพี่น้องที่รักจริงใจ ทว่าเพียงข้ามคืนหลังติดตามซูม่านฉีไปเยี่ยมบ้านเดิม ทุกอย่างกลับพังทลายลงไม่หลงเหลือชิ้นดี!!! กว่าจะรู้ตัวว่าซูม่านฉีหลอกใช้ ซูอวี่ฉีก็กลายเป็นสตรีแพศยา ถูกตราหน้าว่าแย่งคนรักของสหายที่เติบโตมาด้วยกัน! ซูอวี่ฉี จำต้องแต่งให้ ‘มู่จวิ้น’ ไม่เพียงเพื่อรักษาหน้าตัวเอง แต่ต้องรักษาหน้าให้ผู้เป็นนาย นางเข้าใจที่เขาเย็นชา นางเข้าใจเขาที่เขารังเกียจ นางเต็มใจที่จะให้เขาเขียนหนังสือหย่าขาดให้ ถึงกระนั้นนางก็มิใช่คนที่จะยอมถูกหลอกใช้ถูกรังแกเพียงฝ่ายเดียว!! ก่อนไปจากที่นี่นางจะต้องฉีกกระชากหน้ากากแสนดีของซูม่านฉี ทำให้ผู้อื่นตระหนักว่านางมิใช่สตรีแพศยา แต่นางเป็นคนที่ถูกกระทำ!! วันเวลาผันผ่านชีวิตสงบสุขมีอันต้องแปรเปลี่ยน อาการคลื่นเหียน หน้าท้องที่นูนป่อง ถามว่านางเสียใจหรือไม่ ก็ไม่ แม้อาจกล่าวได้ว่าบุตรในครรภ์ของนางต้องไร้บิดา...

ดูเพิ่มเติม

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

อ้วนพีจริง ๆ นะ
อ้วนพีจริง ๆ นะ
ถึงจะดราม่า แต่ก็น่ารัก
2026-05-12 00:09:50
1
0
Jaa Jaa
Jaa Jaa
ชอบนางเอกมีความมั่นใจไม่ให้ใครรังแกตอบโต้ได้ดีพระเอกกินหญ้าไม่เป็นไรนางเอกต้องแข้มแข็ง
2026-04-05 13:00:25
3
0
35
บทที่ 1.1
ตั้งแต่อายุห้าขวบ... อาฉีก็เรียนรู้ว่าชีวิตนี้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา ตั้งแต่จำความได้นางตระหนักรู้เพียงว่าชีวิตของนางเกิดมาพร้อมโชคร้าย ชะตากรรมที่เต็มไปด้วยการหักหลัง ความพลัดพราก การต้องดิ้นรนเพื่อปากท้อง ต้องเอาตัวรอดโดยไม่ต้องคำนึงถึงผู้อื่นเมื่อตอนอายุหกขวบ... นางไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดท่านพ่อ ท่านแม่ จึงหายไปไม่กลับมาอีก กระทั่งท่านลุงกับท่านป้ารับนางไปอยู่ด้วย อีกทั้งพวกเขายังได้ที่ดินของท่านพ่อไปครองแลกกับการเลี้ยงดูนางอายุเจ็ดขวบ... เกิดโรคระบาดท่านป้าตั้งครรภ์ เพราะไม่มีปัญญาหาเลี้ยงนาง ท่านลุงท่านป้าขายนางให้กับหอนางโลมโดยไม่ลังเล ปลอบนางว่าที่น่ะมีข้าวกิน มีที่นอน มีเสื้อผ้าอบอุ่นสวมใส่ขณะกำลังจะถูกลากเข้าไปในหอนางโลม ตัวนางที่สกปรกมอมแมมถูกลาก ถูกกระชาก ถูกด่าทอว่าไม่กตัญญู นางไม่ได้ร้องไห้ เพียงยืนมองท่านป้าชี้หน้าด่าทอว่าสิ้นเปลืองเพราะนาง และเพียงเพราะนางบอกว่าไม่อยากเข้าไปในสถานที่แห่งนั้น... นางกลับถูกตบหน้าจนบวมเป่งรถม้าคันหนึ่งแล่นผ่านมา... แสงสว่างเดียวของอาฉี คุณหนูจวนคหบดีที่มั่งคั่งและร่ำรวย นางหยิบยื่นชีวิตใหม่ให้อาฉี มอบนามและแซ่ใหม่ให้นับตั้งแต่วันนั้น วันต่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.2
เหล่าขุนนางที่ไม่ได้มีฐานะสูงส่ง ก็ยังมองว่าคหบดีอยู่ต่ำกว่าตนเช่นกัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงบ่าวไพร่ ทาส และชาวบ้านที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย คนเหล่านั้นก็จะถูกกดให้อยู่ล่างสุดของชนชั้น ยากนักที่จะสามารถก้าวขึ้นมามีตัวตนซูม่านฉีแอบเดินย่องมาจากด้านหลัง ซูอวี่ฉีที่มองเห็นเงาของสหายหันกลับไป “จับเจ้าได้แล้ว!!!” นางทำให้อีกฝ่ายตกใจเสียก่อน ซูม่านฉีสะดุ้งสุดตัวหัวเราะชอบใจจากนั้นกอดเอวของนาง“ไม่เคยแกล้งให้เจ้าตกใจได้สำเร็จเสียที”“เจ้าหายไปไหนมา อี๋เหนียงถามถึงเจ้าหลายรอบแล้ว”“อี๋เหนียงเล่า”“นอนกลางวันไปแล้ว”อีกฝ่ายถอนหายใจ “ข้า...” มองไปรอบๆ อย่างมีพิรุธจากนั้นกระซิบเสียงเบา “ข้าแอบไปหาพี่จวิ้นมา”“อะไรนะ!”“เจ้าเบาๆ สิ เดี๋ยวก็มีคนผ่านมาได้ยินหรอก”“ม่านม่าน เจ้าใจกล้าเกินไปแล้ว ไม่กลัวถูกลงโทษหรือ?!”อีกฝ่ายหัวเราคิก “กลัวสิ แต่ทำอย่างไรได้เล่า ข้าทนคิดถึงเขาไม่ไหว ไม่ได้พบเขาเกือบเดือนแล้ว ได้ยินมาว่าเขาออกไปต่างเมืองเพื่อสืบคดีเพิ่งกลับมา”ซูอวี่ฉีมองสหาย “ม่านม่านเจ้าอย่าโกรธหากข้าพูดบางอย่าง ข้าว่านะหากเขาเองก็ชอบเจ้า ตอนนี้เจ้าเองก็ใกล้ปักปิ่นแล้ว มิสู้ให้เขามาทาบทามอี๋เหนียง จัดการท
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.3
ซูม่านฉีตื่นเต้นยิ้มแย้มเมื่อแอบชี้มือไปยังคนรักให้หญิงสาวดู ซูอวี่ฉีมองไปยังมือปราบร่างสูง ใบหน้าคมเข้ม มู่จวิ้นผู้นั้นก็นับว่าเป็นบุรุษที่หล่อเหลาน่ามอง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมจริงจัง หากให้นางอธิบายก็คงใช้คำว่าเย็นชาได้เลย ทว่าซูม่านฉีเคยกล่าวว่าเขาอ่อนโยนใจดี..ด้านหลังมีเสียงเรียก “เสี่ยวจวิ้น!”“นั่นใครหรือ” นางถามซูม่านฉี ทว่าอีกฝ่ายกลับเลิกคิ้ว สายตาตรึงอยู่บนร่างขององครักษ์ที่สวมเกราะสีแดง“ข้า...ไม่รู้”บุรุษหล่อเหลาที่ติดตามขันทีผู้หนึ่งเข้ามาเพื่อประกาศราชโองการ ทั้งสองดูสนิทสนมกันมาก ราวกับเป็นสหายกันมานาน ทว่ามู่จวิ้นกลับเป็นเพียงมือปราบ ในขณะที่อีกฝ่ายดูแล้วน่าจะมีตำแหน่งองครักษ์ในวังหลวงซูม่านฉีเหม่อลอยจนหญิงสาวรีบสะกิด “พวกเราต้องกลับเข้าด้านในแล้ว หาไม่อี๋เหนียงจะถูกตำหนิ” นางลากสหายที่เอาแต่จ้องมองบุรุษอื่นจนเสียกิริยา“เจ้าเห็นหรือไม่”“เห็นอะไร”“เขาอย่างไรเล่า หล่อเหลาเหลือเกิน เขาเป็นใครกันนะ ข้าไม่เคยเห็นเขามาก่อนเลย ไม่เคยรู้ว่าพี่จวิ้นรู้จักกับองครักษ์ในวังหลวง เขาทั้งสง่าผ่าเผย ทั้งหล่อเหลาดูสูงส่ง”“นี่...เจ้ามีพี่จวิ้นของเจ้าอยู่แล้ว สนใจสหายข
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.4
เสียงถอนหายใจดังขึ้น “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกัน หลายปีลำบากมาไม่น้อยกว่าจะมีวันนี้ ดังนั้นรักใคร่และจริงใจต่อใครสักคน เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ ทว่าอวี่ฉี...เจ้าใสซื่อจนเกินไปจะถูกหลอกใช้ได้ง่าย บางครั้งเห็นแก่ตัวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิด เจ้าเข้าใจหรือไม่”นางมองผู้เป็นนายเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจ “เจ้าเด็กโง่งม ข้าจะทำอย่างไรกับเจ้าดี”วันนั้น...ซูม่านฉีถูกเจินอี๋เหนียงเรียกไปตำหนิ อีกฝ่ายร่ำไห้ทั้งยังโกรธนางที่เปิดโปงเรื่องที่แอบออกไปข้างนอก ตอนนี้ยังถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกไปนอกจวนอีก ซูม่านฉีไม่พูดกับนางถึงสามวันสามคืน กระทั่งอยู่ๆ สามวันให้หลังมู่จวิ้นก็ส่งแม่สื่อมาที่จวนปั๋ว ทำการทาบทามสู่ขอซูม่านฉีอย่างเป็นทางการหญิงสาวมองสหายที่ไม่ได้มีท่าทียินดี ตรงกันข้ามกลับมีท่าทีเป็นกังวลมากกว่า กระทั่งในที่สุดก็ยอมเดินเข้ามาหานาง ระบายความรู้สึกไม่มั่นใจในความรู้สึกที่มีต่อมู่จวิ้น ถึงอย่างนั้นการทาบทามก็จบลงแล้ว และการหมั้นหมายจะเริ่มขึ้นในเดือนหน้าอยู่ๆ ซูม่านฉีก็อยากเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเพื่อไหว้หลุมศพของบิดา กล่าวว่าอยากบอกลาก่อนออกเรือนไปกับมู่จวิ้น ทั้งนี้ยังขออนุญาตผู
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.5
“ท่านเลิกล้อเล่นได้แล้ว ข้าเหนื่อยแล้วหากวันนี้ไม่ถึงก็จะกลับแล้ว” ซูม่านฉีกระเง้ากระงอดซูอวี่ฉีเห็นท่าไม่ดีจึงเลิกม่านรถม้ามองมู่จวิ้นที่กำลังบังคับรถม้า เขาหันกลับมามองนาง “มือปราบมู่ พวกเรามาถูกทางหรือไม่เจ้าคะ”เขาหัวเราะเสียงเบา “เลยเนินนี้ไปก็มองเห็นทางเข้าหมู่บ้านแล้ว พวกเจ้าสองคนอดทนอีกหน่อย ถึงก่อนฟ้ามืดแน่นอน”นางค่อยเบาใจปิดม่านรถม้าลง ทว่าสายตากลับมองเห็นสีหน้าครุ่นคิดของสหาย “อะไรหรือ”ซูม่านฉียิ้มให้นาง “ไม่มีอะไร เห็นเจ้าสนทนากับพี่จวิ้นได้โดยไม่กลัวข้าก็วางใจ” นางเลิกคิ้วอีกฝ่ายจึงรีบอธิบายต่อ “เจ้าไม่รู้อะไร ไม่ว่าสตรีใดเห็นสีหน้าเรียบเฉยของพี่จวิ้น ทุกคนล้วนรู้สึกว่าเขาไม่น่าเข้าใกล้”“อ้อ” นางเห็นด้วย เพราะคราแรกนางรู้สึกว่าเสิ่นซีหยวนน่าเข้าใกล้กว่ามู่จวิ้น ทว่าหลังออกเดินทางกลับรู้สึกว่ามู่จวิ้นเป็นบุรุษที่พึ่งพาอาศัยได้มากกว่าเสิ่นซีหยวนระหว่างเดินทางเขาคอยระวังภัย รอบคอบพอที่จะหยุดเพื่อให้สตรีได้พักเหนื่อย รักษาระยะห่างเพื่อให้พวกนางได้ปลดทุกข์ ได้ล้างหน้าล้างตา กินดื่มระหว่างพักค้างแรมเขาพยายามหาโรงเตี๊ยม ไม่ได้นอนกลางดินกินกลางทรายตามคำแนะนำอย่างนึกสนุกของเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.6
ทั้งสองสนทนากันครู่หนึ่งจากนั้นจึงออกมานั่งร่วมวง ซูอวี่ฉีนั่งฟังคนทั้งสามรำลึกความหลังเงียบๆ บางคราเสิ่นซีหยวนจึงจะถามด้วยความอยากรู้ประโยคหนึ่ง ซูม่านฉีที่ดูเหม่อลอยกลับเป็นคนที่เงียบที่สุด เออออบ้างทว่าก็ยังมองออกว่านางมีเรื่องในใจหญิงสาวคิดว่าสหายเพียงคิดถึงเรื่องความหลังของที่นี่ เศร้าใจที่บิดามารดาขายนางออกไป เพราะนางเองก็เคยรู้สึกเช่นนั้นในยามที่นึกถึงท่านลุงและท่านป้าตกดึก...หลังทุกคนดื่มสังสรรค์ ซูอวี่ฉีรู้สึกง่วงงุนและเมาเล็กน้อย เพราะไม่อยากดื่มแล้วนางจึงขอตัวกลับห้อง ทว่าเพิ่งทิ้งตัวลงนอนซูม่านฉีก็เดินตามหลังมา “เจ้าอย่าเพิ่งนอน ยังไม่ได้ลองชิมนี่เลย ของดีบ้านเกิดข้า”“อะไรหรือ”“สุราดอกท้อ”“สุรา? ไม่เอาแล้ว ข้ารู้สึกว่าตัวเองเมาแล้ว ไม่อยากดื่มต่อ”“จะเป็นอะไรไป สุรานี่ทั้งหอมทั้งหวาน ดื่มแล้วเข้านอนจะเป็นอะไรไป อีกอย่างข้าปรึกษาพี่จวิ้นแล้ว คืนนี้พวกเราไปนอนห้องปีกซ้าย ห้องนี้กลางคืนจะหนาวเย็นมากพี่จวิ้นกลัวข้าเป็นหวัด เลยเปลี่ยนให้ข้ากับเจ้าไปนอนอีกห้อง พี่ซีหยวนเป็นแขกแถมไม่เคยใช้ห้องกับผู้ใด หาไม่ข้าต้องแย่งห้องเขามาให้ได้ ให้พวกเขานอนด้วยกันส่วนพวกเราได้คนละห้อง”
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.7
ชั่วขณะหนึ่งในเงามืดนางมองเห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของมู่จวิ้น หัวใจของนางพลันเย็นเยียบ ตกตะลึงพยายามดันหน้าอกเขา ทว่า...จนแล้วจนรอดที่นางทำได้ก็คือส่งเสียงแผ่วเบา วอนขอต่อสวรรค์ให้นี่เป็นแต่เพียงความฝันตื่นหนึ่งร่างกายร้าวระบม...สติเลือนราง...เสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น นางจำได้แม่นว่านั่นเป็นเสียงของซูม่านฉี ข้างกายของนางมีการขยับลุกพรวด ซูอวี่ฉีอยากลืมตาทว่านางเหนื่อยล้าเกินไป สิ้นหวังเกินไป ไม่เข้าใจ สับสน ร่างกายนี้ร้อนผ่าวเจ็บร้าวไม่อาจขยับ ผิวกายของนางร้อนลวก เรี่ยวแรงไม่หลงเหลือ แม้อยากต่อต้านแต่เหมือนบางอย่างคอยฉุดรั้ง ที่นางทำได้ก็คือหลบตาลงไม่ขยับ แม้รับรู้ว่าเรือนกายของตนเปลือยเปล่า ทว่านางกลับไม่อาจทำได้แม้แต่การดึงผ้านวมคลุมกายเสียงทะเลาะกันดังขึ้นด้านนอกนั่น ทุกอย่างทำให้นางเกิดคำถามขึ้น แท้ที่จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เพราะอะไรมู่จวิ้นจึงเข้ามาอยู่ในห้องนี้ ขึ้นมาบนเตียง... เขาไม่ควรเลยเถิดแม้จะคนบนเตียงจะไม่ใช่นาง ตลอดมาหญิงสาวมองออกว่ามู่จวิ้นให้เกียรติและเอ็นดูซูม่านฉีมาก แต่เมื่อคืนมันไม่ปกติเช่นกันกับนางที่แม้ดื่มสุรา ทว่านางไม่ควรไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน นางหลับสน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.8
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ไม่มีเสียงของซูม่านฉี ไม่มีวี่แววของมู่จวิ้นที่เป็นเจ้าบ้าน มีเพียงเสียงกระซิบกันของหัวหน้าหมู่บ้านและฮูหยินเท่านั้น นางค่อยๆ เรียบเรียงกระทั่งเข้าใจในที่สุดพวกเขาทั้งหมด...ล้วนกลับไปแล้วใช่ กลับไปแล้ว ทิ้งนางเอาไว้ที่นี่เพียงลำพังซูม่านฉีผลุนผลันขี่ม้าจากไป เสิ่นซีหยวนเองก็เป็นห่วงจึงตามไป จากนั้นมู่จวิ้นฝากทั้งสองคนดูแลนาง จากนั้นเขาก็รีบไปเพื่อปลอบโยนคนรัก ซูอวี่ฉีรู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างน่าขัน นางมาทำอะไรที่นี่กันแน่ ทั้งที่ไม่ได้สนิทสนมกับใคร แม้แต่สหายที่คิดว่ารู้จักอีกฝ่ายดี วันนี้กลับรู้ซึ้งว่าตัวนางคิดผิด นางไม่เคยรู้จักซูม่านฉีดีเลย...เสียงกระซิบดังขึ้นจากสองสามีภรรยา “ข้าว่า...พวกเขาโดนวางยา”“หมายความว่าอย่างไร”“หมายความตามนั้น” หัวหน้าหมู่บ้านกระซิบเสียงเบา “หลังเสี่ยวจวิ้นจากไปข้าไปดูรอบๆ บ้าน กาสุราของเขาถูกวางยาปลุกกำหนัด เพราะเช่นนี้เสี่ยวจวิ้นจึง...แยกไม่ออกว่านางเป็นคนรักหรือสหายของคนรัก”“ใช้ได้ที่ไหน ถึงจะถูกวางยาแต่นาง...”“ข้าไปดูในห้องอีกห้อง ในนั้นมีจอกสุรา ข้าว่าข้าจำไม่ผิด นั่นเป็นกลิ่นของผงสลายกำลัง ยิ่งผสมลงไปในสุราก็ยิ่งทิ้งฤ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1.9
ทั้งสองเข้าใจนางทันที เพราะความรู้สึกเห็นใจดังนั้นทั้งสองรับปากจะอยู่ที่โรงเตี๊ยมเล็กๆ ไม่ไกลจากประตูเมืองหลวง ดังนั้นหากนางอยากให้ช่วยอะไร ทั้งสองจะรออยู่ที่นั่นสามวัน...หญิงสาวกลับจวนปั๋วหลังจากร่ำลาท่านลุงหาน ลึกๆ นางตระหนักดีว่าการกลับมาครั้งนี้ ตัวนางเองย่อมหนีไม่พ้นข้อครหา แต่หากนางไม่กลับมานางก็ไร้ซึ่งที่ไป อีกทั้งยังห่วงใยผู้เป็นนาย ด้วยไม่รู้เลยว่าซูม่านฉียังมีแผนการใดอีกทันทีที่ถึงหน้าจวนพ่อบ้านก็ให้คนจับนางลากเข้าไปในจวน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ก็ยังไม่ผิดจากความคาดหมายของซูอวี่ฉี นางยอมจำนนโดยดี ไม่พยายามอ้อนวอน ไม่ได้เอ่ยถาม ไม่มีเสียงร่ำไห้ ดังนั้นพ่อบ้านจึงมองนางด้วยสายตาประหลาดใจ“เสี่ยวอวี่ฉี่ เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าเพราะอะไรข้าจึงให้คนจับเจ้าเอาไว้”“ข้าพอจะเดาออกเจ้าค่ะ แต่รบกวนท่านพ่อบ้านไขความกระจ่าง ม่านม่านอยู่ที่ใดเจ้าคะ”พ่อบ้านถอนหายใจไม่ได้ตอบคำ เขาให้คนพาตัวนางไปขังเอาไว้ที่เรือนเก็บฟืน นานมากกว่าที่เจินอี๋เหนียงจะเข้ามาเยี่ยมนางอีกฝ่ายถอนหายใจเสียงเบา “อวี่อี” เจินอี๋เหนียงลูบศีรษะนางเบาๆ จากนั้นยังช่วยแก้มัดให้นางด้วย “ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว”“ข้ารู้เจ้าค
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2.1
การไต่สวนเกิดขึ้นตอนนั้นเอง...รอบด้านมีคนมากมาย แม้แต่มู่จวิ้นก็อยู่ เสิ่นซีหยวนเองก็เช่นกัน ซูม่านฉีดวงตาแดงก่ำมองมายังนางด้วยสายตาโกรธกรุ่นเกลียดชัง นางมองสายตาดูแคลนของบ่าวไพร่ สหายที่เคยยิ้มแย้มให้ จากนั้นก็สายตาสะใจของสาวใช้ที่มาจากจวนปั๋วฮูหยินซูอวี่ฉีคุกเข่าลงตรงกลางลาน หนิงซีปั๋วถอนหายใจออกมาด้วยความยุ่งยากใจ “หากมิใช่เพราะการร้องขอของนายเจ้า ข้าไหนเลยต้องทำเรื่องไร้สาระนี้ สาวใช้ในจวนกลับใจกล้าวางแผนที่ไร้ยางอายเช่นนี้ ขายหน้าจวนปั๋วของข้ายิ่งนัก!!”ซูอวี่ฉียังคงสงบ นางเงยหน้าขึ้น “นายท่านในเมื่อจะไต่สวน ข้าน้อยมีเรื่องขอร้องเจ้าค่ะ”“เป็นเพียงทาสในเรือน ยังกล้าร้องขออะไรอีก”“ข้าน้อยจะพูดความจริงทุกอย่าง ทว่าขอให้นายท่านส่งคนไปที่โรงเตี๊ยมเหมินฮวา นำคนสองคนมาที่นี่เพื่อเป็นพยานเจ้าค่ะ”“พยาน?? พยานอะไร”นางโขกศีรษะแนบหน้าผากค้างเอาไว้ “พยานที่จะคืนความบริสุทธิ์ให้ข้าน้อยเจ้าค่ะ”“ความบริสุทธิ์? หมายความว่าอย่างไร”เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบด้าน “เป็นสตรีไร้ยางอายจริงเสียด้วย ยังมีหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง?”“สตรีแพศยา”“นึกไม่ถึงหน้าตาซื่อๆ กลับกล้าแย่งคนรักของสหายที่โ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status