เข้าสู่ระบบ‘ซูอวี่ฉี’ กับ ‘ซูม่านฉี’ แม้เป็นเด็กกำพร้า แต่โชคดีที่ผู้เป็นนายรักและเมตตา เมื่อเจินอี๋เหนียงแต่งเข้าจวนปั๋วทางประตูข้าง พวกนางที่เป็นสาวใช้ข้างกายก็ยังนับว่าชีวิตสุขสบายไร้กังวล เดิมทีคิดว่าชาตินี้มีนายที่ประเสริฐ มีพี่น้องที่รักจริงใจ ทว่าเพียงข้ามคืนหลังติดตามซูม่านฉีไปเยี่ยมบ้านเดิม ทุกอย่างกลับพังทลายลงไม่หลงเหลือชิ้นดี!!! กว่าจะรู้ตัวว่าซูม่านฉีหลอกใช้ ซูอวี่ฉีก็กลายเป็นสตรีแพศยา ถูกตราหน้าว่าแย่งคนรักของสหายที่เติบโตมาด้วยกัน! ซูอวี่ฉี จำต้องแต่งให้ ‘มู่จวิ้น’ ไม่เพียงเพื่อรักษาหน้าตัวเอง แต่ต้องรักษาหน้าให้ผู้เป็นนาย นางเข้าใจที่เขาเย็นชา นางเข้าใจเขาที่เขารังเกียจ นางเต็มใจที่จะให้เขาเขียนหนังสือหย่าขาดให้ ถึงกระนั้นนางก็มิใช่คนที่จะยอมถูกหลอกใช้ถูกรังแกเพียงฝ่ายเดียว!! ก่อนไปจากที่นี่นางจะต้องฉีกกระชากหน้ากากแสนดีของซูม่านฉี ทำให้ผู้อื่นตระหนักว่านางมิใช่สตรีแพศยา แต่นางเป็นคนที่ถูกกระทำ!! วันเวลาผันผ่านชีวิตสงบสุขมีอันต้องแปรเปลี่ยน อาการคลื่นเหียน หน้าท้องที่นูนป่อง ถามว่านางเสียใจหรือไม่ ก็ไม่ แม้อาจกล่าวได้ว่าบุตรในครรภ์ของนางต้องไร้บิดา...
ดูเพิ่มเติมนางหัวเราะคิกดึงมือของเขาไปวางยังหน้าท้องแบนราบ “ไม่ผิดแน่ๆ รอบเดือนไม่มาสองเดือนแล้ว”มู่จวิ้นอ้าปากเบิกตามองนาง “มี...แล้ว?!”“เจ้าค่ะมีแล้ว” เห็นสีหน้าของเขานางยิ้มกว้าง ทว่าต่อมากลับถูกมู่จวิ้นอุ้มตัวลอยขึ้น เขาพานางเดินออกมาจากในครัว ตะโกนบอกท่านลุงหานกับฮูหยิน“ท่านลุง ท่านป้า เสี่ยวเป่า ข้ากำลังจะมีลูกสาวแล้ว!! พวกท่านได้ยินหรือไม่ ฮูหยินของข้าตั้งครรภ์บุตรคที่สองของข้าแล้ว!!”ตอนนี้ก็รู้กันทั้งหมู่บ้านชาวบ้านโผล่หน้าออกมามองเขา เสียงแสดงความยินดีตะโกนกลับมา ไม่นานหลายคนก็เดินมาที่หน้าบ้าน ใครมีอะไรก็เอามาหยิบหยื่น สีหน้าของเขาพวกเขาล้วนยินดีจากใจ“คนเขาเพิ่งตั้งครรภ์แต่เจ้ารู้แล้วว่าได้บุตรสาว?”“นั่นสิ เจ้าอยากได้บุตรสาวหรอกหรือ”“บุตรสาวก็ดีนะ มารดาของนางงดงามเช่นนี้ บุตรสาวจะต้องน่ารักน่าชังแน่นอน”“ข้าจะมีน้องสาวแล้ว!” เสี่ยวเป่าตะโกนแทรกมู่จวิ้นหัวเราะอุ้มบุตรชายขึ้น “ใช่แล้วเจ้ากำลังจะเป็นพี่ใหญ่แล้ว ต้องช่วยท่านแม่ดูแลน้องสาวด้วย”“ขอรับ!”คืนนั้น...หลังบุตรชายหลับไปแล้วซูอวี่ฉีมองออกไปนอกบ้าน ลานกลางบ้านมีแคร่ไม้ที่มู่จวิ้นที่ต่อขึ้น เขานั่งมองท้องฟ้ายามค่ำคืนเงียบๆ ค
มู่จวิ้นมองอีกฝ่าย “เป็นคนดีนั้นยาก ข้าเลือกที่จะไม่เป็นแล้ว เพราะข้ามีคนข้างกายที่ข้าต้องใส่ใจ ต้องดูแล หากนางไม่สบายใจเพราะข้าเป็นคนดีที่ช่วยเหลือแม้กระทั่งคนที่อาจจะกลับมาทำให้ความสัมพันธ์ของข้ากับนางสั่นคลอน เช่นนั้นข้าจึงเลือกที่จะเป็นคนเลว”เขาหมายความตามนั้นจริงๆ เขาช่วยได้เท่าที่ช่วยแล้ว หากเขายังดึงซูม่านฉีเข้ามาในชีวิต เขาจะสูญเสียความรัก สูญเสียความไว้วางใจของซูอวี่ฉี เขาจะไม่มีวันยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแล้วเสิ่นซีหยวนก็ยังไม่อาจเข้าใจ เขาเหม่อลอยจากนั้นเดินห่างออกไปเรื่อยๆ มู่จวิ้นมองอีกฝ่ายจากนั้นได้แต่ถอนหายใจซูอวี่ฉีเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ยื่นมือหนึ่งออกไปกุมมือเขาเงียบๆ เขาหันมาเลิกคิ้วมองนาง หันกลับไปมองทิศทางที่นางเดินจากมา “เจ้า...อยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”“เพิ่งมาเจ้าค่ะ” นางยิ้ม “เขาคงไม่คุ้นเคยกับคนมากๆ ร้องไห้ไม่หยุด ข้าเพิ่งกล่อมให้เขาหยุดร้อง ตอนนี้หลับไปแล้ว”มู่จวิ้นยื่นแขนออกไปรับบุตรชาย “เช่นนั้นพวกเรากลับบ้านกันดีหรือไม่ ข้าไม่อยากดื่มสุราแล้ว อยากพาพวกเจ้ากลับบ้านมากกว่า”“ได้เจ้าค่ะ” นางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา มู่จวิ้นเองก็ยิ้มให้นางอย่างอ่อนโย
จวนใต้เท้าหวังจัดงานเลี้ยง นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวไปร่วมงานในฐานะฮูหยินเคียงข้างมู่จวิ้น ใต้เท้าหวัง หวังอวี้เหวิน คือผู้บังคับบัญชาของมู่จวิน เป็นผู้พิพากษาแห่งศาลต้าหลี่ เขากับฮูหยินมีบุตรสาวสามคนไม่มีบุตรชาย เช่นนี้แล้วหวังฮูหยินจึงขอร้องให้หญิงสาวพาบุตรชายไปด้วยแม้ตำแหน่งของสามีไม่ได้สูงส่ง ทว่าผลงานของมู่จวิ้นที่สามารถคลี่คลายคดียักยอกเสบียงกองทัพ ทำให้ขุนนางหลายสนใจในตัวเขา ฝ่าบาททรงพระราชทานรางวัล อีกทั้งยังเลื่อนตำแหน่งให้เขาอีกขั้นหนึ่ง เพิ่มเบี้ยหวัดอีกหลายส่วน ซูอวี่ฉีเห็นสามีแบ่งรางวัลที่ได้มาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเท่าๆ กัน นางไม่ได้คัดค้าน เพราะทุกๆ คนล้วนมีความดีความชอบไม่ต่างกันวันนั้น...นางอุ้มบุตรชายเอาไว้ในอ้อมแขน เขาร้องไห้โยเยจนนางต้องแอบพาออกมาข้างนอก กล่อมอยู่นานกว่าลูกน้อยจะหลับได้ เมื่อกำลังจะเดินกลับเข้าด้านใน นางกลับเห็นเสิ่นซีหยวนกับผู้เป็นสามีเดินออกมาสนทนากัน“อาจวิ้น เจ้า...สบายดีกระมัง”“สบายดี ท่านเล่า”“ข้าก็...ดีอยู่ หลายวันก่อน ไม่สิ ข้าได้รับจดหมายจากชายแดนหลายครั้ง ได้ยินมาว่าเจ้าเองก็ได้จดหมายจากนางเช่นกัน”นาง...ที่ว่า ไม่ต้องเดาซูอวี่ฉีย่อมตระ
ไม่ว่าในอดีตจะเคยเกิดอะไรขึ้น วันหนึ่งข้างหน้านางอาจจะหวนคิดถึงบาดแผลที่เคยถูกทำร้าย หรืออาจมีคนคอยตอกย้ำเรื่องราวที่เคยผิดพลาดของเขา ของนาง หรือของผู้อื่น ทว่าตอนนี้ไม่สำคัญแล้วเพราะนางอยากทะนุถนอมวันเวลาเช่นนี้ ทะนุถนอมเขา ทะนุถนอมคนข้างกาย บุตรชาย รวมไปถึงความสุขของครอบครัวในเมื่อมู่จวิ้นให้สัญญาแล้ว นางเองก็รู้สึกเสมอว่าเชื่อเขาได้ เช่นนั้นแล้วนางจะต้องลังเลทำไม ความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อมหากไม่กล้าเอื้อมมือออกไปคว้า เช่นนั้นเมื่อไหร่เล่าจะได้มานางไม่กลัวแล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว ไม่ว่าจะเป็นสตรีอื่น ต่อให้เป็นซูม่านฉี หรืออดีตที่นางไม่รู้ของมู่จวิ้น ขอเพียงนางเข้มแข็งไม่อ่อนไหวโดยง่าย เชื่อใจ ไว้ใจ และหนักแน่นไม่สั่นคลอน นางเชื่อว่าจนถึงตอนนี้นางจะสามารถรับมือมันได้ความสุขสงบของชีวิตที่แท้จริง...นางรู้ว่ามันเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง เพราะการอยู่ร่วมกันไม่มีทางราบรื่นอย่างแท้จริง ระหว่างคนสองคนมักมีความขัดแย้ง ความเห็นต่าง ความคิดที่ไม่ตรงกันขอเพียงนางรับฟัง เขาเองก็รับรู้ต่างคนต่างเข้าอกเข้าใจ เปิดใจ มีสติระหว่างสามีภรรยาย่อมมีทางออกให้กับทุกเรื่อง ทางที่ทำให้ความเห็นต่างนั้นมาบรรจบ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ไม่มีเสียงของซูม่านฉี ไม่มีวี่แววของมู่จวิ้นที่เป็นเจ้าบ้าน มีเพียงเสียงกระซิบกันของหัวหน้าหมู่บ้านและฮูหยินเท่านั้น นางค่อยๆ เรียบเรียงกระทั่งเข้าใจในที่สุดพวกเขาทั้งหมด...ล้วนกลับไปแล้วใช่ กลับไปแล้ว ทิ้งนางเอาไว้ที่นี่เพียงลำพังซูม่านฉีผลุนผลันขี่ม้าจากไป เสิ่นซีหยว
ชั่วขณะหนึ่งในเงามืดนางมองเห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของมู่จวิ้น หัวใจของนางพลันเย็นเยียบ ตกตะลึงพยายามดันหน้าอกเขา ทว่า...จนแล้วจนรอดที่นางทำได้ก็คือส่งเสียงแผ่วเบา วอนขอต่อสวรรค์ให้นี่เป็นแต่เพียงความฝันตื่นหนึ่งร่างกายร้าวระบม...สติเลือนราง...เสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น นางจำได้แม่นว่านั่นเป็นเสียงข
ทั้งสองสนทนากันครู่หนึ่งจากนั้นจึงออกมานั่งร่วมวง ซูอวี่ฉีนั่งฟังคนทั้งสามรำลึกความหลังเงียบๆ บางคราเสิ่นซีหยวนจึงจะถามด้วยความอยากรู้ประโยคหนึ่ง ซูม่านฉีที่ดูเหม่อลอยกลับเป็นคนที่เงียบที่สุด เออออบ้างทว่าก็ยังมองออกว่านางมีเรื่องในใจหญิงสาวคิดว่าสหายเพียงคิดถึงเรื่องความหลังของที่นี่ เศร้าใจที่บิ
“ท่านเลิกล้อเล่นได้แล้ว ข้าเหนื่อยแล้วหากวันนี้ไม่ถึงก็จะกลับแล้ว” ซูม่านฉีกระเง้ากระงอดซูอวี่ฉีเห็นท่าไม่ดีจึงเลิกม่านรถม้ามองมู่จวิ้นที่กำลังบังคับรถม้า เขาหันกลับมามองนาง “มือปราบมู่ พวกเรามาถูกทางหรือไม่เจ้าคะ”เขาหัวเราะเสียงเบา “เลยเนินนี้ไปก็มองเห็นทางเข้าหมู่บ้านแล้ว พวกเจ้าสองคนอดทนอีกหน่


















ความคิดเห็น