Share

2

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-20 11:11:41

"สมุนไพรพื้นบ้านอย่างนั้นหรือ"

เขาเหลือบมองเศษโต๊ะที่ยังมีป้ายไม้เขียนตัวโตว่า 'ยาพิษตลกไม่หยุดสามวัน'

จากนั้นจึงย้อนถามอย่างไม่รีบร้อน

"แล้วสมุนไพรชนิดใดกัน ที่ทำให้ลูกค้าตะโกนว่าซื้อไปใส่ในน้ำชาของเจ้าสำนัก?"

เสี่ยวฉินยิ้มแห้ง ๆ ก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน

"เอ่อ... ยาบำรุงปอดเจ้าค่ะ พอกินแล้วปอดแข็งแรง อารมณ์ดี จึงหัวเราะง่ายเป็นพิเศษ"

"เช่นนั้นหรือ" น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งจนเดาอารมณ์ไม่ออก

"ส่งถุงนั่นมา แล้วตามข้าไปรับโทษที่คุกหลวง" พร้อมกันนั้น มือใหญ่ที่สวมถุงมือหนังสีดำก็ยื่นมาตรงหน้าอย่างไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ

เสี่ยวฉินปรายตามองมือของเขา ก่อนเงยหน้าขึ้นแสยะยิ้ม

"ฝันไปเถอะ" สิ้นเสียง นางก็อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายลดระยะห่าง ฉวยขวดยาขนาดเล็กที่สุดออกจากห่อผ้าอย่างรวดเร็ว

บนฉลากติดตัวอักษรเล็กๆ ว่า 'ยาพิษหน้าบูด'

นางใช้ฟันกัดจุกขวดออกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนสะบัดข้อมือเต็มแรง

ซ่า!

น้ำยาสีม่วงเข้มพุ่งตรงเข้าหาใบหน้าของเซียวหลิงเฟิงทันที

เสี่ยวฉินหัวเราะอย่างผู้กุมชัยชนะ

"เหอะๆ รับไปเต็มๆ อีกเดี๋ยวหน้าของเจ้าจะเปรี้ยวจนบิดเบี้ยว ทำหน้าบูดอมทุกข์ไปอีกเจ็ดวัน"

พูดจบ นางก็หมุนตัวเตรียมวิ่งหนีทันที

แต่เพียงก้าวแรก...

นางก็ต้องหยุดชะงัก

เพราะบุรุษตรงหน้า...

ไม่แม้แต่จะหลบ

เซียวหลิงเฟิงเพียงอ้าปากรับน้ำยาพิษนั้นเข้าไปต่อหน้าต่อตา ก่อนกลืนลงคออย่างสบายอารมณ์

อึก!

เสี่ยวฉินถึงกับเบรกตัวเองจนแทบหน้าคะมำ ดวงตากลมโตเบิกกว้างราวจะถลนออกจากเบ้า

"จะ... เจ้ากลืนลงไปจริงๆ หรือ"

เซียวหลิงเฟิงยืนนิ่งดุจขุนเขา ร่างสูงสง่าไม่แม้แต่จะไหวติง

เขาแลบลิ้นแตะริมฝีปากเล็กน้อย คล้ายกำลังลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ

เสี่ยวฉินถึงกับยืนตะลึง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า

นางจ้องเขาเขม็ง รอคอยภาพที่อีกฝ่ายจะบิดหน้า น้ำตาไหล หรืออย่างน้อยก็ต้องแสดงอาการหน้าบูดบึ้งออกมา

แต่...

ไม่มี!

ไม่มีแม้แต่นิดเดียว

เซียวหลิงเฟิงเพียงยืนประสานมือไว้ด้านหลัง คิ้วเข้มกระตุกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนสีหน้าจะกลับมาเรียบนิ่ง เย็นชา และไร้อารมณ์เช่นเดิม

เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยราวกับกำลังพิจารณารสชาติของยา ก่อนเอ่ยอย่างจริงจัง

"หวานติดปลายลิ้น เปรี้ยวตามมานิดหน่อย เนื้อยาบางไปเล็กน้อย หากหมักเพิ่มอีกสองวัน รสคงกลมกล่อมกว่านี้"

เสี่ยวฉินอ้าปากค้าง ผ่านไปสองอึดใจ นางจึงระเบิดเสียงออกมา

"เจ้ากำลังวิจารณ์รสชาติยาพิษของข้าอย่างนั้นหรือ" นางชี้หน้าเขาด้วยมือที่สั่นเทา ทั้งตกใจ ทั้งโมโห จนแทบไม่รู้จะเริ่มจากความรู้สึกไหนก่อน

"นั่นมันยาพิษนะ ไม่ใช่น้ำแกง เหตุใดเจ้าถึงมายืนชิมรสชาติได้หน้าตาเฉยเช่นนี้"

เซียวหลิงเฟิงมองนางนิ่งๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ยาพิษประหลาดของเจ้า ทำอะไรข้าไม่ได้"

เพียงประโยคเดียวก็ทำเอาเสี่ยวฉินนิ่งงัน

"เป็นไปไม่ได้" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางก้มมองขวดยาในมืออย่างไม่อยากเชื่อสายตา

'ข้าปรุงผิดหรือ'

'ไม่สิ สูตรนี้ทดลองมาแล้วตั้งหลายครั้ง'

'บุรุษผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์'

ขณะที่สมองของนางกำลังสับสนวุ่นวาย เซียวหลิงเฟิงก็ขยับตัว

เพียงก้าวเดียว เขาก็ประชิดตัวนางทันที

หมับ!

มือใหญ่คว้าข้อมือเรียวของเสี่ยวฉินไว้อย่างแม่นยำ แรงบีบไม่ถึงกับทำให้เจ็บ แต่แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก

"โอ๊ย!" เสี่ยวฉินร้องลั่น พยายามดึงมือกลับเต็มแรง ทว่าข้อมือของนางกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย

ก่อนจะทันได้ตั้งตัว ร่างบางก็ถูกดึงเข้าไปปะทะกับแผ่นอกที่หุ้มด้วยเกราะเหล็ก

อั่ก!

"เจ็บนะ" นางยกมือกุมหน้าผาก พลางเงยหน้าค้อนคนตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว

"ปล่อยข้านะ ไอ้แม่ทัพบ้าพลัง"

พูดจบก็ยกเท้าหมายจะเหยียบอีกฝ่ายเต็มแรง

เซียวหลิงเฟิงเพียงขยับตัวหลบเล็กน้อย ก่อนจับเอวของนางไว้เสียก่อน

"ดิ้นเก่ง"

"ก็ต้องดิ้นสิ ใครจะยอมถูกจับง่ายๆ กันเล่า"

เสี่ยวฉินทั้งผลัก ทั้งหยิก ทั้งพยายามเตะเขาซ้ำ แต่ไม่ว่าดิ้นอย่างไร บุรุษตรงหน้ากลับยืนนิ่งราวกับภูผา

เซียวหลิงเฟิงก้มลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบสบกับดวงตากลมโตของนางในระยะประชิด

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรจากตัวหญิงสาว ลอยปะปนกับกลิ่นเหล็กเย็นและกลิ่นหนังจากชุดเกราะของเขา จนบรรยากาศชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด

เสี่ยวฉินรีบเบือนหน้าหนีทันที

'ใกล้เกินไปแล้ว!'

เซียวหลิงเฟิงมองอาการของนางแล้วมุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น

"ข้ากำลังขาดช่างปรุงยาประจำตัวอยู่พอดี"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า" เสี่ยวฉินหันกลับมาถลึงตาใส่

"เกี่ยว" เขาตอบสั้นๆ ก่อนกล่าวต่ออย่างไม่รีบร้อน

"อีกทั้งยังขาดผู้ทดสอบอาหาร"

"ผู้ทดสอบอาหาร" เสี่ยวฉินขมวดคิ้ว

"ใช่"

"เจ้าจะให้ข้าชิมอาหารก่อนให้เจ้ากินหรือ"

"ไม่" เขาส่ายหน้าเบาๆ

"เจ้าปรุงยาพิษ แล้วข้าจะเป็นคนกินเอง"

เสี่ยวฉินถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ จากนั้นก็โพล่งออกมาด้วยความเหลือเชื่อ

"เจ้าสติไม่ดีหรือ"

"ร่างกายของข้าทนพิษได้ทุกชนิด" เซียวหลิงเฟิงตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เขามองขวดยาที่เหลืออยู่ในห่อผ้าของนาง ก่อนกล่าวต่อ

"แต่ยาประหลาดของเจ้าน่าสนใจ"

"น่าสนใจบ้านเจ้าสิ" เสี่ยวฉินสะบัดหน้าอย่างหงุดหงิด

"ข้าเป็นแม่ค้าขายยาพิษ ไม่ใช่คนรับใช้ของท่านแม่ทัพ"

"เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือก" สิ้นคำ เขาก็โน้มตัวลงอย่างรวดเร็ว ก่อนอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดาย ราวกับกำลังยกกระสอบข้าวสาร

"ว้าย!" เสี่ยวฉินร้องลั่น มือทั้งสองรีบทุบแผ่นหลังกว้างไม่ยั้ง

"ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้"

"กลับค่ายกับข้า" เซียวหลิงเฟิงเดินต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน

"ไม่กลับ!"

"กลับ"

"ไม่!"

"เจ้าปฏิเสธไม่ได้"

เสี่ยวฉินดิ้นสุดแรง ทั้งเตะ ทั้งทุบ ทั้งใช้หมัดเล็กๆ ระดมตีแผ่นหลังเขาไม่หยุด

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือแม่นางพิษแต่ท่านแม่ทัพดันเสพติดซะงั้น   24

    ทว่าเซียวหลิงเฟิงกลับรวบเอวของนางไว้ก่อน ดึงร่างบางเข้าหาตัวจนคนทั้งสองแนบชิดกัน"ท่านแม่ทัพ" เสี่ยวฉินอุทานเบาๆเซียวหลิงเฟิงก้มลงจนหน้าผากแทบแตะกัน"ฮูหยินตัวแสบ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพิษไอเย็นในร่างข้าถูกเจ้ารักษาจนแทบหมดแล้ว""แล้วอย่างไร""ตอนนี้ร่างกายข้าแข็งแรงกว่าเดิมเสียอีก"เสี่ยวฉินหรี่ตามองเขาอย่างระแวง"ท่านกำลังขู่ข้าหรือ""เปล่า"เขายกมุมปาก"ข้าเพียงจะบอกว่า ยาพิษทั่วไปของเจ้าคงหยุดข้าไม่ได้แล้ว""ข้ามียาพิษตั้งหลายร้อยชนิด""ข้าก็ยอมให้เจ้าลองทั้งหมด""สมกับเป็นหนูทดลองหน้าทนจริงๆ" เสี่ยวฉินชะงัก ก่อนกัดฟันเซียวหลิงเฟิงหัวเราะในลำคอ ก่อนก้มลงกระซิบข้างหู"แต่มีพิษอยู่ชนิดหนึ่งที่ข้าคงไม่มีวันต้านทานได้""พิษอะไร" เสี่ยวฉินเผลอถามดวงตาคมกริบของเขาทอดมองนางอย่างลึกซึ้ง"พิษรักจากเจ้า"เสี่ยวฉินนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนใบหน้าจะค่อยๆ แดงขึ้นจนถึงใบหู"เลี่ยนเหลือเกิน""ไม่ชอบหรือ""ใครบอกว่าไม่ชอบ" ประโยคสุดท้ายเบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน แต่เซียวหลิงเฟิงกลับได้ยินชัดเจนเขายกมือประคองแก้มนาง ก่อนโน้มลงจุมพิตริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนโยนคราวนี้เสี่ยวฉินไม่ได้ผลักไส มือเรียวค่อยๆ ยกขึ้นโอบ

  • ข้าคือแม่นางพิษแต่ท่านแม่ทัพดันเสพติดซะงั้น   23

    "แล้วถ้าข้าจะทดลองยากับเจ้า...""ยิ่งได้"เสี่ยวฉินถลึงตา"อย่าเพิ่งดีใจ ยังไม่จบ"เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วท้องพระโรง ฮ่องเต้เฉินหลงทรงพระสรวลอย่างเบิกบาน ก่อนตรัสขึ้น"พอแล้ว หากปล่อยให้เจ้าสองคนต่อรองกันต่อ เจิ้นคงต้องนั่งรอถึงเย็น"พระองค์ทอดพระเนตรทั้งคู่ ก่อนตรัสด้วยสุรเสียงหนักแน่น"ในเมื่อทั้งสองฝ่ายยินยอม เจิ้นอนุญาตการสมรสครั้งนี้ และจะพระราชทานพิธีมงคลให้สมเกียรติแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพบูรพากับทายาทแห่งหุบเขาโอสถทมิฬ"เซียวหลิงเฟิงประสานมือ"ขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"เสี่ยวฉินย่อกายตาม"ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ" เมื่อเงยหน้าขึ้น นางกลับพบว่าเซียวหลิงเฟิงยังมองตนไม่ยอมละสายตา"มองอะไร""มองฮูหยินของข้า""ยังไม่ได้แต่ง""อีกไม่นาน" เสี่ยวฉินหน้าแดงขึ้นอีกครั้ง ก่อนกัดฟันกระซิบ"กลับจวนเมื่อไร ข้าจะหายาพิษปิดปากเจ้าสักสามวัน"เซียวหลิงเฟิงโน้มเข้ามากระซิบตอบ"ถ้าเจ้าป้อนด้วยปาก ข้ายินดี""เซียวหลิงเฟิง"เสียงหัวเราะของฮ่องเต้ดังขึ้นอีกครั้งหลังคดีเลือดที่ค้างคามานานสิบแปดปีได้รับการชำระ และชื่อเสียงของตระกูลซูถูกคืนความบริสุทธิ์ ในที่สุดเส้นทางที่เริ่มต้นจากแม่ค้าขายยาพิษกับแม่ทัพผู้ทน

  • ข้าคือแม่นางพิษแต่ท่านแม่ทัพดันเสพติดซะงั้น   22

    "ในเมื่อพวกเจ้าคิดจะทำลายข้า เช่นนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้สมใจ" มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในแขนเสื้อเซียวหลิงเฟิงตวาด"ระวัง"หลี่กวงเย่าชักมีดสั้นออกมา ก่อนพุ่งตรงไปยังบันไดพระที่นั่ง"คุ้มครองฝ่าบาท" เหล่าองครักษ์กรูเข้ามา แต่เซียวหลิงเฟิงเร็วกว่าทุกคนเคล้ง!คมดาบฟาดเข้ากับมีดสั้นอย่างแม่นยำ อาวุธในมือหลี่กวงเย่ากระเด็นหลุดไปไกลเซียวหลิงเฟิงหมุนข้อมือ ใช้สันดาบกระแทกเข้าที่แขนของอีกฝ่ายจนร่างเฒ่าทรุดลงตุบ!ปลายดาบหยุดอยู่ตรงลำคอ"จบแล้ว หลี่กวงเย่า"เสนาบดีเฒ่าหอบหายใจ ดวงตาแดงก่ำ"ฆ่าข้าสิ""เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือกวิธีตายของตัวเอง"เซียวหลิงเฟิงตอบเสียงเย็น ฮ่องเต้เฉินหลงลุกขึ้นจากพระที่นั่ง พระพักตร์เต็มไปด้วยโทสะ"องครักษ์ จับหลี่กวงเย่าเข้าคุกหลวง ตรวจค้นจวนอัครมหาเสนาบดี ยึดเอกสาร บัญชี และหลักฐานทั้งหมด รวมถึงควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน"หลี่กวงเย่าถูกทหารกดตัวลงกับพื้น ฮ่องเต้ตรัสต่อ"คดีการส่งนักฆ่าเข้าจวนแม่ทัพ หลักฐานชัดเจน ส่วนคดีหุบเขาโอสถทมิฬเมื่อสิบแปดปีก่อน ให้สามกรมร่วมกันรื้อฟื้นสอบสวนใหม่ ห้ามละเว้นผู้ใด ไม่ว่ามียศศักดิ์สูงเพียงใด" เสี่ยวฉินเงยหน้าขึ้น น้ำตาเอ่อคลอในด

  • ข้าคือแม่นางพิษแต่ท่านแม่ทัพดันเสพติดซะงั้น   21

    เซียวหลิงเฟิงในชุดขุนศึกเกราะทมิฬเต็มยศก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ร่างสูงใหญ่แผ่กลิ่นอายน่าเกรงขามจนผู้คนโดยรอบเผลอหลีกทางให้โดยไม่รู้ตัวข้างกายเขาคือซูเสี่ยวฉินในชุดผ้าไหมสีครามปักลายเมฆา ใบหน้างามสงบนิ่ง ไม่หลงเหลือความขี้เล่นเช่นยามปกติแต่สิ่งที่ทำให้ทั้งท้องพระโรงเกิดเสียงฮือฮา คือทหารองครักษ์ด้านหลังที่กำลังควบคุมตัวหัวหน้านักฆ่าชุดดำซึ่งมีสภาพบาดเจ็บเข้ามาด้วยตุบ!ร่างของนักฆ่าถูกกดให้คุกเข่าลงกลางท้องพระโรง สีหน้าของหลี่กวงเย่าซีดลงในทันที แม้เพียงชั่วพริบตา แต่เซียวหลิงเฟิงเห็นชัดเจน"เซียวหลิงเฟิง เจ้าบังอาจนัก" หลี่กวงเย่ารีบชิงตะโกนขึ้นเสียก่อน"ที่นี่คือท้องพระโรงต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาท เจ้ากล้าพานักโทษอุกฉกรรจ์เข้ามาโดยพลการ ทั้งยังพาสตรีเข้ามาร่วมการประชุมขุนนาง เจ้าคิดจะทำให้ราชสำนักวุ่นวายหรืออย่างไร"เซียวหลิงเฟิงไม่แม้แต่จะหันไปมองเขา แม่ทัพหนุ่มก้าวออกมาคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้เฉินหลง ก่อนประสานมือคำนับ"กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมขอพระราชทานอภัยที่นำตัวนักโทษเข้าท้องพระโรงโดยไม่ได้กราบทูลล่วงหน้า แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงการลอบสังหารขุนนางชั้นสูง และอาจเกี่ยวข้องกับ

  • ข้าคือแม่นางพิษแต่ท่านแม่ทัพดันเสพติดซะงั้น   20

    มันทรุดลงกับพื้น ก่อนเงยหน้ามองเซียวหลิงเฟิงอย่างตกตะลึง"พลังของเจ้า..." เซียวหลิงเฟิงยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเสี่ยวฉิน ดาบยาวในมือสะท้อนแสงจากเตาไฟ แววตาคมกริบเย็นเยียบจนคนมองรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก"กล้าบุกจวนข้า แล้วยังคิดแตะต้องคนของข้า พวกเจ้าช่างไม่รู้จักรักชีวิต"หัวหน้านักฆ่ากัดฟัน"พิษไอเย็นของเจ้า" สายตาของมันเลื่อนไปมองเสี่ยวฉิน ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไป"นางรักษาเจ้าได้" เสี่ยวฉินก้าวออกมาจากด้านหลังเซียวหลิงเฟิง กอดอกพลางยิ้มหวาน"จะตกใจอะไรนักหนา ข้าเป็นหมอยา หากรักษาคนไม่ได้จะเรียกตัวเองว่าหมอทำไม" นักฆ่าพยายามขยับถอยหนี แต่เสี่ยวฉินกลับเดินตรงเข้าไปหา"อย่าเข้ามา""สายไปแล้ว" นางหยิบขวดกระเบื้องสีเขียวมรกตออกมา เทยาเม็ดสีม่วงคล้ำลงบนฝ่ามือ ก่อนใช้ปลายเท้าเหยียบแขนของอีกฝ่ายไม่ให้ขยับ"อ้าปาก""ฝันไปเถอะ""เช่นนั้นข้าช่วยเอง" เสี่ยวฉินบีบขากรรไกรของมันอย่างแม่นยำ ก่อนโยนยาเข้าไปแล้วบังคับให้กลืน"อึก! เจ้าให้ข้ากินอะไร""ยาพิษสารภาพสัจจะ" นางยิ้มตาหยี"ฤทธิ์ของมันจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งและเจ็บปวดทุกครั้งที่เจ้าฝืนโกหก ยิ่งโกหกมากก็ยิ่งทรมาน เอาล่ะ บอกมาว่าใครส่งพวกเจ้ามา" หัวหน้

  • ข้าคือแม่นางพิษแต่ท่านแม่ทัพดันเสพติดซะงั้น   19

    ขณะที่ทั้งสองกำลังจดจ่ออยู่กับหม้อยา ด้านนอกจวนแม่ทัพกลับมีเงาดำหลายสายเคลื่อนไหวเงียบกริบไปตามแนวหลังคาบุรุษในชุดรัดกุมสีดำสามคนหมอบอยู่เหนือห้องปรุงยาหนึ่งในนั้นยกมือส่งสัญญาณ อีกคนหยิบกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กออกจากอกเสื้อ ก่อนค่อยๆ สอดปลายกระบอกเข้าไปตามช่องระบายอากาศภายในกระบอกมีควันพิษสีม่วงเข้มพร้อมถูกเป่าเข้าไปในห้องชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้ากระซิบเสียงต่ำ"จำคำสั่งให้ดี ห้ามฆ่านาง""ขอรับ""ตระกูลหลี่ต้องการตัวสตรีผู้นี้เป็นๆ"สายตาของนักฆ่าทั้งสามจับจ้องแสงไฟจากห้องปรุงยา โดยไม่รู้เลยว่าเป้าหมายที่พวกมันคิดว่าเป็นเพียงหมอยาสตรีธรรมดา คือผู้เชี่ยวชาญด้านพิษที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งที่พวกมันไม่ควรคิดใช้พิษด้วยตั้งแต่แรกฟู่!ควันพิษสีม่วงเข้มถูกเป่าลอดผ่านช่องเล็กของบานหน้าต่างไม้เข้ามาในห้องปรุงยาอย่างเงียบเชียบ กลิ่นฉุนแสบจมูกของ 'ควันสลบหมื่นราตรี' ค่อยๆ แผ่กระจายไปในอากาศ หากเป็นคนธรรมดาสูดเข้าไปเพียงไม่กี่ลมหายใจก็เพียงพอจะทำให้แขนขาอ่อนแรงและหมดสติทว่า ซูเสี่ยวฉินซึ่งกำลังยืนคุมไฟอยู่หน้าเตาหลอมยากลับไม่แม้แต่จะขยับหนีนางเพียงปรายตามองกลุ่มควันสีม่วงที่คืบคลานเข้ามา ก่อนมุมปา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status