LOGIN"ไอ้แม่ทัพบ้า! ปล่อยข้านะ ข้าจะปรุงยาพิษให้เจ้าท้องเสียจนต้องวิ่งเข้าห้องส้วมสามวันสามคืน แล้วจะใส่ยาคันจนเกาทั้งตัว แล้วก็ยาหน้าบูดอีกสิบขวด"
เซียวหลิงเฟิงฟังคำขู่สารพัดชนิดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนตอบกลับเพียงประโยคเดียว
"เช่นนั้นก็ดี"
เสี่ยวฉินชะงัก
"หา"
"ข้าจะได้ทดลองทั้งหมด"
นางอ้าปากค้าง มองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้อย่างหมดคำจะด่า
'คนผู้นี้'
'เป็นแม่ทัพหรือเป็นคนเสียสติกันแน่!'
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเหล่าทหารและผู้คนที่ยังหลบซ่อนอยู่ เซียวหลิงเฟิงก็อุ้มหมอยาพิษสาวเดินออกจากตรอกผีจมอย่างสง่างาม ส่วนเสี่ยวฉินยังคงโวยวายไม่หยุดตลอดทาง จนเสียงด่าทอของนางค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับเงาร่างของทั้งคู่ในค่ำคืนนั้น
ทว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของเซียวหลิงเฟิง ใครเล่าจะล่วงรู้ว่าภายในกายของเขากำลังเกิดคลื่นลมปั่นป่วน
ตั้งแต่จำความได้ เขาถูกบิดาเคี่ยวกรำฝึก 'วิชาโลหิตสลายพิษ' บังคับให้ดื่มยาพิษนับร้อยและแช่กายในอ่างพิษเจือจางทุกเมื่อเชื่อวัน จนร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันแกร่งกล้า ทนทานต่อพิษร้ายทุกชนิดในใต้หล้า
แต่วิชานี้ก็แลกมาด้วยผลข้างเคียงอันแสนทรมาน พิษตกค้างสะสมจนกลายเป็น 'พิษไอเย็นโลหิต' ที่คอยกัดกินชีพจรและทำให้ร่างกายของเขาเย็นเยียบ ไร้ความรู้สึกต่อรสชาติหรือความอบอุ่นมานานนับสิบปี
ทว่าเมื่อครู่นี้ ยาพิษรสประหลาดของแม่ค้าตัวแสบที่เพิ่งกลืนลงคอไป กลับแผ่ไอร้อนวูบวาบแล่นปราดเข้าสู่จุดชีพจร กระตุ้นให้พิษไอเย็นที่อุดตันในอกของเขาพลันเบาบางลงอย่างน่าอัศจรรย์
มุมปากใต้หน้ากากเหล็กยกยิ้มขึ้นอย่างพึงใจ ขณะกระชับร่างบางบนบ่าให้แน่นขึ้นอีกนิด
'ในที่สุดข้าก็เจอของแก้ทางเข้าแล้ว'
เสียงเกือกม้ากระทบพื้นดินดังกึกก้องไปตามเส้นทางที่ทอดยาวสู่ชานเมืองหลวง ทว่าบนหลังม้าศึกสีดำทมิฬตัวใหญ่ บรรยากาศกลับไม่ได้ดูน่าเกรงขามสมกับเกียรติของแม่ทัพใหญ่แห่งแผ่นดินแม้แต่น้อย
"ปล่อยนะ เจ้าคนป่าเถื่อน ข้าจะอ้วกแล้ว"
ซูเสี่ยวฉินที่ถูกพาดอยู่บนบ่ากว้างราวกับกระสอบข้าวสารร้องโวยวายจนคอแทบแตก ศีรษะของนางห้อยลง เลือดไหลเวียนลงศีรษะจนใบหน้าแดงก่ำ ท้องไส้ปั่นป่วนเพราะแรงกระแทกจากการควบม้าด้วยความเร็ว
แม้จะตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ แต่นางยังไม่คิดยอมแพ้ง่ายๆ
มือข้างหนึ่งที่ยังพอขยับได้ค่อยๆ ล้วงเข้าไปในอกเสื้ออย่างแนบเนียน ก่อนหยิบห่อกระดาษขนาดเล็กซึ่งบรรจุ 'ผงคันคะเยอ' ออกมา หวังจะโปรยใส่บริเวณคอเสื้อของบุรุษหน้านิ่งให้เขาคันจนเสียอาการ
ทว่า...
ฟิ้ว!
สายลมแรงจากการควบม้ากลับพัดสวนมาอย่างพอดิบพอดี ผงยาสีขาวนวลที่เพิ่งโปรยออกไปจึงปลิวตีกลับเข้าหน้าเจ้าของเต็มๆ
"ฮัดชิ้ว! แค่ก ๆ โอ๊ย! คัน คันจมูกชะมัด"
เสี่ยวฉินรีบยกมือขึ้นขยี้จมูกตัวเองเป็นพัลวัน น้ำตาเล็ดจากความแสบระคาย ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วดูน่าสงสารกว่าเดิมหลายส่วน
เซียวหลิงเฟิงซึ่งกำลังบังคับม้าเพียงปรายตามองนางเล็กน้อย มุมปากใต้หน้ากากเหล็กกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ
"เลิกเล่นตุกติกเสียที ก่อนที่เจ้าจะวางยาพิษตัวเองตายไปเสียก่อน"
"หุบปากไปเลยนะ" เสี่ยวฉินกำหมัดทุบลงบนแผ่นหลังที่หุ้มด้วยเกราะเหล็กเต็มแรง
กึก!
เซียวหลิงเฟิงไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย กลับเป็นเสี่ยวฉินที่รีบชักมือกลับมากุมไว้แน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ
"เกราะบ้าอะไร แข็งยิ่งกว่าก้อนหินอีก"
เซียวหลิงเฟิงไม่ตอบ เพียงควบม้าต่อไปราวกับไม่ได้ยินเสียงบ่นของคนบนบ่า
ไม่นานนัก ม้าศึกก็ชะลอฝีเท้าลงเบื้องหน้าประตูค่ายทหารขนาดใหญ่ ป้ายไม้เหนือประตูสลักอักษรสีทองอันทรงพลังไว้ว่า 'ค่ายพยัคฆ์ทมิฬ'
"คารวะท่านแม่ทัพใหญ่"
เหล่าทหารยามหน้าค่ายรีบประสานมือก้มศีรษะทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นสิ่งที่อยู่บนบ่าของผู้เป็นนาย ดวงตานับสิบคู่ก็พลันเบิกกว้าง
แม่ทัพใหญ่เซียวหลิงเฟิง ผู้ได้รับฉายาว่า 'พญายมไร้ใจ' ไม่ชอบให้สตรีเข้าใกล้และไม่เคยพาสตรีคนใดเข้ามาในค่ายส่วนตัวของตน บัดนี้กลับพาสตรีในชุดคลุมดำมอมแมมกลับมาด้วยตนเอง
ที่สำคัญยังพาดนางไว้บนบ่าไม่ยอมปล่อยอีกด้วย
"ท่านแม่ทัพ นี่มัน!"
รองแม่ทัพจ้าว คนสนิทของเซียวหลิงเฟิงที่รีบออกมารับ ถึงกับชะงักฝีเท้ากะทันหัน สายตาเลื่อนไปมาระหว่างผู้เป็นนายกับหญิงสาวบนบ่าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
"ไปเตรียมที่พักข้างกระโจมข้า" เซียวหลิงเฟิงออกคำสั่งเสียงเรียบ ก่อนเดินผ่านอีกฝ่ายไปโดยไม่คิดอธิบาย
"ขอรับ เอ่อ... ที่พักข้างกระโจมท่านแม่ทัพหรือขอรับ" รองแม่ทัพจ้าวอดทวนคำไม่ได้
เซียวหลิงเฟิงหยุดฝีเท้าแล้วปรายตามองกลับมาเพียงครั้งเดียว
รองแม่ทัพจ้าวพลันยืดหลังตรง ประสานมือรับคำอย่างรวดเร็ว
"ขอรับ ข้าน้อยจะไปจัดการเดี๋ยวนี้"
ตุบ!
ร่างบางของเสี่ยวฉินถูกวางลงบนตั่งไม้ภายในกระโจมบัญชาการ แม้ท่าทางของเซียวหลิงเฟิงจะไม่ได้อ่อนโยนนัก แต่ก็ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำให้นางบาดเจ็บ
ทันทีที่เป็นอิสระ เสี่ยวฉินก็รีบพลิกตัวถอยกรูดไปจนชิดมุมตั่ง พร้อมกอดห่อผ้าที่เต็มไปด้วยยาพิษเอาไว้แนบอก แต่ไม่ลืมถอนพิษให้ตัวเองด้วย ดวงตากลมโตจับจ้องบุรุษร่างสูงอย่างระแวดระวัง ราวกับลูกแมวป่าที่พร้อมข่วนทุกเมื่อหากเขาเข้าใกล้
เซียวหลิงเฟิงปลดดาบยาววางลงบนโต๊ะ ก่อนถอดหน้ากากเหล็กครึ่งหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคาย คิ้วกระบี่พาดเฉียงเหนือดวงตาคม ริมฝีปากบางได้รูปยิ่งขับให้สีหน้าของเขาดูเย็นชา ส่วนดวงตาคู่นั้นกลับลึกล้ำจนยากจะคาดเดาความคิด
"เอาล่ะ เจ้าหมอยาพิษตัวแสบ มาคุยเรื่องข้อตกลงกัน" เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ด้วยท่าทีสงบนิ่ง
"ข้อตกลงอะไร ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับโจรลักพาตัวอย่างเจ้าทั้งนั้น" เสี่ยวฉินเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ เซียวหลิงเฟิงไม่สนใจคำด่าทอ เพียงมองนางนิ่งๆ ก่อนเอ่ย
"เจ้ามีสองทางเลือก ทางเลือกแรก ข้าส่งตัวเจ้าให้ทางการดำเนินคดีในข้อหาค้าขายยาพิษผิดกฎหมายในตลาดมืด รวมถึงข้อหาลอบทำร้ายแม่ทัพใหญ่แห่งราชสำนัก ส่วนจะได้รับโทษหนักเพียงใด ให้ศาลอาญาเป็นผู้ตัดสิน" สีหน้าของเสี่ยวฉินแข็งค้างทันที
นางย่อมรู้ดีว่าหากถูกส่งตัวให้ทางการ ทั้งยาพิษในห่อผ้าและสิ่งที่นางทำกับเซียวหลิงเฟิงเมื่อครู่ก็เพียงพอจะทำให้นางต้องใช้ชีวิตหลังลูกกรงไปอีกนาน ยิ่งหากถูกสาวไปถึงการค้าขายในตรอกผีจม เรื่องคงไม่จบง่ายๆ แน่
เสี่ยวฉินกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนถามเสียงอ่อนลงเล็กน้อย
"แล้วทางเลือกที่สองล่ะ"
"อยู่ที่ค่ายพยัคฆ์ทมิฬแห่งนี้ ในฐานะช่างปรุงยาส่วนตัวและผู้ทดสอบอาหารของข้า"
"ผู้ทดสอบอาหารบ้าบออะไรกัน ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่รับใช้ใคร"
"ข้ายังพูดไม่จบ" เซียวหลิงเฟิงยกมือห้าม ก่อนกล่าวต่ออย่างไม่รีบร้อน
"หากเจ้าอยู่ที่นี่ เจ้าจะมีห้องปรุงยาส่วนตัว ได้รับเบี้ยหวัดเดือนละหนึ่งร้อยตำลึงเงิน และที่สำคัญ เจ้าสามารถขอเบิกสมุนไพรหายากจากคลังกองทัพตามความจำเป็น หากคลังมีของที่เจ้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโสมอายุหลายร้อยปี บัวหิมะ หรือสมุนไพรพิษหายากที่แทบหาไม่ได้ในตลาดมืด" ดวงตาของเสี่ยวฉินพลันเป็นประกายขึ้นมาทันที
ทว่าเซียวหลิงเฟิงกลับรวบเอวของนางไว้ก่อน ดึงร่างบางเข้าหาตัวจนคนทั้งสองแนบชิดกัน"ท่านแม่ทัพ" เสี่ยวฉินอุทานเบาๆเซียวหลิงเฟิงก้มลงจนหน้าผากแทบแตะกัน"ฮูหยินตัวแสบ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพิษไอเย็นในร่างข้าถูกเจ้ารักษาจนแทบหมดแล้ว""แล้วอย่างไร""ตอนนี้ร่างกายข้าแข็งแรงกว่าเดิมเสียอีก"เสี่ยวฉินหรี่ตามองเขาอย่างระแวง"ท่านกำลังขู่ข้าหรือ""เปล่า"เขายกมุมปาก"ข้าเพียงจะบอกว่า ยาพิษทั่วไปของเจ้าคงหยุดข้าไม่ได้แล้ว""ข้ามียาพิษตั้งหลายร้อยชนิด""ข้าก็ยอมให้เจ้าลองทั้งหมด""สมกับเป็นหนูทดลองหน้าทนจริงๆ" เสี่ยวฉินชะงัก ก่อนกัดฟันเซียวหลิงเฟิงหัวเราะในลำคอ ก่อนก้มลงกระซิบข้างหู"แต่มีพิษอยู่ชนิดหนึ่งที่ข้าคงไม่มีวันต้านทานได้""พิษอะไร" เสี่ยวฉินเผลอถามดวงตาคมกริบของเขาทอดมองนางอย่างลึกซึ้ง"พิษรักจากเจ้า"เสี่ยวฉินนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนใบหน้าจะค่อยๆ แดงขึ้นจนถึงใบหู"เลี่ยนเหลือเกิน""ไม่ชอบหรือ""ใครบอกว่าไม่ชอบ" ประโยคสุดท้ายเบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน แต่เซียวหลิงเฟิงกลับได้ยินชัดเจนเขายกมือประคองแก้มนาง ก่อนโน้มลงจุมพิตริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนโยนคราวนี้เสี่ยวฉินไม่ได้ผลักไส มือเรียวค่อยๆ ยกขึ้นโอบ
"แล้วถ้าข้าจะทดลองยากับเจ้า...""ยิ่งได้"เสี่ยวฉินถลึงตา"อย่าเพิ่งดีใจ ยังไม่จบ"เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วท้องพระโรง ฮ่องเต้เฉินหลงทรงพระสรวลอย่างเบิกบาน ก่อนตรัสขึ้น"พอแล้ว หากปล่อยให้เจ้าสองคนต่อรองกันต่อ เจิ้นคงต้องนั่งรอถึงเย็น"พระองค์ทอดพระเนตรทั้งคู่ ก่อนตรัสด้วยสุรเสียงหนักแน่น"ในเมื่อทั้งสองฝ่ายยินยอม เจิ้นอนุญาตการสมรสครั้งนี้ และจะพระราชทานพิธีมงคลให้สมเกียรติแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพบูรพากับทายาทแห่งหุบเขาโอสถทมิฬ"เซียวหลิงเฟิงประสานมือ"ขอบพระทัยฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"เสี่ยวฉินย่อกายตาม"ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ" เมื่อเงยหน้าขึ้น นางกลับพบว่าเซียวหลิงเฟิงยังมองตนไม่ยอมละสายตา"มองอะไร""มองฮูหยินของข้า""ยังไม่ได้แต่ง""อีกไม่นาน" เสี่ยวฉินหน้าแดงขึ้นอีกครั้ง ก่อนกัดฟันกระซิบ"กลับจวนเมื่อไร ข้าจะหายาพิษปิดปากเจ้าสักสามวัน"เซียวหลิงเฟิงโน้มเข้ามากระซิบตอบ"ถ้าเจ้าป้อนด้วยปาก ข้ายินดี""เซียวหลิงเฟิง"เสียงหัวเราะของฮ่องเต้ดังขึ้นอีกครั้งหลังคดีเลือดที่ค้างคามานานสิบแปดปีได้รับการชำระ และชื่อเสียงของตระกูลซูถูกคืนความบริสุทธิ์ ในที่สุดเส้นทางที่เริ่มต้นจากแม่ค้าขายยาพิษกับแม่ทัพผู้ทน
"ในเมื่อพวกเจ้าคิดจะทำลายข้า เช่นนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้สมใจ" มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในแขนเสื้อเซียวหลิงเฟิงตวาด"ระวัง"หลี่กวงเย่าชักมีดสั้นออกมา ก่อนพุ่งตรงไปยังบันไดพระที่นั่ง"คุ้มครองฝ่าบาท" เหล่าองครักษ์กรูเข้ามา แต่เซียวหลิงเฟิงเร็วกว่าทุกคนเคล้ง!คมดาบฟาดเข้ากับมีดสั้นอย่างแม่นยำ อาวุธในมือหลี่กวงเย่ากระเด็นหลุดไปไกลเซียวหลิงเฟิงหมุนข้อมือ ใช้สันดาบกระแทกเข้าที่แขนของอีกฝ่ายจนร่างเฒ่าทรุดลงตุบ!ปลายดาบหยุดอยู่ตรงลำคอ"จบแล้ว หลี่กวงเย่า"เสนาบดีเฒ่าหอบหายใจ ดวงตาแดงก่ำ"ฆ่าข้าสิ""เจ้าไม่มีสิทธิ์เลือกวิธีตายของตัวเอง"เซียวหลิงเฟิงตอบเสียงเย็น ฮ่องเต้เฉินหลงลุกขึ้นจากพระที่นั่ง พระพักตร์เต็มไปด้วยโทสะ"องครักษ์ จับหลี่กวงเย่าเข้าคุกหลวง ตรวจค้นจวนอัครมหาเสนาบดี ยึดเอกสาร บัญชี และหลักฐานทั้งหมด รวมถึงควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน"หลี่กวงเย่าถูกทหารกดตัวลงกับพื้น ฮ่องเต้ตรัสต่อ"คดีการส่งนักฆ่าเข้าจวนแม่ทัพ หลักฐานชัดเจน ส่วนคดีหุบเขาโอสถทมิฬเมื่อสิบแปดปีก่อน ให้สามกรมร่วมกันรื้อฟื้นสอบสวนใหม่ ห้ามละเว้นผู้ใด ไม่ว่ามียศศักดิ์สูงเพียงใด" เสี่ยวฉินเงยหน้าขึ้น น้ำตาเอ่อคลอในด
เซียวหลิงเฟิงในชุดขุนศึกเกราะทมิฬเต็มยศก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ร่างสูงใหญ่แผ่กลิ่นอายน่าเกรงขามจนผู้คนโดยรอบเผลอหลีกทางให้โดยไม่รู้ตัวข้างกายเขาคือซูเสี่ยวฉินในชุดผ้าไหมสีครามปักลายเมฆา ใบหน้างามสงบนิ่ง ไม่หลงเหลือความขี้เล่นเช่นยามปกติแต่สิ่งที่ทำให้ทั้งท้องพระโรงเกิดเสียงฮือฮา คือทหารองครักษ์ด้านหลังที่กำลังควบคุมตัวหัวหน้านักฆ่าชุดดำซึ่งมีสภาพบาดเจ็บเข้ามาด้วยตุบ!ร่างของนักฆ่าถูกกดให้คุกเข่าลงกลางท้องพระโรง สีหน้าของหลี่กวงเย่าซีดลงในทันที แม้เพียงชั่วพริบตา แต่เซียวหลิงเฟิงเห็นชัดเจน"เซียวหลิงเฟิง เจ้าบังอาจนัก" หลี่กวงเย่ารีบชิงตะโกนขึ้นเสียก่อน"ที่นี่คือท้องพระโรงต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาท เจ้ากล้าพานักโทษอุกฉกรรจ์เข้ามาโดยพลการ ทั้งยังพาสตรีเข้ามาร่วมการประชุมขุนนาง เจ้าคิดจะทำให้ราชสำนักวุ่นวายหรืออย่างไร"เซียวหลิงเฟิงไม่แม้แต่จะหันไปมองเขา แม่ทัพหนุ่มก้าวออกมาคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้เฉินหลง ก่อนประสานมือคำนับ"กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมขอพระราชทานอภัยที่นำตัวนักโทษเข้าท้องพระโรงโดยไม่ได้กราบทูลล่วงหน้า แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงการลอบสังหารขุนนางชั้นสูง และอาจเกี่ยวข้องกับ
มันทรุดลงกับพื้น ก่อนเงยหน้ามองเซียวหลิงเฟิงอย่างตกตะลึง"พลังของเจ้า..." เซียวหลิงเฟิงยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเสี่ยวฉิน ดาบยาวในมือสะท้อนแสงจากเตาไฟ แววตาคมกริบเย็นเยียบจนคนมองรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก"กล้าบุกจวนข้า แล้วยังคิดแตะต้องคนของข้า พวกเจ้าช่างไม่รู้จักรักชีวิต"หัวหน้านักฆ่ากัดฟัน"พิษไอเย็นของเจ้า" สายตาของมันเลื่อนไปมองเสี่ยวฉิน ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไป"นางรักษาเจ้าได้" เสี่ยวฉินก้าวออกมาจากด้านหลังเซียวหลิงเฟิง กอดอกพลางยิ้มหวาน"จะตกใจอะไรนักหนา ข้าเป็นหมอยา หากรักษาคนไม่ได้จะเรียกตัวเองว่าหมอทำไม" นักฆ่าพยายามขยับถอยหนี แต่เสี่ยวฉินกลับเดินตรงเข้าไปหา"อย่าเข้ามา""สายไปแล้ว" นางหยิบขวดกระเบื้องสีเขียวมรกตออกมา เทยาเม็ดสีม่วงคล้ำลงบนฝ่ามือ ก่อนใช้ปลายเท้าเหยียบแขนของอีกฝ่ายไม่ให้ขยับ"อ้าปาก""ฝันไปเถอะ""เช่นนั้นข้าช่วยเอง" เสี่ยวฉินบีบขากรรไกรของมันอย่างแม่นยำ ก่อนโยนยาเข้าไปแล้วบังคับให้กลืน"อึก! เจ้าให้ข้ากินอะไร""ยาพิษสารภาพสัจจะ" นางยิ้มตาหยี"ฤทธิ์ของมันจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งและเจ็บปวดทุกครั้งที่เจ้าฝืนโกหก ยิ่งโกหกมากก็ยิ่งทรมาน เอาล่ะ บอกมาว่าใครส่งพวกเจ้ามา" หัวหน้
ขณะที่ทั้งสองกำลังจดจ่ออยู่กับหม้อยา ด้านนอกจวนแม่ทัพกลับมีเงาดำหลายสายเคลื่อนไหวเงียบกริบไปตามแนวหลังคาบุรุษในชุดรัดกุมสีดำสามคนหมอบอยู่เหนือห้องปรุงยาหนึ่งในนั้นยกมือส่งสัญญาณ อีกคนหยิบกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กออกจากอกเสื้อ ก่อนค่อยๆ สอดปลายกระบอกเข้าไปตามช่องระบายอากาศภายในกระบอกมีควันพิษสีม่วงเข้มพร้อมถูกเป่าเข้าไปในห้องชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้ากระซิบเสียงต่ำ"จำคำสั่งให้ดี ห้ามฆ่านาง""ขอรับ""ตระกูลหลี่ต้องการตัวสตรีผู้นี้เป็นๆ"สายตาของนักฆ่าทั้งสามจับจ้องแสงไฟจากห้องปรุงยา โดยไม่รู้เลยว่าเป้าหมายที่พวกมันคิดว่าเป็นเพียงหมอยาสตรีธรรมดา คือผู้เชี่ยวชาญด้านพิษที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งที่พวกมันไม่ควรคิดใช้พิษด้วยตั้งแต่แรกฟู่!ควันพิษสีม่วงเข้มถูกเป่าลอดผ่านช่องเล็กของบานหน้าต่างไม้เข้ามาในห้องปรุงยาอย่างเงียบเชียบ กลิ่นฉุนแสบจมูกของ 'ควันสลบหมื่นราตรี' ค่อยๆ แผ่กระจายไปในอากาศ หากเป็นคนธรรมดาสูดเข้าไปเพียงไม่กี่ลมหายใจก็เพียงพอจะทำให้แขนขาอ่อนแรงและหมดสติทว่า ซูเสี่ยวฉินซึ่งกำลังยืนคุมไฟอยู่หน้าเตาหลอมยากลับไม่แม้แต่จะขยับหนีนางเพียงปรายตามองกลุ่มควันสีม่วงที่คืบคลานเข้ามา ก่อนมุมปา


![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




