LOGINส่วนเด็กหญิงผู้ปลอมตัวเป็นเด็กชายก็ได้อาศัยจังหวะนี้ หนีออกไปจากกลุ่มของผู้คนอย่างว่องไว กระนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาคมดุจเหยี่ยวของคนผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในวัยสิบห้าปี กงล้อแห่งโชคชะตาของนาง ผู้ที่เคยลิขิตให้ผู้อื่นได้เริ่มต้นขึ้นกับตนบ้างแล้ว สองเท้าของคนตัวเล็กวิ่งไปทางซ้าย ทะลุซ
เมื่อชายชราเห็นศิษย์คนโปรดถูกพี่ชายต่อว่าอย่างเย็นชา เขาจึงได้เอ่ยปากแทน เพื่ออธิบายให้คนผู้นี้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวแต่หนหลังในโทษของเด็กหญิง “นางได้รับโทษแล้ว จากการฝ่าฝืนกฎของสวรรค์ นางจึงได้รับโทษลงทัณฑ์ด้วยการรับสายฟ้าเป็นจำนวนสามครั้ง ตอนนี้ร่างกายของนางกำลังจะสลาย อีกไม่นานดวงจิตขอ
หลายปีผ่านไปหมิงหมิงผู้อยู่ในวัยชรา กำลังนอนอยู่บนเตียงโดยมีลูกหลานรายล้อม เสียงร้องไห้ของคนเหล่านั้นทำให้เจ้าตัวอดที่จะเอ่ยปากตำหนิออกมาไม่ได้ “ร้องทำไม ทุกชีวิตมีเกิดย่อมมีดับ เรื่องนี้ไม่มีใครหลีกหนีข้าเองก็เป็นเช่นเดียวกัน สำหรับตัวข้านั้นดีใจมากกว่าที่จะได้เดินทางไปพบกับพี่สาว” น้ำเ
มู่เทาจึงได้นำเงินที่ตัวเองมีพาบุคคลที่ตนช่วยเอาไว้ไปรักษา จือฉีนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงหมอถึงสามวันเต็มอาการของเขาจึงได้ทุเลา และเมื่อรู้ว่าใครได้ช่วยเหลือตนเองเอาไว้ คนทั้งคู่ก็ทำความรู้จักและหลังจากทราบเรื่องราวของกันและกันต่างคนก็เห็นว่าชะตาชีวิตของพวกเขานั้นช่างอาภัพเหมือนกันไม่มีผิด
ย้อนกลับไปยังครั้งอดีต ได้มีเด็กชายตัวน้อยในห่อผ้าเก่าสีซีดที่ไม่อาจทราบสีเดิมของมันได้ว่าเป็นสีอะไร ใบหน้าซีดเหลืองของเด็กคนนั้นพร้อมกับน้ำตาปริ่มบริเวณหางตา ทำให้ชายวัยกลางคนผู้มีสติไม่ค่อยสมประดีได้เกิดความรู้สึกสงสารหรืออาจจะสมเพชก็สุดจะทราบได้ เจ้าตัวจึงได้อุ้มเด็กน้อยขึ
“เรียนนายท่านผู้สูงส่ง เผื่อท่านลืมข้ามีหนังสือตัดขาดออกจากตระกูลอยู่ในมือ อีกทั้งข้าได้ละทิ้งแซ่ของท่านไปนานแล้วนับตั้งแต่วันที่ข้าออกจากจวนหลังนั้นชีวิตข้าก็ถือว่าได้ตายตกลงไปแล้ว คนที่ยืนอยู่ตรงนี้หาได้มีแซ่ใด ๆ และมีความเกี่ยวข้องกับท่านไม่ ข้าคงมีเพียงชื่อที่มารดาตั้งให้เพียงเท่านั้นลาก่อน” คำ
“ครอบครัวนี้ช่างรวยเสียจริง เมื่อก่อนเทศกาลจงชิวเพิ่งจะเปิดร้านหม้อไฟมาวันนี้เปิดร้านเครื่องหอม อีกทั้งราคาแต่ละชิ้นก็ไม่ถูกเสียด้วย” ชายคนนั้นพูดขึ้นน้ำเสียงแสดงความอิจฉาอย่างชัดเจน “จะไม่ให้รวยได้อย่างไร คนในเมืองมีใครไม่รู้บ้างว่าครอบครัวหยูเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการขายเกลือให้ราชสำนัก
ในระหว่างการสนทนาเสียงวิ่งของม้าก็ดังขึ้นและหยุดลงแถวหน้าบ้าน คนในครอบครัวต่างพากันแปลกใจ “ข้าออกไปดูเองขอรับ” หมิงหมิงกล่าวอาสาพร้อมกับเจ้าตัววิ่งออกไปด้านนอก เหลียนเซียวมู่ตงผู้ลงจากรถม้าและกำลังสนทนากับหยูเจียงก็มองไปทางประตูบานใหญ่สีแดงพร้อมกันเมื่อมองเห็นประตูบานนั้นกำลั
คล้อยหลังเด็กหญิงตัวน้อยจากไปการสนทนากับคนในครอบครัวหยูก็เป็นไปอีกเล็กน้อยเพียงแค่ถามถึงสารทุกข์สุกดิบกันตามประสา เนื่องจากหยวนฟานต้องการไปช่วยลูกสาวของตน ส่วน หมิงหมิงและเด็กชายหญิงสูงศักดิ์อีกสองคนก็ไปทำงานของตนต่อเช่นกัน หยูเจียงจึงได้ชวนชายหนุ่มผู้เปรียบเป็นเจ้านายของตนเน
แต่สำหรับคนฟังนั้นพวกเขากลับคล้ายรู้สึกฟังเรื่องมหัศจรรย์ (แล้วอย่างนี้เจ้ายังจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่เซียนอีก) ทั้งเทียนชุนเยว่หลงลิ่วกับขันทีเหลียวต่างคิดเหมือนกัน หยูเจียงผู้อยู่ด้านหลังนั้นได้แต่มองพวกเขาอย่างเห็นใจเนื่องจากตอนที่เขารู้ความสามารถของบุตรสาวก็มีอาการเช่นนี้ไม่ต่างกัน






