LOGINซูจินเยว่ หญิงสาวบ้างานในยุคปัจจุบัน ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวประกอบ บุตรีคหบดีตระกูลซูที่รวยล้นฟ้า ในนิยายจุดจบของนางคือบ้านแตกสาแหรกขาดเพราะไปหลงรักพระเอก เป้าหมายใหม่ของนางคือ ใช้เงินแก้ปัญหา นอนกลิ้งบนกองเงินกองทอง และครองตัวเป็นโสด แต่ทว่ารุ่ยอ๋อง เซียวจิ่งถิง พระเอกผู้แสนเย็นชาและโหดเหี้ยม กลับเริ่มทำตัวแปลกไปแทนที่จะไปตามตื๊อ 'ฉู่เหยาเหยา' นางเอกต้นฉบับ เขากลับมาวนเวียนอยู่รอบกายซูจินเยว่ คอยจับผิดนางและแย่งขนมนางกิน! "ท่านอ๋อง... จวนอ๋องของท่านขัดสนเรื่องเสบียงหรือเพคะ เหตุใดจึงมาแย่งขนมดอกกุ้ยของข้า" "ขนมของเจ้าอร่อยกว่าขนมในจวนอ๋องของข้ามากนัก... และเจ้าก็น่าสนใจกว่าสตรีน่ารำคาญพวกนั้น"
View Moreกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้กฤษณาชั้นดีที่ถูกจุดในกระถางธูปทองคำสลักลายมังกรลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ปลุกให้สติที่ยังคงพร่ามัวของคนที่นอนอยู่บนเตียงค่อย ๆ กลับคืนมา
ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความปวดเมื่อยจากการโหมงานหนักติดต่อกันสามวันสามคืนเพื่อปิดงบไตรมาส แต่กลับเป็นความนุ่มนวลอย่างน่าเหลือเชื่อที่โอบอุ้มแผ่นหลังของเธอเอาไว้ มันนุ่มเสียจนเธอคิดว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนปุยเมฆ ไม่ใช่ที่นอนราคาถูกในห้องเช่ารูหนูของตัวเอง "อือ..." เสียงครางแผ่วเบาหลุดรอดออกมาจากลำคอ ทันใดนั้นเองเสียงฝีเท้าแผ่วเบาหลายคู่ก็รีบตรงเข้ามาใกล้ ม่านมุ้งที่ถักทอจากเส้นไหมสีเงินยวงปักเลื่อมมุกเม็ดเล็กๆ ถูกเลิกขึ้นอย่างระมัดระวัง แสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาทำให้เธอต้องหยีตาลงเล็กน้อย "คุณหนูฟื้นแล้ว!" "เร็วเข้า! ไปเรียนนายท่าน ไปเอาน้ำแกงรังนกตุ๋นโสมคนพันปีที่อุ่นไว้มาเดี๋ยวนี้" เสียงร้องเรียกด้วยความตื่นตระหนกแกมดีใจดังขึ้นรอบทิศทาง หญิงสาวบนเตียงพยายามลืมตาขึ้นมอง สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันสี่คน ที่กำลังมองมาด้วยแววตาห่วงใยอย่างสุดซึ้ง เดี๋ยวก่อนนะ! นี่อะไรน่ะ หญิงสาวในชุดโบราณ เธอกะพริบตาปริบ ๆ พยายามไตร่ตรองความคิดของตัวเอง ภาพสุดท้ายในความทรงจำคือหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตารางเอ็กซ์เซล และแก้วกาแฟที่เย็นชืด... แล้วนี่มันอะไรกัน สวรรค์ นรก หรือกองถ่ายละครพีเรียด แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร สายตาของเธอเริ่มกวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง... และนั่นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด นี่มันไม่ใช่ห้องนอนธรรมดา แต่มันคือการจัดแสดงนิทรรศการความมั่งคั่งชัด ๆ เตียงที่เธอนอนอยู่ทำจากไม้จันทน์หอมแกะสลักปิดทองคำเปลวแท้ หัวเตียงประดับด้วยหยกมันแพะก้อนมหึมาที่สลักเป็นรูปหงส์คู่ เสาเตียงทั้งสี่พันเกี่ยวด้วยผ้าไหมต่วนเนื้อดีที่สุดจากแคว้นทางใต้ พื้นห้องปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มจากแดนเหนือที่เท้าเหยียบลงไปแล้วแทบจะจมมิด เครื่องเรือนทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า หรือแม้แต่เก้าอี้สตูลเล็กๆ ล้วนทำจากไม้เนื้อแข็งราคาแพง ประดับประดาด้วยอัญมณีหลากสีที่ส่องประกายวูบวาบยามต้องแสง แม้แต่กระโถนที่วางอยู่มุมห้อง... เธอมั่นใจว่านั่นคือเงินแท้ "คุณหนู เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ยังเวียนหัวอยู่หรือไม่" สาวใช้คนหนึ่งที่ดูท่าทางคล่องแคล่วที่สุดเอ่ยถาม พลางประคองเธอให้ลุกขึ้นนั่งพิงหมอนอิงปักดิ้นทอง "ข้า..." เธอเอ่ยเสียงแหบพร่า "ข้าอยู่ที่ไหน" สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนที่สาวใช้คนเดิมจะตอบด้วยน้ำเสียงกังวล "คุณหนูอยู่ที่จวนตระกูลซู ห้องนอนของท่านเองเจ้าค่ะ คุณหนูจำไม่ได้หรือเจ้าคะ เมื่อวานท่านเป็นลมไปที่ศาลาริมน้ำ นายท่านตกใจแทบแย่ เชิญหมอหลวงมาดูอาการท่านถึงสามคน" ตระกูลซู เป็นลมที่ศาลาริมน้ำ…ชั่วขณะนั้นเองความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ข้อมูลของผู้คน สถานที่ และความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ชื่อของร่างกายนี้คือ ซูจินเยว่ บุตรีเพียงคนเดียวของ ซูว่านซาน คหบดีผู้มั่งคั่งที่สุดในเมืองหลวง ไม่สิ อาจจะมั่งคั่งที่สุดในแคว้นนี้เลยก็ว่าได้ ตระกูลซูผูกขาดการค้าเกลือ ผ้าไหม และเครื่องเทศ มีกิจการร้านค้าแผ่ขยายไปทั่วทุกหัวเมือง ทรัพย์สินที่มีนั้นมากมายมหาศาลจนแม้แต่คลังหลวงยังต้องเกรงใจ ส่วนซูจินเยว่ผู้นี้... เกิดมาบนกองเงินกองทองอย่างแท้จริง ถูกบิดาตามใจจนเสียคน อยากได้อะไรต้องได้ ใช้เงินราวกับเบี้ยผัก นิสัยเอาแต่ใจ หยิ่งยโส และที่สำคัญคือ... นางคือตัวประกอบนางร้ายในนิยายเรื่อง ตำนานรักท่านอ๋องไร้ใจ ใช่แล้ว! นิยายน้ำเน่าที่เธอแอบอ่านคลายเครียดเมื่อสัปดาห์ก่อน ในนิยายเรื่องนั้น ซูจินเยว่เป็นเพียงตัวประกอบที่ร่ำรวยล้นฟ้าแต่ไร้สมอง นางหลงรักพระเอกของเรื่องอย่างหัวปักหัวปำ ซูจินเย่ว์ใช้เงินทองของบิดาเปย์ผู้ชายอย่างบ้าคลั่ง คอยตามตื๊อ สร้างความรำคาญ และคอยกลั่นแกล้ง ฉู่เหยาเหยา นางเอกดอกบัวขาวผู้อ่อนโยน จุดจบของซูจินเยว่ในนิยายนั้นน่าอนาถยิ่งนัก เพราะไปล่วงเกินนางเอกเข้า พระเอกอย่างรุ่ยอ๋อง เซียวจิ่งถิง หรือก็คือแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชาและโหดเหี้ยมโกรธมากจึงสั่งกวาดล้างธุรกิจตระกูลซูและยึดทรัพย์สินทั้งหมดเข้าคลังหลวง บิดาตรอมใจตาย ส่วนตัวนางต้องตกอับกลายเป็นขอทานข้างถนนและตายอย่างโดดเดี่ยวในฤดูหนาว ซูจินเยว่ในคราบพนักงานออฟฟิศสาวสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว "คุณหนูเป็นอันใดไปเจ้าคะ" สาวใช้ต่างกรูกันเข้ามาบีบนวด ซูจินเยว่โบกมือห้ามและพยายามตั้งสติ ไม่ได้การละ ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสเธอมาเกิดใหม่ แม้จะมาอยู่ในร่างตัวประกอบที่กำลังเดินเข้าสู่แดนประหารก็ตาม เธอจะไม่ยอมให้จุดจบแบบนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เธอคือพนักงานออฟฟิศที่ทำงานหนักจนตายเลยนะ ชาติที่แล้วเธอประหยัดอดออม กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจนผมร่วงเพื่อเก็บเงินซื้อคอนโดเล็ก ๆ สักห้อง แต่ชาตินี้... ชาตินี้เธอนอนบนเตียงทองคำ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ ใครจะโง่เอาชีวิตดี ๆ แบบนี้ไปทิ้งเพื่อผู้ชายคนเดียวกันเล่า "กระจก... เอากระจกมาให้ข้าที" นาวพูดเสียงเรียบ สาวใช้นางหนึ่งรีบวิ่งไปหยิบกระจกทองเหลืองบานใหญ่ที่ขัดจนเงาวับมาให้ ซูจินเยว่มองภาพสะท้อนในกระจกแล้วก็ต้องตะลึงงัน ใบหน้าที่ปรากฏอยู่ในนั้นงดงามหยาดเยิ้ม ดวงตากลมโตสุกสกาวราวกับไข่มุกราตรี คิ้วเรียวสวยได้รูป จมูกเชิดรั้นเล็กน้อยแสดงถึงความดื้อรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดราวกับผลอิงเถา ผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียดดุจหยกมันแพะที่ได้รับการดูแลอย่างดี นี่มัน... นางฟ้าชัด ๆ งามกว่าดาราที่เคยเห็นในทีวีเสียอีก เสียอย่างเดียวคือแววตาที่เคยดูหยิ่งยโสและโง่เขลาตามบทบาทเดิม ตอนนี้มันถูกแทนที่ด้วยแววตาของนักบัญชีผู้มองเห็นโอกาสทางการเงิน "งาม... งามมาก" เธอพึมพำ "รวยขนาดนี้ สวยขนาดนี้ จะไปวิ่งตามผู้ชายเย็นชาทำไมให้เหนื่อย" "คุณหนูเจ้าคะ น้ำแกงรังนกมาแล้วเจ้าค่ะ" สาวใช้ยกถ้วยกระเบื้องเคลือบใบเล็กที่เขียนลายวิจิตรบรรจงเข้ามา ควันหอมกรุ่นลอยเตะจมูกจนซูจินเยว่เผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ซูจินเยว่รับมาเปิดฝาดู... รังนกสีขาวนวลคุณภาพดี ตุ๋นกับโสมคนพันปีที่ส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัว แค่ดมก็รู้แล้วว่าถ้วยนี้ราคาคงเท่ากับเงินเดือนนางทั้งปีในชาติที่แล้ว นางตักเข้าปากคำหนึ่ง ความหวานละมุนและความหอมกลมกล่อมแผ่ซ่านไปทั่วปาก รสชาติแห่งความร่ำรวยมันเป็นแบบนี้นี่เอง "อร่อย! เอามาให้อีกสิ" นางพูดอย่างมีความสุข สาวใช้ทั้งสี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งอกที่คุณหนูเจริญอาหาร พวกนางคือสาวใช้คนสนิทที่เติบโตมากับซูจินเยว่ มีชื่อว่า ชุนฮวา, เซี่ยเหลียน , ชิวเยว่, และตงเสวี่ย หลังจากซดรังนกจนหมดถ้วย ซูจินเยว่ก็รู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที นางลุกขึ้นจากเตียงโดยมีชุนฮวาและเซี่ยเหลียนเข้ามาช่วยประคอง "คุณหนูจะไปไหนหรือเจ้าคะ ท่านเพิ่งฟื้น ควรจะพักผ่อนอีกสักหน่อย" "ข้าจะไปเดินเล่น ไม่สิ ข้าจะไปสำรวจ…" ซูจินเย่ว์ดวงตาเปล่งประกาย "พวกเจ้าพาข้าไปที่ห้องเก็บสมบัติของท่านพ่อทีสิ" ถ้าจะเริ่มชีวิตใหม่ในฐานะเศรษฐีนี สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตรวจสอบทรัพย์สิน ไม่ใช่หรือหลังจากที่รุ่ยอ๋อง เซียวจิ่งถิงทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้แล้วเดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย ซูจินเยว่ก็นั่งตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นทองคำที่ถูกสาป วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่างไปล่องลอยอยู่เหนือศาลา"คุณหนูท่านเป็นอันใดไป หน้าซีดเชียว หรือว่าจะเป็นลมแดดเจ้าคะ" ชุนฮวารรีบเอายาดมสมุนไพรมาจ่อจมูกนางซูจินเยว่สูดกลิ่นสมุนไพรเข้าปอดเฮือกใหญ่ สติค่อย ๆ กลับคืนมาทีละนิด แต่ความตื่นตระหนกยังคงไม่จางหายเขาจำได้... เขาจำได้แม่นเลย!อีกทั้งยังจำประโยคเด็ดอย่าง ค่าอาหารตา ได้อีกด้วย!ในนิยายรุ่ยอ๋องขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าคิดเจ้าแค้น ใครทำเขาเจ็บหนึ่งส่วน เขาคืนสนองสิบส่วน แล้วนางที่บังอาจเห็นเขาเป็นขอทาน เอาเงินฟาดหัว แถมยังแทะโลมด้วยวาจา... นางจะโดนคืนสนองกี่ส่วนกัน ร้อยส่วนหรือว่าพันส่วนกัน"ข้า... ข้าอยากกลับบ้าน" นางครวญครางเสียงแผ่ว"กลับไม่ได้นะเจ้าคะคุณหนู" ชิวเยว่กระซิบเตือน "งานเพิ่งจะเริ่ม การแสดงของแม่นางฉู่กำลังจะเริ่มแล้ว หากกลับตอนนี้นั้นจะเป็นการเสียมารยาทเจ้าค่ะ"ซูจินเยว่เงยหน้ามองไปที่ลานแสดงกลางศาลาที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี ท่ามกลางความสนใจของทุกคน ฉู่เหยาเหยานางเอกของเรื่องกำลังนั่งประจำที่หน้
ความเงียบเข้าครอบงำเมื่อซูจินเยว่พูดจบ เหล่าคุณหนูคุณชายที่เคยชื่นชมฉู่เหยาเหยาต่างพากันนิ่งอึ้งฉู่เหยาเหยาหน้าแดงก่ำ เถียงไม่ออกเพราะไม่เคยพบเจอทฤษฎีเศรษฐศาสตร์กลางสวนดอกไม้มาก่อน "ข้า... ข้าเพียงแต่...""เอาล่ะ ๆ ไม่ต้องคิดมาก" ซูจินเยว่ตบไหล่ฉู่เหยาเหยาเบา ๆ แต่หนักด้วยน้ำหนักกำไลทอง "ข้าเพียงอยากบอกว่า รสนิยมเป็นเรื่องส่วนบุคคล ผู้ใดชอบเรียบก็เรียบ ผู้ใดชอบหรูก็หรู อย่าเอามาตรฐานตัวเองมาตัดสินผู้อื่น มา ๆ กินขนมด้วยกันหรือไม่ อร่อยนะ ข้าซื้อมาแพงด้วย"นางยื่นจานขนมให้ ฉู่เหยาเหยายิ้มเจื่อน ปฏิเสธไม่ได้ ทำได้เพียงเอื้อมมือไปหยิบขนมในจานพร้อมเอ่ยขอบคุณตามมารยาทในขณะเดียวกัน ที่ศาลาริมน้ำอีกฝั่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล บุรุษหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดเต็มยศของรุ่ยอ๋อง เป็นชุดสีม่วงเข้มปักลายมังกร กำลังยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาคมกริบเซียวจิ่งถิง หรือ รุ่ยอ๋อง วันนี้เขาสลัดคราบขอทานที่มอมแมมออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสง่างามและกลิ่นอายสูงศักดิ์ที่กดข่มผู้คน"นั่นใช่คุณหนูซูหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ สตรีที่ช่วยท่านอ๋องไว้" องครักษ์คนสนิทกระซิบถาม"อืม... เป็นซูจินเยว่" เซียวจิ่งถิง
หลังจากผ่านไปสามวัน ซูจินเยว่เริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นางใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวางแผนธุรกิจร้านหมูกระทะ โดยใช้พู่กันจีนวาดแบบแปลนเตาย่าง ซึ่งออกมาดูเหมือนจานบินเอเลี่ยนมากกว่าเตา และชิมขนมจากทั่วสารทิศเพื่อเฟ้นหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดทว่า ความสงบสุขของนางก็ถูกรบกวนด้วยเทียบเชิญสีทองอร่ามที่ถูกส่งมาจากวังหลวง"งานเลี้ยงชมบุปผาของไทเฮา" ซูจินเยว่มองเทียบเชิญในมือด้วยสายตาเบื่อหน่าย พลางเคี้ยวเม็ดบัวเชื่อมแก้มตุ่ย"ใช่เจ้าค่ะคุณหนู" ชุนฮวา สาวใช้คนสนิทเอ่ยพร้อมรอยยิ้มตื่นเต้น "ปีนี้ไทเฮาทรงจัดงานยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เชิญเหล่าคุณหนูจากตระกูลขุนนางและคหบดีทั่วเมืองหลวง เพื่อ... เอ่อ...""เพื่อหาพระชายาให้บรรดาองค์ชายและท่านอ๋องสินะ" ซูจินเยว่ต่อประโยคให้ ในนิยายงานเลี้ยงชมบุปผานี้คือฉากสำคัญที่ซูจินเยว่คนเก่า จะต้องไปสร้างเรื่องขายหน้าด้วยการพยายามเรียกร้องความสนใจจากรุ่ยอ๋อง จนถูกคนหัวเราะเยาะ และเป็นฉากที่ฉู่เหยาเหยา นางเอกของเรื่องจะได้แสดงความสามารถด้านดนตรีจนเป็นที่ถูกตาต้องใจพระเอก"น่าเบื่อชะมัด" ซูจินเยว่บ่นพึมพำ "ข้าไม่อยากไปเลย แกล้งป่วยได้หรือไม่""ไม่ได้นะเจ
“รับไปสิ” ซูจินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ดูท่าทางเจ้าคงลำบากน่าดู เสื้อผ้าก็ขาด บาดเจ็บด้วยใช่หรือไม่ เอาเงินนี้ไปหาหมอแล้วก็หาอะไรกินเสียนะ"เซียวจิ่งถิงมุมปากกระตุก นางเห็นเขาเป็นขอทาน รุ่ยอ๋องผู้บัญชาการองครักษ์เกราะดำ กลายเป็นขอทานไปเสียแล้ว"ข้ามิใช่...""ไม่ต้องเกรงใจ!" ซูจินเย่ว์รีบตัดบท นางเข้าใจว่าคนหล่อมักจะมีศักดิ์ศรีค้ำคอ "ข้ารู้ว่าเจ้าคงอาย แต่ความหิวมันไม่เข้าใครออกใคร หน้าตาดีอย่างเจ้าไม่ควรมานั่งตากลมตายในตรอกนี้หรอกนะ เอ้านี่... เอาไปอีกก้อน!"เคร้ง!ทองคำอีกก้อนถูกโยนลงมาเพิ่มซูจินเยว่มองผลงานการทำทานของตัวเองด้วยความปลื้มปริ่ม นี่แหละวิถีคนรวย โยนเงินใส่ปัญหาเซียวจิ่งถิงกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโป่งที่ขมับ เกิดมาไม่เคยมีผู้ใดกล้าดูถูกเขาเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น แววตาที่นางมองเขา มันเต็มไปด้วยความเวทนาสงสารที่เขาเกลียดที่สุดเขาขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้นเพื่อสั่งสอนนางให้รู้สำนึก แต่จังหวะที่ขยับแผลที่หน้าท้องก็เจ็บแปล๊บขึ้นมาจนต้องนิ่วหน้าซูจินเยว่เห็นดังนั้นก็ยิ่งเข้าใจผิด "อ๊ะ! เจ้าอย่าเพิ่งขยับ แผลเจ้าดูท่าจะลึกนะ เอาอย่างนี้"นางล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบข











