LOGINเมื่อความทรงจำคืออาวุธ... และความจริงคือภัยที่อันตรายกว่า "ดุจดาว" เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนพิเศษได้รับภารกิจแกะรอยโครงการวิจัยลึกลับที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เธอได้พบกับ "ดร.ธีร์" อดีตหัวหน้าโครงการที่ถูกแช่แข็งและลบความทรงจำ ท่ามกลางการไล่ล่าจากศัตรูที่มองไม่เห็น ทั้งคู่ต้องขุดคุ้ยลงไปในก้นบึ้งของโครงการวิจัยที่น่าสะพรึงกลัว เพื่อค้นพบความจริงที่สั่นสะเทือนจิตใจว่า—สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญ ไม่ใช่แค่โครงการทดลอง แต่เป็นแผนการใหญ่ที่อาจเปลี่ยนชะตากรรมของมนุษยชาติไปตลอดกาล "ปริศนาคลื่นความทรงจำ" เมื่อทุกความทรงจำไม่อาจไว้ใจได้ และทุกก้าวที่ขุดลึกลงไป อาจนำไปสู่หายนะที่คาดไม่ถึง
View Moreดุจดาวยืนนิ่งหน้ากระจกในห้องแต่งตัว สวมชุดปฏิบัติการสีดำรัดกุม มือลูบป้ายชื่อ “หน่วยสืบสวนพิเศษ” บนอกเสื้อ สายตาจับจ้องที่รอยแผลเป็นยาวพาดจากคิ้วซ้ายถึงโหนกแก้ม เธอหยิบซองเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา ภาพถ่ายของอาคารทดลองลับหล่นออกมา พร้อมแผนผังซับซ้อนของเครื่องสแกนคลื่นสมองรุ่นล่าสุด
เสียงเคาะประตูดังขึ้น “ดุจดาว พร้อมหรือยัง? พวกเขาส่งสัญญาณเตือนมาอีกแล้ว”
“พร้อมแล้ว” เธอตอบกลับ สอดปืนพกเข้าซองที่เอว หยิบเครื่องสแกนขึ้นมาตรวจสอบการทำงานครั้งสุดท้าย
ก่อนออกจากห้อง ดุจดาวหยุดมองภาพถ่ายบนโต๊ะ ภาพเธอยืนเคียงข้างชายในชุดกาวน์ขาว ใบหน้าคุ้นเคยที่เธอไม่เคยลืม
“ฉันจะตามหาความจริงให้เจอ” เธอพึมพำ ก่อนจะเปิดประตูออกไปสู่ภารกิจที่อาจเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
…………………….
ทุกย่างก้าวของดุจดาวสะท้อนไปทั่วห้องโถงมืดมิด แสงสลัวจากหลอดนีออนเก่า ๆ กะพริบไม่เป็นจังหวะ ทอดเงาประหลาดบนผนังสีเทาซีด มือขวาของเธอกำด้ามปืนพกแน่น นิ้วชี้พาดบนไกอย่างพร้อมสรรพ ส่วนมือซ้ายถือเครื่องสแกนรูปทรงแปลกตา หน้าจอเรืองแสงสีเขียวอ่อน แสดงกราฟคลื่นสมองที่เคลื่อนไหวเป็นจังหวะ
จู่ ๆ เสียงหึ่ง ๆ ก็ดังขึ้นจากเครื่องสแกน ดุจดาวชะงักกึก ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบทิศอย่างว่องไว เรือนผมสีดำสนิทสะบัดไปมาตามการเคลื่อนไหว แต่ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใด ๆ ในรัศมีสายตา
ริมฝีปากบางเม้มแน่น ก่อนจะขยับเอ่ยเสียงแผ่ว “แปลกจัง...” ลมหายใจของเธอเห็นเป็นไอขาวจาง ๆ ในอากาศเย็นยะเยือก
ดุจดาวก้าวต่อไปอย่างระมัดระวัง เสียงรองเท้าดังแผ่วเบา จนกระทั่งมาถึงหน้าประตูห้องทดลองขนาดมหึมา แผงควบคุมด้านข้างส่องแสงสีแดงวาบ เธอวางนิ้วลงบนแป้นสแกนลายนิ้วมือ
เสียงฉึก...ดังขึ้นพร้อมกับประตูเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นภาพห้องกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทค หน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่องแสดงผลกราฟและตัวเลขซับซ้อน แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดส่องทั่วห้อง
ดุจดาวก้าวเข้าไปอย่างช้า ๆ สายตาจับจ้องไปที่แคปซูลขนาดยักษ์กลางห้อง ภายในบรรจุของเหลวสีฟ้าใสราวกับคริสตัล และมีร่างของชายคนหนึ่งลอยนิ่งอยู่
เธอยกมือขึ้นแตะที่ผิวกระจกเย็นเฉียบของแคปซูล นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามรอยแตกร้าวเล็ก ๆ บนพื้นผิว ทันใดนั้น เปลือกตาของชายในแคปซูลก็กระตุก ก่อนจะเบิกโพลงขึ้นในชั่วพริบตา!ดวงตาของเขาเรืองแสงสีแดงก่ำราวกับถ่านร้อนระอุ จ้องตรงมาที่ดุจดาวไม่วางตา
ร่างของเธอผงะถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือขวายกปืนขึ้นเล็งไปที่แคปซูลทันที นิ้วชี้เกร็งแน่นบนไกปืน พร้อมที่จะลั่นไกทุกเมื่อ
เสียงไซเรนเตือนภัยดังสนั่นขึ้นทั่วห้องทดลอง ไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบไปมา สาดส่องไปทั่วทุกซอกทุกมุม ทำให้เงาของดุจดาวและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทอดยาวบิดเบี้ยวไปกับจังหวะแสงไฟ
สีหน้าของดุจดาวเคร่งเครียด เหงื่อผุดซึมที่ขมับ ขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปที่ชายปริศนาในแคปซูล ซึ่งกำลังขยับตัวช้า ๆ ราวกับกำลังจะตื่นขึ้นมาในทุกขณะ... ของเหลวในแคปซูลเริ่มเดือดปุด ๆ ฟองอากาศผุดขึ้นมากมาย ร่างของชายปริศนาสั่นสะท้านรุนแรง
ดุจดาวถอยหลังอีกก้าว สายตายังคงจับจ้องที่แคปซูล นิ้วแตะไกปืนแน่น
เสียงแตกร้าวดังขึ้น รอยร้าวบนกระจกแคปซูลขยายตัวอย่างรวดเร็ว ของเหลวสีฟ้าเริ่มรั่วซึมออกมา
จู่ ๆ เครื่องสแกนในมือซ้ายของดุจดาวก็ส่งเสียงดังลั่น กราฟบนหน้าจอพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ เธอเหลือบมองเครื่องสแกนชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับไปที่แคปซูล... แต่มันสายเกินไป!เสียงระเบิดดังสนั่น กระจกแคปซูลแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ของเหลวสีฟ้าพุ่งทะลักออกมาท่วมพื้นห้อง ดุจดาวรีบกระโดดหลบ ร่างของเธอม้วนกลิ้งไปด้านหลังโต๊ะทดลอง เสียงฝีเท้าย่ำของเหลวดังขึ้น ตามด้วยเสียงหายใจหอบแรง
ดุจดาวค่อย ๆ โผล่ศีรษะขึ้นมองข้ามโต๊ะ...
ชายปริศนายืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายเปลือยเปล่าเปียกชุ่ม สายไฟและท่อต่าง ๆ ห้อยระโยงระยางจากร่างของเขา ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองมาที่เธอ ริมฝีปากของเขาขยับ เอ่ยคำที่ทำให้ดุจดาวต้องขนลุกซู่
“ช่วยด้วย...”
ดุจดาวชะงัก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว มือยังคงกำปืนแน่น แต่ไม่ได้เล็งไปที่ชายปริศนาอีกต่อไป
เขาทรุดลงคุกเข่า ร่างกายสั่นเทา สายตาว่างเปล่า
เธอลุกขึ้นช้า ๆ ก้าวออกจากที่กำบัง ระยะห่างระหว่างเธอกับชายปริศนาเหลือเพียงไม่กี่เมตร
“นายเป็นใคร?” เสียงของดุจดาวเข้มแข็ง แต่แฝงความระแวง
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาสีแดงเริ่มหรี่ลง เผยให้เห็นม่านตาสีน้ำตาลอ่อน
“ผม... ผมจำไม่ได้” เสียงของเขาแหบแห้ง
จู่ ๆ ประตูห้องทดลองก็เปิดผางออก เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังมาจากทางเดิน ดุจดาวหันขวับไปมอง เห็นเงาดำทะมึนกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ เธอตัดสินใจในเสี้ยววินาที วิ่งเข้าไปหาชายปริศนา คว้าแขนเขา
“มากับฉัน ถ้านายอยากมีชีวิตรอด!”
พวกเขาวิ่งไปยังประตูฉุกเฉินด้านหลังห้อง เสียงตะโกนและเสียงปืนดังไล่หลังมา ดุจดาวกดรหัสที่แผงควบคุม ประตูเปิดออก เผยให้เห็นอุโมงค์มืดสนิท เธอผลักชายปริศนาเข้าไปก่อน ตามเข้าไปติด ๆ ประตูปิดลงพอดีกับที่กระสุนนัดแรกพุ่งเฉียดหู พวกเขาวิ่งไปตามอุโมงค์ในความมืด เสียงไล่ล่าค่อย ๆ เบาลง
ความมืดในอุโมงค์เบาบางลง แสงสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉินทอดยาวเป็นทางนำ ดุจดาวและชายปริศนาวิ่งต่อไป เสียงหอบดังก้องกำแพง
“ทางนี้” ดุจดาวกระซิบ ดึงชายปริศนาเลี้ยวเข้าช่องแคบด้านข้าง
พวกเขาพบกับบันไดเหล็กทอดขึ้นสู่เบื้องบน ดุจดาวปีนขึ้นนำ มือหนึ่งยังกำปืนแน่น อีกมือประคองชายปริศนาที่ยังอ่อนแรง ประตูฉุกเฉินเปิดออกสู่ดาดฟ้า สายลมเย็นพัดแรง ดุจดาวกวาดตามองรอบทิศ เห็นเฮลิคอปเตอร์ จอดรออยู่ไม่ไกล
“เร็วเข้า!” เธอตะโกน ดึงชายปริศนาวิ่งไปที่เฮลิคอปเตอร์
เสียงปืนดังขึ้นไล่หลัง กระสุนเฉียดผ่านศีรษะพวกเขาไปเพียงไม่กี่นิ้ว ดุจดาวผลักชายปริศนาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะกระโดดตามและปิดประตู นักบินติดเครื่องทันที ใบพัดหมุนติ้ว ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดุจดาวมองลงไปเห็นกลุ่มคนในชุดดำวิ่งออกมาบนดาดฟ้า พร้อมอาวุธในมือ เธอถอนหายใจโล่งอก หันไปมองชายปริศนาที่นั่งตัวสั่นอยู่ข้าง ๆ
“คุณ... คุณเป็นใคร?” เขาถามเสียงสั่น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยความสับสน
ดุจดาวยิ้มบาง ๆ ยื่นมือไปจับมือเขา “ฉันชื่อดุจดาว และฉันสัญญาว่าจะช่วยคุณหาคำตอบ”
เฮลิคอปเตอร์บินทะยานสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทิ้งอาคารทดลองลับไว้เบื้องหลัง แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มทอแสงที่ขอบฟ้า
ดุจดาวมองออกไปนอกหน้าต่าง รู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เบาะแสที่เธอได้มาคือกุญแจไขปริศนาที่ซ่อนอยู่มานาน
และไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เธอพร้อมจะเผชิญมันด้วยความเด็ดเดี่ยว เพื่อสานต่อภารกิจที่ค้างคา และเพื่อคนที่เธอสูญเสียไป...
แสงสีแดงกะพริบไปทั่วห้อง เสียงไซเรนดังสนั่นหู ดุจดาวกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก หัวใจเต้นระรัว เหงื่อไหลซึมที่ขมับ“ทุกคนหลบ!” เสียงตะโกนของธีร์ดังขึ้น ก่อนที่เขาจะกระโจนเข้ามากอดร่างของเธอ ผลักให้ล้มลงกับพื้นเสียงระเบิดดังสนั่น ตามด้วยเศษซากกระจาย ไปทั่ว ดุจดาวรู้สึกถึงน้ำหนักของธีร์ที่ทับอยู่บนร่าง ปกป้องเธอจากแรงระเบิด“ธีร์!” เธอร้องเรียก “นายไม่เป็นไรใช่ไหม?”ธีร์ค่อย ๆ ยกตัวขึ้น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “ฉัน... ฉันไม่เป็นไร”ดุจดาวลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบ ๆ ห้อง เห็นอาทิตย์นอนหมดสติอยู่ไม่ไกล ส่วนดร.วิทยาหายไปไหนไม่รู้“อาจารย์!” เธอร้องเรียก วิ่งเข้าไปหาอาทิตย์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น “ดุจดาว... ระวัง...” เขาพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะหมดสติไปอีกครั้ง“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ธีร์ถามขณะที่เดินโซเซเข้ามาหาดุจดาวส่ายหน้า “ฉันไม่รู้ แต่เราต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้”ทันใดนั้น เสียงคำรามต่ำ ๆ ก็ดังมาจากด้านนอก ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ“นั่นมัน...” ธีร์พูดเสียงสั่น“Subject X” ดุจดาวต่อประโยค น้ำเสียงหวาดกลัวทั้งสองหันไปมองประตูห้องที่พังยับเยิน เห็นเงาดำทะมึนปรากฏขึ้
เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า ดุจดาวหอบหายใจหนัก พยุงร่างของธีร์ไว้ขณะที่ทั้งสามวิ่งลัดเลาะไปตามป่าทึบ แสงจันทร์ลอดผ่านยอดไม้ลงมาเป็นริ้ว ๆ ส่องให้เห็นเพียงเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่รายล้อม เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ดังก้องมาแต่ไกล ดุจดาวเหลียวมองไปทางนั้น เห็นลำแสงสาดส่องลงมาจากท้องฟ้า กวาดไปมาราวกับนักล่าที่กำลังตามหาเหยื่อ“เราต้องหาที่ซ่อนตัว” อาทิตย์กระซิบ “ถ้าออกมากลางแจ้งแบบนี้พวกเขาต้องเห็นเราแน่”ดุจดาวพยักหน้า กวาดตามองไปรอบ ๆ จนสายตาหยุดอยู่ที่โขดหินขนาดใหญ่ไม่ไกล“ตรงนั้น!” เธอชี้ไป “น่าจะมีถ้ำหรือซอกหินที่เราซ่อนตัวได้”ทั้งสามรีบมุ่งหน้าไปยังโขดหิน ดุจดาวรู้สึกถึงน้ำหนักของธีร์ที่พิงอยู่กับบ่าเธอ เขายังคงอ่อนแรงจากผลของการถ่ายโอนความทรงจำ“ไหวไหม?” เธอถามเบา ๆธีร์พยักหน้า “ไหว แต่หัวยังมึน ๆ อยู่ ความทรงจำมันยังสับสนไปหมด”เมื่อมาถึงโขดหิน พวกเขาก็พบช่องแคบที่พอจะลอดเข้าไปได้ อาทิตย์ลอดเข้าไปก่อน ตามด้วยดุจดาวที่ช่วยพยุงธีร์ภายในเป็นโพรงหินกว้างพอให้ทั้งสามนั่งได้สบาย ดุจดาวพาธีร์นั่งลงพิงผนัง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ เขา เธอสูดหายใจลึก พยายามสงบจิตใจที่เต้นระรัว
เสียงคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินดังก้องในยามเช้าตรู่ ดุจดาวยืนนิ่งอยู่บนชายหาด สายตาจับจ้องไปยังเรือลำเล็กที่จอดอยู่ไม่ไกล ลมทะเลพัดแรงทำให้เรือนผมสีดำสนิทของเธอปลิวสะบัด เธอสูดลมหายใจลึก พยายามสงบจิตใจที่กำลังปั่นป่วน“เราต้องรีบแล้ว” เสียงของอาทิตย์ดังขึ้นจากด้านหลัง “เวลาของเรามีจำกัด”ดุจดาวพยักหน้า หันกลับไปมองอาจารย์ของเธอ อาทิตย์ยืนอยู่ข้างธีร์ ทั้งคู่สีหน้าเคร่งเครียด“ผมยังไม่แน่ใจว่าเราควรทำอย่างไรดี” ธีร์พูดขึ้น น้ำเสียงฉายแววกังวล “เราไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”อาทิตย์ยกมือขึ้นกดที่ขมับ “ตามรายงานล่าสุด มีคนจำนวนมากในเมืองใหญ่ทั่วโลกแสดงอาการผิดปกติ พวกเขาดูเหมือนถูกควบคุม เดินไปมาเหมือนซอมบี้ บางคนก็ทำร้ายคนรอบข้าง”“แย่กว่าที่คิด” ดุจดาวพึมพำ“ใช่” อาทิตย์พยักหน้า “และมันกำลังลุกลามไปเรื่อย ๆ เราต้องหยุดมันให้ได้ก่อนที่จะสายเกินไป”ทั้งสามเดินลงไปยังเรือ ธีร์กระโดดขึ้นไปก่อน ยื่นมือมาช่วยดุจดาวขึ้นตาม ขณะที่อาทิตย์สตาร์ทเครื่องยนต์เรือแล่นออกจากชายฝั่งอย่างรวดเร็ว ทิ้งเกาะลับไว้เบื้องหลัง ดุจดาวหันไปมองเกาะที่ค่อย ๆ เล็กลง นึกถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วห้องใต้ดิน ควันปืนลอยคลุ้ง ผสมกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายจากการระเบิด ดุจดาวหลบอยู่หลังโต๊ะทำงานที่พลิกคว่ำ มือกระชับปืนแน่น เธอโผล่ศีรษะขึ้นมองสถานการณ์ เห็นทหารติดอาวุธหลายนายบุกเข้ามาในห้อง“ธีร์! อาจารย์! พวกคุณปลอดภัยใช่ไหม?” เธอตะโกนถาม“ไม่เป็นไร!” เสียงของธีร์ตอบกลับมาจากอีกฟากของห้อง“ฉันก็เช่นกัน!” อาทิตย์ตะโกนตอบ “แต่เราต้องป้องกันคอมพิวเตอร์ไว้ให้ได้!”ดุจดาวพยักหน้า แม้จะรู้ว่าทั้งสองคนไม่เห็น เธอหันไปมองคอมพิวเตอร์เครื่องหลักที่กำลังถ่ายโอนข้อมูลอยู่ แถบแสดงสถานะยังคงเคลื่อนที่ช้า ๆ'อีกไม่นาน' เธอคิด 'แค่ต้านไว้อีกนิด'ทันใดนั้น ระเบิดควันก็ถูกโยนเข้ามาในห้อง ควัน สีขาวพวยพุ่งออกมา ทำให้การมองเห็นเป็นไปได้ยาก“ระวัง!” อาทิตย์ตะโกนเตือน “อย่าสูดดมควัน!”ดุจดาวรีบปิดปากและจมูก พยายามกลั้นหายใจ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งเข้ามาในห้อง เธอเล็งปืนไปตามเสียง ยิงออกไปสองนัดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ตามด้วยเสียงร่างล้มลงกับพื้น“เจ้าหน้าที่พิเศษดุจดาว” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น “เธอไม่มีทางชนะหรอก ยอมแพ้ซะ แล้วเราจะไม่ทำร้ายพวกเธอ”ดุจดาวกัดฟันแน่น ไม่ตอบโต