สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว

สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว

last update최신 업데이트 : 2025-12-06
언어: Thai
goodnovel12goodnovel
10
2 평가 순위. 2 리뷰
82챕터
5.4K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

โปรย:ทะลุมิติมาเป็นภรรยาได้วันเดียวก็โดนสามีขอหย่า เพราะความจำเป็นหย่าแล้วจำต้องอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน ทว่าเขายังทำท่าคล้ายหึงหวงเธออีก สามี… นี่เราหย่ากันแล้วนะ

더 보기

1화

ตอนที่ 1 ป่วยโรคประหลาด

รถยนต์คันสีดำเลี้ยวเข้าไปจอดในวัดแห่งหนึ่งแถบชานเมืองขอนแก่น วัดแห่งนี้เป็นวัดขนาดใหญ่มีผู้คนมาทำบุญไม่เคยขาด

ฝนทิพย์สาววัยสี่สิบก้าวขาลงจากรถทางฝั่งคนขับแล้วเดินไปพยุงร่างเพื่อนที่อยู่ฝั่งคนนั่งพลางเอ่ยถาม “แกแน่ใจนะว่าอยู่ได้”

            “แน่ใจสิฉันอยู่วัดนี้มาตั้งสิบห้าปีเชียวนะ” ปานตะวันตอบ เดิมทีเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่มีคนนำมาทิ้งไว้หน้าวัดแห่งนี้ เจ้าอาวาสจึงเอามาเลี้ยง หลังจากเรียนจบชั้นมอสาม เธอจึงออกไปทำงานส่งตนเองเรียนจนจบปวส. ชีวิตตกระกำลำบากเรียนรู้จากประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ กระทั่งอายุยี่สิบแปดปีเธอกลายเป็นเจ้าของร้านขายขนมจีบและซาลาเปาชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น ปานตะวันมีบ้านหลังใหญ่มีเงินเก็บเป็นล้านก็เพราะขายขนมจีบกับซาลาเปา

แต่เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกเมื่อจู่ ๆ เธอก็ล้มป่วยเป็นโรคประหลาดที่หมอยังระบุชื่อของโรคไม่ได้ รู้เพียงว่าตามร่างกายของเธอมีตุ่มพุพองขึ้นเต็มตัว ร่างกายซูบผอมเพราะกินได้น้อย ตอนนี้เธอป่วยมาสามปีแล้วเรี่ยวแรงจะเดินยังแทบไม่มี เธอรู้ตัวเองดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก ก่อนจากโลกนี้ไปเธอจึงอยากกลับมาที่ที่เป็นเหมือนบ้านของเธออีกสักครั้ง เพื่อทำจิตใจให้สงบสักสิบวัน และสมบัติของเธอทุกอย่างที่หามาได้ เธอก็ได้ยกให้กับวัดแห่งนี้ทั้งหมดแล้ว อีกทั้งเจ้าอาวาสที่เคยเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กก็มรณภาพไปแล้ว เช่นนั้นเธอจึงไม่มีอะไรให้ห่วง

            ปานตะวันไม่เคยโทษชะตาตัวเองที่เธอเกิดมาไม่มีพ่อแม่ และต้องต่อสู้ดิ้นรนใช้ชีวิตมาเพียงลำพัง แถมยังมาป่วยด้วยโรคประหลาดเช่นนี้ เพียงแต่เธอสงสัยว่าตลอดเวลาตั้งแต่เล็กจนโตชีวิตเธอยังชดใช้กรรมไม่พออีกหรือ ถึงต้องให้เธอมาเป็นโรคนี้อีก

แต่ก็ช่างเถอะ! เมื่อชาตินี้เป็นเช่นนี้แล้ว ชาติหน้าหากได้เกิดเป็นมนุษย์อีก ก็ขอมีชีวิตที่ราบรื่นบ้าง เธอเหนื่อยเหลือเกินกับการต่อสู้มาเพียงลำพังเช่นนี้ แต่ถึงอย่างไรเธอก็มีเพื่อนดี ในวันสุดท้ายของชีวิตยังมีฝนทิพย์อยู่เคียงข้าง

            ขณะที่ฝนทิพย์กำลังพยุงเพื่อนซึ่งนุ่งขาวห่มขาวเดินไปตามถนนคอนกรีตเล็ก ๆ เพื่อไปหาแม่ชีที่กำลังกวาดลานวัดอยู่ก็มีหญิงชราคนหนึ่งเดินผ่านมา และถามปานตะวันว่า “ซื้อกำไลไหมลูก” ในถาดไม้ไผ่สานที่เธอถือมามีกำไลโบราณอยู่หลายอัน

            ปานตะวันซึ่งมีจิตเป็นกุศลชอบช่วยเหลือผู้อื่นเป็นปกติมาโดยตลอด พอเห็นยายแก่ ๆ ถือถาดกำไลมาจึงหยุดเดิน ถามออกเสียงแหบเครือ “ขายยังไงคะยาย”

            “อันละสองสลึง”

            “หือ? ยังมีของที่ราคาถูกขนาดนี้อยู่อีกเหรอคะ”

            “มันเป็นกำไลของหนูอยู่แล้วทำไมต้องขายแพง” ยายคนนั้นว่าหน้าตาเรียบเฉย

            “แต่หนูไม่มีเงินสองสลึงหรอกค่ะยาย” ปานตะวันล้วงเงินในกระเป๋าออกมาหนึ่งร้อยบาท “หนูขอซื้อกำไลยายด้วยเงินหนึ่งร้อยบาทได้ไหมคะ”

            “ได้ แล้วแต่หนูจะให้เถอะ”

            ว่าแล้วปานตะวันก็เลือกกำไลหัวบัวมาหนึ่งชิ้น ยายจึงพูดขึ้นว่า “สวมตอนนี้เลยนะ”

            “ค่ะ” ปานตะวันสวมกำไลใส่ในแขนอันเรียวเล็กของตนได้อย่างพอดิบพอดี

            หญิงชราพูดจบก็เดินห่างออกไป ฝนทิพย์จึงพูดออกมาเบา ๆ “กำไลอะไรราคาแค่สองสลึง”

            “นั่นน่ะสิ” พูดพร้อมกับเอี้ยวหน้ากลับไปมองทางที่ยายเพิ่งเดินจากไป แต่มองหาเท่าไรก็หาไม่เจอ “หายไปไหนแล้ว เดินไวจัง”

            “รีบไปเถอะ ยืนนานเดี๋ยวแกเป็นลม” ฝนทิพย์บอกเพื่อน

            ปานตะวันจึงเดินไปตามทางช้า ๆ แม้ในใจจะสงสัยว่ายายคนนั้นเดินหายไปไหนแล้ว

            ฝนทิพย์เดินมาส่งเพื่อนที่กุฏิของแม่ชีหลังหนึ่ง ก่อนกลับจึงบอกเพื่อนว่า “รับโทรศัพท์ด้วยนะ เดี๋ยวฉันโทร. หาทุกวัน”

            “จ้ะ”

            “อีกสิบวันมารับนะ” อย่างไรปานตะวันก็ต้องกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อ

            “โอเค” ทั้งที่ตอบโอเค แต่ปานตะวันรู้ดีว่าตนคงอยู่ได้ไม่นานขนาดนั้น

            ปานตะวันใช้เวลานั่งสมาธิเจริญภาวนาอยู่ในวัดมาห้าวันแล้ว ตอนกลางวันสมองยังปลอดโปร่งโล่งสบาย แต่พอตกกลางคืนเมื่อหลับตาลงก็มักจะฝันเห็นภาพเรื่องราวต่าง ๆ ของใครหลายคนที่เธอไม่เคยรู้จัก เป็นภาพของสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งทะเลาะกันทุกวัน มีลูกชายหญิงทั้งสองร้องไห้มองดูพ่อกับแม่ทะเลาะกัน เธอต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกทุกคืน แม้ร่างกายเหนื่อยล้าแค่ไหนยังนอนไม่หลับ

            “ทำไมต้องฝันแบบนี้ทุกครั้งเลยนะ” ปานตะวันพึมพำกับตัวเอง

            เข้าสู่คืนที่หก ปานตะวันฝันว่าหญิงชราที่เจอเมื่อหกวันก่อนมายืนมองเธออยู่ข้าง ๆ และพูดออกมาว่า “เราช่วยเจ้าได้แค่นี้ ที่เหลือก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของเจ้าแล้ว” รอบกายผู้หญิงคนนั้นมีแสงสว่างทอประกายออกมา

            “ยายเป็นนางฟ้าเหรอคะ” เธอจำได้ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนคนเดียวกันกับยายที่มาขายกำไลให้

            “อืม! วันนี้เรามาส่งเจ้าให้ไปอยู่ภพภูมิใหม่”

            “หนูตายแล้วเหรอคะ”

            “ใช่ หมดหน้าที่ของเราแล้ว เจ้าก็รีบเดินทางเถอะ”

            สิ้นคำร่างของหญิงชราก็เลือนหายไป ร่างของปานตะวันผวาเฮือกขึ้นมาคราหนึ่ง ก่อนจะสงบลงอีกครั้ง และคืนนั้นเธอก็หลับไม่ตื่นอีกเลยไปตลอดกาล

            วันต่อมาฝนทิพย์จึงมาหาเพื่อนที่วัด เพราะปานตะวันไม่รับโทรศัพท์ ในเวลาต่อมาจึงได้รู้ว่าเพื่อนเสียชีวิตแล้ว ฝนทิพย์จึงจัดการเรื่องฌาปนกิจศพที่วัดแห่งนั้นตามความต้องการของเพื่อนที่ได้สั่งเสียเอาไว้ในคราแรก

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기

리뷰

จันจิรา แก้วมณี
จันจิรา แก้วมณี
เรื่องนี้สนุกค่ะ อ่านทุกเรื่องของนักเขียนคนนี้ที่มีการย้อนเวลา
2026-03-03 21:48:47
0
0
Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เรื่องนี้สนุกมากค่ะ ปกติไม่ค่อยอ่านนิยายไทย แต่เรื่องนี้ดีนะ
2026-01-23 19:42:39
0
0
82 챕터
ตอนที่ 1 ป่วยโรคประหลาด
รถยนต์คันสีดำเลี้ยวเข้าไปจอดในวัดแห่งหนึ่งแถบชานเมืองขอนแก่น วัดแห่งนี้เป็นวัดขนาดใหญ่มีผู้คนมาทำบุญไม่เคยขาดฝนทิพย์สาววัยสี่สิบก้าวขาลงจากรถทางฝั่งคนขับแล้วเดินไปพยุงร่างเพื่อนที่อยู่ฝั่งคนนั่งพลางเอ่ยถาม “แกแน่ใจนะว่าอยู่ได้” “แน่ใจสิฉันอยู่วัดนี้มาตั้งสิบห้าปีเชียวนะ” ปานตะวันตอบ เดิมทีเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่มีคนนำมาทิ้งไว้หน้าวัดแห่งนี้ เจ้าอาวาสจึงเอามาเลี้ยง หลังจากเรียนจบชั้นมอสาม เธอจึงออกไปทำงานส่งตนเองเรียนจนจบปวส. ชีวิตตกระกำลำบากเรียนรู้จากประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ กระทั่งอายุยี่สิบแปดปีเธอกลายเป็นเจ้าของร้านขายขนมจีบและซาลาเปาชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น ปานตะวันมีบ้านหลังใหญ่มีเงินเก็บเป็นล้านก็เพราะขายขนมจีบกับซาลาเปาแต่เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกเมื่อจู่ ๆ เธอก็ล้มป่วยเป็นโรคประหลาดที่หมอยังระบุชื่อของโรคไม่ได้ รู้เพียงว่าตามร่างกายของเธอมีตุ่มพุพองขึ้นเต็มตัว ร่างกายซูบผอมเพราะกินได้น้อย ตอนนี้เธอป่วยมาสามปีแล้วเรี่ยวแรงจะเดินยังแทบไม่มี เธอรู้ตัวเองดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก ก่อนจากโลกนี้ไปเธอจึงอยากกลับมาที่ที่เป็นเหมือนบ้านของเธออีกสักครั้ง เพื่อทำจิตใจให้สงบสักสิ
더 보기
ตอนที่ 2 ตกบันได
ภายในบ้านไม้สภาพเก่าโทรมหลังหนึ่ง ละอองผู้เป็นลูกสะใภ้ที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านในยามบ่ายวันนี้ ทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ เมื่อไม่พบว่ามีใครอยู่บ้านจึงย่องเบาขึ้นไปบนบ้านเพื่อค้นหาเงินในห้องของสามี แล้วรีบรื้อค้นข้าวของและผ้าห่มหมอนมุ้งในห้อง ดวงตากลมเบิกโตขึ้นเมื่อพบเงินอยู่ใต้ที่นอนของสามี “นี่แอบมีเงินตั้งหนึ่งพันบาทเชียวหรือ” มุมปากฉีกยิ้มดวงตาทอประกายแวววาว “ดีละ จะได้มีเงินไปต่อทุน” ว่าแล้วจึงจัดที่นอนสามีไว้ดังเดิมจากนั้นสาวเท้าออกจากห้องนอนโดยเร็ว “เธอมาทำอะไรที่นี่” น้ำเสียงดุดันอันคุ้นเคยเอ่ยถาม ละอองสะดุ้งโหยงเหลือบมองคนที่ยืนถามเธออยู่ด้านล่าง ในใจพลันร้องว่าแย่แล้ว เท้าที่กำลังจะก้าวลงบันไดพลันเหยียบพลาดเพราะความกลัวระคนตกใจ “ว้าย!” เสียงกรีดร้องพร้อมกลับหงายท้องตีลังกาลงจากบันได ร่างหล่นลงสู่พื้นดินศีรษะตกกระแทกกับหินก้อนใหญ่ที่วางเรียงรายอยู่รอบต้นเล็บครุฑตรงทางขึ้นบันได “ออง” แก่นคูณเรียกภรรยาด้วยความตกใจพร้อมทิ้งของป่าที่ตนหามาได้ไว้ที่พื้นแล้วรีบถลาเข้าหาร่างที่นอนคอพับอยู่ที่พื้น ศีรษะด้านหลังที่กระแทกเข้ากับก้อนหินอย
더 보기
ตอนที่ 3 ครอบครัวในความฝัน
คืนนั้นหลังจากแก่นคูณป้อนยาภรรยาเสร็จจึงอุ้มเธอขึ้นไปนอนในห้องด้วยกัน เพราะบ้านหลังนี้มีเพียงสองห้องนอน คือห้องของเขากับห้องของแม่เท่านั้น ซึ่งลูกทั้งสองจะนอนกับแม่อยู่แล้ว เขาให้ภรรยานอนด้านใน ส่วนเขานอนด้านนอก แก่นคูณนั่งมองภรรยาพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนดับตะเกียงเจ้าพายุ แล้วล้มศีรษะลงนอน กายขยับออกห่างจากภรรยามากกว่าที่เคยเป็น วันต่อมาแก่นคูณตื่นแต่เช้าเพื่อมานึ่งข้าวแทนผู้เป็นแม่ เกือบปีมาแล้วที่แม่มีอาการปวดเข่าปวดขา ต้องคอยซื้อยามากินอยู่เสมอ เหตุผลที่แม่ยังไม่หายขาดก็เพราะเขาไม่มีเงินซื้อยามาให้แม่กินอย่างต่อเนื่อง ทำให้แม่เดินเหินไม่ค่อยสะดวก และเดินไปไหนไกล ๆ ไม่ค่อยได้ แต่แค่เลี้ยงหลานอยู่บ้านสองคนแม่ก็เหนื่อยมากแล้ว ตะวันเริ่มสาดแสงออกมาจากปลายเขาลูกใหญ่ ภาคภูมิกับพอใจจึงเดินออกไปหาพ่อที่อยู่ในครัว ซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างโล่งติดกับลานอเนกประสงค์ที่ใช้สำหรับนั่งเล่น กินข้าว และรับแขกไปในตัว ด้านหน้าเป็นชานบ้านและมีบันไดสำหรับขึ้นลง “พ่อครับ แม่ฟื้นหรือยังครับ” ภาคภูมิถามพ่อ “ยัง” “ผมไปหาแม่นะครับ”
더 보기
ตอนที่ 4 อาหารอันคุ้นเคย
ละอองใช้มือเปิบข้าวเหนียว แล้วจิ้มลาบกระต่ายเข้าปาก หยิบผักกาดนกเขาลวกม้วนแล้วส่งเข้าปากตาม คำที่สองก็กินอีก ครั้งนี้เด็ดยอดผักแว่นอวบสดม้วนให้เรียบร้อยแล้วส่งเข้าปากเช่นกัน โอย! ไม่เคยกินลาบกระต่ายป่าที่อร่อยเท่านี้มาก่อนเลย จากนั้นสายตามองไปยังกบทอดเกลือตัวใหญ่ กบภูเขาเธอก็ไม่เคยกินเหมือนกัน เคยกินแต่กบตามทุ่งนาและตามร้านขายอาหารป่าเท่านั้น วันนี้กบภูเขาทอดสีเหลืองน่ากินจริง ๆ ละอองหยิบต้นขาของกบขึ้นมาฉีกเนื้อแปะลงบนคำข้าวเหนียวของตน แล้วจิ้มน้ำจิ้มแจ่วในถ้วยเล็ก สองมือประคองคำข้าวเข้าปากอย่างทะนุถนอมแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ ความนัวของปลาร้าในน้ำจิ้มบวกกับความเผ็ดนิดเปรี้ยวหน่อยของน้ำมะขามเปียก ทำให้ละอองกินกบทอดอย่างเอร็ดอร่อย สีหน้าของเธอดูมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง อาหารแบบนี้คิดถึงโลกเดิมที่จากมาสุด ๆแก่นคูณกับน้อยนั่งมองละอองตาค้าง ก่อนหน้าละอองไม่เคยกินอาหารพวกนี้มาก่อน ถ้าทำอาหารอย่างหนึ่งเธอจะกินอีกอย่าง มีปลาจะกินไข่ ไม่กินผักตามท้องไร่ท้องนา ไม่กินกบเขียด ไม่กินปลาสดนอกจากปลาตากแห้งและต้องเป็นปลาขาวอย่างเดียว และไม่กินของป่าทุกชนิดนอกจากเห็ดป่าเท่านั้น อีกอย่างเธอไม่กินปล
더 보기
ตอนที่ 5 ขอหย่า
แก่นคูณรับเงินมาแล้วจึงตัดสินใจพูดคำที่คิดว่าไตร่ตรองมาดีแล้วออกไป “วันจันทร์เราจะไปหย่ากัน” วันนี้วันศุกร์ อีกทั้งละอองยังบาดเจ็บ ให้เธอได้พักผ่อนสองวันจากนั้นค่อยไปจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อยละอองทำปากเอ่ออ่าจะพูดอยู่หลายคราเพราะไม่รู้จะพูดคำใดออกไป ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากสามี สามีแค่วันเดียวอีกต่างหาก ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยพูดคำนี้เลยนี่นา แล้วทำไมความซวยถึงได้มาตกอยู่ที่เธอเล่า“ฉัน…” คิดจะพูดต่อแต่เขาก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน“ฉันทนเธอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธอเห็นฉันเป็นตัวอะไร อยากมาก็มา อยากไปตอนไหนก็ไป เธอไม่สงสารลูกบ้างเหรอ” แก่นคูณยังพูดเสียงราบเรียบและควบคุมโทนเสียงให้สงบเพราะเกรงว่าลูกกับแม่จะได้ยิน “อีกอย่างเธอเคยเห็นหัวแม่ฉันบ้างไหม เธอเห็นแม่เป็นอะไร ไปไม่เคยลามาไม่เคยไหว้ ฉันเป็นลูกแท้ ๆ ฉันยังไม่กล้าทำเหมือนเธอเลย” ไม่เห็นหัวเขาเขาไม่ว่า แต่นี่ทุกครั้งที่ลูกสะใภ้หนีไปและกลับมาบ้าน แม่ของเขาไม่เคยบ่นเคยว่าลูกสะใภ้สักคำ มีครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งที่สี่แล้วที่เธอทำเช่นนี้ และเป็นครั้งที่เธอจากไปนานที่สุด แม่ของเขาก็เลยทนไม่ได้จึงได้ว่ากล่าวลูกสะใภ้ออกไปทุกครั้งที่ละอองหนีไป เข
더 보기
ตอนที่ 6 ทำความสะอาดบ้าน
แก่นคูณเดินออกจากห้องนอนด้วยความรู้สึกสับสนเล็กน้อย วันนี้เขาได้พูดทุกอย่างที่เขาอยากพูดออกไปทั้งหมดแล้ว แต่เหตุใดเขาถึงไม่รู้สึกโล่งใจเลยสักนิด ละอองเองก็ดูแปลกไปอย่างน่าประหลาด ปกติถ้าทั้งสองมีปากเสียงกัน เขาผู้เป็นสามีไม่เคยได้อ้าปาก เพราะละอองจะถลึงตาเถียงฉอด ๆ จนคอเป็นเอ็น ไม่มีทางที่เขาจะได้พูดเกินสามคำ และทุกครั้งเธอต้องทำลายข้าวของในบ้านจนพังย่อยยับไปข้างหนึ่ง แต่ครั้งนี้ละอองกลับรับฟังอย่างสงบ ไม่มีตอนไหนที่เธอขึ้นเสียงกับเขาเลยคนนี้ใช่ละอองจริง ๆ หรือแก่นคูณเดินไปไกลแล้ว แต่ก็ยังหยุดคิดเรื่องพฤติกรรมอันสงบเสงี่ยมของภรรยาไม่ได้ หลังจากสามีขึ้นเขาไปแล้ว ละอองมองสำรวจไปทั่วห้อง ข้าวของวางระเกะระกะตามประสาคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ต้องทำงานทุกอย่างเพื่อครอบครัว คงไม่มีเวลาเก็บกวาดห้องเท่าไรนัก ละอองส่ายศีรษะน้อย ๆ เอาเถอะ! ขอนอนพักเอาแรงสักงีบก่อน แล้วค่อยตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะตอนนี้รู้สึกปวดหัวเหลือเกิน ใครจะคาดคิดว่าจะได้เกิดใหม่เร็วปานนี้ มิหนำซ้ำยังต้องมารับกรรมที่ตนไม่ได้ก่อ แต่คิดในแง่ดีเข้าไว้ อย่างไรร่างนี้ก็ไม่เจ็บป่วยเหมือนในชาติก่อน เธอยังกินข้าวอร
더 보기
ตอนที่ 7 บ้านมิติ
ละอองเดินไปยังลำธารที่มีน้ำใสไหลลงมาจากภูเขา ชาวบ้านเรียกภูเขาลูกนี้ว่าภูโน ซึ่งเป็นภูเขาที่สามีของเธอเข้าไปหาของป่าตอนนี้เธอใช้ถังตักน้ำเพื่อไปนั่งซักผ้าในร่ม ซักเสร็จล้างให้สะอาดแล้วจึงถือตะกร้าผ้ากลับไปตากที่บ้าน หลังจากตากผ้าเสร็จจึงไปตักน้ำในลำธารมาใส่โอ่งไว้สำหรับอาบและล้างสิ่งของ ไม่ลืมที่จะนำมีดมาด้วย ละอองเห็นบอนขึ้นอยู่ข้างริมธารเธอรู้ว่ามันเป็นบอนหวานจึงตัดกลับไปด้วย เสร็จจากตักน้ำใช้ก็ไปตักน้ำดื่มข้าง ๆ บ้านยายเมี้ยน ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดกันไป และบ่อน้ำดื่มแห่งนี้คนในหมู่บ้านก็ใช้ร่วมกัน ทั้งหมู่บ้านจะมีบ่อน้ำดื่มอยู่สามบ่อ และบ่อนี้ก็อยู่ใกล้บ้านเธอตักน้ำดื่มเสร็จละอองจึงแหงนหน้ามองท้องฟ้า ดวงตะวันคล้อยต่ำลงมากแล้ว น่าจะใกล้ห้าโมงเย็นแล้วกระมัง ตอนทำความสะอาดครัวเธอเห็นฟืนอยู่บนบ้านไม่กี่ดุ้นเท่านั้น พอมองเข้าไปใต้ถุนบ้านก็ไม่มีฟืนเหลืออยู่แล้ว ละอองจึงตัดสินใจผ่าฟืนก่อนจะไปนึ่งข้าวมือเรียวยาวลากฟืนท่อนยาวท่อนหนึ่งที่สามีแบกลงมาจากภูเขา จากนั้นจึงใช้มีดอีโต้หั่นครึ่งให้สั้นลงอีก ก่อนจะนั่งลงบั่นฟืนท่อนใหญ่ให้ได้อีกท่อนละสามดุ้น ขณะที่บั่นฟืนอยู่นั้นล
더 보기
ตอนที่ 8 ทำอาหาร
“อาบน้ำก่อนดีไหม” เนื้อตัวลูกชายค่อนข้างมอมแมมกว่าทุกวัน เสื้อและกางเกงยังเปื้อนดินโคลนดูท่าถนนหนทางน่าจะลื่นจริง ๆ น้อยจึงรู้สึกเป็นห่วง เกรงว่าเขาจะเหนียวเหนอะหนะตามตัวแล้วกินข้าวไม่อร่อย“ไม่เป็นไรครับแม่” เขาเองก็ไม่อยากให้ลูกกับแม่รอกินข้าวนาน จึงพูดออกไปเช่นนั้น“งั้นล้างมือล้างเท้าก่อน”“ครับ”ละอองลุกไปยกถาดอาหารมาอย่างรู้หน้าที่ ภาคภูมิกับพอใจเดินไปช่วยแม่หิ้วกระติบข้าวเหนียว ทุกคนนั่งล้อมวงกันบนเสื่อกก และเริ่มลงมือกินอาหาร“แม่ตำน้ำพริกปลาอะไรเหรอครับ อร่อยดี” แก่นคูณถามแม่ วันนี้ฝีมือการทำอาหารของแม่อร่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“แม่ไม่ได้ทำ”“เหรอครับ” แก่นคูณอึ้งไปครู่หนึ่ง งั้นก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากละออง ปกติเธอไม่กินปลาเขาจึงไม่รู้ว่าเธอจะทำน้ำพริกอร่อย“วันนี้แม่ไม่ได้เข้าครัว” เป็นครั้งแรกที่ลูกสะใภ้ทำเองหมดทุกอย่างเหมือนกันคราแรกน้อยคิดว่าลูกชายแสร้งพูดเธอจึงลองกินดู แต่มันกลับอร่อยอย่างที่เขาว่าจริง ๆ เธอจึงนั่งกินข้าวอย่างเดียวโดยไม่พูดอะไร จากไปเป็นปี เพิ่งรู้ว่าลูกสะใภ้ไปฝึกทำอาหารมาด้วย ก็ดียังรู้จักปรับตัวละอองก็กินทุกอย่างที่ตนเองทำเช่นกัน รวมถึงป้อนข้าวลูกกั
더 보기
ตอนที่ 9 ได้รับบาดเจ็บ
ร่างสูงใหญ่เปลือยท่อนบน ท่อนล่างสวมกางเกงขายาว ก้าวเท้าเดินไปที่หน้ากระจกแล้วหันหลังตนเองเข้าหากระจกเพื่อมองบางอย่างบนแผ่นหลัง เขาลูบคลำมันเล็กน้อยแต่ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ จากนั้นหยิบหวีขึ้นมาหวีผม ละอองจึงมองเห็นแผ่นหลังแน่นเครียดที่มีรอยแผลสดลากผ่านแผ่นหลังฝั่งขวา เธอถามขึ้นทันที “หลังไปโดนอะไรมา” แผลนั้นค่อนข้างน่ากลัวอยู่สักหน่อย แค่มองยังรู้สึกหวาดเสียว “ลื่นตกเขา” เขาบอกอย่างไม่ปิดบัง เพราะวันนี้หนทางบนภูเขาลื่นมาก ขณะที่เขากำลังแบกฟืนลงมาจากภูเขา แก่นคูณจึงลื่นตกเขาชายเสื้อเลิกขึ้น แผ่นหลังโดนรากไม้แข็งครูดเข้า จึงทำให้เป็นแผลค่อนข้างลึกและยาว “มียาทาไหม เดี๋ยวฉันทาให้” “ไม่เป็นไร อีกสองสามวันก็หาย” “เดี๋ยวมันจะอักเสบ ให้ฉันไปเอายากับหมอเผื่อนมาให้ไหม หรือพี่จะกินยาแก้ปวดของฉันก็ได้” ยาแก้ปวดของเธอยังเหลืออีกหลายเม็ด มันคงพอทุเลาลงได้ “ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง พูดมากอยู่ได้ น่ารำคาญ” เขาพูดเสียงเข้ม “ปกติก็ไม่เคยห่วงอยู่แล้ว จะมาแสร้งทำอะไรตอนนี้ มันไม่มีประโยชน์หรอก แผลแค่นี้ไม่ถึงตายหรอกน่า” พูดแล้วก็ดับต
더 보기
ตอนที่ 10 หย่า
เช้าวันรุ่งขึ้นแก่นคูณยังคงลุกขึ้นมาแต่งตัวเตรียมเข้าตลาดตามปกติ ละอองเห็นแล้วจึงพูดกับเขา “เอาไว้แผลพี่หายดีแล้วค่อยไปก็ได้ วันนี้ฉันจะเข้าตลาดไปซื้อของก่อน” ของใช้ในบ้านเริ่มหมดแล้ว วันนี้เธอต้องซื้อของหลายอย่าง อีกทั้งยังต้องไปดูทำเลเพื่อทำร้านขายขนมจีบกับซาลาเปาด้วย “ไม่เป็นไร รีบทำจะได้รีบเสร็จไม่ต้องมาคาราคาซัง ฉันไม่ชอบทำอะไรให้ค้างคา” ปล่อยไว้นาน ๆ ไป ๆ มา ๆ ก็ไม่ได้หย่ากันอีก พอละอองอยากหนีไปอีกก็จากไปแบบดื้อ ๆ เขาไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก ละอองผ่อนลมหายออกมาเบา ๆ ไม่รู้จะรีบอะไรนักหนา ตัวเองก็บาดเจ็บอยู่แท้ ๆ คงอยากหย่ามากเลยสินะ “ได้ รอฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนึง” “แม่กับพ่อจะไปไหนเหรอคะ” พอใจแหงนหน้ามองพ่อตาแป๋ว สามีภรรยาลอบสบตากันแวบหนึ่ง ละอองจึงบอกลูก “แม่กับพ่อจะเข้าตลาดไปซื้อขนมมาให้ลูกจ้ะ” เรื่องหย่าคงให้ลูกทั้งสองรู้ไม่ได้ แต่ในวันที่เธอจากไป พ่อกับย่าคงอธิบายให้เด็กทั้งสองฟังเอง พูดแค่นั้นเธอก็ปลีกตัวไปเปลี่ยนชุด “เย้ พี่ภูมิพวกเราจะได้กินขนมแล้ว” พอใจกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เพราะนานมากแล้วที
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status