สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว

สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-06
โดย:  กัญจารีย์จบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
10
2 การให้คะแนน. 2 ความคิดเห็น
82บท
6.0Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

โปรย:ทะลุมิติมาเป็นภรรยาได้วันเดียวก็โดนสามีขอหย่า เพราะความจำเป็นหย่าแล้วจำต้องอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน ทว่าเขายังทำท่าคล้ายหึงหวงเธออีก สามี… นี่เราหย่ากันแล้วนะ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1 ป่วยโรคประหลาด

The study fell silent when I pushed the unsigned trust agreement away.

My mother spoke first.

“Sebastian isn’t an outsider. He has been our son for twenty-five years, and he has been the heir for just as long.”

She took my hand, speaking as if she were helping me accept a decision that had already been made.

“You’ve only been back for a year. Of course some things still feel unfamiliar. You survived on your own for a long time. You’re stronger than Sebastian, and you’re better at adapting to change.”

“So I’m the one who has to adapt?”

“That isn’t what I meant.”

“Then what did you mean?”

She had no answer.

Vivienne stepped between us.

“Callum, we postponed this welcome dinner three times. Now that it has finally happened, do you really have to make everyone uncomfortable tonight?”

I looked at her.

“Was I the one who postponed it?”

Her expression changed.

I answered for her.

“The first time, Sebastian had to accompany Father to the Harbor Point signing. The second, he was in a car accident. The third, my future wife came home from London, and Sebastian had to attend the Ashbournes’ dinner in her honor.”

Celia tightened her grip on her wineglass.

Before I disappeared, our parents had hoped that Celia and I would marry one day. After I was found, my father said the arrangement between our families still stood.

Yet over the past year, Celia had accompanied Sebastian to three formal events.

I, the man everyone still called her future husband, had been left out of all of them.

“Why are you dragging me into this?” she asked, frowning. “Postponing the dinner didn’t change the fact that you’re the Whitmores’ eldest son.”

“You’re right.”

Her expression eased slightly.

“If time doesn’t change who I am, then changing the trust won’t erase the twenty-five years Sebastian has been their son.”

Sebastian’s eyes immediately reddened.

“Stop fighting over me. I’ll withdraw from the trust. I’ll give up my position as heir.”

He reached for the papers, but my mother caught his wrist.

“No one is asking you to do that.”

Vivienne moved to his side.

“You were raised to take over Whitmore Holdings. You joined the company at eighteen and began representing Father at board meetings when you were twenty-five. Callum comes back after one year, and you’re supposed to hand over your entire life?”

I looked at her.

“What do you mean, I came back?”

“You were the ones who found me and asked me to return.”

When Vivienne first saw me a year ago, she held me and cried.

I had disappeared at a Christmas market when I was three, after she let go of my hand. For twenty-five years, she had blamed herself for losing her little brother. She told me she had never stopped searching.

My mother said there had not been a single day when she had forgotten me.

My father promised that the doors of Whitmore House would always be open to me. They had already missed my entire childhood, he said. They would never let me feel as if I had no family again.

I believed them.

That was why I gave up a partnership at Vale Risk Advisory, moved to Boston, and joined Whitmore Holdings.

I had not returned for the trust or the company.

I returned because I believed they truly wanted me home.

A year later, I understood that they wanted me back, but they had never intended to change anything to make room for me.

My mother softened her voice.

“We haven’t abandoned you. You’ll have your own trust, shares, and more than enough money to live comfortably for the rest of your life. Sebastian will simply continue running the company. That doesn’t make you any less our son.”

“If the inheritance has nothing to do with whether I’m your son, why do you need me to sign it away?”

She said nothing.

My father’s expression darkened.

“Sebastian knows the company and has the board’s confidence. You’ve only worked at Whitmore Holdings for a year. Do you expect me to remove him immediately and hand you the entire company?”

“I never asked you to hand me the company.”

“Then sign.”

“No.”

My father stared at me.

“Sebastian has agreed to transfer some of his personal shares to you, and we’ve established a separate trust in your name. What else do you want?”

“I want to know why you brought me back.”

“Because you’re our son.”

“In public, I’m only the son you lost and found again. Sebastian is still your sole heir. At the company, I do the work, and he takes my reports to the board. At Whitmore House, he lives in the wing reserved for the heir while I live in the guest suite.”

I pointed to the agreement.

“Now you want me to sign away every right I have to question any of it.”

Vivienne frowned.

“Why do you have to keep score over everything? We found you. We gave you the Whitmore name. Do shares and titles matter more than being part of this family?”

“I never came back for the Whitmore name. I don’t care about the trust or the money.”

“Then why are you so determined to compete with Sebastian?”

“Because you said you loved me. You said you had searched for me for twenty-five years and promised I would never feel as though I had no family again.”

I looked at each of them.

“But every time you have to choose between me and Sebastian, I’m the one you ask to step aside.”
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

จันจิรา แก้วมณี
จันจิรา แก้วมณี
เรื่องนี้สนุกค่ะ อ่านทุกเรื่องของนักเขียนคนนี้ที่มีการย้อนเวลา
2026-03-03 21:48:47
0
0
Ploy Panyapat
Ploy Panyapat
เรื่องนี้สนุกมากค่ะ ปกติไม่ค่อยอ่านนิยายไทย แต่เรื่องนี้ดีนะ
2026-01-23 19:42:39
0
0
82
ตอนที่ 1 ป่วยโรคประหลาด
รถยนต์คันสีดำเลี้ยวเข้าไปจอดในวัดแห่งหนึ่งแถบชานเมืองขอนแก่น วัดแห่งนี้เป็นวัดขนาดใหญ่มีผู้คนมาทำบุญไม่เคยขาดฝนทิพย์สาววัยสี่สิบก้าวขาลงจากรถทางฝั่งคนขับแล้วเดินไปพยุงร่างเพื่อนที่อยู่ฝั่งคนนั่งพลางเอ่ยถาม “แกแน่ใจนะว่าอยู่ได้” “แน่ใจสิฉันอยู่วัดนี้มาตั้งสิบห้าปีเชียวนะ” ปานตะวันตอบ เดิมทีเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่มีคนนำมาทิ้งไว้หน้าวัดแห่งนี้ เจ้าอาวาสจึงเอามาเลี้ยง หลังจากเรียนจบชั้นมอสาม เธอจึงออกไปทำงานส่งตนเองเรียนจนจบปวส. ชีวิตตกระกำลำบากเรียนรู้จากประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ กระทั่งอายุยี่สิบแปดปีเธอกลายเป็นเจ้าของร้านขายขนมจีบและซาลาเปาชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น ปานตะวันมีบ้านหลังใหญ่มีเงินเก็บเป็นล้านก็เพราะขายขนมจีบกับซาลาเปาแต่เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกเมื่อจู่ ๆ เธอก็ล้มป่วยเป็นโรคประหลาดที่หมอยังระบุชื่อของโรคไม่ได้ รู้เพียงว่าตามร่างกายของเธอมีตุ่มพุพองขึ้นเต็มตัว ร่างกายซูบผอมเพราะกินได้น้อย ตอนนี้เธอป่วยมาสามปีแล้วเรี่ยวแรงจะเดินยังแทบไม่มี เธอรู้ตัวเองดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก ก่อนจากโลกนี้ไปเธอจึงอยากกลับมาที่ที่เป็นเหมือนบ้านของเธออีกสักครั้ง เพื่อทำจิตใจให้สงบสักสิ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2 ตกบันได
ภายในบ้านไม้สภาพเก่าโทรมหลังหนึ่ง ละอองผู้เป็นลูกสะใภ้ที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านในยามบ่ายวันนี้ ทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ เมื่อไม่พบว่ามีใครอยู่บ้านจึงย่องเบาขึ้นไปบนบ้านเพื่อค้นหาเงินในห้องของสามี แล้วรีบรื้อค้นข้าวของและผ้าห่มหมอนมุ้งในห้อง ดวงตากลมเบิกโตขึ้นเมื่อพบเงินอยู่ใต้ที่นอนของสามี “นี่แอบมีเงินตั้งหนึ่งพันบาทเชียวหรือ” มุมปากฉีกยิ้มดวงตาทอประกายแวววาว “ดีละ จะได้มีเงินไปต่อทุน” ว่าแล้วจึงจัดที่นอนสามีไว้ดังเดิมจากนั้นสาวเท้าออกจากห้องนอนโดยเร็ว “เธอมาทำอะไรที่นี่” น้ำเสียงดุดันอันคุ้นเคยเอ่ยถาม ละอองสะดุ้งโหยงเหลือบมองคนที่ยืนถามเธออยู่ด้านล่าง ในใจพลันร้องว่าแย่แล้ว เท้าที่กำลังจะก้าวลงบันไดพลันเหยียบพลาดเพราะความกลัวระคนตกใจ “ว้าย!” เสียงกรีดร้องพร้อมกลับหงายท้องตีลังกาลงจากบันได ร่างหล่นลงสู่พื้นดินศีรษะตกกระแทกกับหินก้อนใหญ่ที่วางเรียงรายอยู่รอบต้นเล็บครุฑตรงทางขึ้นบันได “ออง” แก่นคูณเรียกภรรยาด้วยความตกใจพร้อมทิ้งของป่าที่ตนหามาได้ไว้ที่พื้นแล้วรีบถลาเข้าหาร่างที่นอนคอพับอยู่ที่พื้น ศีรษะด้านหลังที่กระแทกเข้ากับก้อนหินอย
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3 ครอบครัวในความฝัน
คืนนั้นหลังจากแก่นคูณป้อนยาภรรยาเสร็จจึงอุ้มเธอขึ้นไปนอนในห้องด้วยกัน เพราะบ้านหลังนี้มีเพียงสองห้องนอน คือห้องของเขากับห้องของแม่เท่านั้น ซึ่งลูกทั้งสองจะนอนกับแม่อยู่แล้ว เขาให้ภรรยานอนด้านใน ส่วนเขานอนด้านนอก แก่นคูณนั่งมองภรรยาพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนดับตะเกียงเจ้าพายุ แล้วล้มศีรษะลงนอน กายขยับออกห่างจากภรรยามากกว่าที่เคยเป็น วันต่อมาแก่นคูณตื่นแต่เช้าเพื่อมานึ่งข้าวแทนผู้เป็นแม่ เกือบปีมาแล้วที่แม่มีอาการปวดเข่าปวดขา ต้องคอยซื้อยามากินอยู่เสมอ เหตุผลที่แม่ยังไม่หายขาดก็เพราะเขาไม่มีเงินซื้อยามาให้แม่กินอย่างต่อเนื่อง ทำให้แม่เดินเหินไม่ค่อยสะดวก และเดินไปไหนไกล ๆ ไม่ค่อยได้ แต่แค่เลี้ยงหลานอยู่บ้านสองคนแม่ก็เหนื่อยมากแล้ว ตะวันเริ่มสาดแสงออกมาจากปลายเขาลูกใหญ่ ภาคภูมิกับพอใจจึงเดินออกไปหาพ่อที่อยู่ในครัว ซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างโล่งติดกับลานอเนกประสงค์ที่ใช้สำหรับนั่งเล่น กินข้าว และรับแขกไปในตัว ด้านหน้าเป็นชานบ้านและมีบันไดสำหรับขึ้นลง “พ่อครับ แม่ฟื้นหรือยังครับ” ภาคภูมิถามพ่อ “ยัง” “ผมไปหาแม่นะครับ”
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4 อาหารอันคุ้นเคย
ละอองใช้มือเปิบข้าวเหนียว แล้วจิ้มลาบกระต่ายเข้าปาก หยิบผักกาดนกเขาลวกม้วนแล้วส่งเข้าปากตาม คำที่สองก็กินอีก ครั้งนี้เด็ดยอดผักแว่นอวบสดม้วนให้เรียบร้อยแล้วส่งเข้าปากเช่นกัน โอย! ไม่เคยกินลาบกระต่ายป่าที่อร่อยเท่านี้มาก่อนเลย จากนั้นสายตามองไปยังกบทอดเกลือตัวใหญ่ กบภูเขาเธอก็ไม่เคยกินเหมือนกัน เคยกินแต่กบตามทุ่งนาและตามร้านขายอาหารป่าเท่านั้น วันนี้กบภูเขาทอดสีเหลืองน่ากินจริง ๆ ละอองหยิบต้นขาของกบขึ้นมาฉีกเนื้อแปะลงบนคำข้าวเหนียวของตน แล้วจิ้มน้ำจิ้มแจ่วในถ้วยเล็ก สองมือประคองคำข้าวเข้าปากอย่างทะนุถนอมแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ ความนัวของปลาร้าในน้ำจิ้มบวกกับความเผ็ดนิดเปรี้ยวหน่อยของน้ำมะขามเปียก ทำให้ละอองกินกบทอดอย่างเอร็ดอร่อย สีหน้าของเธอดูมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง อาหารแบบนี้คิดถึงโลกเดิมที่จากมาสุด ๆแก่นคูณกับน้อยนั่งมองละอองตาค้าง ก่อนหน้าละอองไม่เคยกินอาหารพวกนี้มาก่อน ถ้าทำอาหารอย่างหนึ่งเธอจะกินอีกอย่าง มีปลาจะกินไข่ ไม่กินผักตามท้องไร่ท้องนา ไม่กินกบเขียด ไม่กินปลาสดนอกจากปลาตากแห้งและต้องเป็นปลาขาวอย่างเดียว และไม่กินของป่าทุกชนิดนอกจากเห็ดป่าเท่านั้น อีกอย่างเธอไม่กินปล
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 5 ขอหย่า
แก่นคูณรับเงินมาแล้วจึงตัดสินใจพูดคำที่คิดว่าไตร่ตรองมาดีแล้วออกไป “วันจันทร์เราจะไปหย่ากัน” วันนี้วันศุกร์ อีกทั้งละอองยังบาดเจ็บ ให้เธอได้พักผ่อนสองวันจากนั้นค่อยไปจัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อยละอองทำปากเอ่ออ่าจะพูดอยู่หลายคราเพราะไม่รู้จะพูดคำใดออกไป ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากสามี สามีแค่วันเดียวอีกต่างหาก ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยพูดคำนี้เลยนี่นา แล้วทำไมความซวยถึงได้มาตกอยู่ที่เธอเล่า“ฉัน…” คิดจะพูดต่อแต่เขาก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน“ฉันทนเธอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธอเห็นฉันเป็นตัวอะไร อยากมาก็มา อยากไปตอนไหนก็ไป เธอไม่สงสารลูกบ้างเหรอ” แก่นคูณยังพูดเสียงราบเรียบและควบคุมโทนเสียงให้สงบเพราะเกรงว่าลูกกับแม่จะได้ยิน “อีกอย่างเธอเคยเห็นหัวแม่ฉันบ้างไหม เธอเห็นแม่เป็นอะไร ไปไม่เคยลามาไม่เคยไหว้ ฉันเป็นลูกแท้ ๆ ฉันยังไม่กล้าทำเหมือนเธอเลย” ไม่เห็นหัวเขาเขาไม่ว่า แต่นี่ทุกครั้งที่ลูกสะใภ้หนีไปและกลับมาบ้าน แม่ของเขาไม่เคยบ่นเคยว่าลูกสะใภ้สักคำ มีครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งที่สี่แล้วที่เธอทำเช่นนี้ และเป็นครั้งที่เธอจากไปนานที่สุด แม่ของเขาก็เลยทนไม่ได้จึงได้ว่ากล่าวลูกสะใภ้ออกไปทุกครั้งที่ละอองหนีไป เข
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 6 ทำความสะอาดบ้าน
แก่นคูณเดินออกจากห้องนอนด้วยความรู้สึกสับสนเล็กน้อย วันนี้เขาได้พูดทุกอย่างที่เขาอยากพูดออกไปทั้งหมดแล้ว แต่เหตุใดเขาถึงไม่รู้สึกโล่งใจเลยสักนิด ละอองเองก็ดูแปลกไปอย่างน่าประหลาด ปกติถ้าทั้งสองมีปากเสียงกัน เขาผู้เป็นสามีไม่เคยได้อ้าปาก เพราะละอองจะถลึงตาเถียงฉอด ๆ จนคอเป็นเอ็น ไม่มีทางที่เขาจะได้พูดเกินสามคำ และทุกครั้งเธอต้องทำลายข้าวของในบ้านจนพังย่อยยับไปข้างหนึ่ง แต่ครั้งนี้ละอองกลับรับฟังอย่างสงบ ไม่มีตอนไหนที่เธอขึ้นเสียงกับเขาเลยคนนี้ใช่ละอองจริง ๆ หรือแก่นคูณเดินไปไกลแล้ว แต่ก็ยังหยุดคิดเรื่องพฤติกรรมอันสงบเสงี่ยมของภรรยาไม่ได้ หลังจากสามีขึ้นเขาไปแล้ว ละอองมองสำรวจไปทั่วห้อง ข้าวของวางระเกะระกะตามประสาคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ต้องทำงานทุกอย่างเพื่อครอบครัว คงไม่มีเวลาเก็บกวาดห้องเท่าไรนัก ละอองส่ายศีรษะน้อย ๆ เอาเถอะ! ขอนอนพักเอาแรงสักงีบก่อน แล้วค่อยตื่นขึ้นมาทำงาน เพราะตอนนี้รู้สึกปวดหัวเหลือเกิน ใครจะคาดคิดว่าจะได้เกิดใหม่เร็วปานนี้ มิหนำซ้ำยังต้องมารับกรรมที่ตนไม่ได้ก่อ แต่คิดในแง่ดีเข้าไว้ อย่างไรร่างนี้ก็ไม่เจ็บป่วยเหมือนในชาติก่อน เธอยังกินข้าวอร
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 7 บ้านมิติ
ละอองเดินไปยังลำธารที่มีน้ำใสไหลลงมาจากภูเขา ชาวบ้านเรียกภูเขาลูกนี้ว่าภูโน ซึ่งเป็นภูเขาที่สามีของเธอเข้าไปหาของป่าตอนนี้เธอใช้ถังตักน้ำเพื่อไปนั่งซักผ้าในร่ม ซักเสร็จล้างให้สะอาดแล้วจึงถือตะกร้าผ้ากลับไปตากที่บ้าน หลังจากตากผ้าเสร็จจึงไปตักน้ำในลำธารมาใส่โอ่งไว้สำหรับอาบและล้างสิ่งของ ไม่ลืมที่จะนำมีดมาด้วย ละอองเห็นบอนขึ้นอยู่ข้างริมธารเธอรู้ว่ามันเป็นบอนหวานจึงตัดกลับไปด้วย เสร็จจากตักน้ำใช้ก็ไปตักน้ำดื่มข้าง ๆ บ้านยายเมี้ยน ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดกันไป และบ่อน้ำดื่มแห่งนี้คนในหมู่บ้านก็ใช้ร่วมกัน ทั้งหมู่บ้านจะมีบ่อน้ำดื่มอยู่สามบ่อ และบ่อนี้ก็อยู่ใกล้บ้านเธอตักน้ำดื่มเสร็จละอองจึงแหงนหน้ามองท้องฟ้า ดวงตะวันคล้อยต่ำลงมากแล้ว น่าจะใกล้ห้าโมงเย็นแล้วกระมัง ตอนทำความสะอาดครัวเธอเห็นฟืนอยู่บนบ้านไม่กี่ดุ้นเท่านั้น พอมองเข้าไปใต้ถุนบ้านก็ไม่มีฟืนเหลืออยู่แล้ว ละอองจึงตัดสินใจผ่าฟืนก่อนจะไปนึ่งข้าวมือเรียวยาวลากฟืนท่อนยาวท่อนหนึ่งที่สามีแบกลงมาจากภูเขา จากนั้นจึงใช้มีดอีโต้หั่นครึ่งให้สั้นลงอีก ก่อนจะนั่งลงบั่นฟืนท่อนใหญ่ให้ได้อีกท่อนละสามดุ้น ขณะที่บั่นฟืนอยู่นั้นล
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 8 ทำอาหาร
“อาบน้ำก่อนดีไหม” เนื้อตัวลูกชายค่อนข้างมอมแมมกว่าทุกวัน เสื้อและกางเกงยังเปื้อนดินโคลนดูท่าถนนหนทางน่าจะลื่นจริง ๆ น้อยจึงรู้สึกเป็นห่วง เกรงว่าเขาจะเหนียวเหนอะหนะตามตัวแล้วกินข้าวไม่อร่อย“ไม่เป็นไรครับแม่” เขาเองก็ไม่อยากให้ลูกกับแม่รอกินข้าวนาน จึงพูดออกไปเช่นนั้น“งั้นล้างมือล้างเท้าก่อน”“ครับ”ละอองลุกไปยกถาดอาหารมาอย่างรู้หน้าที่ ภาคภูมิกับพอใจเดินไปช่วยแม่หิ้วกระติบข้าวเหนียว ทุกคนนั่งล้อมวงกันบนเสื่อกก และเริ่มลงมือกินอาหาร“แม่ตำน้ำพริกปลาอะไรเหรอครับ อร่อยดี” แก่นคูณถามแม่ วันนี้ฝีมือการทำอาหารของแม่อร่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“แม่ไม่ได้ทำ”“เหรอครับ” แก่นคูณอึ้งไปครู่หนึ่ง งั้นก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากละออง ปกติเธอไม่กินปลาเขาจึงไม่รู้ว่าเธอจะทำน้ำพริกอร่อย“วันนี้แม่ไม่ได้เข้าครัว” เป็นครั้งแรกที่ลูกสะใภ้ทำเองหมดทุกอย่างเหมือนกันคราแรกน้อยคิดว่าลูกชายแสร้งพูดเธอจึงลองกินดู แต่มันกลับอร่อยอย่างที่เขาว่าจริง ๆ เธอจึงนั่งกินข้าวอย่างเดียวโดยไม่พูดอะไร จากไปเป็นปี เพิ่งรู้ว่าลูกสะใภ้ไปฝึกทำอาหารมาด้วย ก็ดียังรู้จักปรับตัวละอองก็กินทุกอย่างที่ตนเองทำเช่นกัน รวมถึงป้อนข้าวลูกกั
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 9 ได้รับบาดเจ็บ
ร่างสูงใหญ่เปลือยท่อนบน ท่อนล่างสวมกางเกงขายาว ก้าวเท้าเดินไปที่หน้ากระจกแล้วหันหลังตนเองเข้าหากระจกเพื่อมองบางอย่างบนแผ่นหลัง เขาลูบคลำมันเล็กน้อยแต่ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ จากนั้นหยิบหวีขึ้นมาหวีผม ละอองจึงมองเห็นแผ่นหลังแน่นเครียดที่มีรอยแผลสดลากผ่านแผ่นหลังฝั่งขวา เธอถามขึ้นทันที “หลังไปโดนอะไรมา” แผลนั้นค่อนข้างน่ากลัวอยู่สักหน่อย แค่มองยังรู้สึกหวาดเสียว “ลื่นตกเขา” เขาบอกอย่างไม่ปิดบัง เพราะวันนี้หนทางบนภูเขาลื่นมาก ขณะที่เขากำลังแบกฟืนลงมาจากภูเขา แก่นคูณจึงลื่นตกเขาชายเสื้อเลิกขึ้น แผ่นหลังโดนรากไม้แข็งครูดเข้า จึงทำให้เป็นแผลค่อนข้างลึกและยาว “มียาทาไหม เดี๋ยวฉันทาให้” “ไม่เป็นไร อีกสองสามวันก็หาย” “เดี๋ยวมันจะอักเสบ ให้ฉันไปเอายากับหมอเผื่อนมาให้ไหม หรือพี่จะกินยาแก้ปวดของฉันก็ได้” ยาแก้ปวดของเธอยังเหลืออีกหลายเม็ด มันคงพอทุเลาลงได้ “ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง พูดมากอยู่ได้ น่ารำคาญ” เขาพูดเสียงเข้ม “ปกติก็ไม่เคยห่วงอยู่แล้ว จะมาแสร้งทำอะไรตอนนี้ มันไม่มีประโยชน์หรอก แผลแค่นี้ไม่ถึงตายหรอกน่า” พูดแล้วก็ดับต
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 10 หย่า
เช้าวันรุ่งขึ้นแก่นคูณยังคงลุกขึ้นมาแต่งตัวเตรียมเข้าตลาดตามปกติ ละอองเห็นแล้วจึงพูดกับเขา “เอาไว้แผลพี่หายดีแล้วค่อยไปก็ได้ วันนี้ฉันจะเข้าตลาดไปซื้อของก่อน” ของใช้ในบ้านเริ่มหมดแล้ว วันนี้เธอต้องซื้อของหลายอย่าง อีกทั้งยังต้องไปดูทำเลเพื่อทำร้านขายขนมจีบกับซาลาเปาด้วย “ไม่เป็นไร รีบทำจะได้รีบเสร็จไม่ต้องมาคาราคาซัง ฉันไม่ชอบทำอะไรให้ค้างคา” ปล่อยไว้นาน ๆ ไป ๆ มา ๆ ก็ไม่ได้หย่ากันอีก พอละอองอยากหนีไปอีกก็จากไปแบบดื้อ ๆ เขาไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก ละอองผ่อนลมหายออกมาเบา ๆ ไม่รู้จะรีบอะไรนักหนา ตัวเองก็บาดเจ็บอยู่แท้ ๆ คงอยากหย่ามากเลยสินะ “ได้ รอฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนึง” “แม่กับพ่อจะไปไหนเหรอคะ” พอใจแหงนหน้ามองพ่อตาแป๋ว สามีภรรยาลอบสบตากันแวบหนึ่ง ละอองจึงบอกลูก “แม่กับพ่อจะเข้าตลาดไปซื้อขนมมาให้ลูกจ้ะ” เรื่องหย่าคงให้ลูกทั้งสองรู้ไม่ได้ แต่ในวันที่เธอจากไป พ่อกับย่าคงอธิบายให้เด็กทั้งสองฟังเอง พูดแค่นั้นเธอก็ปลีกตัวไปเปลี่ยนชุด “เย้ พี่ภูมิพวกเราจะได้กินขนมแล้ว” พอใจกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เพราะนานมากแล้วที
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status