Share

บทที่ 6

Penulis: เฟิงลู่
ฉันจะเปลี่ยน!

วาสนาร้ายระหว่างฉันกับเว่ยชิงเฟิงถูกลิขิตไว้ตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่

น้าเว่ยกับแม่ฉันเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ด้วยความบังเอิญทั้งสองครอบครัวอาศัยอยู่ในยูนิตเดียวกัน ชั้นเดียวกัน และห้องอยู่ตรงข้ามกัน ทั้งสองบ้านจึงคบหากันสนิทสนมราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน

ตอนแม่เพิ่งตั้งท้องฉัน เว่ยชิงเฟิงก็ยังเป็นเพียงเจ้าหนูตัวกระจ้อยที่ใส่ผ้าอ้อม กำลังหัดเดินเตาะแตะไปทั่ว

คุณน้ามองลูกชายที่กำลังไล่จับแสงเงาอยู่ใต้ร่มไม้ แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมา “เวิ่นเหอ ถ้าท้องนี้ของเธอได้ลูกสาว เรามาเป็นดองกันเถอะ ของดีอย่าให้ตกไปถึงมือคนนอกเลย”

แม่ฉันพูดอย่างมีหลักการว่า “เรื่องนี้ฉันตัดสินใจแทนไม่ได้หรอก ไว้แกคลอดออกมาแล้ว ให้แกตัดสินใจเองเถอะ”

“ลูกเอ๋ย มานี่สิ ให้น้องในท้องคุณน้ามาเป็นเจ้าสาวตัวน้อยของลูก ดีไหม?”

เว่ยชิงเฟิงนอนคว่ำอยู่บนตักแม่ งับนิ้วโป้งอย่างเพลิดเพลินพลางหัวเราะคิกคัก พลางพึมพำไม่ชัดว่า เจ้าสาว เจ้าสาว!

ภาพนั้นทำเอาแม่กับคุณน้าหัวเราะฮ่าๆ อย่างมีความสุข คุณแม่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองท่านจึงตบฝ่ามือให้คำมั่นกันทันที และจัดการเรื่องคู่ครองของฉันเสร็จสรรพตั้งแต่ตอนที่ฉันยังมีขนาดเท่ากระดุมเม็ดเล็กๆ

กว่าฉันจะเข้าใจว่าคำว่าเจ้าสาวหมายถึงอะไร ต่อให้อยากคัดค้านอะไรก็สายเกินไปแล้ว

อีกอย่าง ฉันไม่เคยคิดจะคัดค้านอะไรอยู่แล้ว

ตั้งแต่เล็กจนโต ฉันยึดมาตรฐานของการเป็นภรรยาที่ดีมาคอยกำกับตัวเอง และให้เว่ยชิงเฟิงมาก่อนในทุกเรื่อง

แม้แต่ตอนกินขนมเซมเบ้ ฉันก็จะกินเพียงแผ่นเดียว อีกแผ่นเก็บใส่กระเป๋าไว้ให้เขา มองดูเขารับขนมเซมเบ้ไปอย่างไม่เต็มใจแล้วเอาเข้าปาก ฉันก็ดีใจจนแทบแย่

พอโตขึ้นอีกหน่อย ตอนเขาไปชกต่อยกับคนอื่นที่หลังโรงเรียน ฉันก็อุ้มกระเป๋านักเรียนของพวกเรายืนอยู่ข้างๆ ดูการต่อสู้นั้น คอยให้กำลังใจและส่งเสียงเชียร์เขา

ตอนเขาเหงื่อไหลราวสายฝนอยู่ในสนาม ฉันก็นั่งเซ่อๆ อยู่ข้างแปลงดอกไม้ คอยเฝ้ากระเป๋านักเรียนให้เขา เอาน้ำกับผ้าเช็ดตัวไปให้ ตะโกนเชียร์เป็นระยะ แล้วสิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือการกลอกตาอย่างไม่ชอบใจจากเขา

ฉันมองเขาเป็นดั่งเทพเจ้า คอยใส่ใจ คอยอยู่เคียงข้าง และชอบเขาอย่างลึกซึ้ง

ฉันคิดว่าตัวเองดีกับเขาถึงขนาดนี้ ในใจและสายตาของฉันล้วนมีแต่เขา งั้นเขาก็คงต้องเป็นเหมือนฉันเช่นกัน

จนกระทั่งงานรวมตัววันไหว้พระจันทร์ ตอนที่เขาระเบิดอารมณ์ต่อหน้าทุกคน ฉันถึงได้เข้าใจขึ้นมา ในใจของเขา ฉันเป็นเพียงน้องสาวข้างบ้านที่ติดเขาจนทำให้เขาจนปัญญาเท่านั้น เขาเบื่อหน่ายฉันมานานจนถึงที่สุดแล้ว

มิน่าเล่า เวลาเขาเจอฉัน เขาถึงมักขมวดคิ้วอยู่เสมอ แทบไม่ค่อยยิ้ม และแม้แต่สายตาก็ยังเย็นชา

“เสี่ยวเยว่ เรื่องวันนี้...” แม่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาที่บ้าน กอดฉันไว้พร้อมกับน้ำตาไหลไม่หยุด ท่านอยากพูดอะไรบางอย่างเพื่อปลอบใจฉัน แต่กลับหาคำพูดที่เหมาะสมไม่ได้

แม่เองก็คงคาดไม่ถึงเช่นกันว่า ลูกสาวที่เธอทะนุถนอมมาตั้งแต่เด็ก เติบโตมาด้วยความรักราวกับประคองไว้บนฝ่ามือ จะถูกคนอื่นใส่ร้ายและปฏิเสธถึงเพียงนั้นต่อหน้าผู้คน ในฐานะแม่ที่รักและเอ็นดูลูกสาว ฉันคิดว่าความเสียใจของแม่คงไม่ได้น้อยไปกว่าฉันอย่างแน่นอน

แม่กับคุณน้าเป็นเพื่อนสนิทกันมาก ด้วยเหตุบังเอิญจึงซื้อบ้านที่อยู่ตรงข้ามกัน พอมาอยู่ก็อยู่กันมานานเกือบยี่สิบปีแล้ว

พูดได้เลยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างน้ากับแม่ไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่น้องแท้ๆ

หลังเกิดเรื่องนี้ ไม่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเว่ยชิงเฟิง แม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับคุณน้าก็จะได้รับผลกระทบอย่างมาก

แม่ให้ความสำคัญกับมิตรภาพระหว่างแม่กับคุณน้ามากถึงขนาดนั้น ฉันไม่อยากให้แม่ต้องลำบากใจและเสียใจ

แม้ฉันจะยังเด็ก แต่ก็เข้าใจว่า เรื่องของความรู้สึกนั้นไม่อาจฝืนกันได้

นิสัยของฉันเหมือนแม่ เป็นคนตรงๆ สบายๆ ไม่ค่อยคิดซับซ้อนหรือมีเล่ห์เหลี่ยม แต่เป็นคนที่มีศักดิ์ศรีในตัวเองสูงมาก เมื่อไหร่ที่ตัดสินใจเรื่องอะไรแล้ว ฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ ถ้าชอบก็จะชอบอย่างเปิดเผย ทุ่มเทโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด หากไม่ชอบก็จะถอยออกมาอย่างตรงไปตรงมา ไม่ยื้อไม่พัวพันเด็ดขาด

เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ฉันบอกตัวเองว่า ฉันจะต้องกำจัดเว่ยชิงเฟิงออกไปจากหัวใจให้ได้

เพียงแต่ว่า กระบวนการนี้เจ็บอยู่บ้างและใช้เวลาค่อนข้างนานเท่านั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 30

    ฉันรอจนเสียงฝีเท้าของแม่ลับหายไปจากทางเดิน ก็พรวดลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งไปวิ่งมาในบ้านอย่างตื่นเต้นอยู่หลายรอบนอนมาสิบกว่าวันแล้ว ถ้ายังไม่ขยับตัวเสียบ้าง รู้สึกว่าแข้งขาคงจะเสื่อมหมดแล้วขณะที่ฉันกำลังสนุกอยู่พอดี เว่ยชิงเฟิงก็โทรเข้ามาฉันสงบลง ขมวดคิ้วพลางคิดว่าจะรับสายดีไหมหลังจากที่เว่ยชิงเฟิงไม่แยแสว่าฉันจะเป็นหรือตาย ความผิดหวังที่ฉันมีต่อเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นพอนึกย้อนถึงวันที่ฉันบาดเจ็บ ทั้งความเย็นชาที่เขามีต่อฉันและความอ่อนโยนเอาใจใส่ที่เขามีต่อฮวาหรุ่ย ที่จริงฉันก็เสียใจมากฉันไม่ได้ต้องการอะไรมาก ในเมื่อนายบอกว่าเห็นฉันเป็นน้องสาว ก็แค่ใส่ใจฉันบ้างเหมือนที่พี่ชายควรใส่ใจน้องสาวก็พอ ไม่ใช่วางตัวเหมือนตัวเองไม่เกี่ยวข้องตลอดเรื่อง ฉันต้องการแค่นั้นเองพอลองคิดให้ดีอีกที ฮวาหรุ่ยเป็นแฟนของเขา ส่วนฉันก็เป็นแค่น้องสาวข้างบ้าน เขาจะดีกับแฟนตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แล้วความเสียใจของฉันเอง จะมองว่าเป็นความหึงหวงอีกรูปแบบหนึ่งก็คงไม่ผิดนัก!ช่วงหลายวันที่ฉันพักฟื้นอยู่บ้าน เขาแวะเอาของกินมาส่งให้หลายครั้ง ล้วนเป็นของที่คุณน้าทำมาให้ฉันบำรุงร่างกาย แม่รับไว้ทุกครั้ง

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 29

    ทั้งที่เว่ยชิงเฟิงรู้ว่าฉันบาดเจ็บ แต่กลับไม่เคยมาเยี่ยมเลย จะบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงเป็นไปไม่ได้ฉันหวังเหลือเกินว่าสักครั้งเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา จะได้เห็นเขานั่งเงียบๆ อยู่ข้างเตียง คอยปอกแอปเปิลให้ฉัน ตอนนั้นคงมีแสงแดดงดงามส่องลงบนตัวเขา ราวกับเป็นเทพเจ้าของฉันตอนเที่ยงของวันที่สามที่นอนโรงพยาบาล ฉันเพิ่งตื่นจากงีบกลางวัน ก็ได้ยินเสียงโต้เถียงที่ถูกกดให้เบาดังมาจากหน้าประตูเสียงนั้นคุ้นหูมาก เป็นเสียงของเว่ยชิงเฟิงกับฮวาหรุ่ย เพียงแต่มีประตูกั้นอยู่ชั้นหนึ่ง จึงได้ยินไม่ค่อยชัดนักดูเหมือนเว่ยชิงเฟิงจะมาเยี่ยมฉัน แต่ฮวาหรุ่ยไม่ยอม ทั้งสองจึงมีปากเสียงกันอยู่หน้าประตูอย่างไม่ค่อยพอใจกันนักพรุ่งนี้ฉันก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เขาจะมาเยี่ยมฉันหรือเปล่า ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป หากเพราะการที่เขามาเยี่ยมฉัน ทำให้ฮวาหรุ่ยเกิดความคิดอะไรขึ้นมา ก็มีโอกาสมากที่จะนำปัญหาที่ไม่จำเป็นมาให้ฉัน สู้ไม่มาเสียยังดีกว่าในแง่ความรู้สึก ฉันหวังว่าเขาจะมาได้ แต่ฉันก็ยังมีสติยั้งคิดอยู่ฟังไปฟังมา ฉันก็หลับไปอีกครั้ง จนกระทั่งแม่ผลักประตูเข้ามา ฉันถึงค่อยตื่นขึ้นบาดเจ็บครั้งนี้ทำเอาฉันตกใจกลัวมากจริงๆ ห

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 28

    ดวงฉันนี่นะ แค่ปีนเขายังเจอเรื่องถึงเป็นถึงตายได้ ไม่มีใครเกินฉันแล้วจริงๆจางชิงชิงกับพวกเพื่อนยังคงตะโกนอะไรบางอย่างลงมาจากข้างบนอย่างร้อนรนไม่หยุด แต่ในหูฉันมีแต่เสียงอื้ออึงจนฟังอะไรไม่รู้เรื่อง สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับเถาวัลย์เส้นนี้ ได้แต่ภาวนาให้มันแข็งแรงเข้าไว้ อย่าได้ขาดแล้วร่วงลงสู่เหวลึกไปพร้อมกับฉันเชียวฉันกลัวเหลือเกิน ถ้าต้องตายไปทั้งอย่างนี้จริงๆ ฉันกลัวว่าพ่อแม่จะรับไม่ไหวจนเสียสติ ฉันกลัวว่าตัวเองจะต้องถูกฝังอยู่ในความมืดตลอดไป และไม่มีวันได้เห็นแสงสว่างอีกที่นี่เป็นเขตท่องเที่ยว บนเขามีหน่วยกู้ภัยอยู่แล้ว ไม่นานพวกเขาก็มาถึงพอชายหนุ่มสองคนช่วยฉันขึ้นมาจากกลางเขาได้ เว่ยชิงเฟิงถึงค่อยจูงมือฮวาหรุ่ยวิ่งมาหาฉันด้วยกัน “หลานเยว่ ทำไมเธอถึงไม่ระวังตัวเอาเสียเลย เป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บหรือเปล่า?”นี่ถามอะไรไม่เข้าท่าเลย? ตกหน้าผาขนาดนี้จะไม่เจ็บได้ยังไง?เพื่อให้ปีนเขาได้สะดวก ฉันจึงสวมเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเข่าแขนและขาทั้งสองข้างที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาล้วนมีบาดแผลมากน้อยต่างกันไป ทั่วตัวเปื้อนไปด้วยเลือด แม้แต่ฉันเองเห็นแล้วยังรู้สึกว่าน่ากลัว

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 27

    หลิวจื่อเดินตามอยู่ข้างฉัน คอยบ่นพึมพำไม่หยุดว่าเว่ยชิงเฟิงทั้งใจร้ายทั้งตาถั่ว สักวันต้องเสียใจแน่ แล้วก็บอกว่าดูยังไงฮวาหรุ่ยก็ไม่ใช่คนธรรมดา เรื่องเมื่อครู่เห็นชัดๆ ว่าจงใจทำให้ฉันเห็น เธอยังบอกอีกว่าฮวาหรุ่ยดูเป็นพวกทำตัวใสซื่อแต่จริงๆ มีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนคนซื่อๆ ทึ่มๆ อย่างฉันจะไปสู้เธอได้ยังไงหลิวจื่อมีสีหน้าเดือดดาลแทนฉันเต็มที่ ฉันไม่ได้ขัดเธอ ปล่อยให้พูดจนหมดเสียก่อน แล้วค่อยบอกว่าเรื่องระหว่างฉันกับเว่ยชิงเฟิงจบไปนานแล้ว ไม่ต้องพูดถึงอีกเธอกัดฟันบ่นว่าฉันไม่เอาไหนเสียยกใหญ่ ท่าทางแบบนั้นกลับเหมือนแม่แก่ๆ ที่ต้องกลุ้มอกกลุ้มใจแทบตายกับเรื่องแต่งงานของฉันฉันเข้าใจดีว่าเธออยากปกป้องฉัน แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้า ฉันเองก็ถอยห่างจากเว่ยชิงเฟิงแล้ว พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์อีกอย่าง การที่ฉันชอบเขาก็เป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับเขาส่วนที่เขาชอบฮวาหรุ่ยก็เป็นเรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับฉันต่างคนต่างจัดการเรื่องของตัวเองก็แล้วกันหลิวจื่อทั้งขัดใจทั้งผิดหวังในตัวฉัน เธอบอกว่าผู้ชายสมัยนี้ชอบผู้หญิงที่ทำตัวบริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่จริงๆ แล้วมีเล่ห์เหลี่ยม ส่วนคนใจดีระดับแม่พระอย่างฉ

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 26

    ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นความจริง แต่ฉันกลับพูดอะไรไม่ได้ ได้แต่ยิ้มขื่นๆ“เว่ยชิงเฟิง นี่แฟนนายนี่นา แนะนำให้พวกเรารู้จักหน่อยสิ”ฮวาหรุ่ยซบอยู่ในอ้อมแขนของเว่ยชิงเฟิง ยิ้มอย่างเขินอาย เห็นได้ชัดว่าเธอคือคนที่ได้รับการเอาอกเอาใจ“โอ้ มีแฟนเพิ่มตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? คงไม่เกี่ยวอะไรกับเลขสามหรอกนะ” จางชิงชิงเป็นคนตรง คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น เธอไม่สนใจสัญญาณที่ฉันส่งให้แม้แต่น้อย แถมยังตะโกนออกมาเสียงดังลั่นเพื่อนสาวพวกนี้รู้ดีทุกอย่างว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับเว่ยชิงเฟิง เรื่องที่ตอนนั้นฉันถูกเขาด่ายกใหญ่ต่อหน้าคนอื่น พวกเธอก็รู้กันทุกคน แถมยังพากันด่าเว่ยชิงเฟิงกลับอยู่หลายวันเพราะเรื่องนี้ยัยจางชิงชิงนี่เข้าข้างพวกเดียวกันสุดๆ คงกำลังคิดหาทางเรียกร้องความเป็นธรรมให้ฉันอยู่แน่ฉันยกมือกุมหน้าผากอย่างจนใจ ยัยนี่จริงๆ เลย เรื่องไหนไม่ควรพูดก็ยังจะหยิบขึ้นมาพูดอีก รู้จักคิดบ้างได้ไหม ช่วยไว้หน้าเพื่อนรักของเธอสักหน่อยเถอะ!“เธอยังไม่ได้แต่งงาน ฉันก็ยังไม่ได้แต่งงาน จะคบกันเป็นแฟนมันไม่ใช่เรื่องปกติหรือไง?” เว่ยชิงเฟิงแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ“พวกนายสองคนไม่ใช่ว่า...อื้อ...”หลิวจื่อที่อยู่

  • คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!   บทที่ 25

    ฉันยิ้มพลางซบไหล่คุณน้า ออดอ้อนเธอเหมือนเมื่อก่อน “คุณน้า ต่อไปอย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะ ถ้าแฟนฉันรู้เข้า เขาจะไม่สบายใจเอา”คืนนั้นฉันนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานานก็ยังข่มตาหลับไม่ลง ความเจ็บปวดตรงกลางอกแผ่ลามไม่หยุด ฉันได้แต่กัดฟันทนเอาไว้พอใกล้เที่ยงคืน เขาก็ส่งข้อความไลน์มาหาฉันว่า “มีแฟนแล้วจริงๆ เหรอ? เขาเป็นใคร?”ฉันจ้องหน้าจอโทรศัพท์ตาไม่กะพริบอยู่นาน จนตาล้าไปหมดไม่ว่าเขาจะเป็นใคร ยังไงก็ไม่ใช่นาย แล้วนายจะถามให้มากความไปทำไม?ฉันปรับโทรศัพท์เป็นโหมดเงียบแล้วโยนไปไว้ปลายเตียง ไม่ได้ตอบข้อความกลับฉันจะมีแฟนรึเปล่า เขาเป็นใคร ล้วนเป็นเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับเว่ยชิงเฟิง ฉันไม่มีความจำเป็นต้องบอกให้เขารู้เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันออกจากบ้านทั้งที่ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า นัดเพื่อนสมัยมัธยมปลายไว้หลายคนเพื่อไปปีนเขาด้วยกันหลังจากเรื่องเมื่อวาน ฉันไม่อยากเจอเว่ยชิงเฟิงเอามากๆ แต่ทั้งสองครอบครัวอยู่ใกล้กันเกินไป จนแม้แต่การบังเอิญเจอกันก็กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วถ้าไม่อยากเจอเขา ก็มีแต่ต้องหลบออกไปข้างนอก นี่แหละคือเหตุผลแรกเริ่มที่ฉันไปปีนเขาฉันเป็นคนถนัดกีฬาอยู่แล้ว เมื่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status