Lahat ng Kabanata ng คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!: Kabanata 1 - Kabanata 10

30 Kabanata

บทที่ 1

ช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีสุดท้ายของมัธยมปลาย อากาศเริ่มเย็นลงบ้างแล้วพอดีกับที่ลุงใหญ่และอารองของเว่ยชิงเฟิงมาเยี่ยมญาติ พอรวมครอบครัวฉันเข้าไปด้วยก็มีคนยี่สิบกว่าคนมารวมตัวกินข้าวฉลองการพร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้านเขาพอเหล้าเข้าท้องไปไม่กี่แก้ว บรรยากาศก็ยิ่งครึกครื้นขึ้นวันนั้นคนเยอะ พวกผู้ชายจึงนั่งรวมโต๊ะดวลเหล้ากัน ส่วนพวกผู้หญิงก็นั่งจับกลุ่มคุยกัน ทุกคนต่างสนุกสนานคุยกันไปคุยกันมาไม่รู้ว่ายังไง หัวข้อก็วกมาถึงฉันกับเว่ยชิงเฟิงจนได้ แต่ละคนช่วยกันออกความเห็น คุยกันเสียออกรสออกชาติเรื่องแบบนี้แทบเกิดขึ้นทุกครั้งที่กินข้าวรวมกัน ตอนแรกที่พวกเขาพูดเรื่องนี้ฉันก็เขินอยู่บ้าง แต่พอโดนพูดซ้ำเข้าทุกครั้ง สุดท้ายก็ชินเสียจนไม่สะเทือนแล้วอยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ยังไงฉันก็ห้ามใครไม่ได้อยู่ดีน้าเว่ยแกะเปลือกกุ้งไปพลางพูดไปว่า “เผลอแป๊บเดียวเด็กๆ ก็โตกันขนาดนี้แล้ว ปีหน้าพอสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จก็ต้องจากพวกเราไป คิดดูแล้ววันเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ”“นั่นน่ะสิ ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยใกล้ๆ ได้ก็ยังพอว่า แต่ถ้าไปเรียนไกลเกินไป เสี่ยวเยว่ก็ไม่มีใครคอยดูแล ยิ่งเป็นคนไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง
Magbasa pa

บทที่ 2

แม่เป็นคนจากทางใต้ แต่กลับมีมาดแบบหญิงแกร่งชาวเหนือ ทำอะไรก็ฉับไว เป็นคนใจกว้างคุณลุงที่โต๊ะนั้นมีใบหน้าแดงก่ำ หัวเราะร่าแล้วรับคำว่า “ก็ใช่น่ะสิ พวกเรานี่นะ เด็กๆ โตไล่หลังมาเสียจนแก่กันหมดแล้ว เอ่อ เวิ่นเหอใช่ไหม เด็กสองคนนี้จะแต่งกันเมื่อไหร่ก็อย่าลืมชวนพวกเราไปด้วยนะ จะได้ครึกครื้นกันให้เต็มที่”“แน่นอนค่ะ ต่อให้ลืมใครก็ลืมคุณไม่ได้หรอก คุณเป็นลุงใหญ่แท้ๆ ของชิงเฟิง ยังไงก็ต้องนั่งที่นั่งสำคัญในงานเลี้ยงอยู่แล้วค่ะ”หัวข้อสนทนาเปลี่ยนจากเรื่องจะสมัครมหาวิทยาลัยไหน ไปเป็นการแบ่งหน้าที่และช่วยกันจัดงานแต่งอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าพรุ่งนี้ก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว คนที่นั่งอยู่ต่างกระตือรือร้นเข้าร่วมกันเต็มที่ แม้แต่เด็กตัวเล็กที่สูงไม่ถึงเข่ายังร้องจะเป็นเด็กโปรยดอกไม้กันให้ได้ แต่ละคนกระตือรือร้นกันเสียเหลือเกินบทสนทนาแบบคิดกันไปไกลอย่างนี้ของพวกเธอ ฉันเคยเจอมาแล้วหลายครั้ง จะเถียงก็เถียงไม่ไหว จะห้ามก็ห้ามไม่ได้ สู้ทำเป็นไม่ได้ยินเสียเลยยังจะง่ายกว่า เพราะฉะนั้น ถึงทุกคนจะคุยกันอย่างออกรส ฉันก็เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาจัดการกุ้งตัวโตที่กองพูนจนเป็นยอดอยู่ในชามสำหรับฉัน ชอบเว่ยชิงเฟิงก
Magbasa pa

บทที่ 3

“ใครให้สิทธิ์พวกคุณมากำหนดชีวิตผม? เธอก็คือเธอ ผมก็คือผม ต่างคนต่างไปตามทางของตัวเอง ทำไมต้องเอาเราสองคนมาพูดรวมกันอยู่เรื่อย? ผมไม่มีทางสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเธอ พวกคุณเลิกคิดเรื่องนี้เสียเถอะ” เว่ยชิงเฟิงกวาดตามองคนในห้อง สายตาเย็นเยียบและดุดัน ความรังเกียจในแววตาของเขาทำให้ฉันอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีห้องที่เมื่อครู่ยังครึกครื้นพลันเงียบลงในทันทีเด็กชายตัวน้อยที่อยากเป็นเด็กโปรยดอกไม้กอดคอแม่ไว้แล้วร้องไห้โฮขึ้นมา “แม่ฮะ อาเล็กโกรธแล้ว”แม่ของเด็กอุ้มเขาแล้วหันหลังเดินออกจากห้องอาหาร ไปที่ระเบียงก่อนจะกอดเขาไว้และค่อยๆ ปลอบเมื่อกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน ฉันก็อับอายจนถึงขีดสุด เจ็บที่อกราวกับถูกดึงรั้งจนแน่น แทบอยากหมดสติไปเสียตรงนั้น ยังจะดีเสียกว่าต้องฝืนทนรับสายตามากมายที่มองมาด้วยความสงสารบ้าง ปวดใจบ้าง และไม่เข้าใจบ้างสิบแปดปีเชียวนะ เราอยู่เคียงกันทุกเช้าค่ำ ฉันมองเขาเป็นดั่งฟ้า มอบความชอบทั้งหมดที่มีให้เขา แต่สุดท้ายกลับได้จากเขาเพียงคำว่าหน้าด้านตามตื๊อไม่เลิกต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ เขากลับเอาหน้าตาและศักดิ์ศรีของฉันเหยียบย่ำอยู่กับพื้นเว่ยชิงเฟิง นายมันใจดำจริง
Magbasa pa

บทที่ 4

ผู้เป็นแม่อยู่ๆ ก็หันไปมองหน้าพ่อ พ่อจึงรู้ใจทันที ควักโทรศัพท์ออกมาเตรียมจะกดโทรหาเบอร์ฉุกเฉินเว่ยชิงเฟิงเห็นท่าทีของพ่อฉันก็ออกแรงผลักคุณน้าที่กำลังดูอาการบาดเจ็บให้เขาออกทันที ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นแล้วเอื้อมไปแย่งโทรศัพท์จากมือพ่อฉันคุณน้าถูกเขาสะบัดจนเซถอยไปหลายก้าว ก่อนจะเสียหลักล้มลงนั่งกับพื้น ขยับตัวอยู่สองสามครั้งก็ยังลุกไม่ขึ้น กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกอย่างรุนแรงส่วนเขาเอง เพราะเคลื่อนไหวแรงเกินไปจนควบคุมร่างกายไม่อยู่ชั่วขณะ ทั้งตัวจึงโถมลงทับขอบโต๊ะอาหาร เสียงโครมครามดังขึ้น โต๊ะอาหารล้มลง จานชามทั้งหมดร่วงกระแทกพื้นแตกกระจาย อาหารที่คุณน้ากับแม่อุตส่าห์ทำมาตลอดทั้งบ่ายก็เสียหายหมด น้ำแกงและน้ำจากอาหารไหลนองไปทั่วพื้นห้องอาหารกลายเป็นสภาพเละเทะไม่ต่างจากหัวใจของฉันคุณอาเว่ยนิ่งอึ้งไป ทุกคนต่างก็นิ่งอึ้งไปเช่นกันไม่มีใครคิดเลยว่ามื้อพร้อมหน้าที่กินกันอย่างชื่นมื่นจะกลับลงเอยเป็นแบบนี้!เว่ยชิงเฟิงลุกขึ้นจากพื้นทั้งตัวเปื้อนคราบมัน มือขวากำไว้หลวมๆ เลือดสีแดงสดหยดลงมาไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าถูกของมีคมบาดเขาจ้องฉันอย่างดุดัน ราวกับว่าฉันทำเรื่องเลวร้ายที่ให้อภัยไม่ได
Magbasa pa

บทที่ 5

“เว่ยชิงเฟิง ขอโทษนะ ฉันไม่คิดว่าสิ่งที่ฉันทำจะสร้างความเดือดร้อนให้นายมากขนาดนี้ ต่อไปฉันจะไม่ทำอีกแล้ว คำพูดของนายฉันจะจำไว้ให้ขึ้นใจ ต่อไปจะไม่ตามตื๊อนายอีกแล้ว สำหรับเรื่องที่ผ่านมา ฉันขอโทษนายต่อหน้าพ่อแม่ของฉันและคุณน้าคุณอา หวังว่านายจะยกโทษให้ฉัน”ฉันฝืนทนความอัปยศ โค้งตัวลงต่ำ “ฉันหลานเยว่ขอสาบานไว้ตรงนี้ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปจะไม่ตามพัวพันเว่ยชิงเฟิงอีกเป็นอันขาด”ที่ผ่านมา ฉันเป็นฝ่ายผิดจริงๆสิ่งที่ฉันเคยคิดว่าจะยืนยาวไปชั่วชีวิต ความชอบที่ฉันเคยเชื่อมั่น ที่แท้ก็เป็นเพียงเรื่องของฉันคนเดียว เป็นฉันที่คิดไปเอง เป็นฉันที่หวังอยู่ฝ่ายเดียวฉันกัดริมฝีปากแน่น รสคาวของเลือดแผ่กระจายในปากเว่ยชิงเฟิง ถ้านี่คือสิ่งที่นายต้องการ ฉันก็จะทำให้นายสมปรารถนาแต่น้ำตาเจ้ากรรมก็ยังไหลลงมา หยดกระทบพื้นแล้วซึมแผ่ออกอย่างรวดเร็ว กลายเป็นดอกไม้ไร้สีดอกเล็กๆ ดอกแล้วดอกเล่า“ชิงเฟิงเขาจะทำอะไรกันแน่?” น้ำเสียงของคุณน้าฟังดูทำอะไรไม่ถูก“เสี่ยวเยว่ ลุกขึ้นเถอะ ลูกไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องขอโทษหรอก มา กลับบ้านกับแม่นะ เรากลับบ้านกัน” แม่สะอื้นพลางเข้ามาพยุงฉันขึ้น นิ้วมืออุ่นๆ เช็ดคราบน้ำตาท
Magbasa pa

บทที่ 6

ฉันจะเปลี่ยน!วาสนาร้ายระหว่างฉันกับเว่ยชิงเฟิงถูกลิขิตไว้ตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่น้าเว่ยกับแม่ฉันเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ด้วยความบังเอิญทั้งสองครอบครัวอาศัยอยู่ในยูนิตเดียวกัน ชั้นเดียวกัน และห้องอยู่ตรงข้ามกัน ทั้งสองบ้านจึงคบหากันสนิทสนมราวกับเป็นครอบครัวเดียวกันตอนแม่เพิ่งตั้งท้องฉัน เว่ยชิงเฟิงก็ยังเป็นเพียงเจ้าหนูตัวกระจ้อยที่ใส่ผ้าอ้อม กำลังหัดเดินเตาะแตะไปทั่วคุณน้ามองลูกชายที่กำลังไล่จับแสงเงาอยู่ใต้ร่มไม้ แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมา “เวิ่นเหอ ถ้าท้องนี้ของเธอได้ลูกสาว เรามาเป็นดองกันเถอะ ของดีอย่าให้ตกไปถึงมือคนนอกเลย”แม่ฉันพูดอย่างมีหลักการว่า “เรื่องนี้ฉันตัดสินใจแทนไม่ได้หรอก ไว้แกคลอดออกมาแล้ว ให้แกตัดสินใจเองเถอะ”“ลูกเอ๋ย มานี่สิ ให้น้องในท้องคุณน้ามาเป็นเจ้าสาวตัวน้อยของลูก ดีไหม?”เว่ยชิงเฟิงนอนคว่ำอยู่บนตักแม่ งับนิ้วโป้งอย่างเพลิดเพลินพลางหัวเราะคิกคัก พลางพึมพำไม่ชัดว่า เจ้าสาว เจ้าสาว!ภาพนั้นทำเอาแม่กับคุณน้าหัวเราะฮ่าๆ อย่างมีความสุข คุณแม่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองท่านจึงตบฝ่ามือให้คำมั่นกันทันที และจัดการเรื่องคู่ครองของฉันเสร็จสรรพตั้งแต่ตอนที่ฉันยังมีขนาดเท่
Magbasa pa

บทที่ 7

ฉันพยายามฝืนยิ้มออกมา ซบอยู่ในอ้อมกอดของแม่อย่างออดอ้อน “แม่คะ ไม่มีอะไรหรอก หนูจะไม่เก็บมาใส่ใจ ต่อไปหนูจะไม่ทำเรื่องโง่ๆ อีกแล้ว แม่อย่าร้องไห้เลยนะคะ”แม่จ้องใบหน้าของฉันไม่วางตาด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล พิจารณาว่าท่าทีที่ฉันทำเหมือนไม่ใส่ใจนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงการเสแสร้งกันแน่ฉันไม่กล้าสบตาแม่ ได้แต่แสร้งทำเป็นกระหายน้ำแล้วเดินไปที่ห้องครัวเพื่อรินน้ำดื่มอย่างคำกล่าวที่ว่า ไม่มีใครเข้าใจลูกสาวได้ดีเท่าแม่ ฉันคิดว่าเรื่องในใจของฉันคงปิดบังแม่ไว้ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด หลังจากแม่ถอนหายใจยาวครั้งหนึ่ง แม่ก็เอ่ยขึ้นอย่างฝืนใจ “เสี่ยวเยว่ ตั้งใจเรียนให้ดี ต่อไปหาใครสักคนที่ดีกว่า...เสี่ยวเยว่ของแม่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ จะต้องได้พบผู้ชายที่ดีที่สุดในโลกแน่นอน เขาไม่ชอบลูก นั่นเป็นความสูญเสียของเขา เขาจะต้องเสียใจภายหลัง”ฉันถือแก้วน้ำไว้ในมือแล้วพยักหน้าอย่างแรง มีเพียงฉันที่รู้ว่า ที่จริงน้ำที่ดื่มลงไปล้วนกลายเป็นน้ำตาอุ่นๆ ไหลรินอยู่ในใจอย่างต่อเนื่องความผูกพันที่สั่งสมมาตลอดสิบแปดปี จะพูดให้เป็นเรื่องง่ายดายถึงขนาดนั้นได้ยังไงกัน!ฉันเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ รู้สึกมึ
Magbasa pa

บทที่ 8

คุณพ่อเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “ตกลง พรุ่งนี้ผมจะเริ่มดูๆ บ้านที่อื่นเอาไว้บ้าง”น้ำตาของฉันพลันไหลทะลักออกมาทั้งร้องไห้ให้กับความรู้สึกดีๆ ของตัวเองที่ถูกย่ำยีจนไร้ค่า และยิ่งร้องไห้ให้กับความรักและการปกป้องอย่างสุดหัวใจที่คุณพ่อคุณแม่มีให้ฉัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกท่านก็จะเป็นคนที่รักฉันมากที่สุดตลอดไปฉันล้มตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้ง ทว่ากลับข่มตาไม่ลง เรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมาฉายซ้ำไปมาในหัวหัวใจของฉันเจ็บปวดเหลือเกิน น้ำตายังคงพรั่งพรูออกมาอย่างเงียบเชียบเด็กหนุ่มที่ฉันทุ่มเทความรู้สึกชอบให้จนหมดหัวใจ สุดท้ายแล้วระหว่างฉันกับเขาก็ไร้วาสนากันอนาคตข้างหน้า พวกเราจะต้องเดินไปบนเส้นทางที่แตกต่างกันสองสาย ยิ่งเดินก็ยิ่งห่างไกลออกไปอย่างไม่มีวันหวนคืนชิงเฟิง เด็กหนุ่มของฉัน ความฝันของฉัน ลาก่อน!วันถัดมาเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันนอนเอื่อยๆ อยู่บนเตียงและไม่อยากลุกจากเตียงเลยคุณพ่อกับคุณแม่เข้ามาดูฉันหลายครั้ง พอเห็นฉันปกติดีไม่มีอะไรน่าห่วง ต่างก็ตามใจปล่อยให้ฉันนอนต่ออีกสักพักตอนที่ลุกขึ้นมาก็เกือบจะแปดโมงแล้ว ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร กำลังกินโจ๊กหอ
Magbasa pa

บทที่ 9

ฉันนอนอยู่บนเตียง ประตูห้องปิดไม่สนิท ผ่านช่องประตูที่แคบเล็ก ฉันมองเห็นพื้นที่ส่วนเล็กๆ ในห้องนั่งเล่นได้เพียงเสี้ยวเดียวภาพที่เห็นคือเว่ยชิงเฟิงลุกขึ้นยืน แล้วโค้งตัวลงต่ำต่อหน้าคุณพ่อคุณแม่ของฉัน “ผมขอโทษครับคุณน้าคุณอา เรื่องเมื่อวานผมผิดเอง ผมไม่น่าไปด่าเสี่ยวเยว่แบบนั้นเลย อันที่จริง เสี่ยวเยว่ดีมากนะครับ ในใจผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไรไป จู่ๆ ก็พูดแบบนั้นออกไปซะได้ ขอโทษจริงๆ ครับ ได้โปรดให้อภัยผมด้วย”พ่อทำหน้าขรึมไม่เอ่ยสิ่งใด แม่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “ชิงเฟิงเอ๊ย น้ายังคงยืนยันคำเดิมนะว่าไม่จำเป็นต้องขอโทษ เธอพูดถูกแล้ว พวกเธอโตๆ กันแล้ว ต่อไปต่างคนต่างก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง การที่แกเอาแต่ตามติดเธอ มันไม่เหมาะสมจริงๆ นั่นแหละ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอช่วยเตือนเมื่อวาน พวกเราก็คงยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหานี้ เมื่อวานแกก็แสดงจุดยืนต่อหน้าทุกคนแล้วว่าจะปรับปรุงตัว น้าเองก็ตักเตือนแกไปแล้ว เธอวางใจเถอะ ต่อไปนี้แกก็ส่วนแก เธอก็ส่วนเธอ นอกจากความเป็นเพื่อนบ้านแล้ว พวกเธอไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันอีก”“เวิ่นเหอ...” น้าเหม่ยน่าทำท่าจะเ
Magbasa pa

บทที่ 10

ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว ความอดทนและการตามใจที่เขามีให้ฉัน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสัญญาที่น่าขันในอดีตเลยสักนิด เขาเบื่อหน่ายมานานแล้ว เพียงแต่อดกลั้นเอาไว้แล้วยังไม่ระเบิดอารมณ์ออกมาเท่านั้นคงเป็นเพราะงานเลี้ยงสังสรรค์วันไหว้พระจันทร์ คำพูดของแม่กับคุณน้าไปสะกิดใจเขาเข้า ทำให้เขาอาละวาดชุดใหญ่โดยไม่สนกาลเทศะและไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ใดๆ ทั้งสิ้นหรือไม่เขาก็แค่อยากใช้วิธีนี้บอกให้ทุกคนรู้ว่า ระหว่างฉันกับเขาไม่มีทางเป็นไปได้ เพื่อให้ทุกคนเลิกจับคู่พวกเรามาพูดจาเรื่อยเปื่อยกันอีกชิงเฟิง สิ่งที่นายพูดฉันจำไว้หมดแล้ว ฉันจะทำตามที่นายพูดทุกประการ นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะเชื่อฟังนายชิงเฟิง เด็กหนุ่มที่ฉันรักอย่างลึกซึ้ง ฉันจะต้องปล่อยวางนายแล้วล่ะการเดินทางไปโรงเรียนในวันนั้น ฉันกับเขาไม่ได้พูดคุยกันสักคำเดียวแสงแดดในยามเช้าช่างสดใส แต่ฉันกับเขากลับกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันฉันก้าวเท้าเข้าห้องเรียนไปก่อน แล้วเว่ยชิงเฟิงก็เดินตามเข้ามาติดๆ แต่ก่อนมีแต่เขาที่เดินนำหน้าและฉันเดินตามหลัง แต่ตอนนี้กลับเป็นฉันที่เดินนำหน้าและเขาเดินตามหลัง ลองคิดดูแล้วก็น่าสนใจดีเหมือนกันเพื่อนๆ ชอบแซวเร
Magbasa pa
PREV
123
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status