LOGIN“ขอบคุณทั้งสามท่านครับ เชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเพลิดเพลินไปกับงานเลี้ยงคืนนี้ต่อได้เลยครับ ขอบคุณครับ”
พิธีกรพูดจบทั้งสามคนก็พากันเดินลงจากเวที นักดนตรีก็เริ่มบรรเลงดนตรีขับกล่อมผู้คนในงานต่อ ทั้งสามคนก็พากันเดินไปพูดคุยกับแขกในงานและแนะนำลูกชายให้กับแขกได้รู้จักหลังจากพูดคุยกับแขกในงานพอสมควร ผมก็เดินแยกออกมาหาเพื่อนรักทั้งสองคนที่มันนั่งดื่มกันอยู่ ส่วนพ่อกับแม่ผมก็เดินไปพูดคุยกับแขกคนอื่นๆต่อ
“ไงท่านประธาน พัชรดนย์ ยินดีด้วยครับสำหรับตำแหน่งท่านประธาน”
เจ้าเก่าเจ้าเดิมไอ้คชาเพื่อนรักผมเองปากมันพูดยินดีแต่หน้าตามันสวนทางกับคำพูด ผมไม่รู้ว่าผมทนคบมันมานานขนาดนี้ได้ยังไงหรือเพราะไม่มีใครคบกับพวกผมเลยต้องทนคบกันสามคน ยังไม่ทันที่ผมจะตอบกลับไอ้คชาไอ้คิมก็เอ่ยขึ้นมาก่อน
“ยินดีด้วยมึง”
“อืม ขอบคุณพวกมึงสองคนมาก ขอบใจที่มาร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ด้วย”
ผมกล่าวขอบคุณพวกมันสองคนเสร็จก็เดินมานั่งเก้าอี้ข้างๆไอ้คิมและก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่และทอดสายตามองพวกมันสองคนและมองไปรอบๆบริเวณงานเลี้ยงที่ตอนนี้ผู้คนก็กำลังพูดคุยและดื่มกันอย่างสนุกสนาน แต่ผมก็ดันหันไปเจอกับเพลงผู้หญิงที่พ่อแม่ผมแนะนำให้รู้จักตั้งแต่ช่วงค่ำ หญิงสาวยิ้มให้ผมเล็กน้อย ผมก็ยิ้มบางๆให้เธอตามมารยาทกลับไป แต่มันก็จะมีคนนึงที่มองตามผม
“แค่ไม่กี่ชั่วโมงมึงก็ตกสาวได้แล้วเหรอวะ ไม่เบาเลยนะมึงไอ้แพกซ์”
“มึงชอบน้องเค้าเหรอวะ แต่แม่งสวยฉิบหายเลยว่ะ”
“มึงเบาๆลงบ้างเรื่องผู้หญิงน่ะ ไอ้คชา”
เป็นเสียงของไอ้คิมที่เอ่ยตอบกลับไอ้คชาที่เห็นคนสวยเป็นไม่ได้อาการมันออก ก็ไอ้คชามันชอบหลีสาวไปเรื่อยเจ้าชู้ตัวพ่อ
“เปล่า กูไม่ได้ชอบแต่พ่อกับแม่กูเหมือนจะจับคู่ให้กู แนะนำให้กูรู้จักเมื่อช่วงค่ำ”
ผมตอบกลับเพื่อนว่าผมไม่ได้ชอบเธอและบอกพวกมันว่าพ่อกับแม่จับคู่ให้
“สวยขนาดนี้ยังไม่ถูกใจอีกเหรอวะ มึงนี่มันเรื่องมากจริงๆ”
“ก็กูไม่ได้ชอบมั้ย ต่อให้สวยกว่านี้ถ้ากูไม่ชอบไม่ถูกใจก็เท่านั้นมั้ย”
“แล้วแต่ท่านเลยครับ กระผมไม่ขอยุ่ง แต่น้องเขาสวยถูกใจกูว่ะ”
พูดจบไอ้คชามันก็ยิ้มเจ้าเล่ห์มองไปทางเพลงที่ก็หันมามองทางนี้เหมือนกันแต่ผมสังเกตุเห็นว่าเพลงไม่ได้มองผมแต่มองไปที่ไอ้คชา
ฉันมองไปยังตรงกลุ่มของพี่แพกซ์ที่เขานั่งกันอยู่สามคน แต่ฉันไม่ได้สนใจมองไปที่พี่แพกซ์ ฉันเอาแต่จับจ้องมองไปทางผู้ชายที่นั่งริมสุด เพราะด้วยบุคลิกหน้าตาที่หล่อแต่ก็เจ้าเล่ห์จนฉันเผลอมองเขานานไปเท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาหันมาสบตากับฉันแต่ดันเป็นฉันเองที่หลบสายตาเขาไม่กล้ามองเขาต่อ มันรู้สึกใจสั่นและเต้นเร็วผิดกว่าปกติ ฉันจำต้องทำเป็นหันกลับมาเหมือนว่าแค่เราบังเอิญหันไปสบตากันเฉยๆทั้งที่จริงฉันนั่งมองเขานานแล้ว
“เขาเป็นใครกันนะ”
ฉันพูดออกมาเบาๆกับตัวเอง แล้วคิดว่าผู้ชายคนนั้นคือใครกันแต่ก็ไม่กล้าหันไปถามแม่กลัวว่าท่านจะสงสัยว่าฉันจะอยากรู้ไปทำไม ทั้งๆที่ผ่านมาฉันไม่เคยสนใจใครเลยตั้งใจเรียนและตั้งใจทำงานมาโดยตลอด จนตอนนี้ฉันอายุ 23 ปีแล้วยังไม่เคยมีแฟนเลยสักคน คนเข้ามาจีบก็มีมาเรื่อยๆแต่ฉันไม่ได้สนใจใครแต่กับเขาคนนี้ ทำไมฉันถึงได้รู้สึกแบบนี้กันนะ
“พอเรียนจบเธอก็จะไปจากที่นี่อย่างงั้นเหรอ น้ำอิง แล้วฉันล่ะ สิ่งที่ฉันบอกที่ฉันพูดกับเธอไปไม่มีความหมายเลยงั้นสิ” “เรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะไม่มีอะไรที่อิงเหมาะสมกับคุณเลยสักอย่าง ตอนนี้คุณก็แค่นึกชอบนึกสนุกแต่ถ้าคุณเจอคนที่เพียบพร้อมและเหมาะสมกับคุณทั้งหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล คุณก็จะไม่สนใจคนไม่มีค่าเด็กกำพร้าแบบอิงหรอกค่ะ” “ฉันบอกเธอแล้วไงว่าฉันไม่เคยสนใจเรื่องพวกนั้น ฉันสนใจแค่เธอ” “เราหยุดพูดเรื่องนี้เถอะนะคะ เดี๋ยวคุณก็เจอคนที่เขาคู่ควรกับคุณทุกด้าน ช่วยจอดรถให้อิงลงด้านหน้าด้วยค่ะ” ผมไม่พูดตอบโต้อะไรเธอออกไปแล้วตบไฟเลี้ยวหมุนพวงมาลัยให้รถจอดข้างฟุตบาทแล้วเหยียบเบรกด้วยความแรงจนเกิดเสียงดัง เอี๊ยด แล้วนั่งนิ่งๆจนเธอหันมาเอ่ยพูดกับผม “ขอบคุณนะคะ ที่ทำตามที่อิงขอ” ฉันยกมือขึ้นไหว้เขาแล้วเอ่ยขอบคุณที่เขาทำตามที่ฉันขอ แต่หน้าเขาไม่แม้แต่จะหันมามองฉันด้วยซ้ำ ความรู้สึกของฉันตอนนี้คือเหมือนมีอะไรมาบีบที่ทรวงอกข้างซ้าย การที่เขาเมินขนาดหน้าเขายังไม่หันมามอง ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขาเอาแต่มองฉันด
“คุณแพกซ์ อิงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ” “เร็วๆน้ำอิง จะกลับมั้ยบ้านอะ” “แต่ว่า......” “งั้นก็นั่งกันอยู่แบบนี้นี่แหละ” ฉันได้แต่คิดว่าทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้เอาแต่ใจตัวเองได้ถึงขนาดนี้ ดูท่าทีแล้วถ้าขืนฉันไม่ทำตามที่เขาบอกเขาคงไม่พาฉันกลับบ้านจริงๆ ฉันจึงตัดสินใจยื่นหน้ากดจมูกเข้าที่แก้มสากของเขาเสี้ยววิแล้วผละออกมา “อิงไปอาบน้ำได้หรือยังคะ” “ยัง หอมใหม่แล้วทำให้มันดีๆหน่อยน้ำอิง” ฉันหน้ามุ่ยด้วยความไม่ชอบใจหอมก็หอมแล้วเขายังจะเอายังไงอีก ฉันเลยยื่นหน้าเพื่อที่จะหอมเขาอีกครั้งจะได้จบๆสักที จะได้ไปอาบน้ำกลับบ้านแต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อเขาหันหน้ามาในจังหวะที่ฉันจะหอมแก้มเขาทำให้ตอนนี้ฉันดันไปจุ๊บปากเขาแทน “จุ๊บ” “โอเค ครั้งนี้ผ่านไปอาบน้ำได้แล้วแล้วออกไปเอาเสื้อผ้าที่ห้องรับแขกด้วย” หลังจากที่พูดจบผมก็ลุกลงจากเตียงแล้วก้าวเท้ายาวๆเปิดประตูออกจากห้องเธอไป จนตอนนี้เขาออกจากนอกไปแล้วฉันยังนั่งเหม่อกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อยู่เลย แล้วเขา
ฉันนอนมองจ้องเขาอยู่นานจนได้สติว่าวันนี้เขาต้องไปทำงานส่วนฉันสอบเสร็จหมดแล้ว ก็เหลือแค่เพียงหาที่ฝึกงานคิดได้ดังนั้นฉันจึงค่อยๆจับแขนของเขายกออกจากการโอบกอดของฉัน แล้วค่อยๆขยับตัวออกห่างจากเขาเพื่อที่จะลุกไปอาบน้ำรอเขาตื่นจะได้กลับบ้าน แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ออกห่างจากเขา มือหนาก็รั้งเอวคอดกิ่วของฉันเข้าไปอยู่ที่เดิมและโอบกอดฉันไว้ “จะไปไหน” ผมตื่นมามองเธอนอนหลับก่อนหน้านี้แล้ว แต่พอเห็นเธอตื่นผมก็เลยแกล้งทำเป็นนอนหลับต่อจึงรู้ว่าเธอตื่นมามองผมนอนอยู่และพยายามจะหลุดออกจากอ้อมกอดของผม “อิง จะไปอาบน้ำค่ะจะได้กลับบ้าน” “จะรีบทำไมยังเช้าอยู่” “ไปอาบน้ำเถอะค่ะ คุณต้องไปทำงานนะคะ” “ยังไม่อยากลุกเลย” “คุณแพกซ์คะ” ฉันหันไปมองเขาหน้านิ่งจ้องหน้าเขาไม่ละสายตาไปไหน เป็นการใช้สายตาในการกดดันเขา ซึ่งการกระทะเหล่านี้ฉันไม่ควรที่จะกระทำกับเขาด้วยซ้ำ แต่ฉันก็ลืมตัวเผลอแสดงกิริยาเช่นนี้ออกมา กว่าจะรู้ตัวก็ไม่ทันแล้ว “ก็ได้ๆลุกแล้วๆ” ผมยอมจำนนให้แก่เธอยอมปล่อยเธอออกจากอ้อม
“พึ่งจะตี 5 น้ำอิงจะกลับยังไง” “เดี๋ยวอิงเรียกรถกลับค่ะ” “ไม่ต้องเดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง” “แล้วถ้าคนอื่นเห็นว่าอิงกลับมาพร้อมกับคุณมันจะดูไม่ดีนะคะอิงกลับเองดีกว่าค่ะ” “ไม่ มานอนได้แล้วกลับพร้อมกัน” “อิงไม่นอนแล้วค่ะ คุณนอนต่อเลยค่ะอิงจะไปอาบน้ำเตรียมตัวรอคุณค่ะ” “มานอน อย่าให้ต้องพูดอีกรอบ ไม่อย่างนั้นจะไม่จบด้วยการนอนเฉยๆนะ” ผมเอื้อมมือดึงเธอเข้ามาหาตัวเองเธอก็โน้มตัวมาตามแรงดึงของผมจนตอนนี้เราอยู่ใกล้กันจนหน้าอกนิ่มๆของเธอเบียดชิดกับตัวของผม จนอยากจะสัมผัสก้อนนุ่มนิ่มนั้นเหลือเกินแต่ก็ต้องห้ามใจไว้ เดี๋ยวเด็กน้อยจะตกใจกลัว “นอนค่ะนอน” ฉันรีบตอบกลับเขาทันทีเพราะกลัวเขาจะทำอะไรแบบที่พูดออกมาจริงๆเพราะคิดว่าถ้าฉันยังดื้อดึงเขาคงทำมากกว่านี้แน่ๆเลยต้องจำยอมนอนกับเขาต่อ จากนั้นผมก็จับเธอล้มลงนอนโดยหันหน้าออกไปทางเดียวกันแล้วซ้อนตัวด้านหลังของเธอแนบชิดลำตัวเข้าหาเธอแบบแนบแน่นแล้วรั้งตัวเธอข้าหาจนแผ่นหลังติดกับแผงอกกว้างของผมแล้วโอบกอดเธอไว้แน่น มือผมลูบที่ท้องน้อยเธอเบาๆอ
ผมมองเธอที่เอาแต่หลบสายตาผมของผมคงจะเขินอายที่ผมรู้ว่าเธอแอบชอบผมเหมือนกัน แล้วก็ดูการกระทำของเธอสิจะไม่ให้ผมชอบเธอได้ยังไง ขนาดตอนที่เธอเขินอายยังหน้ารักเลย “ว่ายังไงชอบฉันหรือเปล่า” “ค่ะ อิงชอบคุณจริงๆ แต่เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ คุณเลิกพูดเรื่องนี้เถอะนะคะ ต่อไปอิงจะไม่เข้าใกล้คุณอีกค่ะ” “ไม่ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ เราต่างคนก็ต่างชอบพอกัน” “อิงไม่มีอะไรที่เหมาะสมคู่ควรกับคุณเลยค่ะ” “ฉันไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น เธอไม่ต้องคิดมากกับเรื่องพวกนั้น” “ไม่ได้หรอกค่ะ คุณท่านทั้งสองมีพระคุณกับอิงมาก อิงทำให้พวกท่านเสื่อมเสียเพราะอิงไม่ได้หรอกค่ะ” “พ่อแม่ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นพวกท่านมีเหตุผลฉันรักใครชอบใครพวกท่านก็รักด้วยนั่นแหละ” “แต่ท่านก็ต้องอยากได้คนที่เหมาะสมกับชาติตระกูลของพวกท่านอยู่ดีนะคะ คนที่สามารถเชิดหน้าชูตาวงตระกูล ไม่ใช่คนใช้จนๆในบ้านแถมยังเป็นเด็กกำพร้าอีก ไม่มีอะไรให้น่าภูมิใจมีแต่กับอายคนค่ะ” ฉันพูดกับเขาด้วยสัจจริงทุกอย่างที่พูดออกมานั้นคือเรื่องจริงที่ไม่อาจหลีก
ผมค่อยๆเลื่อนหน้าเข้าหาใบหน้าเธอหวังจะสัมผัสปากจิ้มลิ้มตรงหน้าแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อน้ำอิงเอ่ยพูดขึ้นมาพร้อมกับมือน้อยๆที่ดันหน้าอกผมไว้ “คุณแพกซ์อย่าค่ะ คุณเข้ามานอนในห้องอิงได้ยังไงคะ” “เดินเข้ามา” แล้วดูคำตอบที่ฉันได้จากเขา และตอบแบบหน้านิ่งๆด้วยนะ แล้วดูสิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้ เขาคิดจะทำอะไรกับฉันกันแน่ “แล้วคุณจะเข้ามาห้องอิงทำไมคะ แล้วยังจะ…..” ฉันไม่พูดประโยคสุดท้ายออกมาแต่ปลายสายตามองที่มือของเขาที่ตอนนี้เขายังวางพาดไว้ที่เอวฉันอยู่เลย “แล้วยังจะอะไร หืมมม” ผมไม่แค่พูดยังเอาจมูกของตัวเองไปปัดป่ายเข้าจมูกของเธอเป็นการหยอกล้อกับเธอเบาๆ “คุณแพกซ์ อย่าทำแบบนี้ค่ะ” “ทำไม” “แล้วคุณจะทำแบบนี้กับอิงทำไมคะ” “แล้วทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ หืมม” “ก็เราไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วคุณก็ไม่ได้ชอบอิงคุณจะมาทำแบบนี้กับอิงทำไมคะ หรือว่าเห็นอิงเป็นคนใช้ที่บ้านคุณ หรือเพราะว่าบ้านคุณมีพระคุณกับอิงคุณจะทำอะไรกับอิงก็ได้เหรอคะ” ฉันพูดออกมาด้วยน้







