LOGINพ่อเลี้ยงพนาถอนใจยาวพรืดเมื่อคืนเขาไปเก็บตกมันมาจากข้างถนน เพราะฤทธิ์ความฮอตของมันที่ไปบอกเลิกสาวสวยชื่อชมออน ลูกสาวเจ้าของร้านอาหารจีนยูนนาน ไอ้หน้าอ่อนตรงหน้าอายุมากกว่าเขาสองปี แต่ด้วยความซี้ปึ้กกัน สรรพนามที่ใช้เรียกแทนชื่อจึงมักถูกขุดขึ้นมาจากยุคพ่อขุนรามคำแหง มันเรียกเขาว่าไอ้พนา ส่วนเขาก็เรียกพ่อเลี้ยงเหมราชแห่ง ‘ไร่ชาเหนือฟ้า’ ว่าไอ้เหม
“มึงจะรีบกลับไปง้อน้องอิ่มเหรอวะไอ้หน้าหล่อ กินเหล้ากับกูต่ออีกหน่อยสิแล้วค่อยยไป ปวดหัวแบบนี้มันต้องถอน”
พนาแกล้งชวนต่อแล้วแกล้งทำซะเงาะซะแงะเข้าไปใกล้ๆ ทั้งที่จริงเขาสร่างเมานานแล้ว
“ไม่แดกแล้ว แดกคนเดียวเถอะมึง แดกกับมึงทีไร กูกับมึงคลานสี่ขาขึ้นเตียงทุกที คนอะไรแดกเหล้าแทนน้ำ มึงก็รีบตื่นอาบน้ำเถอะ ไม่ต้องขับไปส่งกูหรอก เดี๋ยวตกเหวตาย ให้กูยืมรถมึงขับกลับไปก็พอ”
พ่อเลี้ยงพนาคว้าพวงกุญแจรถสปอร์ตคันหรูจากหัวเตียงโยนให้เพื่อน รถที่ขับช่างดูไม่เข้ากับใบหน้ามหาโจรเลยสักนิด
“รถมึงโคตรหรู แต่กูว่ามึงอ่ะไปโมหน้าใหม่เถอะ กูแนะนำช่างตัดผมที่ดีที่สุดในเชียงใหม่ให้เอาไหม”
คนหัวฟู ดูรกๆ แต่คะแนนความหล่อยังไม่ตกค้านทันควัน “ไม่เอากูกำลังหลบหน้าเขาอยู่”
“ทำไมวะ มึงไปตัดผมร้านเขาแล้วชักดาบไม่จ่าย” เหมราชเดาส่งเดชเขารู้ว่าเพื่อนรักร่ำรวยแค่ไหน
“เปล่า”
“ถ้างั้นแล้วทำไมไม่ไป”
คนถูกไล่ไปตัดผม โกนหนวดออกบ้างส่ายหัว “เออๆ ช่างผม ช่างหนวดของกูเถอะ ไม่ต้องรู้สักเรื่องได้ไหม”
เหมราชหรี่ตามองอย่างสงสัย “มีลับลมคมในแปลกๆ กูเห็นมึงขับรถทีไร นึกว่าคนบ้า แม่งขโมยรถมหาเศรษฐีที่ไหนมามาขับ”
ร่างใหญ่ที่ใบหน้ารกครึ้มด้วยหนวดเคราแต่ก็ยังมองเห็นเค้าความหล่อจัด กระเด้งตัวขึ้นจากที่นอนแล้วชี้หน้าเพื่อนรัก
แม้ฉากหน้าพ่อเลี้ยงพนาจะดูเป็นเพลย์บอยแต่เรื่องการทำงานเขาเป็นคนหนึ่งที่จริงจังมาก“ไอ้เหม มึงจะยืมรถกูดีๆ หรือให้กูฝากรอยตีนกลับบ้านด้วย รู้งี้เมื่อคืนไม่ขับรถไปเก็บมึงจากข้างทางก็ดี สมน้ำหน้า ไปหักอกเขา ถูกเขาเทไว้ข้างทางที่ไม่มีรถผ่าน ขาวๆ หน้าใสๆ แบบมึงด้วย ยืนริมทางเปลี่ยวแบบนั้น ถ้ากูไม่ไปเก็บมึงมา สงสัยเมื่อคืนมึงได้ผัวไปหลายคนแล้วว่ะไอ้เหม” พนาหัวเราะลั่น เขาชอบแกล้งมัน อยากหน้าเด็กกว่าทำไม
“พูดกับมึงแล้วก็เหนื่อย หน้ากูก็เหี้ยมแล้วนะ ลูกน้องกูยังบอกเลย”
“หน้ามึงใสดีไง เทียบกับหน้ากูสิ”
“ถ้าเทียบกับหน้ามึง ยังไงกูก็ใสแน่ละ ไอ้มนุษย์ประหลาดตัวรก ขนดกยังกับอุรังอุตัง บ้านไม่มีที่โกนหนวด ช่างตัดผมทั้งเชียงใหม่ไม่มีใครถูกใจมึงเลยรึ ถึงได้ปล่อยตัวจนเป็นแบบนี้ กูเสียดายความหล่อของมึงว่ะ”
พนายักไหล่ “มีโว้ย แต่กูไม่อยากตัด มีอะไรไหม ไม่โกนหนวด ไม่ตัดผม กูก็ไม่ตายแล้วยังหาหญิงมานอนได้ทุกคืน มึงทำอย่างกูได้ไหม”
พูดกับมันแล้วเขาก็ชักจะเครียด “ช่างมึง ตัวมึง ไม่ใช่ตัวกู กูกลับบ้านไปหาเมียดีกว่า ป่านนี้เขาคงคิดว่ากูไปค้างกับชมออนแล้ว” ยิ่งคิดเหมราชก็ยิ่งไม่สบายใจ อยากกลับไปหาเมียไวๆ
พ่อเลี้ยงพนาหัวเราะลั่นเมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนของเพื่อนรัก “ไอ้เหม ทีแบบนี้เรียกเขาว่าเมียเต็มปาก มึงยอมรับแล้วสิว่ามึงมีเมียแล้ว แล้วเมื่อไหร่จะประกาศให้คนรู้”
“เรื่องของกู”
“หือ” พนาครางยาว “ไอ้นี่ เมื่อคืนกูช่วยมึงนะ ไม่สำนึกเลย”
เหมราชหันกลับมามองคนที่นั่งเปลือยท่อนบนโชว์แผงอกล่ำสัน หน้าท้องเป็นลอนราวกับนักกีฬา แล้วส่ายหน้าระอา
“เออ ทวงบุญคุณ กูยอมรับก็ได้ กูมีเมียแล้ว ก็กูสงสารแม่กู เขากลัวว่าแก่แล้วจะไม่ได้อุ้มหลาน กูเป็นลูกกตัญญู กูผิดเหรอ” เหมราชว่า
“มึงไม่ผิดหรอก แต่มึงเป็นอะไรวะ กลัวคนรู้ว่ามีเมีย”
“กูไม่ได้กลัวคนรู้ แต่กูให้โอกาสเขาโว้ย เกิดเขาทนกูไม่ได้ แล้วกลับไปตอนนี้ก็ยังไม่เสียหาย”
“งั้นกูว่า มึงบอกเขาแบบนี้นะ เขาจะได้รีบกลับไป เห็นหน้าเขาแล้วกูสงสารว่ะ”
“มึงนี่ยังไง คิดจะยุให้ครอบครัวเขาแตกแยก” เหมราชจ้องเพื่อนรักเขม็ง นี่ถ้ามันไม่ใช่เพื่อน มีหวังต้องเคลียร์ยาว
“ไม่ใช่อะไร กูแค่เป็นห่วง มึงก็ระวังเขาเปลี่ยนใจนะไอ้เหม ได้ข่าวว่ามีปลัดเป็นคู่แข่งด้วยไม่ใช่เหรอ ก็ธรรมดา เมียมึงน่ารักเสียด้วย”
เหมราชกัดฟันกรอด เมื่อนึกถึงไอ้ปลัดที่มาแอบชอบเมีย “มึงนี่หูไวจริงๆ อยู่ถึงที่นี่เสือกรู้ดี”
“ก็กูใส่ใจมึงไง”
“มึงไม่ต้องใส่ใจกูหรอก มึงใส่กางเกงก่อนดีไหม เสือกยืนขึ้นมาได้ กูอุจาดตา คงไม่อยากกินข้าวหลามไปอีกนาน”
“ใส่ทำไมวะ อยู่ในนี้ใครจะมาเห็น บ้านพักหลังนี้ กูไม่ให้พนักงานขายห้องให้ลูกค้า กูเก็บเอาไว้พักเอง”
เพราะเวลาที่เมาจัดเขาไม่ชอบตะกายกลับบ้านหลังใหญ่ เพราะไม่อยากให้มารดาเห็นสภาพนั้น พนาจึงเลือกเก็บบ้านพักหลังเล็กไว้หนึ่งหลัง เอาไว้เป็นที่พักก่อนจะสร่างเมา เรื่องเมากับเขามันเป็นของคู่กัน หากวันไหนไม่เมาก็ต้องเป็นคืนที่ ‘มัน’
“เธอหมายความว่ายังไง”“ฝ่ายจัดซื้อ กับ คนขับรถคงไม่ต้องมีหน้าที่มาเจอกันบ่อยๆ”พูดจบเขมขิมก็หมุนกลับสะบัดบ๊อบเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ ชายหนุ่มร่างสูงก้มมองเสื้อผ้า รองเท้า บวกเข้าด้วยกันก็หลายหมื่น แล้วยังรถยนต์ราคาสิบกว่าล้าน“เราดูแย่ขนาดนี้เลยเหรอวะ คนขับรถนี่นะ....”พ่อเลี้ยงพนายกมือลูบคางสาก นึกเวทนาตัวเอง สงสัยว่างๆ เขาควรจะแวะไปร้านตัดผมที่ดีที่สุดในจังหวัด แต่ที่ไม่ไปอีกเพราะเขาเคยมีซัมติงกับเจ้าของร้านสาวสวย ตอนนั้นก่อนถอดเสื้อผ้าเธอบอกว่าได้หมด พอถึงสวรรค์ เจอทางแยก ทางใครทางมันได้เลย แต่พอหลังจากนั้น รุ่งเช้ามาก็ร้องไห้โวยวายให้เขารับผิดชอบ นับแต่นั้น เขาเลยไม่ได้ไปตัดผมอีก จะไปร้านอื่นก็ตัดไม่ถูกใจ“ไม่เป็นไร ไปตัดแถวเชียงราย แม่ฮ่องสอนก็ได้วะ” เขาก้มดูกางเกงยีนส์ตัวละสองหมื่นเศษๆ แล้วเจ็บใจแม่ตัวดีคอยดูเถอะ“ปากแบบนี้ คิดว่าเธอจะผ่านโปร.ทดลองงานไหม ยัยตัวแสบ ได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งมาอ้อนวอนฉันแน่” พนาเก็บอารมณ์กรุ่นนั้นไว้ ครั้งแรกก็ว่าเขาหน้าแก่เกินวัย
หากรู้ว่าการนั่งรถมากับเขาคือหายนะที่กำลังจะเกิด เธอจะทำทุกอย่างแม้ว่าเปิดประตูรถแล้วกระโดดลงไปข้างทาง ดวงตาคู่สวยข่มกลั้นความหวาดกลัวต่อชายแปลกหน้าแต่สังเกตจากรถที่เขาขับ ราคาของมันแพงหูฉี่ ไม่ใช่รถคนงานในไร่อย่างแน่นอน ไร่ส้มใหญ่ขนาดนั้นอาจจะมีคนขับรถหลายคนก็ได้ เป็นไปได้ไหมเขาเป็นคนขับรถให้เจ้าของไร่ ลุงชมอาจไม่สบาย เขาผ่านมาพอดีเลยฝากมารับเธอต้องเป็นแบบนี้แน่เขมขิมพยายามนั่งไปเงียบๆ ไม่มองเขาแต่ก็อดลอบสังเกตไม่ได้ นิสัยเอาแต่ใจ เลือดร้อนไม่ยอมคน ทำให้พ่อเลี้ยงพนาเหยียบตามรถคันหนึ่งที่ปาดหน้าเขาไป“ปาดมา ปาดกลับ ไม่โกงเว้ยยย ฮ่าๆ” แถมยังหัวเราะร่าสะใจ ยิ้มเยาะใส่กระจกมองหลังอีก“เฮ้ย คุณใจเย็นสิ ฉันยังไม่อยากตาย”“แค่นี้ไม่ตายหรอก ดูมันสิขับรถปาดหน้าชาวบ้านเดี๋ยวก็ได้ลงเหวข้างทางหรอก ไม่รู้หรือไง แถวนี้ตกไปก็ตายเท่านั้นแหละ” ใครจะชินภูมิประเทศแถบนี้ดีกว่าเขา ที่สำคัญ เขาคุ้นๆ รถคันนั้นเหมือนเป็นรถที่วิ่งส่งบรรจุภัณฑ์ไปส่งที่ไร่เขมขิมแอบภาวนาขอให้พระคุ้มครอง ทั้งที่เธอคาดเข็ม
เอาวะเป็นไงเป็นกันการที่เขารู้จักชื่อเธอ พูดชื่อของคนที่จะมารับเธอถูก เขาคงต้องเกี่ยวพันกับสถานที่ทำงานของเธอ“นี่ เดี๋ยวก่อนสิ” ได้ผล ร่างสูงกำยำชะงักฝีเท้าลง “เอาละ ฉันเชื่อคุณก็ได้ว่าคุณจะพาฉันส่งถึงที่ไร่ส้มพนาไพร แต่บอกฉันหน่อยได้ไหม คุณเป็นคนงานในไร่นั้นใช่หรือเปล่า”“ฉันจะเป็นคนงานหรือเป็นอะไรกับไร่นั้น เธอไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ พูดง่ายๆ ไม่ใช่เรื่องของเธอ”เขมขิมหน้าชา คำพูดเขาแปลได้ว่าเธอแส่ไม่เข้าเรื่อง หญิงสาวครางฮือมองเขาอย่างตะลึงงันเห็นสีหน้าเรียบร้อยประดุจผ้าพับไว้ แต่ดูท่าจะร้ายไม่หยอก พ่อเลี้ยงพนาก็ได้แต่ส่ายหน้า“ทำเป็นยืนงงกลางดงฝรั่ง” เขาเห็นหนุ่มต่างชาติหน้าตาดีคล้ายชาวยุโรปกลุ่มใหญ่แบ็กแพ็กมาเที่ยวเมืองไทยกำลังจับกลุ่มคุยกัน แล้วมองมาทางหญิงสาวด้วยท่าทางสนใจเขมขิมเม้มริมฝีปากแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ อดสงสัยไม่ได้ว่า ปากแบบนี้หลุดรอดมือรอดเท้าชาวบ้านจนโตมาได้อย่างไร“ฉันไม่ได้กำลังยืนงงกลางดงฝรั่ง กำลังยืนงงว่าหลงมาอยู่ในปากหมาได้ยังไง”กรามแกร่งสบเข้าหากันจนเป็นสันนูน“นี่เธอ...มันจะมากไปแล้วนะ กล้าว่าฉันปากหมาเหรอ ปากดีแบบนี้ระวังถูกหมากัดปากนะ ระวังไว้ด้วย”
ช่วงที่ผ่านมา เขายุ่งมาก โดยปกติแล้ว หากเป็นพนักงานที่ทำงานในสำนักงาน เขาจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจคัดเลือก แต่ด้วยงานที่ยุ่งเหยิง การรับพนักงานจัดซื้อคนใหม่ เขาให้หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อคัดสรรเอง แต่ย้ำเน้นให้ดูให้ดี เขาไม่อยากแจ้งความจับพนักงานของตัวเองเข้าคุกอีก เพราะฝ่ายจัดซื้อเป็นฝ่ายที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตได้ง่าย“แล้วคนที่หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อเขาให้ลุงไปรับชื่ออะไร”ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่หญิงสาวสวยร่างเพรียวแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสไตล์ชิคที่จับคู่แมตช์ง่ายๆ ระหว่างเสื้อยืดลายน่ารักเนื้อดีสีขาวกับกระโปรงยาวสีน้ำเงินเข้มลายเก๋ สองขาเรียวกำลังลากกระเป๋าเดินทางไปตามทางเดินของผู้โดยสารขาออก ความสดใสที่มีเป็นทุนเดิมยิ่งขับเน้นให้วัยยี่สิบหกในปีนี้ของเขมขิมดูสวยสะพรั่งขึ้นเป็นหลายเท่าตัวเขมขิมมีใบหน้าขาวผ่อง อิ่มเอิบ ริมฝีปากสีแดงสดตัดกับฟันขาวราวไข่มุก ทั้งหมดเป็นเพราะเธอดูแลตัวเองอย่างดีมาโดยตลอดหลังจากผ่านไปชั่วโมงเศษ น้ำเปล่าในขวดใสถูกดื่มลงคอจนหมดขวด ดวงตาเรียวงามเปี่ยมเสน่ห์กวาดมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ แต่หญิงสาวไม่อาจจับใจความได้หญิงสาวหลับตาลง
ท่ามกลางแสงแดดร้อนแรง พนาเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์หลังโตที่ผุดขึ้นมาในไร่ส้ม หลังคาสีแดงจึงตัดกับสีเขียวและสีส้มซึ่งเป็นสีหลักภายในไร่ ตัวคฤหาสน์ปลูกแยกออกมาเป็นสัดส่วนด้วยงบประมาณหลายสิบล้านบาทแต่กลับไม่ค่อยมีใครอยู่น้องสาวคนสวยของเขากลับมาพักที่บ้านได้สองวันก็เข้าไปในเมืองแต่เช้า ผู้หญิงคงไม่พ้นหนีเข้าไปทำสวย มีน้องสาวคนเดียวแล้วยังไม่ชอบงานไร่ ฝ่ายนั้นชอบทำงานบริการเพราะมีความฝันอยากเป็นนางฟ้ามาตั้งแต่เด็ก แต่เขาชอบล้อเธอ บอกว่าเป็นขี้ข้าบนเครื่องบินมากกว่า พอพูดคำนั้นออกไปก็จะถูกคนเป็นน้องสาวมองด้วยหางตาถากถาง แล้วไล่ให้ไปผ่าหมาออกจากปากซะช่วงนี้ใกล้ปีใหม่ออร์เดอร์เข้ามามากเป็นพิเศษ ที่พักก็ถูกจองเต็มล่วงหน้าใบหน้าเคร่งเครียดกำลังจับพวงส้มที่เริ่มแก่จัด “งานยุ่งฉิบ_ ยังมาลาหยุดพร้อมกัน มันน่า...”ชายหนุ่มเจ้าของไร่ส่ายหน้าขณะกำลังจัดการกับการคัดแยกส้มอย่างไรให้รวดเร็วทันใจลูกค้ามากกว่าเดิม เพราะส้มโชกุนที่นี่มีทั้งส่วนที่คัดเพื่อส่งขายยังต่างประเทศและในประเทศ เขาตัดสินใจสั่งเครื่องคัดแยกส้มเพิ่มอีก หลังคนงานเปรยมาแล้วว่าผลผลิตและออร์เดอร์ในปีนี้มากเกินกำลัง ลำพังแค่แร
ครั้งนั้น พนักงานต้อนรับสาวสวยขอโทษขอโพยต่อเธอยกใหญ่ ที่ทำให้สายตาไปเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นเข้า พนักงานคนนั้นบอกว่าแจ้งเบอร์บ้านพักผิด เนื่องจากวันนั้นมีแขกเข้ามาเช็กอินเยอะเลยหยิบคีย์การ์ดสลับ แต่เพื่อชดเชยความผิดจึงมอบบัตรกำนัลซื้อส้มสายน้ำผึ้งยกลังในราคาลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ให้เธอ แม้คูปองนั้นจะช่วยลบภาพติดตาไม่ได้ แต่ส้มของไร่พนาไพรอร่อยมากเขมขิมคิดว่าการทำงานก็ย่อมมีผิดพลาดกันได้จึงไม่ติดใจ ดังนั้น เมื่อรู้ข่าวการรับสมัครงานจึงรีบส่งใบสมัครออนไลน์ไป ด้วยประวัติส่วนตัวของเธอมีความน่าสนใจ ทางหัวหน้าจัดซื้อจึงขอนัดสัมภาษณ์ และจัดแจงเรื่องตั๋วเครื่องบินส่งมาให้ เขมขิมจึงเดินทางไปสัมภาษณ์งานแล้วก็สำเร็จ...“เย้...ดีใจที่สุดเลย” เขมขิมดีใจจนกระโดดตัวลอย เธออยากจะลาออกจากงานที่นี่ทุกนาที คงไม่มีใครอยากเห็นแฟนเก่าในที่ทำงานเดียวกัน ควงกับแฟนใหม่เย้ยไปเย้ยมา“คราวนี้ก็ไม่ต้องทนเห็น...” เขมขิมถอนหายใจยาวพรืด แต่แล้วคนที่คิดว่าไม่อยากเจอก็มาปรากฏตรงหน้าเขมขิมเห็นอีกฝ่ายแล้วอยากจะหมุนตัวเดินหนีแต่ก็ไม่ทัน“ไม่ต้องทนเห็นอะไรคะคุณเขม ไม่ต้องทนเห็นภาพบาดตา บาดใจหรือเปล่า..”‘อลิน ’ นักบัญชีสาวสวย







