Masukโหมงานหนักจนวาระสุดท้ายของชีวิต พอฟื้นจากการสู่ขิตก็ดันมาอยู่ในร่างของนางร้ายนิยายเรื่องดังที่กำลังเป็นกระแส แต่เรื่องนี้พระเอกธงแดงก่ำเบอร์กันดี เธอคนนี้จึงขอหนีไปได้กับตัวประกอบที่โคตรจะฮอตเนิร์ด!! แลนซ์ เซอร์ล็อต (22 ปี) ตัวประกอบที่ไม่เคยมีชื่อปรากฏในนิยาย รู้แค่ว่าเขาเป็นลูกชายของเศรษฐีจากบ้านนอกที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในริเวิร์นเดลและมาร่วมงานในคืนนั้น!! วิเวียน วิลกินสัน (22 ปี) ลูกสาวนายกเทศมนตรีของเมืองริเวิร์นเดล ตัวร้ายจากนิยายเรื่องกระต่ายน้อยของคลาสัน
Lihat lebih banyakปึง!
ซองจดหมายสีขาวสองฉบับถูกโยนลงบนโต๊ะของผู้อำนวยการหนุ่มวัยกลางคนด้วยความโกรธ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอมส้มกระแทกตัวนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาตด้วยซ้ำ “ทำไมไม่เคาะประตู” ผู้จัดการสาวแค่นหัวเราะอย่างดูถูกให้กับคนบ้าอำนาจที่ถามถึงมารยาททั้งที่บางวันเธอมองเข้ามาในห้องทำงานของเขา พีทยังจุดบุหรี่สูบในห้องแอร์อยู่เลย “จดหมายนี่มันอะไรคะ!!” แอนนาผลักซองที่เพิ่งปาใส่โต๊ะเขาเพื่อขอคำอธิบาย พีทไม่หยิบมันออกมาดูด้วยซ้ำ เพราะเขานั่นแหละเป็นคนส่งจดหมายพวกนี้ไปที่อีเมลของฝ่ายบุคคล “ไม่พอใจเรื่องเงินเดือนเหรอ มันปรับขึ้นตามโครงสร้างบริษัท” เขาพูดราวกับเป็นเรื่องไม่สำคัญ “ไม่ใช่ค่ะผู้อำนวยการ ฉันเขามาคุยเรื่องการเลื่อนขั้นของเด็กในทีมต่างหาก” “อ้อ...จริงด้วย ลูกน้องในทีมคุณเพิ่งได้ขึ้นเป็นซีเนียร์สองคน” “แต่สองคนนั้นไม่ใช่คนที่ฉันส่งรายชื่อให้คุณ!!” แต่ดันกลายไปเป็นพนักงานใหม่อย่างโอลิเวียกับป้าเมแกนที่วันๆ ไม่ทำห่าอะไรเลย! “ซอรี่นะแอนนา ปีนี้แผนกของเรามีโควตาซีเนียร์แค่สองที่ ฉันเห็นว่าเมแกนอยู่ในบริษัทมายี่สิบห้าปีแล้ว มันน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม” “เหอะ! คุณมองที่ความอาวุโสเหรอพีท เคยแหกตาดูไหมว่าเมแกนเป็นยังไง เราเข้างานเก้าโมงเช้าแต่เมแกนมาสิบโมง แถมมาถึงแล้วยังเดินถืออาหารเช้าไปกินในครัวกว่าจะออกมาก็ปาไปสิบเอ็ดโมง คอมพิวเตอร์ยังเปิดไม่ถึงสองชั่วโมงก็ออกไปกินมื้อเที่ยงแล้วด้วยซ้ำ” “...” พีทกลอกตาไปมองผ้าม่านริมหน้าต่าง ทำท่าทางเหนื่อยหน่ายหลังจากฟังเธอสาธยายเรื่องลูกน้องในแผนก เขาจิ๊ปากพร้อมยกมือลูบหนวดจิ๋มเหนือริมฝีปากตนที่ตื่นมาบรรจงเล็มทุกเช้าพลางทำท่าครุ่นคิด แอ็กติ้งที่ทำมาตลอดห้าปี! เหมือนจะรับฟังแต่ก็ไม่... “ไม่เป็นไรพีท งั้นเรามาดูโอลิเวียดีกว่า...” แอนนาเงียบตั้งสติก่อนจะเริ่มคุยเริ่มพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงครึ่งปี แต่มีคดีกับเธอนับไม่ถ้วน “เดือนนี้โอลิเวียมาสายเจ็ดครั้ง แถมยังลางานโดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้า” แน่นอนว่าเธอส่งเรื่องนี้ให้พีทไปจัดการกับฝ่ายบุคคลหลายครั้ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความเงียบ เรื่องที่รายงานหายเข้ากลีบเมฆราวกับเธอฝันไป! “คนเรามันก็ต้องมีธุระปะปังเร่งด่วนกันบ้าง~” “ธุระเหรอ ฉันได้ข่าวว่าเธอป่วยเพราะตามไปช่วยคุณดูทิศทางลมที่สนามกอล์ฟเมื่อวันเสาร์” “นั่นไง~ เธอช่วยผมทำงานตอนวันหยุด บุคลากรที่ทุ่มเทให้กับองค์กร รู้หรือเปล่าว่าผมไปตีกอล์ฟกับผู้อำนวยการบริษัทไอที...” “แล้วโอลิเวียที่เป็นธุรการไปทำอะไรที่สนามกอล์ฟ! มันหน้าที่เลขาไม่ใช่เหรอ” เมเนเจอร์สาวพูดแทรกก่อนที่อีกฝ่ายจะอธิบายจบด้วยซ้ำ คราวนี้พีทไม่ตอบ เขาทำทีเป็นหยิบเมาส์คอมพิวเตอร์มาเคาะเล่น จากนั้นก็หมุนตัวหันหลังให้แกล้งทำเป็นหาสายชาร์จ แต่เมื่อหันกลับมาเห็นแอนนายังคงเอาแต่กอดอกจ้องหน้ากดดันจึงถอนหายใจ “ก็ได้ๆ งั้นผมจะเปลี่ยนจากเมแกนเป็นเด็กคนโปรดคุณคนหนึ่ง เลือกมาสิ” สติของเธอขาดผึ่งนับตั้งแต่ประโยคนั้น แอนนารู้สึกเหมือนความดันเธอพุ่งขึ้นจนอุณหภูมิบนใบหน้าร้อนวูบไปหมด “เลือกสิ คนของคุณหนึ่ง คนของผมหนึ่ง” เขาผลักแฟ้มหล่นใส่ตัวเธอพลางเลิกคิ้ว ในที่สุดพีทรับออกมาโต้งๆ ว่าโอลิเวียคือคนของตัวเอง “ไปตายซะพีท!!” เธอปาแฟ้มใส่เขาคืนด้วยความหงุดหงิด เดินกลับมานั่งกระแทกก้นลงบนเก้าอี้ทำงานตนเองตามด้วยการยกสองมือกุมศีรษะแน่น “แอนนา หน้าพี่ดูไม่ค่อยดีเลย มันแดงมาก” หนึ่งในลูกทีมของเธอเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าเจ้านายสาวเพิ่งออกมาจากห้องผู้อำนวยการด้วยท่าทีโกรธจัด นี่คือหนึ่งในคนที่ทุ่มเทกับงาน แต่พีทกลับยกตำแหน่งที่ควรจะเป็นของเธอให้เมแกนและโอลิเวีย “ก็ฉันโมโหน่ะสิ!” แอนนามั่นใจว่าตนเองเสียงดังมาก แต่เธอไม่ได้พูดเพราะระบายความหงุดหงิดใส่ลูกน้อง เธอพูดกระทบสองคนนั้นที่นั่งถัดออกไปต่างหาก แถมโอลิเวียยังทำท่ายักไหล่ไม่แคร์อีก แม่งเอ๊ย! “เราไม่เป็นไร” “พวกเธอไม่เป็น แต่ฉันเป็น!” ให้ตาย...เธอปวดหัวเหมือนมันกำลังจะระเบิดเลย แถมตัวเธอยังร้อนมาก แอนนาโบกมือเชิงไล่ลูกน้องตนเองกลับไปทำงานต่อ ปัญหานี้ไม่ควรกวนใจใครจนกระทบกับเวลางาน เมเนเจอร์สาววัยสามสิบถอนหายใจอย่างพยายามสงบสติอารมณ์ตนเอง รู้ดีว่าสาเหตุที่ทำให้พีทกวนตีนเธอแบบนี้เพราะแอนนาเคยเป็นลูกน้องของคู่แข่งในการทำงานมาก่อน ซึ่งหัวหน้าคนเก่าเธอก็ถูกปฏิบัติอย่างเดียวกับที่พีทกำลังทำ ด้วยการโปรโมตพีทขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการแทนตัวเองที่ขึ้นไปเป็นไดเร็กเตอร์ ทั้งที่หัวหน้าคนเก่าของเธอทำงานถวายชีวิต แต่สำหรับแอนนา เธอไม่มีทางลาออกถ้าไม่ผิด!! คนที่ต้องลาออกควรเป็นเขากับอีนั่น!! ยาคลายเครียดที่ได้รับการจ่ายจากแพทย์ถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าสะพาย แต่เมื่อพนักงานออฟฟิศสาววัยสามสิบก้มลงไปใต้โต๊ะทำงานตนเองหวังหยิบขวดน้ำขึ้นมากลับพบความว่างเปล่า น้ำหมด... ยาที่เพิ่งเอาออกมาจากขวดจึงถูกเก็บไว้ที่เดิม เอาไว้ค่อยกินหลังจากเสร็จธุระคงไม่เป็นไร ติ๊ง! ติ๊ง!! ติ๊ง!!! เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์คนในออฟฟิศพร้อมใจกันดัง คนที่ปวดหัวเพราะความดันขึ้นรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อหนึ่งในบรรดาหลายสิบการแจ้งเตือนนั้นมีเครื่องของเธอด้วย และเมื่อหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นการแจ้งเตือนอัปเดตนิยายรายตอนที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้ 'กระต่ายน้อยของคลาสัน' นิยายรักโรแมนติกที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับบันนี่ บลูเบลล์ สาวน้อยน่ารักทายาทโรงแรมใหญ่ในริเวิร์นเดลซิตี้ เมืองหลักของการดำเนินเรื่องทั้งหมด ที่ดันขายโก๊ะจนถูกตาต้องใจ คริส คลาสัน พระเอกที่เป็นลูกชายของประธานสภาเทศบาล แต่ดันมีนางร้ายอย่างวิเวียน วิลกินสันลูกสาวนายกเทศมนตรีประจำเมืองเป็นมารผจญคอยขัดขวางความรักของทั้งคู่ตลอด ทำให้คลาสันเข้าใจบันนี่ผิดหลายครั้งจนเกิดฉากดราม่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำเอานักอ่านอย่างพวกเธอทัวร์ลงนักเขียนสามวันสามคืนติดก็ทำมาแล้ว แต่ความประสาทแดกของพระเอกและความใสซื่อของนางเอกกลับเป็นจุดขายของเรื่อง แถมยังมีคนรอสาปนางร้ายของเรื่องแทบทุกครั้งที่ออกมา หรือขนาดไม่ได้ออกมาตอนนั้นยังถูกด่ากระทบ คิดดูสิ! อธิบายเป็นตุเป็นตะขนาดนี้คงไม่ต้องบอกว่าติดเข้าเส้นขนาดไหน วันไหนนักเขียนไม่อัปเดตตอนใหม่แทบนอนกันไม่หลับ พอคิดถึงตอนที่กำลังอ่านค้าง ความดันหัวยิ่งพุ่งขึ้น เมื่อคืนหลังจากอาบน้ำและกำลังจะเข้านอนดันไปอ่านเจอตอนยัยวิเวียนใส่ร้ายว่าบันนี่ขโมยของเพื่อนสนิทตนเองแถมกำลังจะวางยาพระเอกให้หลับนอนกับตัวเองซะด้วย วันนี้คงเป็นตอนหลังจากนั้น ถ้าคลาสันเสร็จยัยนั่นเธอคงอกแตกตาย! แต่ตอนนี้แอนนาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะอ่านนิยาย เธอต้องไปคุยกับฝ่ายบุคคลเรื่องปรับตำแหน่งคนในทีม ก็เลือกเองแล้วกันว่าจะฟังคนที่ทำงานอย่างเธอ หรือว่าไอ้เวรที่วันๆ เอาแต่หาอีหนูตัวใหม่มาปรนเปรอตนเอง “ฉันจะไปหาเอชอาร์ ทำงานกันเงียบๆ ล่ะ” แอนนาตัดสินใจเปิดหน้าชน ถ้าเธอที่เป็นหัวหน้าไม่ปกป้องลูกน้องตนเอง แล้วตำแหน่งที่ได้มามันจะมีค่าอะไร แฟ้มในมือถูกยกขึ้นมากอดเข้ากับอกแน่น แต่เพียงร่างระหงคว้าสูทตนเองขึ้นมาสวมและหยัดกายลุกขึ้น โลกที่มองเห็นก็หมุนคว้างทรงตัวไม่อยู่ ก่อนจะรู้สึกว่าศีรษะตนเองกระแทกของแข็งจนสั่นไปทั้งหน้า “แอนนา!!” “กรี๊ดดด!!!” เสียงกรีดร้องโวยวายดังขึ้นในขณะที่โลกของเธอกำลังมืดมิด เพราะเธอตัดสินใจไม่กินยาเมื่อกี้หรือเปล่า ไม่สิ! เพราะมีคนอย่างพีทต่างหาก “ทำไงดี!! แอนนาชักไม่หยุดเลย!! #@£¢£%#&฿#” เธอจับประเด็นคำพูดของลูกน้องตนเองหลังจากนี้ไม่ได้เลย บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ตั้งสติกันตอนทำงาน เธอควรจะรีบตามรถพยาบาล ไม่ใช่โวยวายแบบนี้ แม้จะอยากพูดอย่างนั้นแต่ร่างกายกลับไม่อาจขยับได้ตามใจนึก เสียงแตกตื่นของคนทั้งออฟฟิศทำเอาเมเนเจอร์สาวปวดหัวยิ่งกว่าเดิม เธอยอมแพ้ร่างกายตัวเองแล้ว แต่ก่อนตาย อย่างน้อยขออ่านนิยายตอนใหม่ก่อนไม่ได้เหรอ 🍖✨🥂วิเวียนปล่อยให้แลนซ์เล่นกับลูกสาวตอนหลังจบมื้ออาหาร เป็นธรรมเนียมปกติของบ้านที่สามีจะเป็นฝ่ายอาบน้ำก่อนในขณะที่เธอทำหน้าที่อาบน้ำให้วีร่า หลังจากนั้นแลนซ์จะผลัดเวรมารับลูกไปดูแลระหว่างที่ปล่อยให้เธอได้ใช้เวลาส่วนตัวในห้องน้ำฟื้นฟูความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันและเมื่อลูกสาวเข้านอนเมื่อไร เวลานั้นจะเป็นเวลาของผู้ใหญ่คนตัวเล็กนอนพิงหัวเตียงอ่านหนังสือคู่มือเลี้ยงเด็กรอสามี เธอรอเขากว่าสองชั่วโมงเข้าไปแล้วแต่แลนซ์ยังไม่มีทีท่าจะเปิดประตูกลับมาในห้องเหมือนทุกวันหรือหลับที่ห้องของลูกอีกแล้ว?ไม่ได้สิ... เขาที่สูงตั้งร้อยเก้าสิบจะนอนเตียงยาวแค่ร้อยหกสิบเซนติเมตรได้ยังไงคิดได้ดังนั้นจึงวางหนังสือกับหัวเตียง กระชับเสื้อคลุมผ้าซาตินเข้าเซตกับชุดนอนด้านใน เปิดประตูออกจากห้องนอนตั้งใจจะมุ่งหน้าไปห้องของวีร่าแกร๊ก~เฮือก!!เสียงเปิดประตูจากห้องทำงานของสามีติดกับฝั่งซ้ายของห้องนอนทำให้คนตัวเล็กสะดุ้ง เธอรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเขา แต่แค่ไม่คิดว่าจะเข้าไปทำงานเวลานี้“งานด่วนเหรอคะ” ร่างแน่งน้อยเอ่ยถามสามีเมื่อเขาเดินมาหยุดตรงหน้าแลนซ์ส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำตอบ เอื้อมมือเปิดประตูห้องนอนที่เพิ่งถูกปิดลงห
สี่ปีต่อมาแลนซ์ในวัยย่างเข้ายี่สิบเจ็ดกำลังใช้เวลาว่างหมดไปกับการนอนตาปรือฟังลูกสาวตัวน้อยอ่านหนังสือนิทานให้ฟังวีร่าแม้จะอายุเพียงสามขวบครึ่งทว่ามีนิสัยเจ้ากี้เจ้าการเหมือนแม่ หากตระกูลเซอร์ล็อตมีวิเวียนเป็นบอสใหญ่ วีร่าก็คือมินิบอส แน่นอนว่าพ่ออย่างเขาเป็นลูกสมุนอย่างไร้เงื่อนไขแลนซ์เอียงหน้าแอบยกมือปิดปากหาวไม่ให้ลูกเห็น ตอนนี้เขากลายเป็นผู้บริหารของห้างเซอร์ล็อตเต็มตัวหลังจากโรเบิร์ตขอเกษียณจากงานบริษัทมาเป็นพ่อบ้านอย่างเดียว แถมเมื่อคืนยังนั่งอ่านรายงานการประชุมของสองวันก่อนย้อนหลังจนแทบไม่ได้นอน สาเหตุที่ต้องอ่านซ้ำก็เนื่องจากในตอนที่กำลังวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ประชุมจากบ้าน ลูกสาวตัวน้อยดันตื่นขึ้นมากลางคันเพราะปัสสาวะรดที่นอนและร้องไห้ลั่นบ้าน เขาที่อยู่ใกล้ที่สุดเมื่อเทียบกับวิเวียนที่กำลังเตรียมมื้อกลางวันให้ตนเองกับลูกในครัวจึงจำต้องวิ่งไปปลอบลูกสาวรอภรรยาพาลูกไปอาบน้ำเพียะ!“โอ๊ย!”คนใจลอยถูกมืออ้วนป้อมฟาดหัวไหล่จนสะดุ้งร้องด้วยความตกใจ มองหน้ากลมๆ เหมือนขนมทิมเบอร์ริงส์กำลังบูดบึ้งพร้อมกับมองมาที่พ่อสายตาดุดัน“ตะ ตีปะป๊าทำไมครับ?” เขาเบะปากใส่ลูก แม้จะไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่
หลายเดือนต่อมาวันนี้วิเวียนมีนัดตรวจอัลตราซาวด์ดูพัฒนาการของลูกในท้อง แต่สิ่งที่ทำให้คุณแม่ยังสาวรู้สึกวิตกกังวลกลับไม่ใช่สุขภาพของลูก แต่ห่วงความปลอดภัยของตนเองระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลต่างหากก็วันนี้น่ะ สามีของเธอทำหน้าที่ขับรถพาไปด้วยตัวเอง แถมยังไม่ยอมให้พ่อบ้านตามไปประกบอีก“เอ่อ...ปะป๊า หม่าม้าว่าเราให้โรเบิร์ตขับรถให้ดีไหม”“จริงด้วยครับคุณชาย กระผมเกรงว่านายน้อยจะได้รับอันตราย” พ่อบ้านอาวุโสพยักหน้าสำทับ ยกผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อบนหน้าตนเองไม่หยุดอย่างที่รู้กันดีว่าเขาเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำ นับตั้งแต่สอบได้ใบขับขี่มาร่วมเดือน วิเวียนรู้สึกว่าสามีของเธอกลายเป็นคนมีความมั่นใจแบบผิดๆ สาเหตุก็เนื่องจากเขาสอบเพียงรอบเดียวก็ผ่านฉลุย ได้ข้อเขียนเต็มไม่พอ ครูสอนขับรถยังเอ่ยชมว่าเขามีพรสวรรค์ด้านการขับรถ ซึ่งวิเวียนไม่ค่อยมั่นใจว่าถูกชมเพราะสามีมีพรสวรรค์จริงๆ หรือเป็นการชมตามมารยาทเนื่องจากแลนซ์ใช้เวลาฝึกขับรถกว่าสองเดือนเต็มจึงยอมเข้ารับการสอบสีหน้าของครูฝึกสอนวันนั้นเหมือนอยากให้เขารีบสอบรีบกลับไปเสียที และไม่ต้องมาอีก -_-;“ไม่ต้องหรอกหม่าม้า ผมเคยขับรถพาคุณไปซูเปอร์มาแล้ว จำได้ไหมเ
พิธีแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในโบสถ์เมืองสี่เหลี่ยมผืนผ้าเวิร์นเดล แขกในงานส่วนมากเป็นคู่ค้าในห้างสรรพสินค้าของแลนซ์ ส่วนฝั่งวิเวียนไม่รู้จะเรียกว่าแขกฝั่งเธอได้หรือไม่ เพราะมีเพียงครอบครัวคลาสัน และบันนี่ บลูเบลล์ที่บังเอิญเจอกันตอนแลนซ์พาไปฝากครรภ์ จึงเอ่ยชวนตามมารยาทและให้พ่อบ้านอย่างโรเบิร์ตเป็นคนส่งการ์ดเชิญตามไปไม่คิดว่าทั้งสามจะมาร่วมงานเธอที่เป็นศัตรูกันมาก่อนบิดาของเธอเคยสั่งคนไปทำร้ายพ่อของคริส ในขณะที่ยัยวิเวียนคนเก่าเองก็คอยกลั่นแกล้งบันนี่มาแรมปี“ขอบคุณที่มาร่วมงานนะคะ” เธอกล่าวขอบคุณประธานสภาเทศบาลวัยกลางคนจิมมองมายังเธอพร้อมรอยยิ้ม สายตาของเขาอ่อนโยนขึ้นเมื่อเทียบกับที่เคยพบกันเมื่อตอนวันอบรมอาสาสมัคร“ยินดีด้วยนะ ทั้งเรื่องแต่งงานและเด็กในท้อง” จิมอวยพรพร้อมกับยิ้มออกมาคล้ายกำลังกลั้นขำจะไม่ขำได้ไงล่ะ รูปอัลตราซาวด์เจ้าตัวจิ๋วที่แลนซ์นำมาติดใหญ่กว่ารูปพรีเวดดิ้งในงานอีก ทีแรกเขาจะทำเป็นของที่ระลึกงานแต่งด้วยซ้ำ เธอกับพ่อบ้านห้ามแทบไม่ทัน“ขอบคุณค่ะ เชิญตามสบายนะคะ” วิเวียนกดใบหน้าลงอย่างนอบน้อมจิมที่เดาได้ว่าเผลอแซวจนเจ้าสาวอายจึงหัวเราะแล้วทำทีเดินไปทัก
'อึก...อึก...' เสียงริมฝีปากดูดลำรักแท่งใหญ่ขึ้นลงสุดความสามารถดังเล็ดลอดออกมาจากปากสวยเป็นกระจับ วิเวียนมองลำเอ็นอวบคาปากตนเองด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว ยิ่งรู้สึกก็ยิ่งแกล้งมันหนักหน่วงจนเจ้าของร่างกายสั่นเทิ้มปลายเท้าเหยียดเกร็ง แลนซ์ เซอร์ล็อตหน้าแดงก่ำนอนหลังพิงเตียงหมดสภาพ เสื้อเชิ้ตสีแดงเบอร์
วิเวียนเห็นกับตาว่าเขากลืนน้ำลายลงคอหลังจากได้ยินคำว่า 'ขอร้อง' ค่อยๆ ยื่นมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนแข็งแรงมารับแก้วยกขึ้นดื่ม จนกระทั่งไวน์อีกห้าแก้วหมดเกลี้ยง “ดื่มอีกหรือเปล่า” คนหน้าเนือยส่ายหน้าแทนคำตอบ ปากของเขาแดงและเจ่อจากฤทธิ์ร้อนของเหล้ายิ่งกว่าเดิม แถมใบหน้ายังเป็นสีเข้มขึ้นเรื่อย
เข้าร่างปุ๊บก็มีภารกิจให้ทำอย่างที่ยัยนางฟ้าบอกเอาไว้จริงๆ ริมฝีปากกระจับกัดเม้มไม่รู้ตัว เธอยังจำเรื่องก่อนหน้านั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ คิดได้ดังนั้นจึงอยากลากตั๋วบ๋อยมาเค้นเอาข้อมูลเพิ่ม“ฉันจะไปหาอะไรกิน” วิเวียนบอกคนบนโต๊ะด้วยความเร่งรีบทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียวทำไมล่ะ ปกติยัยนั่นไปไหนมาไหนไม่บอกค
เฮือก!!แอนนาสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝัน ก่อนจะพบว่าตนเองกำลังถูกห้อมล้อมไปด้วยคนแปลกหน้านับสิบทว่าเครื่องแต่งกายโทนสีดำแดงคุ้นตาทำให้ผู้จัดการสาวนิ่งงันไปชั่วขณะ สภาพห้องที่เหมือนจะเป็นห้องแต่งตัวหลังเวทีในโรงแรมที่เธอเคยเห็นตอนงานวันปีใหม่บริษัทยิ่งตอกย้ำว่า ตอนนี้เธออยู่ที่งานเลี้ยงวันเกิดของคริ





