เข้าสู่ระบบโหมงานหนักจนวาระสุดท้ายของชีวิต พอฟื้นจากการสู่ขิตก็ดันมาอยู่ในร่างของนางร้ายนิยายเรื่องดังที่กำลังเป็นกระแส แต่เรื่องนี้พระเอกธงแดงก่ำเบอร์กันดี เธอคนนี้จึงขอหนีไปได้กับตัวประกอบที่โคตรจะฮอตเนิร์ด!! แลนซ์ เซอร์ล็อต (22 ปี) ตัวประกอบที่ไม่เคยมีชื่อปรากฏในนิยาย รู้แค่ว่าเขาเป็นลูกชายของเศรษฐีจากบ้านนอกที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในริเวิร์นเดลและมาร่วมงานในคืนนั้น!! วิเวียน วิลกินสัน (22 ปี) ลูกสาวนายกเทศมนตรีของเมืองริเวิร์นเดล ตัวร้ายจากนิยายเรื่องกระต่ายน้อยของคลาสัน
ดูเพิ่มเติมปึง!
ซองจดหมายสีขาวสองฉบับถูกโยนลงบนโต๊ะของผู้อำนวยการหนุ่มวัยกลางคนด้วยความโกรธ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอมส้มกระแทกตัวนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาตด้วยซ้ำ “ทำไมไม่เคาะประตู” ผู้จัดการสาวแค่นหัวเราะอย่างดูถูกให้กับคนบ้าอำนาจที่ถามถึงมารยาททั้งที่บางวันเธอมองเข้ามาในห้องทำงานของเขา พีทยังจุดบุหรี่สูบในห้องแอร์อยู่เลย “จดหมายนี่มันอะไรคะ!!” แอนนาผลักซองที่เพิ่งปาใส่โต๊ะเขาเพื่อขอคำอธิบาย พีทไม่หยิบมันออกมาดูด้วยซ้ำ เพราะเขานั่นแหละเป็นคนส่งจดหมายพวกนี้ไปที่อีเมลของฝ่ายบุคคล “ไม่พอใจเรื่องเงินเดือนเหรอ มันปรับขึ้นตามโครงสร้างบริษัท” เขาพูดราวกับเป็นเรื่องไม่สำคัญ “ไม่ใช่ค่ะผู้อำนวยการ ฉันเขามาคุยเรื่องการเลื่อนขั้นของเด็กในทีมต่างหาก” “อ้อ...จริงด้วย ลูกน้องในทีมคุณเพิ่งได้ขึ้นเป็นซีเนียร์สองคน” “แต่สองคนนั้นไม่ใช่คนที่ฉันส่งรายชื่อให้คุณ!!” แต่ดันกลายไปเป็นพนักงานใหม่อย่างโอลิเวียกับป้าเมแกนที่วันๆ ไม่ทำห่าอะไรเลย! “ซอรี่นะแอนนา ปีนี้แผนกของเรามีโควตาซีเนียร์แค่สองที่ ฉันเห็นว่าเมแกนอยู่ในบริษัทมายี่สิบห้าปีแล้ว มันน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม” “เหอะ! คุณมองที่ความอาวุโสเหรอพีท เคยแหกตาดูไหมว่าเมแกนเป็นยังไง เราเข้างานเก้าโมงเช้าแต่เมแกนมาสิบโมง แถมมาถึงแล้วยังเดินถืออาหารเช้าไปกินในครัวกว่าจะออกมาก็ปาไปสิบเอ็ดโมง คอมพิวเตอร์ยังเปิดไม่ถึงสองชั่วโมงก็ออกไปกินมื้อเที่ยงแล้วด้วยซ้ำ” “...” พีทกลอกตาไปมองผ้าม่านริมหน้าต่าง ทำท่าทางเหนื่อยหน่ายหลังจากฟังเธอสาธยายเรื่องลูกน้องในแผนก เขาจิ๊ปากพร้อมยกมือลูบหนวดจิ๋มเหนือริมฝีปากตนที่ตื่นมาบรรจงเล็มทุกเช้าพลางทำท่าครุ่นคิด แอ็กติ้งที่ทำมาตลอดห้าปี! เหมือนจะรับฟังแต่ก็ไม่... “ไม่เป็นไรพีท งั้นเรามาดูโอลิเวียดีกว่า...” แอนนาเงียบตั้งสติก่อนจะเริ่มคุยเริ่มพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงครึ่งปี แต่มีคดีกับเธอนับไม่ถ้วน “เดือนนี้โอลิเวียมาสายเจ็ดครั้ง แถมยังลางานโดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้า” แน่นอนว่าเธอส่งเรื่องนี้ให้พีทไปจัดการกับฝ่ายบุคคลหลายครั้ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความเงียบ เรื่องที่รายงานหายเข้ากลีบเมฆราวกับเธอฝันไป! “คนเรามันก็ต้องมีธุระปะปังเร่งด่วนกันบ้าง~” “ธุระเหรอ ฉันได้ข่าวว่าเธอป่วยเพราะตามไปช่วยคุณดูทิศทางลมที่สนามกอล์ฟเมื่อวันเสาร์” “นั่นไง~ เธอช่วยผมทำงานตอนวันหยุด บุคลากรที่ทุ่มเทให้กับองค์กร รู้หรือเปล่าว่าผมไปตีกอล์ฟกับผู้อำนวยการบริษัทไอที...” “แล้วโอลิเวียที่เป็นธุรการไปทำอะไรที่สนามกอล์ฟ! มันหน้าที่เลขาไม่ใช่เหรอ” เมเนเจอร์สาวพูดแทรกก่อนที่อีกฝ่ายจะอธิบายจบด้วยซ้ำ คราวนี้พีทไม่ตอบ เขาทำทีเป็นหยิบเมาส์คอมพิวเตอร์มาเคาะเล่น จากนั้นก็หมุนตัวหันหลังให้แกล้งทำเป็นหาสายชาร์จ แต่เมื่อหันกลับมาเห็นแอนนายังคงเอาแต่กอดอกจ้องหน้ากดดันจึงถอนหายใจ “ก็ได้ๆ งั้นผมจะเปลี่ยนจากเมแกนเป็นเด็กคนโปรดคุณคนหนึ่ง เลือกมาสิ” สติของเธอขาดผึ่งนับตั้งแต่ประโยคนั้น แอนนารู้สึกเหมือนความดันเธอพุ่งขึ้นจนอุณหภูมิบนใบหน้าร้อนวูบไปหมด “เลือกสิ คนของคุณหนึ่ง คนของผมหนึ่ง” เขาผลักแฟ้มหล่นใส่ตัวเธอพลางเลิกคิ้ว ในที่สุดพีทรับออกมาโต้งๆ ว่าโอลิเวียคือคนของตัวเอง “ไปตายซะพีท!!” เธอปาแฟ้มใส่เขาคืนด้วยความหงุดหงิด เดินกลับมานั่งกระแทกก้นลงบนเก้าอี้ทำงานตนเองตามด้วยการยกสองมือกุมศีรษะแน่น “แอนนา หน้าพี่ดูไม่ค่อยดีเลย มันแดงมาก” หนึ่งในลูกทีมของเธอเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าเจ้านายสาวเพิ่งออกมาจากห้องผู้อำนวยการด้วยท่าทีโกรธจัด นี่คือหนึ่งในคนที่ทุ่มเทกับงาน แต่พีทกลับยกตำแหน่งที่ควรจะเป็นของเธอให้เมแกนและโอลิเวีย “ก็ฉันโมโหน่ะสิ!” แอนนามั่นใจว่าตนเองเสียงดังมาก แต่เธอไม่ได้พูดเพราะระบายความหงุดหงิดใส่ลูกน้อง เธอพูดกระทบสองคนนั้นที่นั่งถัดออกไปต่างหาก แถมโอลิเวียยังทำท่ายักไหล่ไม่แคร์อีก แม่งเอ๊ย! “เราไม่เป็นไร” “พวกเธอไม่เป็น แต่ฉันเป็น!” ให้ตาย...เธอปวดหัวเหมือนมันกำลังจะระเบิดเลย แถมตัวเธอยังร้อนมาก แอนนาโบกมือเชิงไล่ลูกน้องตนเองกลับไปทำงานต่อ ปัญหานี้ไม่ควรกวนใจใครจนกระทบกับเวลางาน เมเนเจอร์สาววัยสามสิบถอนหายใจอย่างพยายามสงบสติอารมณ์ตนเอง รู้ดีว่าสาเหตุที่ทำให้พีทกวนตีนเธอแบบนี้เพราะแอนนาเคยเป็นลูกน้องของคู่แข่งในการทำงานมาก่อน ซึ่งหัวหน้าคนเก่าเธอก็ถูกปฏิบัติอย่างเดียวกับที่พีทกำลังทำ ด้วยการโปรโมตพีทขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการแทนตัวเองที่ขึ้นไปเป็นไดเร็กเตอร์ ทั้งที่หัวหน้าคนเก่าของเธอทำงานถวายชีวิต แต่สำหรับแอนนา เธอไม่มีทางลาออกถ้าไม่ผิด!! คนที่ต้องลาออกควรเป็นเขากับอีนั่น!! ยาคลายเครียดที่ได้รับการจ่ายจากแพทย์ถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าสะพาย แต่เมื่อพนักงานออฟฟิศสาววัยสามสิบก้มลงไปใต้โต๊ะทำงานตนเองหวังหยิบขวดน้ำขึ้นมากลับพบความว่างเปล่า น้ำหมด... ยาที่เพิ่งเอาออกมาจากขวดจึงถูกเก็บไว้ที่เดิม เอาไว้ค่อยกินหลังจากเสร็จธุระคงไม่เป็นไร ติ๊ง! ติ๊ง!! ติ๊ง!!! เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์คนในออฟฟิศพร้อมใจกันดัง คนที่ปวดหัวเพราะความดันขึ้นรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อหนึ่งในบรรดาหลายสิบการแจ้งเตือนนั้นมีเครื่องของเธอด้วย และเมื่อหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นการแจ้งเตือนอัปเดตนิยายรายตอนที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้ 'กระต่ายน้อยของคลาสัน' นิยายรักโรแมนติกที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับบันนี่ บลูเบลล์ สาวน้อยน่ารักทายาทโรงแรมใหญ่ในริเวิร์นเดลซิตี้ เมืองหลักของการดำเนินเรื่องทั้งหมด ที่ดันขายโก๊ะจนถูกตาต้องใจ คริส คลาสัน พระเอกที่เป็นลูกชายของประธานสภาเทศบาล แต่ดันมีนางร้ายอย่างวิเวียน วิลกินสันลูกสาวนายกเทศมนตรีประจำเมืองเป็นมารผจญคอยขัดขวางความรักของทั้งคู่ตลอด ทำให้คลาสันเข้าใจบันนี่ผิดหลายครั้งจนเกิดฉากดราม่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำเอานักอ่านอย่างพวกเธอทัวร์ลงนักเขียนสามวันสามคืนติดก็ทำมาแล้ว แต่ความประสาทแดกของพระเอกและความใสซื่อของนางเอกกลับเป็นจุดขายของเรื่อง แถมยังมีคนรอสาปนางร้ายของเรื่องแทบทุกครั้งที่ออกมา หรือขนาดไม่ได้ออกมาตอนนั้นยังถูกด่ากระทบ คิดดูสิ! อธิบายเป็นตุเป็นตะขนาดนี้คงไม่ต้องบอกว่าติดเข้าเส้นขนาดไหน วันไหนนักเขียนไม่อัปเดตตอนใหม่แทบนอนกันไม่หลับ พอคิดถึงตอนที่กำลังอ่านค้าง ความดันหัวยิ่งพุ่งขึ้น เมื่อคืนหลังจากอาบน้ำและกำลังจะเข้านอนดันไปอ่านเจอตอนยัยวิเวียนใส่ร้ายว่าบันนี่ขโมยของเพื่อนสนิทตนเองแถมกำลังจะวางยาพระเอกให้หลับนอนกับตัวเองซะด้วย วันนี้คงเป็นตอนหลังจากนั้น ถ้าคลาสันเสร็จยัยนั่นเธอคงอกแตกตาย! แต่ตอนนี้แอนนาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะอ่านนิยาย เธอต้องไปคุยกับฝ่ายบุคคลเรื่องปรับตำแหน่งคนในทีม ก็เลือกเองแล้วกันว่าจะฟังคนที่ทำงานอย่างเธอ หรือว่าไอ้เวรที่วันๆ เอาแต่หาอีหนูตัวใหม่มาปรนเปรอตนเอง “ฉันจะไปหาเอชอาร์ ทำงานกันเงียบๆ ล่ะ” แอนนาตัดสินใจเปิดหน้าชน ถ้าเธอที่เป็นหัวหน้าไม่ปกป้องลูกน้องตนเอง แล้วตำแหน่งที่ได้มามันจะมีค่าอะไร แฟ้มในมือถูกยกขึ้นมากอดเข้ากับอกแน่น แต่เพียงร่างระหงคว้าสูทตนเองขึ้นมาสวมและหยัดกายลุกขึ้น โลกที่มองเห็นก็หมุนคว้างทรงตัวไม่อยู่ ก่อนจะรู้สึกว่าศีรษะตนเองกระแทกของแข็งจนสั่นไปทั้งหน้า “แอนนา!!” “กรี๊ดดด!!!” เสียงกรีดร้องโวยวายดังขึ้นในขณะที่โลกของเธอกำลังมืดมิด เพราะเธอตัดสินใจไม่กินยาเมื่อกี้หรือเปล่า ไม่สิ! เพราะมีคนอย่างพีทต่างหาก “ทำไงดี!! แอนนาชักไม่หยุดเลย!! #@£¢£%#&฿#” เธอจับประเด็นคำพูดของลูกน้องตนเองหลังจากนี้ไม่ได้เลย บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ตั้งสติกันตอนทำงาน เธอควรจะรีบตามรถพยาบาล ไม่ใช่โวยวายแบบนี้ แม้จะอยากพูดอย่างนั้นแต่ร่างกายกลับไม่อาจขยับได้ตามใจนึก เสียงแตกตื่นของคนทั้งออฟฟิศทำเอาเมเนเจอร์สาวปวดหัวยิ่งกว่าเดิม เธอยอมแพ้ร่างกายตัวเองแล้ว แต่ก่อนตาย อย่างน้อยขออ่านนิยายตอนใหม่ก่อนไม่ได้เหรอ 🍖✨🥂ตลอดสองชั่วโมงของการเข้าอบรมอาสาสมัครการดูแลภาคธุรกิจของเมือง วิเวียนไม่ได้สนใจฟังเนื้อหาสำคัญเลยแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่สนใจมือของตนเองที่ถูกอีกฝ่ายจับแน่นไม่ยอมปล่อยมือข้างที่ว่างนั่งเท้าคางมองดูใบหน้าหล่อเหลาที่วันนี้ไร้กรอบแว่นบดบังนัยน์ตาสีฟ้าอย่างอารมณ์ดี แลนซ์นั่งพิงพนักเก้าอี้สัปหงกตั้งแต่ห้านาทีแรกของการบรรยายด้วยซ้ำ ดีที่เขาไม่ใช่คนนอนกรน ไม่อย่างนั้นคงถูกจิม คลาสันหมายหัวเป็นครั้งที่สองแก้มของเขาในตอนนอนหลับ มันย้วยน่ารักเหมือนมาชเมลโล่ที่เคยบอกว่าไม่ชอบงานอาสาคงไม่ใช่เรื่องโกหก แม้จะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เขาเลือกเดินมาหาเธอแทนการเดินเข้าหาบันนี่ แต่พอคิดอีกทีผู้ชายคนนี้อาจจะเป็นคนประเภทเขินอายเวลาอยู่ต่อหน้าคนที่ชอบซึ่งอีกนัยหนึ่งหมายถึง ‘เขาไม่ได้รู้สึกชอบเธอ’ ไม่เป็นไร เย็ดๆ กันไป เดี๋ยวก็ชอบกันเองแหละ!กระทั่งการอบรมวันนี้สิ้นสุดได้ยินว่าต้องเดินไปรับงานแรกบริเวณหน้าห้องอบรมด้วย แต่เอาไว้ก่อน...ตอนนี้ต้องหาวิธีปลุกเขาให้ตื่นเสียก่อนรอกระทั่งประธานสภาเทศบาลเดินออกจากห้องประชุมไป จากนั้นจึงเอื้อมมือแตะแก้มสากเบาๆ เป็นการปลุก แต่นั่นกลับทำให้คนตัวโตเอนศีรษะลงมาซบไหล่
ทันทีที่คริสโอบไหล่บันนี่เดินจากไป ริชชี่ก็รีบโน้มตัวเข้ามากระซิบข้างใบหูขวาของลูกสาวนายกเทศมนตรีพร้อมกับเริ่มยุยง“ร้ายมาก...แบบนี้มันอ่อยคริสชัดๆ”เอ็มม่าพยักหน้าเห็นด้วย เอียงหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าสวยอีกฝั่ง ยกมือป้องปากและเริ่มนินทาเช่นเดียวกัน“เมื่อกี้ถ้ายัยนั่นล้ม คริสต้องคิดว่าเธอทำแน่”น่ารำคาญ...ยุยงปลุกปั่นกันไม่หยุดวิเวียนเหล่ตามองทางซ้ายและขวาของตนเองเป็นสัญญาณเตือนอย่างละนิด ริชชี่กับเอ็มม่าก็รีบหุบปากและขยับตัวถอยออกห่างจากหน้าของเธอทันทีเออดี น้ำลายเต็มแก้มเธอหมดแล้วมั้งคนตัวเล็กเลือกที่จะไม่ตอบกลับหรือสนใจยัยพวกนี้ มิหนำซ้ำยังหยิบทิชชูในกระเป๋ามาซับหน้า แสดงออกว่าไม่ชอบและรังเกียจการกระทำของทั้งสองเมื่อครู่นั่นทำให้ริชชี่กับเอ็มม่าหน้าเสียไปเลย คงกลัวว่าจะถูกเธอเรียกไปตบหลังจากจบการอบรมวันแรกสินะครืดดด...ประตูบานเลื่อนถูกเปิดออกพร้อมกับร่างภูมิฐานสมส่วนในชุดสูททางการ ผมสีดำขลับขัดกับอายุที่ย่างเข้าเลขห้า ในขณะที่ดวงตาสีอำพันถูกบดบังด้วยแว่นสายตายาวประธานสภาเทศบาลเดินไปหยิบไมโครโฟนไร้สายที่ทีมงานเตรียมเอาไว้มาจากหลังม่าน จากนั้นทุกคนในห้องเงียบและตั้งใจฟังอย่างให้
สภาซิตี้ เมืองริเวิร์นเดล“วิเวียน~!!”เสียงแหลมหนวกหูของใครบางคนเรียกชื่อของเธอทันทีที่เห็นร่างระหงเปิดประตูบานเลื่อนเข้ามาในห้องโถงที่นั่งแบบสโลปห้องนี้ใหญ่เสียจนอาจเรียกได้ว่าเป็นห้องโถงกึ่งห้องประชุมด้วยซ้ำ ที่นั่งสโลปครึ่งวงกลมถูกแบ่งออกเป็นฝั่งซ้ายและขวา มีช่องตรงกลางและขอบซ้ายขวามุมห้องสำหรับเว้นเป็นทางเอาไว้สำหรับเดินขึ้นลงวิเวียนเงยหน้ากวาดตามองหาเจ้าของเสียงน่ารำคาญที่เอาแต่เรียกชื่อตนเองไม่หยุด นอกจากจะน่ารำคาญและยังเป็นการเรียกความสนใจจากคนในห้องให้พุ่งเป้าสายตามาที่เธอด้วย ตาสีนิลมองจากฝั่งขวาติดประตูไปถึงอีกฝั่ง กระทั่งหยุดสายตาบริเวณที่นั่งสโลปฝั่งซ้าย ริชชี่กับแก๊งอีกสองสามคนนั่งบนสโลปเกือบชั้นบนสุด พร้อมใจกันโบกมือเรียกสายตาจากเธอริชชี่นั่งตรงกลางของแก๊ง ประกบซ้ายขวาด้วยเอ็มม่ากับซาร่า และมีโซเฟียนั่งบริเวณที่นั่งด้านหลังของริชชี่อีกที“มานั่งตรงนี้สิควีนของพวกเรา”พูดจบริชชี่ก็ส่งสายตาให้ซาร่าที่นั่งด้านนอกสุดขยับขึ้นไปนั่งข้างบนข้างโซเฟีย ส่วนเธอก็ขยับมานั่งแทนที่ของซาร่า เหลือที่เก่าตนเองให้วิเวียนเข้าไปนั่งตรงกลางแทนน่าอายชะมัด...สรรพนามที่ถูกเรียกว่าควีนนี่มั
หลังจากพากันหนีออกจากร้านด้วยความอับอาย คาดิลแลคสีแดงก็ขับตรงมายังโรงแรมใกล้ๆ โดยไม่ได้สนใจถามราคาค่าเช่าวิเวียนกลัวว่าหากตัดสินใจช้ากว่านั้นอีกเพียงเสี้ยวนาที เธอกับเขาคงต้องลงเอยด้วยการจอดข้างทาง จากนั้นก็ใช้รถสีแดงคันหรูจากบารมีพ่อเป็นม่านรูดชั่วคราวอย่างแน่นอนหลังจากเช็กอินเข้าห้องก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ชุดคอร์เซ็ตของเธอถูกเขาจับถอดตามด้วยการซุกหน้าเข้าหาหน้าอกอวบด้วยความรู้สึกแสนคิดถึงจากนั้นต่างฝ่ายก็ต่างตักตวงความสุขจากกันและกันแบบไร้จุดสิ้นสุดปึก! ปึก! ปึก!“อื้อ! อ๊ะ ละ ลึกดีจังแลนซ์...”“น้ำคุณออกทุกครั้งที่ผมกระแทกเลย” คนสอบเอวจากด้านหลังบรรยายภาพที่ปรากฏแก่สายตาตนเองพร้อมใบหน้าแดงซ่านยิ่งเห็นอาการร่านรักของเธอยิ่งฮึกเหิมอยากทำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ“อ๊ะ อา...” วิเวียนครางตอบรับประโยคหยาบโลนที่อีกฝ่ายเผลอพูดออกมาปกติเธอไม่ใช่คนชอบพูดเรื่องลามกแบบนี้ แต่พอเป็นเขา...เสียงของเขากลับปลุกเร้าให้เธอมีอารมณ์ร่วมไปกับประโยคลามกเหล่านั้นแลนซ์กระแทกกระทั้น กดร่างอรชรให้ฟุบหน้าลงกับหมอนขนเป็ดของโรงแรม วิเวียนเปล่งเสียงครวญครางออกมาอย่างสุดกลั้น เหตุการณ์และความรู้สึกซ่านกระสันเกิดขึ้นซ้ำ