Se connecterคำว่ามันในที่นี้คือ ใช้ร่างกายอย่างเมามัน หากคืนไหนมีเพื่อนกินเหล้า พนาจะเลือกให้เป็นคืนเมา หากไม่มีเพื่อนคู่หูกินเหล้า เขาก็เลือกสาวสวยสักคนมาเป็นคู่ช่วยทำให้มัน
แต่พนาเห็นท่าทางระอาของเพื่อนรักที่มองเขาและดูท่าว่าจะรีบกลับไปอ้อนเมีย คนไร้เมียจึงแกล้งเข้าไปสวมกอดด้านหลังแล้วดึงลงไปบนที่นอน
“เหม...อยู่กับพนาก่อนเถอะนะ”
“เฮ้ย อะไรวะ ไอ้พนา มึงอย่าเล่นแบบนี้กูขนลุก” เหมราชโวยวายแต่ก็ล้มกลิ้งโค่โร่ไปกับพนาที่หัวเราะร่วน
ร่างสมส่วนที่สวมหมวกปีกกว้างมีดอกไม้ติดรอบๆ ดูน่ารักสดใสหยุดอยู่บ้านพักหมายเลข 609 เขมขิมหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาแล้วเสียบลงไป แต่พบว่าประตูถูกเปิดแง้มๆ เอาไว้ หรือแม่บ้านคงเข้ามาทำความสะอาดแล้วลืมปิด
เขมขิมขมวดคิ้ว แต่ความเหนื่อยอ่อนอยากพักผ่อนจึงไม่อยากคิดมาก เธอไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ร่างเล็กจึงผลักประตูเข้าไปจนสุดเพราะแผ่นหลังกำลังโหยหาที่นอนนุ่มๆ เวลานี้ดวงตาคู่สวยอยากจะปิดลง แล้วพักผ่อนสักงีบ
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตาคู่หวานสวยก็ต้องเบิกกว้าง ความง่วงที่มีอยู่ครู่ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก เขมขิมกัดริมฝีปากแน่น นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
กระบอกข้าวหลามยักษ์
ข้าวหลามหนองมนไม่ได้มีขายแค่ชลบุรี ที่เชียงใหม่ก็มี แถมยังกระบอกใหญ่กว่าหนองมนด้วย
“กรี๊ดดด!!”
ดวงตาอันร้อนแรงของผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำ หนั่นแน่นไปทุกสัดส่วน ด้วยความสูงถึงร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตรหรืออาจจะมากกว่านั้นตามไสตล์ลูกครึ่งไทย อเมริกัน สะท้อนให้เห็นร่างของหญิงสาวสวยน่ารักที่ยืนจ้องเขาตาค้าง สีหน้าเหมือนเจอสัตว์ประหลาดจแล้วกรีดร้องจนสุดเสียง
“เข้ามาได้ไง!” พนาตื่นตกใจคิ้วเข้มหนาเลิกขึ้นสูง สบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ใครปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ทะเล่อทะล่าเข้ามาแล้วยืนจ้องเขากับไอ้เหมที่นอนอยู่บนเตียงตาเขม็ง
“พะ พวกคุณเข้ามาที่พักฉันได้ไง!” ดวงตากลมโตตะลึงพรึงเพริด อ้าปากค้างตัวแข็งเหมือนหุ่น ทำไมมีคู่เกย์มาอยู่ในห้องของเธอ ต้องเป็นเกย์คิงส์กับเกย์ควีนแน่ๆ อีกคนสูงใหญ่หน้ารกเหมือนคิงคอง อีกคนหน้าขาวใสเหมือนหนุ่มเกาหลีนอนอยู่บนเตียง
เหมราชที่นอนอยู่บนเตียงตกใจจากเสียงกรีดร้อง ชายหนุ่มรีบดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกายอย่างมิดชิด “อย่ามองผมแบบนั้นสิครับ ผมไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิด” เหมราชก้มซ่อนหน้า รู้สึกอับอายอยากจะคลุมโปงหนี นี่มันวันซวยอะไรกัน
“จะคิดอะไรก็ช่าง แต่ออกไปได้แล้ว”
เหมราชเห็นเพื่อนรักแสดงท่าทางไม่พอใจใส่สาวน้อยคนนั้น แต่มันคงลืมก้มดูตัวเอง
“เฮ้ย พนา มึงพันผ้าก่อนเถอะ อุจาดตา” เหมราชที่มีผ้าห่มม้วนตัวราวกับแหนม คว้าผ้าขนหนูสีขาวสะอาดโยนให้พนา มันรับเอาไปพันอย่างลวกๆ ดูไม่อายเท่าไหร่
“จะจ้องอีกนานไหม ใครให้คุณเข้ามาที่นี่ ยังไม่ตอบอีก” เสียงเข้มตวาด ดวงตาคมดุของเขาฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน
เขมขิมยังงุนงงอยู่จึงพูดอะไรไม่ออก พอหลุดจากภวังค์ สิ่งที่หญิงสาวทำคือ วิ่งออกจากห้องนั้น ไม่อยากเห็นภาพอุจาดตาของผู้ชายสองคนนั้นอีก เมื่อวิ่งพ้นบ้านพักหลังกะทัดรัดออกมาได้ ก็เห็นว่าพนักงานสาวหน้าหวานที่เคาน์เตอร์กำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาหาเธอ
“เป็นอะไรไปคะคุณ ใจเย็นๆ ค่ะ” พนักงานสาวพยายามพูดปลอบลูกค้า เธอทำงานผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะบอกเบอร์ที่พักผิดจึงรีบวิ่งตามมา แต่ไม่รู้ว่าลูกค้าคนสวยไปเห็นอะไรเข้า
สายตาของพนักงานสาวตะลึงพรึงเพริดเต็มไปด้วยความตกใจ และเขินจนหน้าแดงเมื่อเขมขิมเล่าสิ่งที่ไปเจอมา
“มีผู้ชายสองคนแก้ผ้าอยู่ในที่พักของฉันค่ะ ไม่เชื่อ ฉันจะพาคุณไปดู”
พนักงานสาวหน้าแดง เมื่อคืนพ่อเลี้ยงพนากับพ่อเลี้ยงเหมราชเมาหนักทั้งคู่ ไม่กลับเข้าบ้านแต่มานอนที่นี่ เพราะฉะนั้น ผู้ชายสองคนนั้นคนหนึ่งเป็นเจ้าของที่นี่ ส่วนอีกคนเป็นเจ้าของไร่ชาชื่อดัง ครั้นจะบอกความจริงกับลูกค้าทุกอย่างจะดูยิ่งแย่ ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้พ่อเลี้ยงพนาจะลงโทษเธอยังไงบ้าง
เขมขิมที่โมโหจนกลายเป็นความเครียด จากความเครียดกลายเป็นความสติแตกจนไม่สนใจอะไรแล้วใบหน้าสวยจัดที่ปกติจะสีแก้มระเรื่อด้วยเลือดฝาด ยามนี้แดงก่ำทั้งใบหน้าจากแอลกอฮอล์รสร้อนแรง“จะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกไหม แต่ช่างมันเถอะ ดื่มให้เมาไปเลย”พอเหล้าเข้าปาก ลงกระเพาะโล่งๆ แอลกอฮอล์ก็ซึมซับไวทันใจ สูบฉีดเลือดขึ้นหน้าจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง“ทำไมต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วย วันซวยของฉันอะไรเนี่ย!! กินหมดแล้วจะไปส่งฉันที่ไร่จริงๆ ใช่ไหม”จากนั้นมือบางก็คว้าตากีล่าได้ก่อนเจ้าถิ่นคอทองแดงแล้วซัดลงคอพรวดเดียว ก่อนกระแทกแก้วลงกับเคาน์เตอร์ดัง ปัง!“พอแล้วมั้ง” พนาขมวดคิ้วถาม เป็นห่วงคนตัวเล็กว่าจะเมาปลิ้นเสียก่อนจะกลับไร่“มะ มา อาวมา...อีก...กะ”เขมขิมพูดได้แค่นั้นก็หงายตึงลงไปและไม่รับรู้อะไรอีกเลย เล่นเอาโจรป่าพนาไพรอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง พอตั้งสติได้ก็ปราดเข้าไปช้อนร่างบางที่กำลังจะหงายหลังไว้“เฮ้ย นี่เธอเป็นอะไรไป อย่ามาตายคาร้านเขานะ เ
“ก่อนที่จะเป็นห่วงเรื่องอื่น ฉันว่านะ ฝ่ายจัดซื้อคงรับพนักงานไม่ได้มาตรฐานมา ย้ำคิด ย้ำทำ พูดตั้งหลายครั้งก็ย้ำอยู่นั่น รู้แล้วว่าอยากไปไร่ แต่เราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าฉันจะมีอารมณ์ขับรถ”เขมขิมอยากจะกรีดร้อง ตะเบ็งถามเขากลับไป “ขับรถต้องมีอารมณ์ด้วยเหรอ”เขาตอบสั้นๆ “อือ” มือสากจับหมับที่ข้าศอกเรียวแล้วออกคำสั่ง “ไม่กินเหล้า ไม่ง้อก็ได้ งั้นนั่งเฝ้าพี่ยันเช้าละกันน้องสาว”น้ำเสียงเขามีความร้ายกาจปนความยียวนอยู่ในตัว เขมขิมอยากจะตะกุยหน้าหมีให้พังแต่ก็ยับยั้งไว้ได้ เธอถอนใจอย่างสุดทนเวรกรรมที่แท้ทรู“เอ้า ชนแก้ว” หมีขี้เมาชวนอย่างอารมณ์ดีรอยหยันผุดขึ้นบนใบหน้าสวยที่อารมณ์กำลังเดือดปุดๆ “ใครจะนั่งเฝ้าคุณไม่ทราบ ถ้าไม่ไปส่งก็เอากระเป๋าสตางค์ฉันคืนมา ฉันตัดสินใจแล้ว จะหาทางไปเอง” เขมขิมใช้ความว่องไวเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสตางค์ที่วางอยู่ตรงหน้าเขา แต่พนาไวกว่า“กินเหล้าไปแล้ว จะให้ฉันชักดาบไม่จ่ายเขาหรือไง ถึงไร่ ฉันจ่ายดอกเบี้ยให้”&ldqu
“สั่งใคร” เขาถามกลับเสียงห้วนเขมขิมข่มความโมโหไว้เต็มเปี่ยม ถ้าไม่ติดว่าต้องพึ่งพา เธอด่ากลับไปแล้ว“คุณไง คนขับรถ”ปากแบบนี้อาจได้ผัวเป็นคนขับรถคืนนี้ก็ได้พนาไม่ได้พูด แต่แววตาอันคมกริบพันธนาการเธอไว้อย่างเหนียวแน่นเขมขิมไม่ใช่คนไร้เดียงสา เห็นแววตามองโลมเลียของคนตรงหน้าก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว สัญชาติญาณระวังภัยเริ่มทำงาน “มองหน้าฉันแบบนี้ มีอะไร”“กำลังคิดว่าเธอคงมีแฟนแล้วก็ถูกแฟนทิ้งมาแน่”เขมขิมอ้าปากค้าง ตกใจที่เขาเดาถูกแต่เธอไม่ยอมรับให้เสียหน้าหรอก ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างอัตมันไม่มีค่าให้เธอเสียใจ“ตกใจเลยเหรอ รู้ไหมทำไมฉันเดาถูก เพราะเธอนี่ท่าทางจะเป็นพวกชอบสั่งนะ แต่อย่ามาสั่งคนอย่างฉัน เข้าใจไหม” น้ำเสียงกร้าวขึ้นอย่างชัดเจน เขาไม่ชอบให้ใครมาสั่ง มาบงการ โดยเฉพาะผู้หญิง“คุณเดาผิดต่างหากล่ะ ผู้ชายส่วนมากนี่ชอบมโนคิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญเนอะ แต่นั่นมันเรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอธิบายให้คนอย่างคุณเข้าใจ เพราะสิ่งที่สำคัญคือทำไม
ภายในร้านเหล้าที่พนามาเข้ามาเปิดเพลงคลอเบาๆ บรรยากาศชวนเมา พนักงานทุกคนในร้านเหมือนจะคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี ร่างเล็กของเขมขิมวิ่งตามเขาเข้ามาในร้าน ส่วนผู้ชายวายร้ายคนนั้นกำลังวางกระเป๋าสตางค์ของเธอที่หน้าบาร์“น้องวิสกี้ออนเดอะร็อกสองแก้ว”“ได้ครับป้อ...” เสียงนั้นเลือนหายเมื่อเห็นสายตาคมดุที่สื่อให้รู้ว่าไม่ต้องการให้คนที่มาด้วยกันรู้ว่าเขาคือพ่อเลี้ยงคนดังก่อนจะหันมากวักมือเรียกคนยืนงงๆ“มานี่สิ ยืนเอ๋อทำไม”เขมขิมเม้มปากแน่นกับคำพูดไม่เข้าหูของหมีอุรังอุตัง ใบหน้าสวยหันซ้าย หันขวา ราวกับไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี ในชีวิตของเขมขิมเคยหลงเข้าร้านแบบนี้แค่สองครั้ง คือวันเกิดเพื่อนสาวคนสนิท ส่วนอีกวันคือเมื่อเดือนก่อน ตอนถูกคนรักบอกเลิกตอนเธอคบหากับอัตมันจุดนัดพบของเธอกับเขาคือร้านนมปั่น ไม่ใช่ร้านเหล้าปั่น คงเพราะภาพลักษณ์ที่ดูเป็นเด็กอนามัยละมั้ง ในที่สุดอัตมันก็บอกเลิกเธอและไปคบหากับลูกเจ้านายเก่าที่ดูแซ่บกว่าเยอะ“มานั่งตรงนี้สิ คนเลี้ยงเหล้า” เขายกมือกอดอก มองด้วยส
“เธอหมายความว่ายังไง”“ฝ่ายจัดซื้อ กับ คนขับรถคงไม่ต้องมีหน้าที่มาเจอกันบ่อยๆ”พูดจบเขมขิมก็หมุนกลับสะบัดบ๊อบเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ ชายหนุ่มร่างสูงก้มมองเสื้อผ้า รองเท้า บวกเข้าด้วยกันก็หลายหมื่น แล้วยังรถยนต์ราคาสิบกว่าล้าน“เราดูแย่ขนาดนี้เลยเหรอวะ คนขับรถนี่นะ....”พ่อเลี้ยงพนายกมือลูบคางสาก นึกเวทนาตัวเอง สงสัยว่างๆ เขาควรจะแวะไปร้านตัดผมที่ดีที่สุดในจังหวัด แต่ที่ไม่ไปอีกเพราะเขาเคยมีซัมติงกับเจ้าของร้านสาวสวย ตอนนั้นก่อนถอดเสื้อผ้าเธอบอกว่าได้หมด พอถึงสวรรค์ เจอทางแยก ทางใครทางมันได้เลย แต่พอหลังจากนั้น รุ่งเช้ามาก็ร้องไห้โวยวายให้เขารับผิดชอบ นับแต่นั้น เขาเลยไม่ได้ไปตัดผมอีก จะไปร้านอื่นก็ตัดไม่ถูกใจ“ไม่เป็นไร ไปตัดแถวเชียงราย แม่ฮ่องสอนก็ได้วะ” เขาก้มดูกางเกงยีนส์ตัวละสองหมื่นเศษๆ แล้วเจ็บใจแม่ตัวดีคอยดูเถอะ“ปากแบบนี้ คิดว่าเธอจะผ่านโปร.ทดลองงานไหม ยัยตัวแสบ ได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งมาอ้อนวอนฉันแน่” พนาเก็บอารมณ์กรุ่นนั้นไว้ ครั้งแรกก็ว่าเขาหน้าแก่เกินวัย
หากรู้ว่าการนั่งรถมากับเขาคือหายนะที่กำลังจะเกิด เธอจะทำทุกอย่างแม้ว่าเปิดประตูรถแล้วกระโดดลงไปข้างทาง ดวงตาคู่สวยข่มกลั้นความหวาดกลัวต่อชายแปลกหน้าแต่สังเกตจากรถที่เขาขับ ราคาของมันแพงหูฉี่ ไม่ใช่รถคนงานในไร่อย่างแน่นอน ไร่ส้มใหญ่ขนาดนั้นอาจจะมีคนขับรถหลายคนก็ได้ เป็นไปได้ไหมเขาเป็นคนขับรถให้เจ้าของไร่ ลุงชมอาจไม่สบาย เขาผ่านมาพอดีเลยฝากมารับเธอต้องเป็นแบบนี้แน่เขมขิมพยายามนั่งไปเงียบๆ ไม่มองเขาแต่ก็อดลอบสังเกตไม่ได้ นิสัยเอาแต่ใจ เลือดร้อนไม่ยอมคน ทำให้พ่อเลี้ยงพนาเหยียบตามรถคันหนึ่งที่ปาดหน้าเขาไป“ปาดมา ปาดกลับ ไม่โกงเว้ยยย ฮ่าๆ” แถมยังหัวเราะร่าสะใจ ยิ้มเยาะใส่กระจกมองหลังอีก“เฮ้ย คุณใจเย็นสิ ฉันยังไม่อยากตาย”“แค่นี้ไม่ตายหรอก ดูมันสิขับรถปาดหน้าชาวบ้านเดี๋ยวก็ได้ลงเหวข้างทางหรอก ไม่รู้หรือไง แถวนี้ตกไปก็ตายเท่านั้นแหละ” ใครจะชินภูมิประเทศแถบนี้ดีกว่าเขา ที่สำคัญ เขาคุ้นๆ รถคันนั้นเหมือนเป็นรถที่วิ่งส่งบรรจุภัณฑ์ไปส่งที่ไร่เขมขิมแอบภาวนาขอให้พระคุ้มครอง ทั้งที่เธอคาดเข็ม







