Masukเมื่อพยาบาลพูดจบก็ตรวจวัดร่างกายของเวทิกาตามปกติ ก่อนที่จะพาหญิงสาวไปนั่งรอหน้าห้องตรวจ
‘นพ.อัคคี พิพัฒน์รุ่งโรจน์’
เวทิกาอ่านป้ายชื่อของแพทย์ที่จะต้องเจอในไม่อีกกี่นาทีข้างหน้าด้วยใจเต้นรัว ขอให้หมอท่านนี้มีอายุพอสมควร ความเขินอายของเธอจะได้น้อยลงบ้าง
“คุณเวทิกาเชิญค่ะ”
ทันใดนั้น เสียงของพยาบาลก็ดังขึ้น หญิงสาวจึงรีบลุกจากที่นั่งพร้อมกับเดินตามไปที่ห้องหมออัคคีทันที
“ขออนุญาตนะคะคุณหมอ”
สิ้นเสียงขออนุญาต พยาบาลสาวก็ปิดประตูลงเพื่อให้เวทิกาได้พูดคุยกับหมอตามลำพัง และทันทีที่เห็นหน้าของคุณหมอ เธอก็อดตะลึงไม่ได้!
“เห็นพยาบาลบอกว่า คุณอยากคุยกับหมอเป็นการส่วนตัว ไม่สะดวกให้พยาบาลซักประวัติเหรอครับ”
นายแพทย์อัคคีเงยหน้าขึ้นมองมา ทำเอาเวทิกาอดตื่นเต้นไม่ได้ คำอธิษฐานของเธอไม่เคยเป็นจริงเลยสักครั้ง เพราะคนตรงหน้าต่างจากที่คิดจินตนาการเอาไว้สิ้นเชิง เขายังอายุไม่มาก และที่สำคัญ หน้าตาก็ดูดีเสียจนคนไข้อย่างเธออดใจสั่นไม่ได้! ยิ่งรูปร่าง ทำเอาเวทิกาตั้งคำถามในใจนี่หมอหรือนายแบบ
“คนไข้เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” อัคคีเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนไข้สาวสวยตรงหน้ามองมาด้วยสายตาอึ้งๆ แม้เขาเองจะอึ้งไม่ต่างจากเธอก็ตาม แต่ต้องรักษาภาพลักษณ์ของแพทย์เอาไว้ เพราะหญิงสาวตรงหน้าช่างสวย น่ารัก มีเสน่ห์ และสะดุดตาเหลือเกิน
“เอ่อ ขอโทษค่ะ” เวทิกาเพิ่งได้สติ จึงรีบนั่งลงตรงข้ามหมอทันที พยายามปลอบใจตัวเองว่า ถึงหมอท่านนี้จะยังหนุ่มและหน้าตาดีแค่ไหนก็ไม่ต้องใส่ใจอะไร เพราะแค่ก้าวออกจากห้องตรวจไป เขาก็จำหน้าเธอไม่ได้แล้ว และก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกตลอดชีวิต
“ไม่เป็นไร ว่าแต่คนไข้อาการเป็นยังไงครับ” อัคคีพยายามทำตัวปกติ พร้อมกับเอ่ยถามเหมือนที่ถามคนไข้คนอื่นๆ แววตาของหญิงสาวตรงหน้าดูสั่นระริกเหมือนคนที่กำลังตื่นกลัวอะไรบางอย่างอยู่ นั่นยิ่งทำให้เขาอยากจะรู้ว่าเธอกำลังมีปัญหาอะไรกันแน่
“เอ่อ คือว่าดิฉันอยากจะขอให้คุณหมอช่วยตรวจความบริสุทธิ์ให้ดิฉันค่ะ” เวทิการีบพูด เพื่อให้เรื่องราวได้ผ่านพ้นไปเร็วๆ
“ตรวจพรหมจรรย์? ขออนุญาตถามตรงๆ คุณเจอเรื่องหรือเหตุการณ์อะไรมาก่อนหน้านี้หรือเปล่าครับ” ประโยคนั้นทำเอาอัคคีถึงกับคิ้วขมวด เขาไม่เข้าใจว่า เหตุใดหญิงสาวหน้าตาดีตรงหน้าจึงมาหาหมอเพื่อขอผลตรวจยืนยันความบริสุทธิ์เช่นนี้ ทั้งที่เจ้าตัวควรจะเป็นผู้ที่รู้ดีกว่าใคร
“เอ่อ ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่ได้เจอเรื่องแบบที่หมอคิด เพียงแต่ว่า...ฉันจำเป็นต้องใช้ผลตรวจจริงๆ” รู้ดีว่าหมออาจจะเข้าใจว่าเธอคงจะเจอใครรังแก หรือโดนคุกคามทางเพศมาเลยต้องการผลตรวจ แม้ว่าเวทิกายังไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนั้น แต่ต่อจากนี้ สิ่งที่เธอกำลังจะเจอก็ไม่ได้เลวร้ายน้อยไปกว่ากันสักเท่าไหร่นัก
“ถ้าอย่างนั้น หมอคงต้องถามว่าคุณจะเอาผลตรวจไปทำอะไร” หมอหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย และในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ เขาเองก็มีสิทธิ์ในการถามเช่นกัน
“คือว่า…”
“คุณยังไม่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์ใช่ไหมครับ” เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าทำท่าทีลังเล และไม่กล้าที่จะตอบ
“ไม่เคยค่ะ” เวทิกาตอบพร้อมกับก้มหน้าด้วยความอาย ไม่รู้ทำไมสายตาคมของหมออัคคีถึงทำให้เธอไม่กล้าแม้จะสบตาเขา โดยเฉพาะเมื่อพูดคุยเรื่องที่น่าอายเช่นนี้
“ถ้าอย่างนั้น หมอว่าก็ไม่จำเป็นต้องตรวจอะไร ในเมื่อคุณก็รู้ตัวของคุณดีอยู่แล้ว” อัคคีพูดอย่างสรุปจบง่ายๆ เขาไม่มีความจำเป็นต้องตรวจอะไรในเมื่อเรื่องแบบนี้คนที่รู้ตัวดีที่สุดก็คือเจ้าตัวเอง
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ ไวน์เรียนจบมีงานทำแล้ว ผมมั่นใจว่าไวน์จะเป็นแม่ที่ดีได้เหมือนที่ไวน์เป็นภรรยาที่ดีของผม” ชายหนุ่มพูดด้วยความมั่นใจ เขาไม่เคยไม่เชื่อมั่นในตัวหญิงสาว และมั่นใจว่าเธอจะต้องอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดังเช่นเธออย่างแน่นอน “ขอบคุณนะคะที่เชื่อใจไวน์ ในวันที่ไวน์แทบไม่เชื่อใจตัวเองเลย” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความตื้นตันใจ คำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอมีความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ “และอีกเรื่องหนึ่ง คุณอย่าลืมว่าคุณยังมีผม ไม่ว่ายังไงผมไม่มีทางปล่อยให้คุณเลี้ยงลูกของเราคนเดียวแน่ เราสองคนจะช่วยกันและลองผิดลองถูกไปด้วยกันนะ ผมมั่นใจว่าเราจะมีครอบครัวที่อบอุ่นแน่นอน” ชายหนุ่มบีบมือหญิงสาวเพื่อให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง&n
“ไวน์ดีขึ้นแล้วค่ะ” เวทิกาค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าปอด และเมื่อดีขึ้นเธอจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำตามแรงประคองของชายหนุ่ม “คุณไม่สบายเหรอ ทำไมถึงอ้วกออกมา ขอผมตรวจหน่อย” อัคคีเอ่ยถามด้วยความสงสัย พร้อมกับจับที่หน้าผากหญิงสาว พบว่าไม่มีอาการตัวร้อนแต่อย่างใด “คือ…ที่จริงแล้วรอบเดือนไวน์ยังไม่มาเลยค่ะ แต่ไวน์คิดว่าอาจจะไม่ใช่แบบที่คิดก็เลยไม่ได้บอกหมอ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ที่เธอไม่มั่นใจเพราะว่าที่ผ่านมาชายหนุ่มแทบจะป้องกันทุกครั้งที่มีอะไรกับเธอ “ว่าไงนะ ทำไมคุณไม่บอกผม” อัคคีพูดด้วยรอยยิ้มออกมา หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อรู้ว่าตนเองอาจจะกลายเป็นพ่อคนในเร็ววันนี้ “ก็ไวน์อยากให้มั่น
“มันไม่ใช่เรื่องนี้ค่ะ แต่มันเป็นเรื่องที่ไวน์อยากออกไปทำงาน ไวน์รู้นะคะว่าหมอไม่อยากให้ไวน์ทำงานที่ไหนเลย แต่ตอนนี้ไวน์กำลังได้งานเป็นประชาสัมพันธ์ และไวน์ก็ชอบงานนี้มากๆ ด้วย” เวทิกาพูดในสิ่งที่ตนเองกังวลออกไป ในวันที่ไม่มีชายหนุ่มก็ยังคงมีงานที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองมีค่าอยู่บ้าง“งานที่บริษัทไอ้อคินนั่นอะเหรอ” ดวงตาสีนิลเข้มขึ้นทันทีเมื่อพูดถึงศัตรูหัวใจอย่างอคิน เรื่องยอมให้หญิงสาวทำงานมันก็เรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องที่จะให้หญิงสาวอยู่ใกล้ชิดอดีตคนรักแบบนี้สำหรับเขาก็ออกจะทำใจยากไม่น้อย“ใช่ค่ะ แต่หมออย่าไปเรียกคนอื่นแบบนั้นสิคะ ไวน์รู้ว่าหมอไม่ชอบหน้าคินเพราะเรื่องที่ผ่านมา แต่คินเป็นคนดีนะคะ และคินก็ไม่เคยคิดแย่งไวน์จากหมอ” หญิงสาวปกป้องอคินจากใจจริง เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่าเขาคือหนึ่งในคนที่หวังดีกับเธอด้วยใจจริง“ก็เพราะผมรู้ว่ามันเป็นคนดีไง ถึงได้เครียดอยู่แบบนี้ ผมแค่กลัวว่าวันหนึ่งคุณจะใจอ่อนและกลับไปรักมันเหมือนเดิม” อัคคีพูดด้วยความหวาดหวั่นอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งเห็นว่าอคินเป็นคนดีมากเท่าไรม
“เก็บความหวังดีของแกไว้เถอะ และไม่ต้องเสนอหน้ามาเยี่ยมฉันอีก อ้อ ยัยเบียร์ก็ไม่อยากจะเจอหน้าแกเหมือนกัน กลับไปซะ อย่ามายุ่งกับฉันสองคน” พิสมัยพูดด้วยสายตาเกลียดชัง ก่อนจะลุกเดินหนีเวทิกาไปทันที “ฮึกๆ” เวทิกาปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจจะห้ามได้อีกต่อไป “คุณคะ ไหวไหมคะ” ผู้คุมเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” นาทีนั้นเวทิกาพยายามตั้งสติ ในเมื่อทุกอย่างเธอทำอะไรไม่ได้ มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะมาร้องไห้เสียใจ หญิงสาวตัดสินใจเดินออกไปหาชายหนุ่มที่นั่งรอเธออยู่ด้วยความเป็นห่วง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังคงหลงเหลือคนที่รักเธออยู่ แม้เขาจะไม่ใช่คนในครอบครัวของเธอก็ตาม&
“หึ ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ไวน์รู้ค่ะว่าถึงจะเป็นโรงพยาบาลหมอก็ไม่สนใจ” หญิงสาวตอกกลับชายหนุ่มเสียจนเขาเถียงไม่ได้ เพราะเธอพูดถูก หากเขาต้องการไม่ว่าจะที่ไหนก็สามารถจัดการเธอได้เสมอ “โอเค ผมไม่เถียงก็ได้ ยอมคุณทุกอย่างเลย” อัคคียิ้มอย่างมีความสุข “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้หมอก็ต้องนอนพักผ่อนเยอะๆ นะคะ จะได้หายไวๆ” หญิงสาวพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง เพราะอยากให้ชายหนุ่มได้พักผ่อน “คุณก็เหมือนกัน ไม่เห็นหน้าแค่ไม่กี่วันคุณผอมลงตั้งเยอะ” ชายหนุ่มสังเกตได้ว่าหญิงสาวเนื้อตัวบางลง หลังจากได้กอดเธอและพบว่าไม่เต็มไม้เต็มมือเหมือนแต่ก่อน “ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นช
“ตอนนี้ทั้งสองคนเตรียมโดนส่งตัวเข้าเรือนจำวันพรุ่งนี้แล้ว” เรวัตตอบคำถามเพื่อน “เป็นเพราะไวน์เองค่ะที่ไม่ยอมช่วยแม่กับเบียร์ในตอนนั้น ทำให้สองคนไม่มีทางเลือกและต้องค้ายาแบบนี้” เวทิกาพูดด้วยน้ำตาคลอ ทั้งรู้สึกผิดและสงสารชะตากรรมของแม่กับน้อง “อย่าพูดแบบนั้นเลยไวน์ มันไม่ใช่ความผิดของคุณ งานดีๆ มีมากมาย แต่พวกเขาสองคนเลือกที่จะเดินทางนี้ คุณไม่ผิดที่จะเป็นห่วงพวกเขา แต่ผมขอร้อง คุณอย่าโทษตัวเองเลย” อัคคีพูดด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว เพราะรู้ดีว่าเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวมาตลอด ครั้งนี้เธอไม่ควรโทษตัวเอง และเธอทำดีที่สุดแล้ว “ผมเห็นด้วยกับไอ้อิฐ คุณไวน์อย่าเพิ่งคิดมากเลยครับ ถ้าสองคนนั้นทำตัวดีเดี๋ยวโทษก็จะลดลงเรื่อยๆ” เรวัตพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่เสี่ยก็ทำร้ายแม่กับน้องฉันปางตายเหมือนกัน แบบนี้ ฉันควรทำตามคำสั่งของเสี่ยหรือไง” เวทิกาพูดอย่างไม่ยอมแพ้ ในเมื่อเขาอยากได้ตัวเธอ แต่กลับทำผิดสัญญา หญิงสาวก็ไม่ควรที่จะยอมง่ายๆ อีกต่อไป“เธอต้องทำตามคำสั่งของฉัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เพราะถ้าพูดกันตามจริง แม่ของเธอก็
ไร้ซึ่งถ้อยคำ แต่กลับเป็นฝ่ามือที่ตบเข้าใบหน้าของเวทิกาอย่างรุนแรงโดยที่หญิงสาวไม่ได้ตั้งตัว“แกนี่มันเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ แบบที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิด กล้าดียังไงมาปฏิเสธเสี่ย ไม่เห็นหรือไงว่าเสี่ยจะฆ่าฉันอยู่แล้ว” พิสมัยพูดเสียงดัง พร้อมกับทำท่าจะเข้ามาทำร้ายเวทิกาเพิ่ม แต่ถูกเบญจ
“แล้วฉันมีทางเลือกอื่นหรือไงคะ ทั้งหมด มันเป็นเพราะหมอไม่ใช่เหรอที่พูดบ้าๆ ว่าฉันเป็นเมีย ทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” หญิงสาวโวยวายออกมาด้วยความโมโหเกินทน ใช่ว่าอยากจะขายตัวให้เสี่ยวาโย แต่เพราะไม่มีทางเลือกอื่น และเธอก็ไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้พวกมันด้วย วิธีเดียวที่จะทำได้ก็คือเอาตัวเข้าแลกตามที
หนึ่งในนั้นยังคงขู่ต่อไป และแน่นอนว่าอัคคีไม่ได้มีความเกรงกลัว ในเมื่อพวกมันกำลังยืนอยู่ในถิ่นของเขา อย่างไรคนได้เปรียบก็ต้องเป็นฝ่ายพวกมันอยู่วันยังค่ำ“ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียฉัน”“หมอ!” เวทิกาอึ้งกับคำป่าวประกาศของชายหนุ่มไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย ที่สำคัญ เธอกับเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงวัน และรู







