เข้าสู่ระบบ“ไม่ได้นะคะ หมอต้องตรวจให้ฉัน ไม่อย่างนั้น ฉันแย่แน่” เวทิการ้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าหมออัคคีทำท่าเหมือนจะไม่ยอมทำการตรวจ และเธอไม่มีทางเสียเวลาเปล่าในการไปหาโรงพยาบาลอื่นแน่ อย่างไรเสีย วันนี้ต้องได้ผลตรวจนั้นกลับไปให้ได้
“หมอจะตรวจก็ต่อเมื่อคุณยอมบอกว่า เอาผลตรวจไปทำอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมอะไร หมอก็อาจจะตรวจให้ได้”
อัคคีเอ่ยถามอย่างไว้เชิง เพราะมองว่ามันแปลกที่หญิงสาวหน้าตาดี แถมบอกว่าตนเองยังบริสุทธิ์ผุดผ่องต้องการผลตรวจยืนยันความบริสุทธิ์ หากเจ้าตัวไม่ได้จะเอาไปใช้ในเรื่องคดีความ แล้วจะมีเหตุผลอะไรอีกที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนี้จะอยากได้ผลวินิจฉัยยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง
“คือว่าฉันกำลังจะแต่งงานค่ะ” เวทิกากลั้นใจพูดออกไป เธอไม่ใช่คนชอบโกหก แต่สำหรับเรื่องนี้หากไม่ยอมโกหกออกไป หมออัคคีคงไม่ยอมตรวจให้ง่ายๆ แน่
“แต่งงาน? คนไข้อายุเท่าไหร่แล้วครับ” อัคคีเอ่ยถามอีกครั้ง ด้วยคนตรงหน้ายังดูเด็กเกินกว่าจะเข้าพิธีแต่งงานกับใครได้ แต่ถึงอย่างนั้น สมัยนี้ เด็กสาวรุ่นๆ ก็พากันแต่งงานไว มีแต่เขาที่อายุปาเข้าไปสามสิบสองปีแล้ว แต่ยังรักสนุกและไม่คิดที่จะลงเอยกับใครง่ายๆ
“ยี่สิบสองปีค่ะ แต่มันไม่สำคัญหรอกค่ะหมอ หมอช่วยตรวจให้ฉันเถอะนะคะ ไม่อย่างนั้น ฉันแย่แน่” หญิงสาวคร่ำครวญออกมา นาทีนี้ต่อให้ต้องพูดโกหกมากแค่ไหน เธอก็จะทำ เพราะตนเองก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วเหมือนกัน
“แย่? หมายความว่าไง อย่าบอกนะว่าแฟนของคุณบังคับให้มาตรวจ” ปกติไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้าน แต่ครั้งนี้ อัคคีจำเป็นต้องซักถามคนไข้ เพราะมันก็ถือเป็นประวัติในการรักษาคน และเขาเองก็ควรจะรู้เรื่องพวกนี้เอาไว้เพื่อปกป้องตนเอง
“เปล่าค่ะ คือว่าแม่แฟนของฉันไม่เชื่อว่าฉันยังบริสุทธิ์เลยอยากให้เอาผลตรวจไปยืนยัน ขอร้องนะคะหมอ ถ้าหมอไม่ช่วย ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง” เอ่ยด้วยน้ำตาคลอ
“ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องในครอบครัวของคุณ และคนที่รู้ดีสุดก็คือแฟนของคุณเอง เขาน่าจะเป็นฝ่ายปกป้องคุณมากกว่านี้”
อัคคีพูดอย่างใจ ความจริงแล้ว คนจะแต่งงานกันไม่จำเป็นต้องมาตรวจอะไรแบบนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะคุณค่าที่แท้จริงของผู้หญิงไม่ได้อยู่ที่พรหมจรรย์ แต่อยู่ที่จิตใจของเธอต่างหาก
หมอหนุ่มอยากจะเอ่ยออกไปเช่นนั้น แต่คิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องกงการอะไรของตนเองที่ต้องมาอบรมสั่งสอนหญิงสาวตรงหน้า แค่ทำหน้าที่ของหมอให้เสร็จสิ้นก็เพียงพอ แม้จะอดเสียดายนิดๆ ไม่ได้ก็ตาม เพราะเธอเองก็สวยถูกใจไม่น้อย หากเจอกันในสถานที่อื่น เขาอาจจะเข้าไปทำความรู้จักกับเธอในฐานะอื่น แต่นั่นก็เป็นได้เพียงแค่ความนึกคิดเท่านั้น เพราะอีกฝ่ายก็กำลังจะแต่งงานในไม่ช้า
“ฉันเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้หรอกค่ะ นอกจากทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่” เวทิกาอดประทับใจคุณหมอตรงหน้าไม่ได้ พอจะดูออกมาว่าเขามีความเป็นสุภาพบุรุษมากเพียงใด และเรื่องทั้งหมดที่กุเรื่องขึ้นมา หากเกิดกับตนเองจริงๆ แน่นอนว่าเธอคงไม่มีทางแต่งงานกับผู้ชายแบบนั้นอย่างแน่นอน
“หมอเห็นใจคุณนะ แต่หมอคงตรวจให้คุณไม่ได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดเสียจนคนฟังอดใจหายไม่ได้
“หมอคะ…ขอร้อง ช่วยตรวจให้ฉันเถอะนะคะ เพราะต่อให้หมอไม่ตรวจให้ ฉันก็คงต้องไปตรวจที่อื่นอยู่ดี ช่วยฉันสักครั้งเถอะนะคะ” อ้อนวอนอีกครั้งอย่างหน้าไม่อาย เพราะเธอเองก็ไม่อยากต้องเสียเวลาแบกหน้าไปให้หมอคนอื่นตรวจอีกแล้วเช่นกัน
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ ไวน์เรียนจบมีงานทำแล้ว ผมมั่นใจว่าไวน์จะเป็นแม่ที่ดีได้เหมือนที่ไวน์เป็นภรรยาที่ดีของผม” ชายหนุ่มพูดด้วยความมั่นใจ เขาไม่เคยไม่เชื่อมั่นในตัวหญิงสาว และมั่นใจว่าเธอจะต้องอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดังเช่นเธออย่างแน่นอน “ขอบคุณนะคะที่เชื่อใจไวน์ ในวันที่ไวน์แทบไม่เชื่อใจตัวเองเลย” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความตื้นตันใจ คำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอมีความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ “และอีกเรื่องหนึ่ง คุณอย่าลืมว่าคุณยังมีผม ไม่ว่ายังไงผมไม่มีทางปล่อยให้คุณเลี้ยงลูกของเราคนเดียวแน่ เราสองคนจะช่วยกันและลองผิดลองถูกไปด้วยกันนะ ผมมั่นใจว่าเราจะมีครอบครัวที่อบอุ่นแน่นอน” ชายหนุ่มบีบมือหญิงสาวเพื่อให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง&n
“ไวน์ดีขึ้นแล้วค่ะ” เวทิกาค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าปอด และเมื่อดีขึ้นเธอจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำตามแรงประคองของชายหนุ่ม “คุณไม่สบายเหรอ ทำไมถึงอ้วกออกมา ขอผมตรวจหน่อย” อัคคีเอ่ยถามด้วยความสงสัย พร้อมกับจับที่หน้าผากหญิงสาว พบว่าไม่มีอาการตัวร้อนแต่อย่างใด “คือ…ที่จริงแล้วรอบเดือนไวน์ยังไม่มาเลยค่ะ แต่ไวน์คิดว่าอาจจะไม่ใช่แบบที่คิดก็เลยไม่ได้บอกหมอ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ที่เธอไม่มั่นใจเพราะว่าที่ผ่านมาชายหนุ่มแทบจะป้องกันทุกครั้งที่มีอะไรกับเธอ “ว่าไงนะ ทำไมคุณไม่บอกผม” อัคคีพูดด้วยรอยยิ้มออกมา หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อรู้ว่าตนเองอาจจะกลายเป็นพ่อคนในเร็ววันนี้ “ก็ไวน์อยากให้มั่น
“มันไม่ใช่เรื่องนี้ค่ะ แต่มันเป็นเรื่องที่ไวน์อยากออกไปทำงาน ไวน์รู้นะคะว่าหมอไม่อยากให้ไวน์ทำงานที่ไหนเลย แต่ตอนนี้ไวน์กำลังได้งานเป็นประชาสัมพันธ์ และไวน์ก็ชอบงานนี้มากๆ ด้วย” เวทิกาพูดในสิ่งที่ตนเองกังวลออกไป ในวันที่ไม่มีชายหนุ่มก็ยังคงมีงานที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองมีค่าอยู่บ้าง“งานที่บริษัทไอ้อคินนั่นอะเหรอ” ดวงตาสีนิลเข้มขึ้นทันทีเมื่อพูดถึงศัตรูหัวใจอย่างอคิน เรื่องยอมให้หญิงสาวทำงานมันก็เรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องที่จะให้หญิงสาวอยู่ใกล้ชิดอดีตคนรักแบบนี้สำหรับเขาก็ออกจะทำใจยากไม่น้อย“ใช่ค่ะ แต่หมออย่าไปเรียกคนอื่นแบบนั้นสิคะ ไวน์รู้ว่าหมอไม่ชอบหน้าคินเพราะเรื่องที่ผ่านมา แต่คินเป็นคนดีนะคะ และคินก็ไม่เคยคิดแย่งไวน์จากหมอ” หญิงสาวปกป้องอคินจากใจจริง เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่าเขาคือหนึ่งในคนที่หวังดีกับเธอด้วยใจจริง“ก็เพราะผมรู้ว่ามันเป็นคนดีไง ถึงได้เครียดอยู่แบบนี้ ผมแค่กลัวว่าวันหนึ่งคุณจะใจอ่อนและกลับไปรักมันเหมือนเดิม” อัคคีพูดด้วยความหวาดหวั่นอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งเห็นว่าอคินเป็นคนดีมากเท่าไรม
“เก็บความหวังดีของแกไว้เถอะ และไม่ต้องเสนอหน้ามาเยี่ยมฉันอีก อ้อ ยัยเบียร์ก็ไม่อยากจะเจอหน้าแกเหมือนกัน กลับไปซะ อย่ามายุ่งกับฉันสองคน” พิสมัยพูดด้วยสายตาเกลียดชัง ก่อนจะลุกเดินหนีเวทิกาไปทันที “ฮึกๆ” เวทิกาปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจจะห้ามได้อีกต่อไป “คุณคะ ไหวไหมคะ” ผู้คุมเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” นาทีนั้นเวทิกาพยายามตั้งสติ ในเมื่อทุกอย่างเธอทำอะไรไม่ได้ มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะมาร้องไห้เสียใจ หญิงสาวตัดสินใจเดินออกไปหาชายหนุ่มที่นั่งรอเธออยู่ด้วยความเป็นห่วง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังคงหลงเหลือคนที่รักเธออยู่ แม้เขาจะไม่ใช่คนในครอบครัวของเธอก็ตาม&
“หึ ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ไวน์รู้ค่ะว่าถึงจะเป็นโรงพยาบาลหมอก็ไม่สนใจ” หญิงสาวตอกกลับชายหนุ่มเสียจนเขาเถียงไม่ได้ เพราะเธอพูดถูก หากเขาต้องการไม่ว่าจะที่ไหนก็สามารถจัดการเธอได้เสมอ “โอเค ผมไม่เถียงก็ได้ ยอมคุณทุกอย่างเลย” อัคคียิ้มอย่างมีความสุข “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้หมอก็ต้องนอนพักผ่อนเยอะๆ นะคะ จะได้หายไวๆ” หญิงสาวพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียง เพราะอยากให้ชายหนุ่มได้พักผ่อน “คุณก็เหมือนกัน ไม่เห็นหน้าแค่ไม่กี่วันคุณผอมลงตั้งเยอะ” ชายหนุ่มสังเกตได้ว่าหญิงสาวเนื้อตัวบางลง หลังจากได้กอดเธอและพบว่าไม่เต็มไม้เต็มมือเหมือนแต่ก่อน “ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นช
“ตอนนี้ทั้งสองคนเตรียมโดนส่งตัวเข้าเรือนจำวันพรุ่งนี้แล้ว” เรวัตตอบคำถามเพื่อน “เป็นเพราะไวน์เองค่ะที่ไม่ยอมช่วยแม่กับเบียร์ในตอนนั้น ทำให้สองคนไม่มีทางเลือกและต้องค้ายาแบบนี้” เวทิกาพูดด้วยน้ำตาคลอ ทั้งรู้สึกผิดและสงสารชะตากรรมของแม่กับน้อง “อย่าพูดแบบนั้นเลยไวน์ มันไม่ใช่ความผิดของคุณ งานดีๆ มีมากมาย แต่พวกเขาสองคนเลือกที่จะเดินทางนี้ คุณไม่ผิดที่จะเป็นห่วงพวกเขา แต่ผมขอร้อง คุณอย่าโทษตัวเองเลย” อัคคีพูดด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว เพราะรู้ดีว่าเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวมาตลอด ครั้งนี้เธอไม่ควรโทษตัวเอง และเธอทำดีที่สุดแล้ว “ผมเห็นด้วยกับไอ้อิฐ คุณไวน์อย่าเพิ่งคิดมากเลยครับ ถ้าสองคนนั้นทำตัวดีเดี๋ยวโทษก็จะลดลงเรื่อยๆ” เรวัตพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไวน์…” หมอหนุ่มตัดสินใจเข้าไปโอบกอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง ก่อนจะหอมเรือนผมของเธอด้วยความโหยหา กลิ่นนี้ และร่างกายนุ่มนิ่มที่เขาโปรดปรานอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว
“กรี๊ดดดดดดด! ปล่อยไวน์นะ” ร้องออกมาด้วยความตกใจกับความป่าเถื่อนของอีกฝ่าย เธอเกลียดทุกครั้งที่เขาทำตัวเอาแต่ใจแบบนี้“ผมก็จะทำให้เห็นไง ว่าคุณไม่มีทางหนีผมไปได้ และร่างกายของคุณก็อยากได้ผมจนตัวสั่น!”เท่านั้น อัคคีก็จูบซ้ำลงมาที่ริมฝีปากอวบอิ่ม ก่อนที่มือทั้
คนที่หวงของเสมอ และเวทิกาก็ไม่อยากจะมีปัญหากับเขามากไปกว่านี้อคินมารอเวทิกาอยู่ที่ร้านอาหารร้านเดิมที่ทั้งคู่ชอบมานั่งกินด้วยกันบ่อยๆ หลังจากงานศพผ่านพ้นไป ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าเธอหนีหน้าและไม่ยอมพูดคุยกันอีก ไหนจะพฤติกรรมแปลกๆ ที่ไม่ยอมให้เขาไปส่งที่ห้องพัก ม
อัคคีใช้เวลาตลอดหนึ่งวันเต็มเพื่ออยู่กับเวทิกา ก่อนจะพากันกลับมาที่กรุงเทพฯ ในช่วงเย็นช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเสมอ เพียงแค่กลับมาในคอนโดฯ ความรู้สึกต่างๆ ก็หวนกลับมาอีกครั้ง เวทิกาไม่สามารถลืมได้ว่า อีกไม่กี่วันก็ต้องจบความสัมพันธ์กับหมอหนุ่ม แม้เขาบอกว่า







![[NC30+] โบตั๋นผลิบานกลางใจคุณชายหยวน (ยุค 80s) [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)