Se connecter"การจีบเธอคนนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่ใจครุ่นคิด คงต้องงัดแผนการรักพร้อมด้วยเสน่ห์ปลายจวัก ในรูปแบบของเขา นำมาใช้กับเธอเสียแล้ว" เชฟเซียน สายเจ้าเล่ห์ × น้องข้าวปั้น สาวน้อยฝึกงานที่แสนน่ารัก
Voir plusภายในห้องนอนขนาดเล็ก
สาวน้อยวัยใส อายุย่างเข้ายี่สิบสองกระรัต มีนามว่า “ปันชาภา” หรือเรียกสั้นๆ ว่า” ข้าวปั้น” ก็ได้ เธอกำลังนอนอ่านหนังสือ นิยายรักสุดแสนโรแมนติก อยู่บนเตียงไม้ขนาดเล็ก เพื่อคั่นเวลาก่อนที่เพื่อนสาวคนสนิทอย่าง “พลอยใส” จะเข้ามารับในอีกไม่ถึง ครึ่งชั่วโมงนี้
เธอก็เลยแต่งกายรอ ด้วยชุดนักศึกษา กระโปรงพลีทคลุมเข่า พร้อมด้วยเสื้อนักศึกษา ที่มีขนาดพอดีกับตัว ด้วยความที่มีผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ขาวใสเหมือนดั่งน้ำนม แล้วยังมีดวงหน้าหวานซึ่งไร้ที่ติอีก
ซึ่งเพียงแค่แต่งแต้ม โทนสีแดงอมชมพูลงไปเล็กน้อย ก็สามารถทำให้ใบหน้าหวานดูโดดเด่น ชัดเจนยิ่งขึ้นแล้ว
ข้าวปั้นเป็นคนที่ชอบมองโลกในแง่ดีเสมอ บวกกับหน้าตาอันจิ้มลิ้ม แบบนี้นี่เอง ที่ทำให้หนุ่มๆ หลายคน ต่างพากันหลงเสน่ห์ ในความน่ารักและสดใสของเธอ
“ว้า...จบสักทีนะ อุตส่าห์อ่านมาตั้งนาน อยากมีชีวิตเหมือนกับในนิยายจัง ที่ได้เจอกับพระเอกขี่ม้าขาว แล้วยังจบแบบ Happy and ding อีก”
ข้าวปั้นนอนพลิกตัวไปมา และวาดฝันไปเรื่อย ถึงแม้ว่าเธอจะมีความรักกับเขาอยู่บ้าง แต่กลับไม่เป็นดั่งที่วาดฝันเอาไว้เลย
“ข้าวปั้นลูก แต่งตัวเสร็จหรือยัง พลอยใสมาถึงแล้วนะ” เสียงของผู้เป็นแม่ เรียกลูกสาวจากหน้าประตูห้องนอน
“เดี๋ยวข้าวปั้นจะตามลงไป เดี๋ยวนี้เลยค่ะแม่” เธอลากระเป๋าเดินทางสีขาว ขนาดใหญ่โตหนึ่งใบ ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าและของใช้ยามจำเป็นไปด้วย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการแวะซื้อให้ยุ่งยาก
ข้าวปั้นลงมารับประทานอาหารด้วยความรีบร้อน จนเกือบจะติดคอ เพราะกลัวว่าพลอยใส จะรอนานไปกว่านี้
“ใจเย็นๆ ลูก ไม่มีใครเขาแย่งหนูหรอก ค่อยๆ ทานสิจ้ะ”
“หนูกลัวพลอยใส จะรอนานนี่คะ” เธอเคี้ยวอาหารจนแก้มตุ่ยอย่างเอร็ดอร่อย
“แม่ชวนน้องพลอย มาทานด้วยกันแล้ว ก็ไม่มา”
“แม่คะ พลอยลดน้ำหนักอยู่ ตอนเช้าพลอยทานกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล แค่แก้วเดียวเอง”
“แล้วลูกล่ะจ้ะ ไม่ลดน้ำหนักกับเขาบ้างเหรอ”
“ไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ มีแต่จะเพิ่มเสียมากกว่า”
“กินเก่งแบบนี้ สงสัยต้องหาแฟนทำอาหารให้แล้วมั้ง”
“ใช่ไหมคะคุณ”
“จริงด้วย ลูกเรากินเก่งขนาดนี้ ใครจะเป็นผู้โชคดีนะ”
“หรือว่าจะหาแฟนเป็นเชฟไปเลยดีไหมจ้ะลูก”
แค่ก ๆ ๆ ข้าวปั้นถึงกับสำลักอาหาร เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้เป็นแม่ได้กล่าวไว้ คนอย่างเธอน่ะหรือจะได้แฟนที่ทำอาหารได้ แค่เวลาที่จะได้เจอกัน อันแสนน้อยนิด ยังแทบจะไม่มีเลย
“แม่พูดอะไรเนี่ย ข้าวปั้นไปหาพลอยดีกว่า”
พ่อและแม่ของเธอได้เดินมาส่งที่รถของพลอยใส
“ยังไงปั้นไปก่อนนะ เดี๋ยวจะโทรมาหาทุกวันเลย”
“ดูแลตัวเองด้วยนะลูก” เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้ออกไปใช้ชีวิตเพียงลำพังด้วยตนเอง ทำให้ผู้เป็นแม่อดห่วงมิได้
“จะสายแล้วปั้นไปก่อนนะคะ”
“เดินทางปลอดภัยนะลูกรัก”
“ค่ะ...หนูไปก่อนนะ คุณพ่อ คุณแม่” หญิงสาวยกมือไหว้และกล่าวลาพ่อกับแม่ แล้วเดินไปกอดพวกท่านอย่างอบอุ่น
ร่างบางเดินไปหาพลอยใสเพื่อนสาวที่เธอสนิทมากที่สุด ได้ยืนพิงประตูรถสปอร์ตสีขาว ระหว่างที่รอเธออยู่หน้าบ้าน
พลอยใสสาวน้อยหน้าคม ตัวเล็กน่ารัก ผิวสีแทน อยู่ในชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอสั้นที่มาพร้อมกับความมั่นใจ
“พลอยรอนานหรือป่าว”
“ไม่นานๆ พลอยก็พึ่งมาถึง”
“เห็นอาจารย์บอกว่าวันนี้ให้เข้าไปเอาสมุดบันทึกก่อนใช่ไหม”
“ใช่จ้ะ แล้วช่วงบ่ายให้เตรียมตัวไปที่ฝึกงานได้เลย”
มหาวิทยาลัย เวลา 08.00 น.
พอมาถึงชั้นเรียนก็พบว่าเพื่อนๆ มากันเกือบจะครบทุกคนแล้ว จะเหลือก็แต่เพียงแต่ อาจารย์ประจำวิชา ที่ยังเดินทางมาไม่ถึง เธอทั้งสองจึงเดินไปนั่งรอ ที่เก้าอี้ประจำเหมือนทุกๆ วัน
ผ่านไปไม่กี่นาทีอาจารย์ผู้สอนได้เดินทางมาถึง และได้แจกสมุดบันทึกให้กับนักศึกษาทุกคน
“เดี๋ยวจะให้นักศึกษาทุกคนเลือกที่ฝึกงาน ถ้าได้แล้วมาบอกอาจารย์ ให้ไปอย่างน้อยสถานที่ละสองคนนะคะ”
“เราไปที่ไหนดีข้าวปั้น”
“ข้าวปั้นไม่อยากไปไกลมาก คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ด้วย”
“...ถ้าอย่างนั้น ไปที่นี่ดีไหม พี่รหัสของพลอยก็เคยไปฝึกที่นี่มาแล้ว เห็นว่าอยู่ไม่ไกลมาก แถมบรรยากาศก็ดีด้วย” พลอยใสเปิดภาพในโทรศัพท์ให้ข้าวปั้นดู
“ดีเหมือนกันนะ ไปที่นี่เลยก็แล้วกัน”
“ได้ๆ จัดไปค่ะ”
โรงแรมสุดหรูที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา
บรรยากาศในครัวในวันนี้ดูจะครื้นเครงเป็นพิเศษ พร้อมกับกลิ่นไอของอาหาร ที่ลอยคละคลุ้งตลบอบอวนไปทั่ว จากฝีมือของชายหนุ่ม ที่ในขณะกำลังวุ่นวาย อยู่กับการทำอาหาร
และเนื่องจากมีจำนวนลูกค้า เข้ามาพักเต็มอัตรา เลยได้จองโต๊ะอาหาร ไว้ล่วงหน้าทั้งหมดแล้ว
ชายหนุ่มรูปงามคนนี้มีชื่อว่า เทพปกรณ์หรือที่เรียกกันติดปากในวงการอาหาร คือเชฟเซียน ผู้ที่มีใบหน้าคมอันหล่อเหลา ดูดีมีเสน่ห์ ผิวพรรณราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า
มาพร้อมกับชุดยูนิฟอร์มของเชฟ สีขาวสะอาดตา กับกางเกงสแล็กสีดำ และดูเหมือนว่าในเวลานี้จะจริงจัง อยู่กับการทำงานมาก ไม่สนใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย เพื่อให้งานนั้น ออกมาเสร็จสมบูรณ์แบบที่สุด
“เฮ้อ...เสร็จสักที” มือหนาปาดเหงื่อ ที่ผุดขึ้นบนใบหน้าเล็กน้อย
“เซียนเพื่อนรัก” หมากเพื่อนชายคนสนิท ได้ตะโกนเรียกเสียงดังลั่นมาแต่ไกล ทำเอาทุกคนต้องหันมามองที่เขาเพียงคนเดียว
“มีอะไรวะ จะเสียงดังทำไม ดูสิเขาหันมามองเอ็งคนเดียวเลย” ดูจะจริงอย่างที่เขาว่า ทุกคนต่างจ้องมองมาที่หมาก
“เอ่อ...ขอโทษครับๆ” ทุกคนต่างหันมายิ้มให้กับเขา ก่อนจะหันกลับไปทำงานตามเดิม
“เซียน มีอะไรจะเล่าเว้ย” ในเมื่อเสียงดังรบกวนคนอื่นเขาเลยเปลี่ยนมาเป็นมากระซิบกระซาบแทน
“ว่ามา ข้าไม่ได้มีว่างมากเหมือนเอ็งนี่”
“โห...ข้าทำงาน เสร็จแล้วเถอะ ไม่อย่างนั้นจะมาหาเอ็งได้ยังไง”
“เสร็จแล้วก็มาช่วยข้านี่ ทำตัวให้เป็นประโยชน์เสียบ้าง”
“เอาไว้ก่อนนะเพื่อน วันนี้มีเรื่องจะเล่า”
“เข้าเรื่องได้หรือยัง”
“ฟังนะ ได้ข่าวว่าวันนี้จะมีเด็กฝึกงานมาใหม่ แถมมีแต่ผู้หญิงด้วยอยากเห็นแล้วล่ะสิ” เมื่อเอ่ยถึงผู้หญิง หมากรู้สึกกระชุ่มกระชวย หัวใจขึ้นมาทันที
“หน้าหม้อจริงๆ นะเอ็ง”
“นิดหน่อยนะเซียน พอเป็นกำลังในการทำงาน”
“มีเด็กฝึกงานมาช่วยก็ดีเหมือนกัน เผื่อจะช่วยหยิบจับอะไรได้บ้าง ช่วงนี้ทำอาหารแทบไม่ทันแน่ะ” เนื่องจากช่วงนี้ จะเข้าสู่ฤดูเหมันต์แล้ว ซึ่งจะมีผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยว และพักผ่อนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเข้ามาจองที่พักทั้งโรงแรม และรีสอรต์จนเกือบจะเต็มแทบทุกที่
“เรียกมาช่วยงานสักคนสิเพื่อน”
“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหล่ะ”
“เซียน เอ็งคิดจะมีความรักอีกไหมวะ วันๆ เห็นทำแต่งาน” จู่ ๆ หมากก็ถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะตลอดสามปีที่ผ่านมาเขายังไม่เคยเห็นเซียนจะคบกับใครอีกเลย ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น
“ถามอะไรของเอ็งวะ ไม่รู้เว้ย อยู่แบบนี้ก็สบายใจดีแล้ว” เพราะความรักในอดีตที่ผ่านมาของเขานั้น เป็นความรักที่แสนเจ็บปวด ทำให้เขาไม่กล้าที่จะรักใคร จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้
“แล้วลืมเขาได้หรือยังล่ะ”
“ใครจะไปอยากจำล่ะ เรื่องที่ไม่ดี ข้าไม่จำให้รกสมองหรอกเว้ย”
“เอาน่าเพื่อน ข้าเชื่อว่าเอ็งต้องเจอความรักดีๆ กับคนดีๆ”
หมากตบไหล่เพื่อน เพื่อเป็นการให้กำลังใจ เขาก็ได้แต่หวังว่าจะได้เจอความรักที่ดีๆ สักวันเช่นกัน
สถานที่ฝึกงานที่พวกเธอเลือกนั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาว ตั้งอยู่ใจกลางภูเขา ตึกหลายสิบชั้นถูกบรรจงออกแบบมาเพื่อผสมผสานกันระหว่างความเป็นไทย และความเป็นต่างชาติได้อย่างลงตัว
แล้วที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ผู้ที่เข้ามาพักจะได้รับความสุขจากธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง พร้อมด้วยบรรยากาศบริสุทธิ์ เย็นสบาย ชุ่มฉ่ำไปด้วยไอหมอก และหมู่มวลต้นไม้ใบหญ้าอันเขียวชอุ่ม ซึ่งพัดพาความเย็นมายังบริเวณรอบข้าง
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา นักศึกษาประมาณสิบคนพร้อมทั้งอาจารย์ได้มาถึงโรงแรม ตามเวลาที่ได้นัดหมายกันไว้ พอเดินทางมาถึงห้องประชุมเล็ก ได้พบกับหญิงร่างสูงในชุดสูทสีน้ำเงิน ได้นั่งรออยู่สักพักก่อนหน้านั้นแล้ว
“สวัสดีค่ะ อาจารย์และน้องนักศึกษาทุกคน พี่ชื่อนุชรี หรือพี่นุชจะมาดูแลน้องทุกคน ตลอดระยะเวลาในการฝึกงานทั้งสามเดือนนี้”
“สวัสดีค่ะ/ครับ” ทุกคนต่างยกมือไหว้บุคคลตรงหน้า
“ฝากด้วยนะคะคุณนุชรี”
“ไม่ต้องห่วงนะคะอาจารย์ นุชจะดูแลน้องเต็มที่เลยค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นอาจารย์กลับก่อนนะ เดี๋ยวจะแวะมาเยี่ยมใหม่”
“ค่ะอาจารย์/ครับ” พอเดินทางมาส่งทุกคนเป็นที่เรียบร้อยแล้วอาจารย์สาวจึงได้ได้เดินทางกลับไปที่มหาลัยต่อ
“น้องคะ เดี๋ยวเข้าที่พักได้เลยนะ พรุ่งนี้เราจะไปที่ครัวกัน”
“ค่ะ พี่นุช” ทุกคนตอบรับนุชรีก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินทางคนละใบสองใบ แล้วแยกย้ายกันไปที่พัก
ข้าวปั้นและพลอยใสพักห้องเดียวกัน โชคดีหน่อยที่ยังพอมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน แบบไม่ต้องหาซื้ออะไรมาเพิ่มเติม
ทั้งสองได้จัดแจงเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ เก็บให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะมานอนเล่นบนเตียง และคุยกันตามประสาเพื่อนสาว
“ข้าวปั้นได้อยู่ครัวอะไรเหรอ”
“ครัวอาหารไทยจ้ะ แล้วพลอยล่ะ”
“พลอยได้อยู่ครัวอิตาเลียน เฮ้อ...เสียดายจังเราน่าจะได้อยู่ด้วยกันนะ”
“ไม่เป็นไร ยังไงกลับมาถึงห้องก็ได้เจอกันอยู่ดี”
“ก็จริงนะ ถ้าอย่างนั้น ห...หาว ง่วงละไปนอนดีกว่า” พลอยใสรู้สึกว่าหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มจะหย่อนแล้วด้วย
“พลอยนี่มันพึ่งบ่ายสามเองนะ จะรีบนอนไปไหน ขี้เซาจริงๆ เลย”
“เอาน่า...เผื่อพรุ่งนี้ใช้ต้องพละกำลังอีกเยอะ เก็บแรงเอาไว้แหละดีแล้ว”
“พลอยนอนก่อนเถอะ ข้าวปั้นยังไม่ง่วง”
“นอนจริงๆ แล้วนะ...”
พลอยใสได้พักสายตาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้าวปั้นจึงเดินไปสูดอากาศที่นอกระเบียง เธอได้ใช้สายตามองไปรอบๆ โรงแรมแห่งนี้ ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับที่พัก ได้แต่คิดในใจ ว่าวันพรุ่งนี้จะเจอกับอะไรบ้าง แต่อย่างไรเสียในเมื่อมาที่นี่แล้ว ก็ควรสั่งสมประสบการณ์ และความรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทั้งสองได้ไปงานวัดอีกครั้งในฐานะสามีและภรรยา โดยให้แม่อิ่มคอยดูแลลูกน้อยอยู่ที่โรงแรม“พี่เซียน วันนี้เตรียมความพร้อมจังเลยนะคะ”“ต้องพร้อมไว้ก่อนครับ คราวก่อนเราไม่ได้นำมันไปด้วย คราวนี้พี่ไม่พลาดแน่นอน”ข้าวปั้นมองดูเสื่อกกทอมือ พร้อมกับหมอนอิงขนาดเล็กหนึ่งใบ และที่ขาดไม่ได้เลยคือผ้าห่มผืนหนา เพราะสภาพอากาศในคืนนี้นั้นหนาวมาก เขาก็เลยนำติดรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปด้วย“ขึ้นรถเลยครับ”“อย่าขับเร็วมากนะคะ ข้าวปั้นกลัว”เซียนมองหน้าข้าวปั้นแล้วยิ้ม“นี่แกล้งแซวพี่เล่น หรือเปล่าเนี่ย”“ไปเถอะค่ะ กว่าจะไปถึงอีก หรือว่าให้ข้าวปั้นเดินไปก็ได้นะคะ น่าจะถึงเร็วกว่า”“พี่ไม่ปล่อยให้น้องเดินไปคนเดียวหรอก มาขึ้นรถสิครับ หรือจะให้พี่อุ้มให้เลือก”“ข้าวปั้นขึ้นเองได้ค่ะ” คนตัวเล็กก้าวขาขึ้นไปนั่งบนรถ พร้อมกับกอดเอวของเขาไว้แน่น“ไปเจ้าดำ ไปกันเลย”เซียนขับรถมุ่งหน้าไปงานวัด ซึ่งพวกเขามากันทุก ๆ ปี เพียงแต่หมากและพลอยใสไม่ได้มาด้วย เพราะตรงกับวันไปเยี่ยมพี่ชายและพี่สะใภ้ที่อยู่ต่างประเทศ“พี่เซียน เราไปปาโป่งกันอีกนะ เผื่อจะได้ตุ๊กตา แล้วจะได้เอาไปให้น้องไออุ่นเล่นอีกสักตัว”“น้อง ที่บ้านเราก็ไม่มีที่เ
และแล้วก็มาถึงวันสุดท้าย ที่ต้องทำอาหารให้แขกกรุ๊ปใหญ่จนได้ วันนี้ทุกคนคนในครัวอาหารไทย จะกลับมาจากสัมมนา และพรุ่งนี้ก็คงจะมาทำงานตามปกติเหมือนเดิม ทำให้เขารู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูกชายหนุ่มยังคงรักอาชีพในการทำอาหาร ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะอยู่ในฐานะผู้บริหารอย่างเต็มตัวไปแล้วก็ตาม“ขอบคุณมากนะครับเชฟเซียน อาหารอร่อยมากเลยครับ” พวกเขาได้เดินมาส่งแขกที่ลานจอดรถ“ขอบคุณมากนะครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ”“ขอบคุณมากค่ะ” จากนั้นแขกชาวต่างชาติได้ทยอยขึ้นรถไปจนเกือบหมด พิพัฒน์จึงยิ้มให้กับทุกคนแล้วจึงเดินขึ้นรถบัสไปทุกคนในรถจึงโบกมือลาพวกเขา ก่อนที่รถบัสทั้งสิบคันจะขับออกไปจนสุดสายตา“ใจหายเหมือนกันนะ หมดสนุกแล้วสิ” หมากเอ่ยออกมาทำให้ทุกคนหัวเราะให้กับเขา“หรือเอ็งอยากกลับไปทำเหมือนเดิมไหมล่ะ เดี๋ยวข้าจัดให้เลย”“ไม่เอาๆ เป็นผู้ช่วยเอ็งน่ะดีแล้ว ข้ามีลูกต้องดูแล แถมเมียก็ยังกินเก่งอีก”“เดี๋ยวเถอะพี่หมากมาว่าพลอย พี่เซียนจัดการเลยค่ะ”“ปล่อยมันไปเถอะครับ” เซียนหันมายิ้มให้กับข้าวปั้น“มานี่เลยพี่หมาก” พร้อมกับดึงแขนแกร่งของเขาเพื่อให้เดินตามเธอไป“แล้วเราจะไปไหนดี” ใบหน้าคมผุดยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่
ชายหนุ่มพาเธอเดินผ่านมาทางห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ แต่กลับต้องแปลกใจที่เห็นผู้คนเดินเข้าออกเป็นว่าเล่น ราวกับกำลังจะถูกจัดงานอะไรบางอย่างขึ้นในอีกไม่ช้าแต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือหมากและพลอยใส ได้ช่วยกันจัดซุ้มดอกไม้ พร้อมด้วยลูกโป่งสีใสที่อยู่ในมือของหมาก“ทำอะไรกันวะ”“ใช่ค่ะ มีงานอะไรหรือเปล่า ทำไมข้าวปั้นกับพี่เซียน ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ลูกค้าเขาแค่อยากให้พวกเรา จัดปาร์ตี้ให้ ก่อนจะกลับไปพรุ่งนี้เท่านั้นเอง”“ทำไมไม่เห็นมีใครบอกข้าเลยวะ”“ก็เอ็งไม่สำคัญไงเซียน” หมากพูดจายียวนเขาอีกจนได้“น้องพลอย พี่ขอเตะมันสักทีได้ไหมครับ”“เอาเลยคะ พลอยอยู่ทีมพี่เซียนอยู่แล้ว”“พอแล้วพี่เซียน เล่นกันเป็นเด็กๆ ไปได้”“ก็ได้ครับ”“ฮ่า ๆ ๆ เป็นไงล่ะ น้องข้าวปั้นพูดแค่คำเดียว ทีนี้หงอยเลยนะเพื่อน”“ฝากไว้ก่อนนะ” หมากก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกกวนประสาทเขาเอาง่ายๆ“ใกล้จะเสร็จแล้ว ข้าวปั้นกับพี่เซียนไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ สองทุ่มเดี๋ยวเรามาเจอกันที่นี่นะ”“ก็ได้จ้ะ”“ออ พลอยเอาชุดไปไว้ที่ห้องให้แล้วนะ อย่าลืมใส่ล่ะ”“ขอบคุณมากนะพลอย”ทั้งสองได้มาถึงห้องพัก พร้อมกับอาบน้ำแต่งตัว เพื่อรอเวลาน
แขกที่ได้จองโต๊ะเอาไว้ เดินมาเลือกที่นั่งของตนเอง พอดูจากสายตาของพวกเขาแล้ว น่าจะถูกอกถูกใจในหน้าตาที่สวยงามของอาหาร และการตบแต่งโต๊ะเป็นพิเศษและแล้วก็มาถึงการชิมอาหาร โดยที่ทุกคนต่างเฝ้ารอลุ้นว่าผลลัพธ์ จะออกมาเป็นเช่นไร แล้วจะถูกใจพวกเขาหรือไม่ทั้งสี่ได้เดินมารอที่เคาน์เตอร์บาร์เครื่องดื่ม ที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะอาหารเพียงแต่มีไม้ระแนงเป็นฉากกั้น พอมองจากมุมนี้แล้วสามารถเห็นผู้คนในห้องอาหารได้ทั้งหมด“พวกเขาจะชอบอาหาร ที่เซียนทำหรือเปล่าว้า” หมากได้แต่บ่นคนเดียวและไม่คิดว่าพลอยใสจะได้ยิน“ต้องชอบสิ ก็พี่เซียนน่ะทำอาหารเก่งมากๆ เลย ใช่ไหมข้าวปั้น” พลอยใสพูดเพื่อเป็นการให้กำลังใจ เซียนและข้าวปั้น“ใช่ พี่เซียนของข้าวปั้นน่ะ เก่งไปหมดทุกอย่างเลย” เธอหันหน้าไปมองเขา ทำให้เขาอดที่จะยิ้มตามไม่ได้“อิจฉา เซียนจังเลยเว้ย น้องข้าวปั้นนี่น่ารักจริงๆ”“นี่พี่หมาก ว่าพลอยไม่น่ารักเหรอ นี่แน่ะๆ”“โอ๊ย! น้องพลอยพี่เจ็บนะ อายคนอื่นเขาบ้าง” พลอยใสหยิกไปที่ต้นแขนแกร่งของเขา“อยากมาว่าพลอยเองนี่น่า ช่วยไม่ได้”หมากขยับหนีพลอยใส มาชนไหล่ข้าวปั้น ทำให้เซียนรู้สึกไม่พอใจจริงๆ“แล้วเอ็งช่วยไปยืนไกลๆ เมียข