Masukหนูก้มลงดูสภาพของตัวเองที่ผ้าเช็ดตัวผืนน้อยหล่นลงไปกองที่ปลายข้อเท้า มองหน้าอกกลมกลึงของตั๋วอ้ายที่ปลดเปลื้องต่อหน้าเขา กับนาผืนน้อยที่เปิดอล่างฉ่างให้กับเปิ้นที่ยืนกำชุดกระโปรงที่หนูชอบใส่มากมายกับกางเกงในริบบิ้นและชั้นในเข้าชุดกัน
เรายืนสบตากันปริบๆ กันทั้งคู่ ก่อนที่...
ก่อนที่รูจมูกโด่งเป็นสันของเปิ้น จะมีเลือดกำเดาไหลลงมา
“เปิ้น!” หนูกรีดร้อง เขาเบิกตากว้าง ก่อนที่ร่างสูงจะรีบเอามือมาปิดตาไว้แน่น โดยที่เอาทั้งชุดทั้งชั้นในของหนูเข้าไปใกล้ทั้งตาทั้งปากทั้งจมูกด้วย “เปิ้นกำเดาออกจมูก!”
“ก็ดูมึงเล่นยืนเปลือยอย่างงี้ กูคงเป็นพระอิฐพระปูนอ่ะ ถึงไม่มีเลือดกำเดาให้เห็นเลย!” เขาอ้าปากรัวคำพูดใส่หนูไฟแล่บเหมือนร้อนรนมากจนหนูฟังไม่ทัน “เอาเสื้อไป! แล้วไสหัวไปแต่งตัวให้เรียบร้อย!”
“แต่เลือดเปิ้น...”
“เร็ว! ไม่งั้นกูจะฆ่ามึงตรงนี้แหละไอ้เด็กเวร”
พอได้ยินคำขู่แบบนั้นหนูเลยรีบคว้าทุกอย่างในมือของเขาแล้วเข้าไปในห้องแต่บ่าได้ปิดประตู แล้วก็ดูเหมือนว่าเปิ้นจะหงุดหงิดงุ่นง่านมากที่หนูทำแบบนั้น เขากระชากประตูปิดให้ด้วย แถมยังปิดเสียงดังปึงใส่หน้าหนูที่หันไปทำหน้าเอ๋อ
อ๋า
เปิ้นเป็นไรรึเปล่าเน้อ เลือดกำเดาออกแถมยังดูจะหงุดหงิดอีก
การที่ผ้าเช็ดตัวหล่นไปแบบนั้นมันน่าโมโหขนาดนั้นเลยเหรอเจ้า ก็เป็นเหตุสุดวิสัยนี่กา หนูก็เอาแต่ยืนตกใจที่เปิ้นเห็นนมหนูแล้วทำหน้าแดงซ่านแถมยังเลือดกำเดาไหลอีกต่างหาก ก็เลยไม่ได้รีบดึงเอาผ้ามาปิดไว้
เขาเป็นไซนัสรึเปล่า อาจจะเป็นภูมิแพ้ก็ได้เน้อ
หนูเอาชุดชั้นในมาซ้อนไว้ใต้อกที่ใหญ่โตเกินอายุของตัวเองแล้วกลัดตะขอบราให้เข้าที่พร้อมกับหมุนด้านที่มีฟองน้ำมาอยู่ด้านหน้า ดึงขึ้นจนปิดยอดอกสีชมพูอ่อนของตัวเองที่ปลายหัวอกมันบุ๋มเข้าไปด้านใน หน้าอกหนูใหญ่ขึ้น ตั้งแต่อายุสิบขวบ เลยมักโดนล้ออยู่บ่อยๆ ว่าเป็นคนนมบ่ะเล่น แบบอาหารไปเลี้ยงที่อกมากกว่าที่สมอง
หนูโดนแกล้งสารพัดจากที่โรงเรียนเก่า เพื่อนที่รังแกชอบพูดว่าหนูโง่เหมือนควาย และชอบดึงเปียหนูจนเจ็บศีรษะไปหมด
หนูทนอยู่แบบนั้นจนจบมัธยมปลาย ป้อที่มารู้ทีหลังว่าหนูป๊ะกับเรื่องแบบนั้นมาตลอดทั้งเทอมถึงคิดที่จะส่งมาอยู่กับเปิ้น เพราะตอนที่เปิ้นยังอยู่ด้วยกัน ถึงจะแสดงท่าทีรำคาญหนูที่หนูร้องไห้ตลอดเวลา แต่ก็คอยดูแลปกป้องหนูจากเด็กเกเรอยู่เสมอ
หนูน่ะโดนรังแกมาตั้งแต่ประถมแล้ว
พอคิดถึงเรื่องเก่าๆ แล้วมือก็สั่นไปหมดพร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่น
ใครจะอยากเกิดมาหน้าอกใหญ่กันล่ะเจ้า ก็บ่าชอบเหมือนกันนั่นแหละ
ถ้าไม่ใช่ว่าป้อจะส่งมาหาเปิ้น หนูก็คงบ่าไปเรียนแล้ว คลุกอยู่ที่บ้านเล่นเกมไปวันๆ ยังมีความสุขกว่าเยอะเลย
หนูค่อยๆ สวมกางเกงในขึ้นมาปิดไรขนอ่อนของตัวเอง แล้วสวมเสื้อกระโปรงทับตามมา และต่อด้วยกางเกงขายาวที่เปิ้นเอามาให้ แต่มันก็คับมากๆ เพราะก้นหนูใหญ่ขึ้นตามอายุ (อีกอย่างป้อบอกว่านั่งอยู่หน้าคอมมากเกินไปด้วย เวลากินไขมันเลยลงไปอยู่ที่ก้น) หนูเลยบ่าได้ใส่
แกรก
พอแต่งตัวเรียบร้อยหนูก็ค่อยๆ แง้มประตูออกมาเพื่อชะเง้อมองหาเปิ้น และเพราะห้องมีแยกแค่สองห้อง มีห้องเปิ้นกับห้องส่วนตัวของหนู (ที่เปิ้นบอกกับป้อมาว่ามันมีสองห้องตั้งแต่เช่ามาแล้ว แต่เปิ้นอยู่คนเดียวเลยไว้เป๋นห้องเก็บกีต้าร์ แต่ตอนนี้กีต้าร์ถูกแขวนอยู่ที่ห้องรับแขกแทน)
แล้วก็เห็นว่าเปิ้นกำลังนั่งเอาทิชชู่แห้งซับเลือดกำเดาอยู่ พร้อมกับพ่นยาเส้นปุ๋ยๆ จนเหม็นคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง
หนูเอามือมาปิดจมูกไว้ ก่อนที่จะหลบฉากไปยืนที่หลังประตู
ตึกตัก ตึกตัก
ทำไมใจเต้นไม่หยุดตั้งแต่เมื่อกี้แล้วเน้อ ตั้งแต่ที่เปิ้นเห็นหน้าอกของหนู
ใจเต้นมาก แถมรู้สึกร้อนๆ ชาๆ ไปทั้งตั๋วด้วย
แถมตรงโจ๊ะ ยัง... ชื้นเล็กๆ
อ๋า รู้สึกจั๊กจี้ที่ตรงกลางกายยังไงบ่าฮู้เน้อ แถมมันยังขมิบถี่ไม่หยุด พร้อมกับน้ำชื้นๆ ที่ไหลลงมาตามร่องเนื้ออ่อน
อาการแบบนี้มันเรียกว่าอะหยังอ่ะเจ้า?
[พาร์ท : เพชฌฆาต]
บัดซบ
ขนาดผมดูดบุหรี่ไปสามมวนได้ในไม่กี่นาที อาการตื่นตัวก็ยังไม่สงบลงเลยเนี่ย
ผมกระดิกขาไปมาอย่างเครียดๆ ไม่รู้ต้องทำยังไงดี จะให้ชักแม่งตรงนี้ก็ไม่ได้ด้วย ยังไงถึงไอ้เด็กอ้ายนั่นจะไม่ได้ออกมาจากห้องนอน แต่ผมก็รู้สึกกระดากที่จะช่วยตัวเองในตอนที่มีผู้หญิงคนนึงอยู่ในห้องอยู่ดี
นี่แม่งไม่แฟร์เลย ว่าปะ
ทั้งที่กูฟุ้งซ่านจะเป็นจะตาย แต่ยัยนั่นกลับไม่มีท่าทางว่าจะหวั่นไหวเหมือนกูเลย แถมยังไปโฟกัสเรื่องอื่นอีก อย่างเช่นไอ้เลือดกำเดาที่ไหลลงมาเพราะได้เห็นร่างกายที่เย้ายวนของมันด้วย
พูดแล้วก็หลุบตาลงมองท่อนซุงที่ห้อยกลางหว่างขา ที่บัดนี้มันตั้งตระหง่านขึ้นสู้หน้าสู้ตาผม แล้วไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่ายๆ
“แม่งเอ้ย”
ผมแหงนคอขึ้นสบถเสียงดังในลำคอ พิงหัวกับโซฟา พร้อมกับกลั้นหายใจรูดซิปกางเกงลงอย่างช้าๆ
ใช่ ผมกำลังจะช่วยตัวเอง
ในขณะที่ยัยนั่นคงจะแต่งตัวเสร็จแล้วคลุกตัวอยู่ในห้อง เพราะผมไม่ได้ยินสุ้มเสียงใดๆ จากด้านหลังเลย พอแหงนคอไปสอดส่องดู ก็เห็นว่าประตูยังคงปิดสนิท
“อ่า... เวรเอ้ย”
ผมรูดบ็อกเซอร์ลง แล้วควักแก่นเนื้อที่ใหญ่โตเกินขนาดมาตรฐานออกมา ค่อยๆ กำรอบอุ้งมือ แล้วสะบัดข้อมือเบาๆ แบบไม่ให้มีเสียง
ภายในหัวเอาแต่จินตนาการถึงหน้าอกหน้าใจใหญ่มหึมา ยอดอกสีชมพูเรื่อที่บอดเข้าไปข้างใน คิดแล้วก็อยากดูดให้มันแข็งออกมาจากฐานยอดอกให้รู้แล้วรู้รอด
แล้วไอ้ไรขนอ่อนๆ แบบที่ว่าไม่ได้เล็มแต่เธอมันเป็นคนไม่ค่อยมีขนด้วยเนี่ย
เชี่ย... โคตรใจสั่นเลย
เอาตรงๆ ปะ ผมมันก็ผู้ชายอ่ะ แล้วก็ไม่ใช่คนดีอะไรด้วย เจอแบบนั้นเป็นใครจะทนไหว ร่างเปลือยสุดเอ็กซ์ของผู้หญิงเลยนะเว้ย
“อืม... ไอ้เด็กเวรเอ้ย” ผมทั้งครางอย่างเสียวทั้งสบถด่ามันออกมา แล้วรูดมือขึ้นลงจากฐานลำไปมาจนมีน้ำหล่อลื่นปริ่มออกมาที่ปลายหัวองคชาต ผมแหงนคอขึ้นหอบหายใจ ในขณะที่ไม่ได้รู้อะไรเลย
ว่าที่หลังประตูบานนั้น มีเด็กผู้หญิงคนนึงกำลังเห็นทุกการกระทำของผมทั้งหมด
เธอกำลังซ่อนความรู้สึกนั้นไว้อยู่ ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าแม่งคืออะไร
ความรู้สึก... ต้องการ
[จบพาร์ท : เพชฌฆาต]
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นหนูถูกรุ่นพี่ศิวะพามาที่คาสิโนตามที่เขาบอก สถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนท่าทางมีกะตังค์มาทำอะไรบางอย่าง มีไพ่ มีโต๊ะสนุ้กเกอร์กับแสงสีที่เต็มไปด้วยไฟสลัวพอดูโรแมนติกและเย้ายวนตาอ้ายบ่าเคยมาที่แบบนี้เลยเน้อ อีกอย่างมันดูหรูหรามากๆ จนต้องกวาดสายตาไปมองรอบตัวอย่างตื่นเต้น รุ่นพี่ศิวะจูงมืออ้ายมาเหมือนเด็กน้อยที่กลัวว่าจะพลัดหลงกัน แล้วให้อ้ายนั่งดูเขาเล่นสนุ้กอยู่นานผ่านไปครึ่งชั่วโมง หนูที่ไม่ได้กินข้าวมาจากบ้านเลยถึงเริ่มหิวขึ้นมา อ้าปากบอกพี่ศิวะด้วยความเคยชิน (เวลาหิวอ้ายจะอ้อนป้อให้ทำกับข้าวให้กินจนเป็นนิสัย) เพราะหนูก็ไว้ใจเขานี่นาร่างสูงก็ไม่ได้ว่าอะไร เขากลับคลี่ยิ้มให้แล้วกระซิบกับบ๋อยให้เอาเค้กและน้ำผลไม้มาให้หนูเห็นว่าเป็นเค้กช็อกโกแลตที่ชอบก็เลยกินจนหมด พี่ศิวะบอกว่าเค้กนี้มีส่วนผสมของไวน์แดง จะทำให้มึนเมาเล็กน้อย หนูเลยซัดโฮกไม่มีเหลือ (เพราะเป็นคนคลั่งไคล้แอลกอฮอล์มาก ป้อสอนให้กินตั้งแต่เล็กๆ) จนรู้สึกหลอนๆ ประสาทขึ้นในวินาทีต่อมาหลังจากนั้นสติสตังก็ดับวูบลงไป มีแต่ภาพหลอนอะไรสักอย่างเข้ามาแทนที่พอมารู้สึกตัวอีกที ก็เบลอสุดๆ ถึงกับกระสับกระส
“เซริว” แววตาของผมมีไฟลุกโหมกระพือหนักขึ้น “ขออาละวาดได้รึเปล่า”“...”“ค่าเสียหาย เซริวจ่ายให้กูได้รึเปล่า”“อย่าทำเหมือนเป็นเจ้านายเรา” เธอขยับหน้าอกที่พอดีตัวมาชิดกับข้างกล้ามแขน เสี่ยกระซิบข้างหูผมเบาๆ “อยากอาละวาด ก็จ่ายเอาเองเลย”“โอเค”ผมตอบได้แค่นั้น ก่อนที่จะสะบัดแขนออกจากมือบางๆ ของเซริวแล้วพุ่งเข้าไปถึงตัวไอ้เหี้ยศิวะในทันทีด้วยโทสะที่ยากเกินจะหยุดยั้ง!!หมับ!!ไอ้อ้ายที่เบลอจากยาเสพติดจนไม่ได้สติถูกผมกระชากแขนจนตัวปลิวมาปะทะกับอกโดยไม่คิดที่จะออมแรง กายแกร่งของไอ้ศิวะโดนผมกระชากคอเสื้อจนประชิดหน้า ผมบิดแขนไอ้ตัวดีให้เซไปที่ข้างหลังตัวเอง ก่อนที่จะกวาดลูกสนุ้กจนกระจายไปทั่ว“เฮ้ย ใจเย็น” นั่นเป็นคำพูดแรกจากปากของไอ้ศิวะตอนที่ผมหยิบไม้สนุ้กมากำไว้แน่นแล้วเงื้อจะฟาดหน้ามัน แล้วไอ้เหี้ยนั่นก็ยกสองมือขึ้นเป็นฝ่ายยอมแพ้ “ใจเย็นก่อนสหาย”กรามผมขบแน่นจนเส้นเลือดขึ้นเป็นสันริ้วที่คอ เกร็งพยายามไม่ตะเบ็งเสียงออกมา ข่มอารมณ์จนถึงขีดสุด“มึงเอากัญชาให้ไอ้อ้ายกินทำไม!!” ผมตวาดใส่หน้ามันตอนที่ยึดคอเสื้อมันเข้ามาชิดหน้ามากขึ้น ไอ้ศิวะที่ถูกขย้ำคอเสื้อกลอกตาอย่างกวนประสาท ก่อนที่มันจะฉีกย
หนูก้มลงมองชุดตัวเองที่รัดรูปจนเห็นหน้าอกกลมโต เสื้อกล้ามที่มักใส่อยู่บ้านบ่อยๆ แถมยังไม่ใส่ชั้นในอีกต่างหาก ผนวกกับกางเกงขาสั้นกุดที่ชอบใส่เวลาอากาศฮ้อนทำหน้ายู่กับตัวเองอย่างจนใจ ทั้งบ่าเข้าใจและทั้งละอายใจ ทั้งๆ ที่ปากบอกว่าไม่กลับมาฮักมาชอบเปิ้นอีกแล้ว แต่ก็จงใจแต่งตัวแบบนี้ในวันที่เปิ้นตื่นสายอยู่ดีอ้ายเนี่ย... เป็นเด็กบ่าดีเลยนะเจ้า ถ้าเปิ้นจะขี้เจอะ ก็บ่ารู้สึกแปลกใจอะหยังเลยหนูล้มตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างรุนแรง ทำหน้ามุ่ยตอนที่ยกมือถือขึ้นมากดดูยูทูปเล่น จะอี้วันนี้ก็วันหยุดของอ้ายด้วย เปิ้นจรลีหนีออกไปแบบนี้ แปลว่าขี้เจอะอ้ายมากจนบ่าอยากมองหน้าสินะ ก็ได้ อ้ายจะได้ไปอู้กับผู้ชายคนอื่นกึ้ดประชดประชันในใจทั้งๆ ที่บ่าได้อยากยะแล้วก็พ่นลมหายใจออกมา แล้วกลั้นใจทักรุ่นพี่ศิวะไปแบบไม่คิดอะหยังมากมายอย่างน้อยๆ ก็คุยแบบพี่น้องได้ใช่ก่อ? ยังไงก็บ่าใจ้แฟนเปิ้นอยู่แล้ว อ้ายจะไปสนใจทำไมติ๊งเอิ้นอ้าย คนเดิม : พี่ศิวะ อ้ายฮู้สึกบ่าสบายใจเลยเจ้าทักเขาไปแบบนั้น แล้วก็ล้มตัวลงนอนคว่ำหน้าบนโซฟา หลังจากที่เปิ้นอาละวาดเพราะหึงหวงหนูกับพี่ศิวะจนห้องเละเทะ แล้วสารภาพว่าชอบว่าฮักหนูมากกว่าพี่น้อง
“...!!”ผมผงะออกทันทีเหมือนต้องของร้อน รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว จนต้องขยับออกห่างแล้วลุกขึ้นยืนไกลๆ เตียงที่มีมันอยู่ ยกมือไหว้ขอขมาครูบาอาจารย์ในใจหนึ่งครั้งแล้วเป่าเพี้ยง เงยหน้ามองไอ้ตัวเล็กที่กึ่งนั่งกึ่งนอนขึ้นมามองผมเหมือนตกใจ“ปะ... เป็นอะหยังเจ้า?”“ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมนส์มา?” ผมถามเสียงเข้มจนมันสะดุ้งเฮือก เพราะรู้สึกร้อนๆ ไปทั้งตัวนิดหน่อยจนหงุดหงิด โล่ยังผงาดอยู่ แต่มันเสือกทำไม่ได้ มองเลือดเสียจากร่องสีชมพูแล้วหันหน้าหนีแทบจะทันที“อะ... อ้ายบ่าทันรู้ มันไหลเมื่อกี้พอดีเน้อ”“เป็นเมนส์กี่วัน?” ผมถามเสียงห้วนจัดอีก เหงื่อแตกพลั่กเต็มขมับ คนตัวเล็กทำสีหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนที่จะก้มหน้างุด ค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งพับเพียบอย่างเรียบร้อย“บ่าเกินหนึ่งอาทิตย์เจ้า”“งั้นหนึ่งอาทิตย์เจอกัน”ผมพูดไว้แค่นั้น ไม่อธิบายอะไรให้จบดีด้วย ก่อนที่จะก้าวฉับๆ ไปเปิดประตูห้องมันออกแล้วปิดส่งท้ายเสียงดัง พุ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ก่อนที่จะจัดแจงธูปเทียนหน้าหิ้งบูชา ขอขมาครูอย่างจริงจังอยู่ค่อนคืนเอาจริงๆ ปะ ผมไม่ได้รังเกียจเลือดประจำเดือนของมันเลยสักนิด แต่ไม่มีเวลาสาธยายมากเพราะต้องรีบไปแก้ตัวถ้าใค
สถานะไม่ค่อยชัดเจนเพราะมันไม่ยอมตกลงคบกับผมในวันนี้ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนตอนที่ผมแอบลอบเข้าไปในห้องของมันตอนสองทุ่มกว่าๆ ด้วยสภาพกางเกงในชายแค่ชั้นเดียว พร้อมกับร่างเล็กกับผมยาวสยายที่เหลือบมามองตาเขียว“ปะ... เปิ้นเข้าห้องอ้ายมายะหยัง” แม้ว่าจะทำตาดุใส่ผมแค่ไหน มันก็ยังไม่วายเอ่ยปากถามออกมาเสียงสั่น ส่วนผมก็ฉีกยิ้มกับความเด็กน้อยของมัน ไล่สายตามองร่างอวบอั๋นในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นกุดที่เปิดเห็นแก้มก้นนิดหน่อยนี่แม่งจงใจจะยั่วกูชัดๆ ไอ้เด็กแรด“นอน” ผมตอบสั้นๆ ก่อนที่จะเดินมาล้มตัวลงบนตูดเด้งๆ ของมันแล้วเอาฝ่ามือรองท้ายทอยเหมือนเป็นหมอนชั้นดี ไอ้ตัวเล็กสะดุ้งโหยง ดูจะรู้สึกแปลกประหลาดกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของผมหลังจากที่สารภาพว่าชอบมันมาก “เล่นเกมไปเหอะ ไม่กวนหรอก”“จะอี้ต่างหากล่ะที่กวนอ้าย” มันเม้มริมฝีปากแล้วพยายามขยับบั้นท้ายกลมๆ หนี แต่ผมก็พลิกตัวไปนอนเอาแก้มซบกับแก้มตูดนุ่มๆ ของมัน แล้วยึดเอวไอ้เอ๋อไว้อย่างแน่นหนา จนแม่งแผดเสียงแปดหลอดใส่ “เปิ้น!”“อะไร?”“เอาหน้าเปิ้นออกไปจากก้นอ้ายบัดเดี๋ยวนี้เลยเน้อ”“สงสัยมึงจะลืมแล้วมั้งว่าใครที่เป็นเจ้าของมึงอ่ะ” ผมเอียงหน้าคมกร้าวมาสบต
เปิ้นยะจะอี้อีกแล้ว... เปิ้นยะจะอี้ตลอดเลยมือหนาที่ซึมไปด้วยเลือดสัมผัสกับหน้าอกของหนู ขยำขยุ้มอย่างกระหาย หนูเม้มริมฝีปากแน่น หน้าแดงก่ำตอนที่พยายามดันตัวเปิ้นออก ทั้งๆ ที่มือเล็กยังคงแปะอยู่ที่เป้ากางเกงของเขา“ทะ... ทำแผลก่อนเต้อะเจ้า แผลเหวอะเลอะเสื้ออ้ายหมดแล้ว” หนูพูดเสียงสั่นตอนที่รีบชักมือออกจากเป้ากางเกงที่คับแน่นของเขาทันทีที่รู้สึกตัว เปิ้นมีสีหน้าแสนเสียดาย ในขณะที่หนูจะกวาดดวงตากลมโตมองซ้ายมองขวาหาที่ว่างคงจะมีแต่โซฟาหนังที่มีกระดาษกระจายอยู่นิดหน่อย หนูเดินไปปัดเศษกระดาษพวกนั้นลงบนพื้น แล้วล้มตัวลงนั่ง ตบที่นั่งข้างๆ ตัวที่ค่อนข้างเว้นระยะห่างเป็นที่ให้เปิ้นลงมานั่ง พร้อมกับค้นกระเป๋าของตัวเองที่มียาแดงและพลาสสะเตออยู่ในนั้น“จะทำแผลให้กูเหรอ?” เขาเลิกคิ้วถาม แล้วหนูก็พยักหน้าหงึกหงัก ก็บ่าอยากยอมรับหรอกเน้อว่าแอบใจอ่อนให้เปิ้นนิดหน่อย เดี๋ยวเปิ้นจะยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ “เป็นเมียที่ดีเนอะ”“อ้ายบ่าใจ้เมียเปิ้น” หนูปฏิเสธหน้าแดงก่ำ จนเขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วล้มทั้งตัวลงนั่งจนไหล่แข็งๆ นั่นชิดกับแขนเล็กๆ ของหนูเปิ้นเอนหัวมาซบหน้าอกหนู แล้วถูไถหน้ากับร่องเนื้อนุ่มภายใต้ช







