LOGINเมื่อผู้ชายหน้าโฉด สักยันต์ เล่นของ เลี้ยงกุมารทองต้องมาเจอกับเด็กเอ๋อจากเหนือ ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูจะอ่อยเขาไปซะทุกอย่างเเบบนี้!
View More[พาร์ท : เพชฌฆาต]
หวัดดี
ผมชื่อ ‘เพชฌฆาต’ เป็นผู้ชายยังโสดในวัย 22 ปี
อายุยังน้อย แต่ร้อยประสบการณ์ ผมเป็นเด็กหัวเกรียนเรียน กศน. เพราะไม่มีใครส่งเสียเรียนในช่วงวัยรุ่น ชีวิตผมแม่งอาภัพ พ่อตั้งชื่อว่าไอ้เพชฌฆาตเพราะพอมีผมเลยทำให้พ่อกับแม่ต้องหย่าร้างกัน ด้วยเหตุผลไร้สาระก็คือผมเป็นลูกที่ได้มาจากอสุจิของผู้ชายคนอื่นที่แม่นอกใจพ่อไปนอนด้วยตอนที่ยังคบกัน
ส่วนแม่น่ะเหรอ ก็เลี้ยงผมมาแบบขอไปที เหมือนไข่ทิ้งไว้ให้ฟักมาเป็นตัวเฉยๆ มีหน้าที่ทำให้เกิดแต่ไม่มีหน้าที่ทำให้โตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ
เออ ผมแม่งเป็นเด็กมีปัญหาของแท้เลย
ชีวิตผมเติบโตมากับปู่ จนปู่ตายผมก็ออกมาใช้ชีวิตคนเดียว หางานทำ แล้วก็เข้าสู่ด้านมืดของชีวิตวัยรุ่นอย่างเต็มรูปแบบ
ผมสักยันต์เต็มตัวเหมือนพวกขี้ยา โกนหัวเกรียนเพราะเคยโดนขวดปากฉลามฟาดหัวแตกจนต้องผ่าตัด เส้นผมตรงที่ผ่าตัดเลยไม่ค่อยขึ้นเหมือนชาวบ้าน เลยตัดใจโกนทิ้งทั้งหัวแม่งซะเลย จะได้ขึ้นเท่าๆ กัน
ผมเข้าเรียนต่อ กศน. ด้วยความใฝ่อยากเรียน อีกอย่างก็เพราะว่าไม่อยากนอนโง่ๆ อยู่บ้านคนเดียวโดยไม่มีความรู้ ในเมื่อผมไม่มีเงิน ผมก็จะหาทางเรียนด้วยวิธีของผมเอง
จนตกถังข้าวสารมารู้จักกับเจ้าของเว็บคาสิโนออนไลน์ผิดกฎหมายคนหนึ่ง เป็นเสี่ยเงินหนาหน้าตาดี โกงทริคลูกค้าจนทำเงินทำทองมากมาย โชคดีที่เขาเอ็นดูผมมาก (เพราะเป็นตัวต่อยตัวตีให้เขาเวลามีเรื่องกับลูกหนี้) เลยแชร์เงินให้ผมมาจำนวนหนึ่ง
พอผมเริ่มมีเงินจากธุรกิจสีเทา ผมก็เริ่มตั้งใจเรียนตั้งใจทำงานจนอายุ 22 ปีเต็ม ผมได้เข้าเรียนที่มหาลัยรามคำแหงที่ว่าสามารถต่อได้โดยไม่ต้องใช้วุฒิให้ยุ่งยาก มีแบบพรีดีกรี จบ ม.3 มาก็เรียนได้
ผมเข้าเรียนในคณะวิศวกรรมคอมฯ เพราะผมสนใจเรื่องเทคโนโลยีเป็นพิเศษ
ใช่ ผมแม่งเป็นเด็กมีไหวพริบ แต่เสียเรื่องหัวร้อนง่าย หน้าโฉด ตัวใหญ่ ชอบมีเรื่องไปทั่วจนเกือบถูกเด้งออกจากมหาลัยหลายรอบ ส่วนมากไม่มีกับอาจารย์ก็นักศึกษาด้วยกัน เลือดงี้โชกติดมือทุกวัน เพราะพอพวกมันรู้ว่าผมเป็นเด็กใหม่ ไอ้เวรที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าพวกนี้ก็นึกอยากลองของ ไม่ว่าจะตามท้องถนน หรือภายในมหาลัยเปิดฟรี
น่าเสียดายที่ตัวผมมันดันเป็นมวยซะด้วย
ถ้าไม่สภาพร่อแร่ปางตายกลับมาเพราะมันอาจเล่นใหญ่กับผมมาก ก็โดนตบหน้าจนฟันแตก
ผมที่ขึ้นชื่อเรื่องทะเลาะวิวาทที่หนึ่งในมหาลัย ผู้หญิงกลัว ผู้ชายไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเหงาอย่างน่าประหลาด
ขนาดในเวลานี้ที่นั่งดูดบุหรี่ตรงที่ห้ามสูบบุหรี่แถวๆ สนามกรีฑา แม่งยังไม่มีหมาสักตัววิ่งเข้ามาตบกบาลแล้วบอกให้แหกตาดูป้ายห้ามสูบบุหรี่ที่อยู่บนหัวเลย
เซ็งจริงๆ เพราะสันดานเป็นงี้เลยไม่มีแฟนสักที
“แม่ง” ผมทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้ม้าหินอ่อนอย่างแรงก่อนที่จะฟุบหน้าลงกลางระหว่างขาตัวเองอย่างเซ็งๆ จ้องมือหนาที่ใหญ่เหมือนใบพัดที่พอคีบบุหรี่ มวนบุหรี่มันดูเหมือนหนอนตัวเล็กๆ ในมือไปเลย
มือนี้ใช่มั้ย ที่ตบหน้าคนจนฟันกรามหลุดออกมาทีเดียวสี่ซี่ ทั้งซีกบนซีกล่าง จำได้ว่าเจ้าตัวที่โดนผมตบฟันหลุดถึงกับลาออกจากโรงเรียนเลย
ยิ่งพอเข้ามหาลัยก็เจอเรื่องไม่จบไม่สิ้น ยิ่งทุกคนรู้ข่าวว่าผมเป็นเด็กในสังกัดของเสี่ยคาสิโนออนไลน์ตัวท็อปอันดับสาม ก็ยิ่งกลัวหัวหดเข้าไปใหญ่
มังกรผงาดที่หว่างขาของผมมันไม่เคยได้ใช้งานมา 22 ปีเต็มแล้ว จะมีก็แค่มือใหญ่ๆ ของตัวเองนี่แหละว่ะ ที่คอยชักว่าวเสพสมความปรารถนาของชายวัยกลัดมันอย่างน่าอนาถใจ
ชีวิตแม่งเฮงซวยจริงๆ ผมคิดในใจพร้อมกับเงยหน้าขึ้นพ่นควันขาวคลุ้งขึ้นรดฟ้า
กูอยากมีแฟนกับเขาบ้างจังเลยวะ ไอ้เหี้ย
ตึก ตึก
“แฮ่ก... เปิ้น! อ้ายซื้อมาหื่อแล้วเน้อ”
ผมชะงักไป ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองผู้หญิงตรงหน้าที่วิ่งดุ้กดิ้กตรงเข้ามาหาลักษณะเหมือนหมากระเป๋า เธอกำกาแฟกระป๋องในมือเอาไว้แน่น ในขณะที่ลดตัวลงกุมเข่าตัวเองหอบแฮ่กอย่างเหนื่อยอ่อน หลังที่ถูกใช้งานตามประสารุ่นใหญ่ให้ไปซื้อกาแฟมาให้หน่อย เพราะเมื่อเช้าไม่ได้กินอะไรแก้ง่วง ก็เล่นนอนเช้าเพราะกินเหล้าจัดนี่หว่า
ผมเผลอจ้องลงไปที่ปกเสื้อที่เปิดกว้าง มันถูกร่นลงมาจนเห็นเนินอกอวบเกินอายุของเด็กสาววัยละอ่อน ต้องรีบลอบกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่
ชิบหาย ลืมไปเลยว่ากำลังเลี้ยงดูยัยเด็กคนนี้อยู่
“ขอบใจ” ผมเต๊ะท่าสูบบุหรี่กลบเกลื่อนความเขินของชายฉกรรจ์ยังซิงวัย 22 ปี ที่เห็นร่องอกชิดกันนั่นเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ ยัยเด็กเวรนี่แม่งก้มต่ำไม่เคยระวังตัวเลยจริงๆ “แต่ไม่ชอบเนสกาแฟ อยากได้เบอร์ดี้ สมองมึงมันช้านักเหรอไง”
“กะ... ก็เปิ้นอู้แค่ว่าไค่อยากกาแฟกระป๋อง อ้ายจะไปฮู้ได้จะใดล่ะเจ้า!”
“กูชื่อเพชร ไม่ได้ชื่อเปิ้น”
“อ้ายก็เอิ้นหาตั๋วว่าเปิ้นนั่นน๊ะเจ้า อ้ายบ่าชอบเรียกชื่อพี่เพชร”
“มึงไม่ได้นับถือกูเป็นพี่ว่างั้นเถอะ”
“โง้ย! เปิ้นนี่เซ้าซี้จัง อ้ายถือกาแฟกระป๋องจนเมื่อยแล้วเน้อ เอาไปเลย” ยัยเด็กน่ารำคาญพูดพร้อมกับกระแทกกาแฟลงตรงหน้าของผมที่ดูดบุหรี่พ่นควันปุ๋ยๆ อย่างไม่ทุกข์ร้อน นี่ขนาดพูดกูมึงใส่มันตลอดนะ แม่งยังไม่กลัวผมเลย
พิลึกคนจริงๆ
แนะนำให้เอาบุญ ทั้งที่ไม่ได้อยากจะแนะนำสักเท่าไหร่ ยัยเด็กตัวเล็กท่าทางเหมือนหมากระเป๋านี่ชื่อ ‘เอิ้นอ้าย’ ชื่อเป็นภาษาอีสานแต่เสือกมีบ้านเกิดอยู่ที่เชียงใหม่ มันเคยเป็นเพื่อนสมัยเด็กของผม คือเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เด็กกว่าหลายปี พอเข้าใจฟิลปะ
ตอนนั้นผมยังอยู่กับแม่ ในความทรงจำลางๆ คือไอ้เด็กเอิ้นอ้ายนี่แม่งโคตรขี้แย ทำไรนิดหน่อยก็ร้อง แหย่ก็ร้อง โดนดุก็ร้อง ร้องแม่งทั้งวัน แถมยังขี้มูกย้อยเปรอะหน้าอย่างน่าขยะแขยง
จนผมอายุสิบปี แม่ก็ผลักไสไล่ส่งผมให้ไปอยู่กับปู่ ก็นะ ปู่ส่งเรียนต่อจนจบ ม.3 ช่วงนึง แล้วพวกเราทั้งสองคนต่างก็หลุดวงโคจรไปจากกัน ยัยเด็กเอิ้นอายโดนย้ายไปอยู่กับพ่อที่เชียงใหม่ ส่วนผมตกระกำลำบากเป็นเด็กวัดข้างคลองที่กรุงเทพมหานคร
ไม่น่าเชื่อว่าพอผมอายุ 22 ปี พ่อของเธอก็กลับมาติดต่อว่าเอิ้นอ้ายจะย้ายมาเข้ารามคำแหงเพราะลูกเขาแม่งโง่ดักดาน เป็นเด็กหัวช้าที่ไม่มีทักษะ สอบตกจนคนเป็นพ่อยังเอือมระอา ยังดีที่ผมใช้เฟสเดิมสมัยพระเจ้าเหาและยังมีเพื่อนกับตาลุงนั่นในเฟสอยู่ ก็เลยต้องกลายมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเอ๋อจำเป็นในวันนี้
เอิ้นอ้ายเข้ามาเรียนแบบต่อป.ตรี เข้าเรียนเอกมนุษย์ภาษาอังกฤษ ที่พอผมได้ยินครั้งแรกก็แค่นหัวเราะแบบเหยียดหยันออกมา ยัยเด็กเหนือที่พูดเป็นแต่ภาษาเหนือแบบงูๆ ปลาๆ สะเหล่ออยากจะพูดทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่เหนือตั้งแต่เล็ก แถมเสือกยังเอามาใช้พูดกับคนในชีวิตประจำวัน ไหนจะเกรดภาษาอังกฤษที่ลุงนั่นส่งมาให้ผมดูยังโคตรต่ำเตี้ยเรี่ยดินชนิดไม่ได้ผุดได้เกิดอีก
โง่แบบจัดเต็ม โง่ได้ใจเลยจริงๆ
แต่แวบแรกที่เห็นก็ตกใจเหมือนกัน แบบเข้าขั้นช็อค เพราะยัยเด็กผีเอิ้นอ้ายในอดีตที่พูดคำไหนไม่เป็นนอกจากร้องไห้งอแงขี้มูกโป่ง หน้าตาเปรอะเปื้อนขี้มูกแบบบ้านๆ กลับโตขึ้นมาแบบมีคุณภาพสัสๆ สวยสะพรั่งสดใส ผิวขาวอมชมพู หน้าตาจิ้มลิ้มแบบเน็ตไอดอลยังอาย
คือเอาง่ายๆ จัดว่าน่ารักมาก โคตรน่ารัก เหมือนตุ๊กตาเดินได้
แต่ความหัวช้าของมันยกให้เป็นที่หนึ่ง และกูก็ไม่ได้ชอบอะไรมากมาย ไม่ชอบผู้หญิงเอ๋อ
เสียอย่างเดียว นมมันใหญ่มาก ตูดก็ใหญ่ พอก้มๆ เงยๆ ทีเห็นไปถึงร่องนมเลย
แล้วคนที่ต้องเห็นภาพพวกนั้นทุกวันก็คือกูนี่ไง ไอ้เหี้ยเอ้ย เพราะมันดันต้องย้ายเข้ามาอยู่กับผมอาทิตย์หน้านี้แล้ว หลังจากที่ไอ้เอ๋อไปอยู่กับบ้านป้ามันแล้วเขาก็ขับไล่ไสส่งออกมาเพราะทำอะไรไม่เป็นเลยนอกจากนอนเล่นเกมโทรศัพท์
“ทำไมเปิ้นต้องสูบไอ้นี่ด้วย?” ใช่ แล้วก็มีมันคนเดียวนี่แหละที่ไม่เคยกลัวผม แม้ว่าผมจะตัวใหญ่เท่าหมีควาย กล้ามแน่นบึ้กแบบต่อยหัวคนคอขาดได้ในหมัดเดียว กับรอยสักเต็มทั้งตัว รวมทั้งสักน้ำมัดผงาดของ
“ทำไม” ผมเลิกคิ้วถามมันเสียงนิ่ง
“อ้ายเหม็น จะอ้วก” แล้วดูแม่งแสดงออกกับผมดิ ไอ้เด็กเอ๋อเอ้ย
“กูถามคำนึงนะ”
“อื้ม”
“มึงไม่กลัวกูเหรอไอ้อ้าย?” ท้ายประโยคผมขยี้มวนบุหรี่กับโต๊ะม้าหินอ่อน เพราะทุกคนต่างก็กลัวผมกันทั้งนั้น มองเห็นผมเหมือนสัตว์ประหลาดที่มีชีวิต แต่มันกลับพูดคุยกับผมเหมือนเป็นเรื่องปกติ
ยัยตัวเล็กที่ขนาดทรวดทรงองค์เอวไม่ใช่เล่นๆ ค่อยๆ ล้มตัวจุ้มปุกนั่งลงข้างๆ ผมจนต้องเขยิบหนีเพราะหน้าอกเธอมันเบียด พร้อมกับหันดวงตากลมโตนั่นมองผมตาปริบๆ จนผมต้องด่ากลบเกลื่อน
“มองไรไอ้เอ๋อ?”
“เปิ้นบ่าเห็นน่ากลัวเลยเจ้า” แล้วดูคำตอบของเธอ มันทำผมแอบใจสั่นไปหน่อยๆ เพราะแววตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนเหมือนกับลูกแก้วนั่น ไม่เคยมีผู้หญิงหน้าตาน่ารักมาพูดแบบนี้ในระยะใกล้มาก่อน “แต่เปิ้นตัวเหม็น เปิ้นฮักเปิ้นชอบที่จะสูบไอ้นั่น อ้ายบ่าชอบ”
“อืม”
“ถ้าเปิ้นเลิกสูบยาเส้นแบบนั้น อ้ายอาจจะอยากอยู่ใกล้ๆ มากกว่านี้ก็เป๋นได้เจ้า” เธอพูดแล้วก็คลี่ยิ้มหวานแฉ่งออกมา ซึ่งไม่รู้ตัวเลยว่าคำพูดที่พูดออกมานั่นคือการยั่วยวนเพศชายแบบไม่รู้สึกตัว (คิดไปเอง)
เอาดีๆ
ใจกูแม่งเต้นกับยัยนี่นะเนี่ย
“ไม่เอาว่ะ ไม่อยากอยู่ใกล้หมาชิวาว่า”
“เปิ้น!”
“แล้วไอ้นี่มันเรียกว่าซิกาเร็ต ไม่ใช่ยาเส้น” ผมพูดด้วยความซึนในตัวเอง แล้วคว้ามวนบุหรี่มาเคาะหน้าผากของมันเบาๆ จนยัยตัวเล็กต้องหลับตาปี๋อย่างขัดใจที่ผมแม่งโคตรปากหมากับเธอ “สะกดไว้ในสมองที่มีเท่าเม็ดถั่วของมึงด้วย”
“...”
“เข้าใจนะ ไอ้เด็กโง่”
หนูเปิดประตูเข้าไปในคลาสแรกที่เรียนวันนี้ แต่กลับปะหน้ากับเดียร์และเพื่อนๆ ของเธอ คนตัวเล็กในเรือนผมสีชมพูอ่อนมองมาทางหนูพร้อมกับทำทีหลบสายตาอย่างหวาดกลัว เพื่อนๆ ที่อยู่รอบตัวเลยแลมาทางอ้ายราวกับตัวร้ายในละครอ้ายเดินตัวลีบเล็กไปที่เก้าอี้ที่ว่างข้างๆ ผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เธอกลับรีบลุกออกไป รวมทั้งเพื่อนๆ ในโซนนั้นไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงอ้ายเงยหน้าขึ้นมองหน้าตื่นๆ ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงซุบซิบ“ยังกล้ามาเรียนอีกนะเธอ”“หน้าไม่อาย ตบดาราดังกลางตึกแบบนี้ยังมีหน้ามาเรียนต่ออีก” ก่อนเสียงเซ็งแซ่อื้ออึงราวกับจงใจให้อ้ายได้ยิน อ้ายหน้าซีดคอตก รู้สึกชาวาบไปตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่จะค่อยๆ ล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แผละเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นใต้บั้นท้าย พร้อมๆ กับตัวหนูที่รีบผุดลุกขึ้นมาเพราะรู้สึกเปียกและมีอะไรตำบริเวณก้น พอเหลียวหลังกลับไปมอง ก็เห็นว่ามีไข่ไก่ที่แตกเลอะกระโปรงพลีทนักศึกษา และมีบางส่วนเลอะกับเก้าอี้อยู่ตรงนั้นมันส่งกลิ่นเหม็นคาวคลุ้งไปทั่ว เหมือนว่าจะเป็นไข่เน่าด้วยเน้อ“อี๋ สกปรก” เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นรอบๆ พร้อมกับหลายคนที่เอามือมาอุดจมูกแสดงท่าทางรังเกียจอ้า
หลังจากนั้นหนูกับเปิ้นก็นอนกอดก่ายกันอยู่ในห้อง นอนสลบเหมือดด้วยความเหนื่อยอ่อนจนสายของอีกวัน หนูลุกขึ้นมาในช่วงสาย มองนาฬิกาบนกำแพงในห้องนอนตั๋วเองก็เห็นว่านี่มันถึงเวลาไปเรียนแล้ว ก็เลยหยัดกายลุกขึ้น ขยี้ตาตัวเองอย่างง่วงงุนตอนที่เดินเข้าไปแปรงฟังในห้องน้ำด้านนอกขยี้ฟันขาวอย่างมึนงง จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงแรงสวมกอดจากด้านหลัง บ่าพอยังโถมทั้งตัวลงมาจนแทบหน้าคว่ำคะมำลงหน้าอ่างล้างหน้า“อ้ะ! เปิ้น ยาสีฟันเลอะปากอ้ายหมดแล้วนี่เจ้า” หันไปบ่นกระปอดระแปดใส่อ้ายผัวตัวดีของอ้ายอย่างรำคาญใจ๋ คนตัวใหญ่ไม่ใส่ใจคำพูดค่อนขอด กดจูบที่กระหม่อมของหนูดังฟอดใหญ่“ไปเรียนอีกแล้วดิ น่าเบื่อ”“อ้ายจำต้องไปเรียนทุกวัน เปิ้นก็ฮู้นี่เจ้าว่าป้ออยากให้อ้ายเรียนจบแค่ไหน”“คนโง่อย่างมึงไม่มีวันเรียนจบได้ภายในสี่ปีหรอก” ร่างสูงบริภาษ อ้ายถึงกับหันควับไปมองค้อนตาเขียวเลย คนอะหยังปากบ่าเป็นสิริมงคลเอาซะเลย ป้ออุตส่าไปบนบานศาลกล่าวกับพระกับเจ้าก่อนส่งหนูมาที่นี่ว่าอ้ายจะต้องเรียนจบไม่เกินสี่ปีเลยนะเจ้า“ถ้าอ้ายเรียนจบภายในสี่ปีล่ะ”“กูจะยอมก้มลงกราบแบบเบญจางค์แทบเท้ามึงสามทีงามๆ เลยครับ”“อู้ไว้บ่าต้องคืนคำ” คนตัวให
ใบหน้าของเราชิดกันจนแทบได้กลิ่นลมหายใจ ผมดูดปลายลิ้นของมันอย่างเร่าร้อน ในหัวรู้สึกกระหายน้ำและลำคอแห้งผากอย่างหยุดไม่ได้ ไอ้อ้ายหอบแฮ่กชิดกับใบหน้าคมคายของผม แววตายั่วยวนของมันทำเอาต้องกลืนน้ำลาย ในขณะเดียวกันที่เราต่างกดจูบกันอย่างไม่รู้จักพอผมยกตัวมันขึ้นอุ้ม ก่อนที่จะเดินนำไปที่เตียงในห้องไอ้อ้าย ที่ไม่เข้าห้องตัวเองเพราะหนึ่ง เดี๋ยวไอ้มงคลมันจะมาแอบดู สอง เพราะมันใกล้ห้องน้ำมากกว่า ตอนนี้น้องชายผมมันแทบจะระเบิดออกมาจากกางเกงยีนส์อยู่แล้วตุบผมวางไอ้อ้ายลงบนเตียง ในขณะเดียวกันก็ดูดริมฝีปากบวมเต่งเหมือนมันหวานจนอยากลิ้มลองไม่รู้จักหยุด มือหนาล้วงลึกเข้าไปภายในร่องแคบสีชมพู ก่อนที่จะรูดเข้ารูดออกพอให้น้ำมันฉ่ำเยิ้มจนเสียบเข้าไปได้มิดได้ในครั้งเดียวเห็นในเว็บสอนมีเซ็กซ์บอกว่า ยิ่งผู้หญิงมีน้ำหล่อลื่นเยอะเท่าไหร่ ก็เจ็บน้อยลงเท่านั้นผมเขี่ยปุ่มสีชมพูเข้มที่บวมเต่งออกมา ไอ้ตัวเล็กกระตุกครั้งแล้วครั้งเล่า มันไม่ห้ามผมแต่กลับจิกหน้าอกผมจนเป็นรอยเล็บ ในขณะเดียวกันมืออีกข้างของผมก็รูดซิปกางเกงลงอย่างอ้อยอิ่ง ควักแก่นกายที่แทบจะคับโพรงเนื้อตอด พร้อมกับดุนดันถูไถตรงกลีบเล็กหนักแน่น“อื้อ
[พาร์ท : เพชฌฆาต]เห็นผมเป็นแบบนี้แต่ก็ศัตรูเยอะเอาเรื่องไอ้เดือดคือเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียน ที่นิสัยห่วยแตกเส็งเคร็งแต่ดันมีพื้นฐานครอบครัวที่มีฐานะ มันเลยกลายเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างโด่งดังในโรงเรียน เรื่องความหน้าใหญ่ ใช้เงินซื้อเพื่อนเป็นฝูง แถมยังพาไปตีโรงเรียนนู้นโรงเรียนนี้ เรียกได้ว่าทรงเศรษฐีแต่สันดานแว๊นเยาวชนของจริงผมในตอนนั้นคบอยู่กับเพื่อนคนละกลุ่มกับไอ้เดือด ส่วนมากมันจะถือคติไม่คบผู้หญิงเป็นเพื่อน เพราะพอได้คบใครก็จับเย็บหมดทุกคน เด็ก ม.1 กว่าครึ่งโรงเรียนเป็นเมียมันไปแล้วทั้งหมด 70%ผมในตอนนั้นไม่ได้สนใจเรื่องความรักเท่าไหร่ แต่สนใจว่าจะทำไงให้เหนือกว่ามัน ลงเอยด้วยการท้าต่อยแบบ 1 ต่อ 1ชีวิตลูกผู้ชายก็แบบนี้ สุดท้ายล้มทั้งคู่ และผลออกมาว่าเสมอ เลยกลายเป็นว่าต่อยกันกี่ทีก็เสมอกันทุกที จนเราทั้งคู่ตกลงกันว่าจะไม่ยุ่งกันอีกไอ้เดือดกลับมาเจอผมอีกทีที่ค่ายมวยที่ผมมาฝึกซ้อมกับไอ้แมนเป็นประจำ แล้วสุดท้ายก็จบที่ได้แต่แดกดันกันไปมา แต่ไม่คิดที่จะลงมือต่อยกันจริงจังจะให้เรียกว่าเพื่อนก็กระดากใจ แต่จะให้เรียกว่าศัตรูก็ใกล้เคียงแต่ไม่เต็มร้อยสรุปว่าผมกับไอ้เดือดแม่งเป็นเหี้ยไรกัน
“ถ้าตอบไปแล้วจะมาเป็นแฟนกูมั้ยล่ะ” และนั่นก็คือคำที่เปิ้นตอบกลับมา ทำเอาหนูหน้าร้อนวูบขึ้นมาเลยเน้อ“บ่าเป็น”“งั้นก็ไม่ตอบ” เขากระตุกยิ้ม แล้วหนูก็ทำหน้ายู่คนขี้โกง“ทำไมต้องตั้งอะหยังให้เข้าข้างตั๋วแบบนั้นด้วย แค่อู้มามันจะยากอะไรล่ะเจ้า”“แล้วการยอมรับใจตัวเอง มันยากตรงไหน”พอโดนย้อนกลับมาแบบนี
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นหนูถูกรุ่นพี่ศิวะพามาที่คาสิโนตามที่เขาบอก สถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนท่าทางมีกะตังค์มาทำอะไรบางอย่าง มีไพ่ มีโต๊ะสนุ้กเกอร์กับแสงสีที่เต็มไปด้วยไฟสลัวพอดูโรแมนติกและเย้ายวนตาอ้ายบ่าเคยมาที่แบบนี้เลยเน้อ อีกอย่างมันดูหรูหรามากๆ จนต้องกวาดสายตาไปมองรอบตัวอย่างตื่นเต้น ร
“เซริว” แววตาของผมมีไฟลุกโหมกระพือหนักขึ้น “ขออาละวาดได้รึเปล่า”“...”“ค่าเสียหาย เซริวจ่ายให้กูได้รึเปล่า”“อย่าทำเหมือนเป็นเจ้านายเรา” เธอขยับหน้าอกที่พอดีตัวมาชิดกับข้างกล้ามแขน เสี่ยกระซิบข้างหูผมเบาๆ “อยากอาละวาด ก็จ่ายเอาเองเลย”“โอเค”ผมตอบได้แค่นั้น ก่อนที่จะสะบัดแขนออกจากมือบางๆ ของเซริวแ
หนูก้มลงมองชุดตัวเองที่รัดรูปจนเห็นหน้าอกกลมโต เสื้อกล้ามที่มักใส่อยู่บ้านบ่อยๆ แถมยังไม่ใส่ชั้นในอีกต่างหาก ผนวกกับกางเกงขาสั้นกุดที่ชอบใส่เวลาอากาศฮ้อนทำหน้ายู่กับตัวเองอย่างจนใจ ทั้งบ่าเข้าใจและทั้งละอายใจ ทั้งๆ ที่ปากบอกว่าไม่กลับมาฮักมาชอบเปิ้นอีกแล้ว แต่ก็จงใจแต่งตัวแบบนี้ในวันที่เปิ้นตื่นสา





