ログイン*คำโปรย* เมื่อโชคชะตาพาให้กลับมาเจอกัน เขาเลือก “แกล้ง” แทนคำพูดว่า.. “คิดถึง” เธอเลือก “เงียบ” แทนพูด.. “อธิบาย” *เนื้อเรื่องย่อหน้านิยาย* • เขาเคยเป็นเด็กอ้วนแสนร่าเริง... แต่วันนี้กลับกลายเป็นเจ้าพ่อเงินกู้ผู้เย็นชา • • เธอคือรักแรกที่หายไปโดยไม่ร่ำลา และกลับมาอีกครั้งพร้อมข่าวลือว่า "ขายตัวแลกกิจการ" • • เขาเลือกแกล้งเธอทุกครั้งที่เจอกัน เพราะไม่รู้จะพูดคำว่า "คิดถึง" อย่างไร • • ส่วนเธอ...ทำได้แค่เก็บความลับในอดีตไว้เงียบๆ เพราะบางเรื่องต่อให้รักแค่ไหนก็พูดออกไปไม่ได้ •
もっと見る*อำเภออย่ามาซุย*
เป็นสถานที่อัดแน่นเต็มไปด้วยบทสนทนา หากไม่ว่าร้ายหรือติฉินนินทาผู้อื่นคงไม่ใช่ชุมชนแห่งนี้ เพราะเรื่องชาวบ้านคืองานถนัดของพวกเขาทั้งหลาย "ตายแล้วแก~ แม่หนูแยมเอาอีกแล้วเนี่ย!!!" หญิงวัยกลางคนเตรียมซุบซิบกับเพื่อนบ้าน เธอวิ่งมาแต่ไกลโพ้นราวกับเรียกประชุมด่วนเสียอย่างนั้น เธอสวมเสื้อคอกระเช้าลายดอกไม้และผ้าถุงสีดำสนิท "คราวนี้เป็นผัวบ้านไหนอีกล่ะ!!!" หญิงวัยกลางคนรีบตอบกลับ เธอกำลังก้มหน้ารดน้ำต้นไม้ต้องแหงนใบหน้าอย่างสนใจทันควัน เธอสวมเสื้อแขนยาวลายสก็อตและผ้าถุงสีน้ำตาล เหมือนว่าจะคาดการณ์หัวข้อเรื่องจากคนที่พูดถึงได้แล้ว เพราะแต่ไหนแต่ไรไม่เคยพ้นเรื่องเหล่านี้จริงๆ "เมื่อกี้ฉันดูไม่ค่อยชัดน่ะสิ!!! พวกเราไปกันเถอะ เดี๋ยวตกข่าวไม่ทันคนอื่นพอดี" หญิงวัยกลางคนกล่าวอย่างกระตือรือร้น "อีแค่เด็กกำพร้า!!! แถมยังเป็นเมียน้อยผัวป้าตัวเองอีก หากไม่ร่ำรวยเงินทองใครจะอยากดูกัน หึ~" หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมเดินไปปิดก๊อกน้ำ เธอใช้ฝ่ามือเปียกชุ่มมาเช็ดผ้าถุงตัวเองแต่ก็วิ่งตามเพื่อนไปด้วยกัน ชาวบ้านละแวกใกล้ร้านขายของชำแห่งหนึ่ง กำลังยืนเฝ้ามองเหตุการณ์สาวปากร้ายโวยวายอยู่ตามเคย แม้เธอจะมีรูปโฉมงดงามเป็นเลิศจนเลื่องชื่อ และยังเป็นที่หมายปองบรรดาผู้ชายมากแค่ไหน หากแต่ปากร้ายเกินทน ทำให้ผู้คนพากันใจฝ่อไม่กล้าคิดจีบเธอ ดวงตากลมโตช่างสุกสกาวคล้ายจะใสซื่อบริสุทธิ์ ริมฝีปากสีชมพูหวานระเรื่อพร้อมกับรูปร่างอรชรเหมือนจะไร้พิษสง แต่เมื่อได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วดังแว่วเปรียบดั่งลำโพงวัด ทำให้ใครๆ ต้องรู้สึกหวาดผวาผู้หญิงอย่างเธอ "สรุปจะยอมจ่ายเงินไหม ไอ้โรคจิต!!!" แยมยืนเท้าสะเอวตะคอกใส่ผู้ชายรุ่นราวคราวพ่อได้ ส่วนมืออีกข้างถือไม้เบสบอลพาดบริเวณหัวไหล่คิดเอาเรื่องอย่างจริงจัง "หนูแยม!!! มันไม่มากไปเหรอจ๊ะ แค่สัมผัสเพียงเล็กน้อยจะคิดเงินพี่เสียอย่างนั้น พวกมึงจะยืนมุงดูหาอะไรกันนักหนาวะ ไม่มีงานการทำหรือยังไง" เฒ่าหัวงูกล่าวตะคอกเสียงดังลั่น เขายืนเท้าสะเอวจ้องเขม็งหมู่ชาวบ้าน "หยุดเลยนะ!!! ใครเขาอยากจะกินเผือกก็ปล่อยเขาไปสิ!!! ส่วนลุงถ้าไม่จ่ายวันนี้ได้หัวแตกแน่บอกเลย!!" แยมยังคงเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่ยอมเลิกราง่าย เพราะไม่ยอมเสียผลประโยชน์ไปแม้เพียงเล็กน้อย จังหวะเดียวกันชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผมยาวสลวย ได้ปรายหางตาอันคมกริบมองภาพตรงหน้าพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างสนุกสนาน ปกติเขาไม่ค่อยสนใจการทะเลาะวิวาทของชาวบ้านสักเท่าไร แต่ครั้งนี้ดันมาเจอคนสวยขนาดที่ว่าไม่สามารถละสายตาได้ "เฮียไม่สนใจลูกหนี้พยศเก่งแบบนี้เหรอ" ยอดรีบกล่าวถามเจ้านายตนทันที เขาเป็นหนุ่มล่ำบึกบึนสีผิวเข้ม สวมเสื้อสีเขียวตองอ่อนราวกับแสงไฟนีออน "มึงโง่เหรอ~ ช่วยแหกตาดูหน่อย!!! เธอขาดแคลนเงินทุนตรงไหน กิจการใหญ่โตขนาดนี้!!!" ยูโรกระแทกเสียงใส่ลูกน้อง ที่ชอบแสดงเหมือนจะหวังดีกับธุรกิจแต่กลับลืมไตร่ตรองอยู่เสมอ "แต่เฮียชอบผู้หญิงแบบนั้นไม่ใช่เหรอครับ สวยโหดมีฐานะ แม้ชื่อเสียงจะไม่ค่อยดี คงไม่มีผลกระทบอะไรหรอก ถ้าไม่ยอมเป็นลูกหนี้ก็ให้มาเป็นเจ๊พวกเราสิ!!!" ใหญ่รีบเอ่ยสวน เพื่อไม่ให้ลูกพี่เอาเรื่องน้องชายตนเอง เขาเป็นหนุ่มล่ำบึกบึนสีผิวคล้ำ สวมแว่นตาแฟชั่นของเด็กน้อย "อืม!!! น่าสนใจอยู่ หึ~" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่พอได้ยินลูกน้องตนยุแยง ทำให้เขาต้องเอ่ยปากแถมยังเดินมาปรากฏตัวฝ่าฝูงชน "ตีมันให้ตายไปเลย!!! ไอ้ห่านี่ไม่มีปัญญาจ่ายเงินให้เธอหรอกนะ" ยูโรก้าวเท้ายาวพร้อมลูกน้องประกบข้างสองคน บ่งบอกว่าตนเป็นหัวโจกแก๊งนี้ "ทำไมล่ะ!!!" แยมรีบเบือนใบหน้ามาสบสายตาเขา เธอเอาแต่จ้องเขม็งอย่างคนไม่สบอารมณ์ "ถ้ามันมีปัญญาจ่ายเงินเธอจริง คงไม่มานั่งติดหนี้ฉันอยู่หรอกนะ" ยูโรตอบกลับพร้อมพูดจายียวนเสียอย่างนั้น แม้ว่าจะกวนอารมณ์อยู่ไม่น้อย แต่ทว่าประโยคของเขากลับทำให้เธอมีสติฉุกคิดได้บ้าง "ไม่มีก็หัวแตกซะไอ้เฒ่าหัวงู!!!!" แยมตวาดใส่และยกแขนเตรียมใช้ไม้เบสบอลลงแรงบนศีรษะคนมีอายุ แต่เธอต้องหยุดชะงักลงเพราะเสียงแหลมราวกับปรอทแตกตะโกนลั่น "อย่านะ!!! หนูแยมใจเย็นก่อน~" หญิงวัยกลางคนเร่งฝีเท้ามาใกล้พร้อมยกมือพนม เธอสวมเสื้อคอกระเช้าลายดอกไม้และผ้าถุงสีดำสนิท "อ้าว!!! เป็นไอ้สามีเวรแกเองเหรอเนี่ย" เพื่อนบ้านหญิงวัยกลางคนรีบกล่าวออกมา เธอสวมเสื้อแขนยาวลายสก็อตและผ้าถุงสีน้ำตาล กำลังยืนกอดอกพร้อมยกยิ้มอย่างสนุกสนาน "แกนะ!!! ไปมั่วเด็กร้านคาราโอเกะก็แล้วไปเถอะ!!! มายุ่งกับหนูแยมทำไมกัน!!" เธอโวยวายพร้อมดึงใบหูเฒ่าหัวงูบิดทันที "หนูแยมจ๊ะ!!! ไม่เอาเรื่องไอ้แก่นี่จะได้ไหม ถือซะว่าทำบุญทำทานคนใกล้ลงโลงศพอย่างมัน!!!" เธอยังคงกล่าวขอร้องจนแยมต้องรู้สึกหงุดหงิด "มันแต๊ะอั๋งหนูก่อนนะคะป้า!!!! จะไม่เอาเรื่องแล้วก็ได้ค่ะ!!!" แยมเตรียมหมุนลำตัวเดินเข้าร้านตนเอง แต่ทว่าสองขาเรียวเล็กต้องหยุดนิ่งเฉย เพราะได้ยินเสียงพูดของคนลามกจกเปรตเข้าหู "บั้นท้ายสาวสวยมันช่างหอมหวานเหลือเกิน~ ฮึ่ย!!!" เฒ่าหัวงูกล่าวยกฝ่ามือหนาสูดดมอย่างหื่นกระหาย ทั้งที่เป็นช่วงกลางวันแสกๆ แต่รอบตัวกลับมีดวงดาววิบวับจนตัวเองสลบหมอบคาพื้นดินลูกรัง "สมควรโดนแล้ว ไอ้เวรนี่!!! ป้ารีบเอาผัวไปเก็บเลยนะคะ หากยังปล่อยเพ่นพ่านมาใกล้หนูอีก ระวังจะได้เตรียมจองเมรุเผาศพค่ะ" คนสวยกล่าวพร้อมเดินเชิดใบหน้าเข้าร้านตน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องชาวบ้านอย่างสนุกสนาน ราวกับไม่อยากให้เรื่องจบง่ายแค่เพียงเท่านี้ สองสามีภรรยาที่เหมือนจะรักใคร่กันดี ต้องรีบแบกคู่เวรคู่กรรมกลับบ้านโดยเร็ว กลัวสาวสวยจะเอาเรื่องต่อ ด้วยสถานะภาพทางการเงินไม่เอื้ออำนวย จะฝืนสู้ก็ไม่ใช่เรื่อง แต่ร่างสูงโปร่งที่ยืนยิ้มกว้างอย่างเบิกบานใจ เพราะนิสัยสาวสวยดันสะกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาเสียดื้อๆ "เฮียยูโร!!! ปล่อยเธอไปได้อย่างไรกันครับ หว่านล้อมให้มาเป็นลูกหนี้เราดีไหม แม้วันนี้ธุรกิจยังมั่นคง..แต่อนาคตใครจะรู้ได้ล่ะครับ!!!" ยอดยังคงกล่าวถามอีกรอบ "หน้าตาเอย~ นิสัยเอย~ กูว่าเฮียยูโรคงอยากได้เป็นเมียมากกว่านะ ไอ้ยอด!!!" ใหญ่เอ่ยสวนทันควันเหมือนเดาใจลูกพี่ได้ "อย่าทำมาเป็นรู้ดีนักนะ พวกมึงสองคนไปเก็บดอกเก็บหนี้ตามบ้านเรือนได้แล้ว อย่าให้กูต้องไล่เตะก้านคอนะเว้ย!!!" ยูโรกล่าวเสียงดังลั่น เขาพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกอยู่ จนลูกน้องทั้งสองคนยกนิ้วจิ้มอุดรูหูกันแทบไม่ทัน "ครับเฮียยูโร~ ไอ้ยอดวิ่งเร็ว!!!" ใหญ่กล่าวพร้อมวิ่งหนีไปไกลโพ้น "ยังจะยืนอึ้งอีก!!! วันนี้มึงอยากกินข้าวไหม ไอ้ใหญ่มันวิ่งไปตรงโน้นแล้ว!!!" ยูโรกระแทกเสียงใส่ เขาส่งสายตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อลูกน้องอีกคน "ครับเฮียยูโร!!! ไอ้ใหญ่รอกูด้วย!!!" ยอดตะโกนไล่หลังพี่ชายตน เมื่อไล่ลูกน้องคนสนิททั้งสองไปจนหมด เขาก็เดินเร็วเข้าร้านขายของชำอย่างไม่ลังเล หลังได้พบสาวสวยเขาก็รู้สึกอยากทำความรู้จัก แม้จะไม่มีทางได้เธอมาเป็นลูกหนี้ดั่งใจหวัง แต่ทว่าอยากสานสัมพันธ์ระหว่างพวกเราสักหน่อย เพราะร้านของเธอเรียกว่าใหญ่สุดในอำเภอเลยด้วยซ้ำ สถานะภาพทางการเงินย่อมคล่องตัวพอสมควร จึงเป็นเรื่องยากที่จะหว่านล้อมให้เธอมาใช้บริการเงินกู้ (*หมายเหตุคำว่า.."ซุย" : เป็นศัพท์ภาษาวัยรุ่นกล่าวถึงประมาณว่า.. อย่าขี้โม้ หรือ อย่าพูดมากในสิ่งที่ไม่ใช่ความจริง)#หกปีผ่านไป..#*ณ ห้องประชุมโรงเรียนอินเตอร์แห่งหนึ่ง*คุณครูประจำชั้นเรียนของเด็กปฐมวัย สีหน้าเขาค่อนข้างจะเคร่งเครียดราวกับเจอศึกหนักประชิด เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแยมกับยูโร ซึ่งเป็นผู้ปกครองของเด็กหญิง... ยัมมี่!คุณครูหยิบแฟ้มรายงานความประพฤติขึ้นมา มันช่างปึกใหญ่อย่างกับเอกสารกรมสอบสวน ฝ่ามือหนาแตะขาแว่นตาเหมือนกับเรียกความกล้าหาญ ก่อนจะเอ่ยถึงใจความสำคัญของเรื่องราว"คุณแม่ครับ...เด็กคนอื่นอาจเล่นดินทรายเป็นปกติ แต่ลูกสาวคุณน่ะ เล่นเอาแผนผังระบบกรมชลประทานจริงมา เธอออกแบบสนามเด็กเล่นหลังห้องเรียนครับ!"ครูที่ปรึกษากล่าวด้วยน้ำเสียงเอือมระอา ใบหน้าคล้ายคนต่อสู้กับเด็กมาเยอะแล้ว แต่ยัยยัมมี่.. เป็นเพียงข้อยกเว้นที่เขาไม่อาจข้ามผ่านไปได้"เอ่อ...ยัมมี่! ยังคงน่าเอ็นดูอยู่ใช่ไหมคะคุณครู?" แยมเอ่ยถามก่อนจะยิ้มแห้ง แม้เธอจะเตรียมใจมาจากบ้านเรื่องการตักเตือน แต่พอคุณครูเล่าพฤติกรรมของลูกสาว ย่อมต้องรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีสักเท่าไร"ยังไม่จบครับ! เมื่อวานเธอเรียกครูพลศึกษาว่า.. คุณพี่รปภ.ผู้มีหุ่นเป็นแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายนะครับ จนคุณครูต้องวิ่งหนีออกนอกโรงเรียนไปเลย"แยมกับยูโรอึ้งความ
#หนึ่งปีผ่านไป..#*อำเภออย่ามาซุย**ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"หรือมันไม่จริง?" หญิงวัยกลางคนกำลังเถียงกับลูกน้องชายของแยมหญิงวัยกลางคนกำลังเถียงกับลูกน้องชายของแยม"ปากมากจังนะป้า! ระวังจะมีสีแดงติดปากเอา!" ลูกน้องชายสวนกลับทันควัน"อะไรกันอีกแล้ว!" แยมเดินมายืนเท้าสะเอวถาม เพราะไม่รู้ทั้งคู่ทะเลาะเรื่องอะไร หากลูกน้องเธอผิดจะได้ขอโทษแทน"อีป้าคนนี้.. มายืนนินทากับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ตรงหน้าร้านเราครับเจ๊!" ลูกน้องชายกล่าวโวยวายอย่างไม่พอใจ"ป้าแค่บอกว่าตั้งแต่เจ๊แยมแต่งงานมีผัวก็เป็นคนดี ไร้เรื่องชู้สาวกับสามีชาวบ้านก็แค่นั้นเอง ไม่รู้มันจะโกรธอะไรขนาดนั้น" หญิงวัยกลางคนกล่าวอธิบาย"เรื่องนี้มันจบตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว แยกย้ายและจบกันไปเถอะค่ะ ขอโทษแทนลูกน้องที่ใจร้อนรักเจ้านายมาก จนต้องเสียเวลาทำมาหากินไปทะเลาะกับคนพูดไม่เข้าหูด้วยค่ะ" แยมกล่าวจบก็ดึงแขนลูกน้องชายเข้าร้านอย่างรวดเร็วด้านหญิงวัยกลางคนเดินผ่านหน้าร้าน โดยคิดแค่เพียงแยมเอ่ยขอโทษ ทั้งที่หากฟังอย่างลึกซึ้งเหมือนลูกน้องชายแยม คงจะโมโหจนลมแทบออกหูอย่างแน่นอน"เจ๊ด่าอีป้านั่นเหรอครับ" ลูกน้องชายถามอย่างสงสัย เพราะทบทวนประโยคคำ
*เมืองเหลามาจะฟัง*เสียงดนตรีคลาสสิคจากเหล่านักเรียนบรรเลงคลอ สร้างบรรยากาศความหรูหราของงานเลี้ยงสังสรรค์ แต่นัยแอบแฝงคืองานการกุศล พวกสังคมไฮโซต้องบริจาคเงินจำนวนมหาศาล เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีและยากไร้ทรัพย์สินคู่รักสุดแสบกำลังนั่งอยู่ภายในงานเลี้ยงประจำปีนี้ ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ท่ามกลางเสียงจอแจและความวุ่นวายจากเหล่าผู้คนแม้ว่า..ทั้งสองจะไม่ชอบการออกสังคม และปั้นหน้ายิ้มระรื่นให้ผู้คนมากหน้าหลายตาแค่ไหน แต่ก็ต้องฝืนใจอดทนทำตามหน้าที่ให้สำเร็จ เนื่องจากผู้ใหญ่ภายในครอบครัวได้วิงวอนให้มาแทนเนื่องจากผู้ใหญ่ภายในครอบครัวได้วิงวอนให้มาแทน"ถ้าคุณแม่ไม่บอกให้เปิดเผยใบหน้าสะใภ้บ้าง ฉันคงไม่ทนนั่งอยู่นี่แน่ มีแต่พวกป้าพูดจากระแนะกระแหนอยู่ได้" แยมกัดฟันกล่าวกระซิบกระซาบแก่อีกฝ่ายทันที"ขอโทษที่บ้านผมมันรวยเกินไปครับคุณภรรยา ทำให้ต้องลำบากมาช่วยกันเสแสร้งภายในงาน แต่คุณก็รู้ผมชอบเข้าสังคมซะที่ไหนล่ะ!" ยูโรกล่าวเสียงอู้อี้ผ่านหลังกำปั้นตนเอง สายตาจับจ้องชายหญิงมีอายุเจรจากันสนุกสนาน"คุณดีนาร์ติดธุระเหรอคะวันนี้.. ดิฉันอุตส่าห์นำเครื่องประดับชิ้นใหม่มาอวดสักหน่อย น่าเสียดาย
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลื
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอ
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย





