LOGINสวนหลังโรงเรียนเงียบสงบผิดปกติ มีเพียงเสียงนกกระจอกสองสามตัวร้องรับกันจากกิ่งไม้สูง และเสียงใบไม้ไหวเบา ๆ ตามสายลมยามเย็น พลอยใสเดินช้า ๆ ตามทางเดินดินเล็ก ๆ ระหว่างต้นไม้ใหญ่ เธอตั้งใจออกมาเดินเพื่อสงบจิตใจ เพราะตลอดช่วงบ่ายที่เหลือหลังจากออกจากห้องเก็บของ เธอแทบไม่มีสมาธิสอนนักเรียนได้เลย
ภาพมือหยาบกร้านที่สอดเข้าไปในเสื้อ ภาพริมฝีปากที่ดูดคอจนแดง และกลิ่นเหงื่อของลุงเดช ยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หายเธอเดินเพลินไปโดยไม่ทันสังเกตแวดล้อม จนกระทั่งร่างอ้วนท้วมก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าโดยไม่ทันให้ตั้งตัว
“น้องพลอย… ลุงบอกแล้วว่าต้องเจอกันอีก” เสียงแหบต่ำดังขึ้นใกล้ ๆ
พลอยใสสะดุ้งเฮือก หันหลังทันที “ล-ลุง! หนูตกใจหมด!”
ลุงเดชไม่พูดอะไรมาก มือหนาคว้าแขนเธอไว้แน่นแล้วดึงเข้ามาในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว จนร่างทั้งสองเกือบชิดสนิท กลิ่นเหงื่อและยาสูบพุ่งเข้าจมูกเธออีกครั้ง “น้องพลอย… ลุงทนไม่ไหวแล้ว” เขาพูดเสียงต่ำใกล้ ๆ หู “จากตอนกลางวันลุงยังอารมณ์ค้างอยู่เลย”
มือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปลูบก้นที่ถูกกางเกงขายาวรัดไว้ บีบแรงขึ้นทันที อีกมือหนึ่งยกขึ้นคลำหน้าอก แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้บีบหัวนมผ่านเสื้อในอย่างจงใจ
“อื้ม… ลุง… อย่า…” พลอยใสร้องแผ่วโดยไม่ทันระวัง เพียงแค่เธออ้าปาก ลุงเดชก็ฉวยโอกาสก้มลงจูบปากเธออย่างหยาบทันที ริมฝีปากหนาและแห้งของเขาแปะทับปากเธอแน่น ลิ้นหยาบตวัดรุกล้ำเข้าไปในปากโดยไม่มีการเกรงใจใด ๆ กลิ่นเหงื่อผสมยาสูบทำให้เธอสับสน แต่ร่างกายกลับร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
พลอยใสพยายามบิดตัวดิ้นหนี แต่ลุงเดชยิ่งกอดแน่นขึ้น มือที่ลูบก้นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นการใช้นิ้วกลางถูขึ้นลงแรง ๆ ตามแนวร่องผ่านกางเกงกีฬาที่เธอสวมอยู่ แรงเสียดทานจากผ้าและนิ้วหยาบทำให้เธอตัวโยนเล็กน้อย
ในขณะเดียวกันมือข้างบนก็ยังไม่ยอมละ เน้นบีบและขยี้หัวนมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ส่วนด้านบน ปากของเขายังดูดและเลียลิ้นเธออย่างรุนแรง เธอเคยจูบปากตอนแสดงละครมาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเป็นจูบนุ่มนวลที่ถูกกำกับไว้ให้สวยงาม การจูบครั้งนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิง ลุงเดชดูดลิ้นเธอแรงจนเกิดเสียงดัง และทุกครั้งที่ลิ้นหยาบของเขาปาดผ่าน เธอเผลอครางออกมาในลำคอโดยห้ามไม่อยู่
“อืมม…!” เสียงครางนั้นหลุดออกไปทั้งที่เธอพยายามกลั้นไว้
ลุงเดชหัวเราะในลำคอขณะที่ยังไม่ยอมปล่อยปากเธอ และนิ้วที่ถูร่องผ่านกางเกงก็ยิ่งเพิ่มแรงขึ้นอีกนิด ราวกับรู้ดีว่ากำลังทำให้ร่างกายของเธอสั่นเทา
พลอยใสยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของยามแก่คนนั้น ความรังเกียจยังคงมีอยู่ชัดเจน แต่ความเสียวที่พุ่งขึ้นจากทั้งอกและส่วนล่างกลับทำให้เธอสับสนจนคิดอะไรไม่ออก
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินดินไม่ไกลนัก ตามด้วยเสียงคุยกันดัง ๆ ของผู้ชายสองคน
ลุงเดชรีบดึงตัวพลอยใสเข้าไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ทันที ร่างอ้วนของเขากดเธอติดเปลือกไม้ มือหนาข้างหนึ่งยังบีบก้นเธอไว้แน่น อีกมือหนึ่งที่ซุกอยู่ด้านหน้าก็ยังไม่ยอมหยุด นิ้วกลางยังถูขึ้นลงช้า ๆ ตามแนวร่องผ่านกางเกงกีฬา “ชู่ว… เงียบไว้” เขากระซิบเสียงต่ำใกล้ ๆ หู แต่การกระทำของมือไม่ได้สอดคล้องกับคำพูดแม้แต่น้อย
โจ๊กพูดเสียงดังขณะเดินผ่านมา “กูว่าเห็นน้องพลอยเดินมาทางนี้… หรือตาฝาด?”
ตั้มหัวเราะคิกคัก “มึงคิดมาก น้องเค้าจะมาทำไมในสวนตอนนี้”
ทั้งคู่เดินผ่านไปโดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครหลบอยู่หลังต้นไม้เพียงไม่กี่เมตร เมื่อเสียงฝีเท้าจางหายไป พลอยไสถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก แต่หัวใจยังเต้นรัวไม่ตก เพราะนิ้วหยาบของลุงเดชยังคาไว้ตรงร่องของเธออย่างไม่ลดละ แรงเสียดทานจากผ้ากางเกงกับนิ้วที่ขยับเบา ๆ ทำให้เธอต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียง
ลุงเดชก้มลงกระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่น ๆ พ่นรดผิวหนัง “น้องพลอย… เกือบไปแล้ว ขอไลน์ได้ไหม? คืนนี้ลุงจะทักไป”
พลอยใสในจังหวะที่สมองยังมึนงงและร่างกายยังสั่นเทาจากสัมผัสที่ยังไม่หาย เธอเผลอยื่นโทรศัพท์ให้เขาโดยไม่ทันคิดอะไร นิ้วสั่น ๆ กดเปิดหน้าจอให้ดูหมายเลข
ลุงเดชยิ้มกริ่ม ฟันเหลืองวาวในเงามืด เขาพิมพ์เบอร์ตัวเองเข้าไปในเครื่องของเธออย่างรวดเร็ว แล้วส่งข้อความทดสอบกลับมาที่โทรศัพท์ตัวเองทันที “ได้แล้ว…” เขากระซิบ “คืนนี้ลุงทักไปนะ” จากนั้นเขาค่อย ๆ ปล่อยมือทั้งสองข้างออกจากร่างกายเธอ ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วหันหลังเดินหายไปในเงามืดของต้นไม้โดยไม่พูดอะไรเพิ่มอีก
พลอยใสยืนนิ่งอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ร่างยังพิงเปลือกไม้ ริมฝีปากยังร้อนและบวมเล็กน้อยจากการจูบที่รุนแรง ร่องรอยจากนิ้วที่ถูผ่านกางเกงยังทำให้ส่วนล่างเสียวชาเล็กน้อย และหัวนมทั้งสองข้างก็ยังแข็งและเสียวอยู่ภายใต้เสื้อใน เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากเบา ๆ แล้วพึมพำเสียงสั่น “เรา… เกิดอะไรขึ้นกับเรา…”ความรังเกียจยังคงมีอยู่ชัดเจน แต่ร่างกายที่เพิ่งถูกสัมผัสอย่างหยาบคายกลับตอบสนองในทางตรงกันข้าม จนเธอเองก็เริ่มกลัวตัวเอง
ช่วงเย็น ห้องพักยามเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะหยาบ ๆ และกลิ่นบุหรี่โชยจาง ๆ โจ๊กเอนหลังพิงเก้าอี้ ยกขาข้างหนึ่งพาดอีกข้าง “ลุงเดช เห็นน้องพลอยตอนเก็บลูกบาสปะ? ก้นนั่นกูอยากจับขยำให้แดงเลยว่ะ”
แม็กหัวเราะคิกคักสมทบ “น้องพลอยยิ้มให้ครูเอกหวานจนกูอยากได้เอาตรงหน้าเลย นมเด้งทุกครั้งที่เดิน”
ลุงเดชยิ้มกว้าง ฟันเหลืองวาวใต้แสงไฟนีออนเก่า เขาเอนตัวไปข้างหน้า แล้วพูดเสียงต่ำอย่างมีเลศนัย
“พวกมึง… วันนี้ลุงจับน้องพลอยมาแล้ว นมน้องนุ่มฉิบหาย ก้นก็เด้ง แถมลุงจูบปากน้องด้วย”
ห้องเงียบไปชั่วขณะ โจ๊กกับแม็กตาโตพร้อมกัน
“เฮ้ย! จริงปะ?!” ลุงเดชหัวเราะลั่น แล้วโบกมือไล่ “กูล้อเล่นโว้ย! จะไปจับน้องพลอยได้ยังไง ลุงอายุป้าก็ป้า จะมีสิทธิ์ไปแตะดาวมหาลัยได้ที่ไหน”
โจ๊กกับแม็กหัวเราะตามทันที โจ๊กพูดเสียงดัง “ก็จริง อย่างลุงได้แค่ฝันไปวัน ๆ แหละ 5555”
แม็กพยักหน้า “ฝันไปเถอะลุง อย่าเอาไปพูดเล่นอีกนะ เดี๋ยวมีคนเข้าใจผิด”
ลุงเดชยังคงยิ้มอยู่ เขาแอบหยิบโทรศัพท์รุ่นเก่าขึ้นมาบนตัก แล้วพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ด้วยนิ้วที่ยังมีรอยเหงื่อ **น้องพลอย… วันนี้ลุงจูบน้องแล้วแข็งทั้งวัน น้องชอบมั้ย? วันพรุ่งนี้ลุงอยากจับและสัมผัสอีก** เขากดส่งอย่างรวดเร็ว แล้วล็อกหน้าจอทันที ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ในคอนโดส่วนตัวของพลอยใส ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน บรรยากาศภายในเงียบสงบผิดปกติ ไฟในห้องนอนเปิดสว่างนวลสีอุ่น กลิ่นสบู่และครีมนมยังลอยจาง ๆ หลังจากเธออาบน้ำเสร็จไม่นาน
พลอยใสเพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ นั่งลงบนขอบเตียงในชุดนอนบางสีชมพูที่ยังติดตัวเล็กน้อยจากความชื้น ผ้าบาง ๆ แนบติดผิวหนังขาวเนียนที่ยังอุ่นจากน้ำร้อน ผมยาวยังเปียกชื้นห้อยลงมาข้างแก้มเป็นเส้น ๆ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คตามปกติเหมือนทุกคืน โดยไม่คาดคิดอะไร
จู่ ๆ ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
**น้องพลอย… วันนี้ลุงจูบน้องแล้วแข็งทั้งวัน น้องชอบมั้ย? วันพรุ่งนี้ลุงอยากจับและสัมผัสอีก** สายตาของเธอหยุดนิ่งกับข้อความนั้นทันที ใบหน้าค่อย ๆ แดงระเรื่อจากคอขึ้นไปถึงแก้ม นิ้วที่ถือโทรศัพท์สั่นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
“ลุง… กล้าส่งแบบนี้ได้ยังไง…” เธอพึมพำเสียงเบา ร่างกายที่เพิ่งเย็นลงจากน้ำอาบกลับร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อภาพต่าง ๆ ย้อนกลับมาอย่างชัดเจน ริมฝีปากที่ถูกจูบอย่างหยาบ ลิ้นที่ถูกดูด มือที่บีบนมแรง ๆ และนิ้วที่ถูผ่านกางเกงกีฬาในสวนหลังโรงเรียน
เธอนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียงนานหลายวินาที ดวงตาจ้องข้อความนั้นโดยไม่ได้เลื่อนหรือลบ ใจหนึ่งอยากจะบล็อกทันที แต่อีกใจหนึ่งกลับทำให้เธออ่านซ้ำไปมาหลายรอบ ชุดนอนบางสีชมพูที่เธอใส่อยู่ตอนนี้เปียกชื้นเล็กน้อยจากผมที่ยังไม่แห้งสนิท และทุกครั้งที่เธอขยับตัว ผ้าก็เสียดสีกับหัวนมที่เริ่มแข็งขึ้นอีกครั้งโดยไม่ตั้งใจ
พลอยใสกลืนน้ำลาย วางโทรศัพท์ลงบนตัก แล้วยกมือขึ้นแตะเบา ๆ ที่ริมฝีปากตัวเอง ราวกับยังรู้สึกถึงแรงจูบเมื่อบ่าย “เรา… เกิดอะไรขึ้นกับเราจริง ๆ…” เสียงพึมพำของเธอดังแผ่วในห้องที่เงียบสงบ ความรังเกียจยังคงมีอยู่ แต่ความเสียวที่ค้างอยู่ในร่างกายกลับชัดเจนจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป
คืนนี้… เธออาจจะหลับไม่ลงอีกแล้ว
จังหวะการขย่มของน้องปีใหม่เริ่มสะดุด ร่างกายเกร็งแน่น ผนังด้านในหดรัดของลุงเดชซ้ำแล้วซ้ำเล่า“จะ… จะเสร็จ… ลุง…!”ลุงเดชกระแทกสวนขึ้นแรงสุดหลายที มือกดสะโพกเธอลงแน่นทั้งคู่เสร็จพร้อมกันน้องปีใหม่ตัวสั่นอย่างรุนแรง ซบหน้าลงบนอกของลุงเดช กลั้นเสียงไว้จนตัวเองแทบขาดใจ น้ำเงี่ยนไหลเปียกโคนเขา ขณะที่ลุงเดชปล่อยน้ำร้อนพุ่งเข้าไปในตัวเธอเป็นจังหวะยาวนานหลังจากนั้นทั้งคู่นั่งนิ่งอยู่กับที่ หอบหายใจดัง เหงื่อผสมกัน น้องปีใหม่ยังไม่ลุกขึ้นทันที เธอซบหน้าอยู่กับอกเขาอีกครู่ แล้วพึมพำเสียงอ่อนแรง “ลุง… ทำให้หนูใจแตกแล้วนะ…”ลุงเดชหัวเราะแผ่ว มือลูบหลังเธอช้า ๆ “แบบนี้ดี… ผู้ชายชอบ”เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตายังพร่าเล็กน้อยจากเพิ่งเสร็จ แล้วค่อย ๆ ยิ้มอย่างอ่อนแรงทั้งสองรีบแยกตัวจากกันทันที น้องปีใหม่ลุกขึ้น ดึงกางเกงในขึ้น จัดกระโปรงและสายเดี่ยวให้เรียบร้อย ใช้มือปาดเหงื่อที่หน้าผากและจัดผมสั้นให้เข้าที่ ลุงเดชก็รูดซิปกางเกง ปาดเหงื่อที่คอ แล้วนั่งเอนหลังบ
น้องปีใหม่กัดริมฝีปากกลั้นเสียง ร่างกายเริ่มเกร็ง ความเสียวพุ่งสูงขึ้นทุกวินาที “จะ… จะเสร็จ… ลุง…”ทันใดนั้น เสียงชักโครกดังขึ้นจากห้องน้ำอย่างชัดเจนลุงเดชรีบถอนนิ้วออกทันที ดึงสายเดี่ยวกับยกทรงขึ้นมาปิดอกเธออย่างรวดเร็ว แล้วนั่งเอนหลังบนโซฟาอย่างปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นน้องปีใหม่ตัวสั่น ใบหน้าแดงก่ำสุดขีด อารมณ์ที่กำลังจะระเบิดถูกตัดตอนกลางคัน เธอรีบจัดกระโปรงและผมให้เรียบร้อยด้วยมือที่ยังสั่นเทา หายใจยังหอบไม่ตกประตูห้องน้ำเปิดออกไอ้แว่นเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ขอโทษที่นานหน่อยครับ”ลุงเดชยกแก้วขึ้นจิบอย่างสงบ “ไม่เป็นไร”น้องปีใหม่ยังนั่งตัวแข็ง ใบหน้าแดงจัดจนสังเกตได้ชัด เธอรีบพูดขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุม “พี่แว่น… หนูอยากกินน้ำผลไม้ที่มีแอลกอฮอล์นิดหน่อยค่ะ ช่วยไปซื้อให้หน่อยได้ไหมคะ? ร้านสะดวกซื้อหน้าที่พักน่าจะมี”ไอ้แว่นตาเป็นประกายทันทีที่ถูกขอร้องจากเธอ “ได้เลยครับ! น้องอยากกินแบบไหน ผมซื้อมาให้หลาย ๆ อย่างเลย”“อะไรก็ได้ค่ะ ที่เย็น ๆ” น้องปีใหม่ตอบพร้อมยิ้มฝืนไอ้แว่นไม่ลังเลแม้แต่นิด หยิบกระเป๋าตังค์แล้วเดินออกจากห้องทันที โดยไม่ทันสังเกตว่าทำไมใบหน้าของน
น้องปีใหม่ยืนอยู่ในสวนหลังที่พัก สวมชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีชมพูอ่อนยาวแค่ต้นขา แสงไฟสายจากต้นไม้ทำให้ผิวของเธอดูขาวและนุ่มขึ้นไอ้แว่นเดินเข้าไปใกล้ด้วยท่าทางเกร็งมาก ยืนห่างจากเธอเกือบหนึ่งเมตร ยิ้มอย่างฝืน “น-น้องปีใหม่ครับ… ขอถ่ายรูปคู่นิดนึงได้ไหมครับ?”น้องปีใหม่ยิ้มสุภาพ “ได้ค่ะ”ไอ้แว่นยืนห่างเกินไปจนดูแปลก ลุงเดชที่เดินตามมาอยู่ข้าง ๆ จึงพูดขึ้น “ยืนใกล้หน่อยสิ ไม่อายหรอก”ไอ้แว่นรีบก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แต่ยังดูแข็งทื่อ ลุงเดชยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายให้หลายมุมจนไอ้แว่นพอใจ หลังจากนั้น ไอ้แว่นยิ้มกว้าง “พี่เดช ถ่ายคู่กับน้องปีใหม่บ้างสิครับ เดี๋ยวผมถ่ายให้!”ลุงเดชพยักหน้า แล้วแอบกระซิบกับไอ้แว่นเบา ๆ “เดี๋ยวลุงแกล้งเมาแล้วกอดน้องให้มึงดูนะ”ไอ้แว่นตาโตเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าอย่างตื่นเต้นลุงเดชเดินเข้าไปหาน้องปีใหม่ กลิ่นเหล้าติดมาจาง ๆ เมื่อเขาเดินเข้าใกล้ ใบหน้าของน้องปีใหม่ค่อย ๆ แดงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ท่าทางเขินอายราวกับยืนอยู่ตรงหน้าคนที่แอบชอบ เธอตกใจกับปฏิกิริยาของตัวเองแต่ทำอะไรไม่ทันลุงเดชแกล้งทำเป็นสะดุดขาตัวเอง ร่างอ้วนท้วมเซไปข้างหน้า มือยื่นไปพยุงแตะไหล่เธอ แต่แรงที่
ลุงเดชหยุดนิ้วไว้ลึกในตัวเธอ แล้วยิ้มกว้าง กระซิบใกล้ ๆ มือที่ปิดหน้าของเธอ“มึงรู้ไหม… ผู้หญิงแบบนี้ ผู้ชายโคตรชอบ เรียบร้อยข้างนอก แต่ร่านบนเตียง… นี่แหละที่ผู้ชายต้องการ”เขาขยับนิ้วช้า ๆ อีกครั้ง แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงหื่น“เดี๋ยวกูทำให้มึงแตกคานิ้วกู”น้องปีใหม่ยังคงปิดหน้า ตัวสั่นจากทั้งความเสียวและความอายลุงเดชใช้มือว่างหยิบโทรศัพท์ออกจากกองเสื้อผ้าที่วางใกล้ ๆ เปิดกล้องวิดีโอ แล้วเล็งไปที่ร่างของเธอที่ถูกกดอยู่กับต้นไม้ เสื้อกล้ามถูกดึงขึ้นเหนืออก กระโปรงยุ่งเหยิง นิ้วของเขายังฝังอยู่ในตัวเธอเขากดปุ่มอัด น้องปีใหม่ยังไม่ทันรู้ตัว ยังคงครางเสียวไปกับนิ้วที่เริ่มเร่งความเร็วขึ้น“อื้มม… อาา… ลุง…” เสียงครางของเธอดังชัดในคลิปจนกระทั่งสายตาเธอเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ในมือของลุงเดช ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ“ลุง…! ลุงอัดอยู่เหรอ?!”เธอรีบยกมือลงจากหน้า แล้วพยายามแย่งโทรศัพท์ แต่ลุงเดชใช้ร่างอ้วนบังไว้ และนิ้วที่อยู่ในตัวเธอก็เร่งเร็วขึ้นทันที“อย่าขยับ” เขาพูดเสียงต่ำ “ยิ่งดิ้นยิ่งเสียว”“ลบ… ขอลบที!” น้องปีใหม่ต่อสู้แต่แรงไม่พอ “หนูขอร้อง… อย่าอัด!”ลุงเดชยิ้มร้าย กล้องยังเล็งอยู่
หลังจากทั้งคู่เสร็จและยังกอดกันอยู่ในน้ำได้ไม่นาน เสียงตะโกนดังมาจากทางป่าด้านนอก“พลอยใส—! น้องพลอย—! อยู่ไหน?!”เสียงนั้นคุ้นหูมาก เป็นเสียงของพี่แคทตามด้วยเสียงผู้ชายอีกสองสามคนที่ดังตามมาเป็นระยะ ดูเหมือนทีมงานกำลังเดินกระจายกันหาพลอยใสสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “พี่แคท…!”เธอรีบผลักลุงเดชออก แล้วรีบขึ้นจากแอ่งอย่างรวดเร็ว มือสั่นหยิบเสื้อผ้าที่วางไว้บนโขดหินใกล้ ๆ“ลุง… หนูต้องไปก่อน” เธอพูดเสียงเร่งขณะรีบสวมกางเกงในและกระโปรง “พี่แคทกับทีมงานตามมาหาแล้ว”ลุงเดชยังยืนอยู่ในน้ำ มองเธอแต่งตัวด้วยความเร่งรีบโดยไม่พูดอะไรพลอยใสสวมเสื้อเข้าที่อย่างลวก ๆ ผมยังเปียกชุ่ม ใบหน้าแดงก่ำทั้งจากเซ็กและจากความตื่นตระหนก เธอหันมามองเขาครั้งสุดท้าย“ลุง… อย่าเพิ่งออกไปนะ เดี๋ยวหนูติดต่อทีหลัง”พูดจบเธอก็รีบวิ่งขึ้นทางดิน มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เสียงเรียกดังมาโดยไม่หันกลับมามองอีกเสียงฝีเท้าของเธอจางหายไปในป่าอย่างรวดเร็วเหลือเพียงลุงเดชที่ยืนเปลือยอยู่ในแอ่งน้ำตามลำพัง เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นไม้ใหญ่ที่เมื่อครู่เงาของน้องปีใหม่เคยยืนหลบอยู่ รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าลุงเดชค่อย
ทั้งคู่เดินตามทางดินเล็ก ๆ เข้าไปในป่าประมาณสิบห้านาที จากเสียงอึกทึกของกองถ่ายค่อย ๆ จางหาย จนเหลือเพียงเสียงแมลงและนกในป่า เมื่อพ้นพุ่มไม้สุดท้าย ภาพน้ำตกเล็ก ๆ ก็ปรากฏตรงหน้าน้ำตกแห่งนี้ไม่สูงมาก สายน้ำสีขาวใสไหลลงมากระทบโขดหินเป็นชั้น ๆ ก่อนจะรวมตัวเป็นแอ่งน้ำตื้นสีเขียวมรกตด้านล่าง ต้นไม้อ้อมล้อมร่มรื่น แสงแดดตอนเย็นสาดส่องผ่านใบไม้เป็นสาย ๆ ลงบนผิวน้ำ มองดูแล้วเงียบสงบและสวยงามจริง ๆ ตามที่ลุงเดชบอก“สวยจัง…” พลอยใสยืนหยุดนิ่ง มองน้ำตกด้วยสายตาที่มีชีวิตชีวา รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า “ลุงหาที่แบบนี้เจอได้ยังไง?”เธอดูมีความสุขจริง ๆ ที่ได้ออกมาเห็นธรรมชาติแบบนี้หลังจากถ่ายทำมาทั้งวัน แต่ใบหน้าของเธอกลับแดงระเรื่อตั้งแต่เดินทางมา ไม่ใช่เพราะเหนื่อยจากการเดินตลอดทางที่เดินเข้ามาในป่า ลุงเดชเดินนำอยู่ข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว มือหนาแอบลวนลามเธอตลอด บางทีก็ลูบสะโพกผ่านกระโปรง บางทีก็สอดมือเข้าไปบีบนมเบา ๆ เวลาที่ทางแคบ และบางช่วงก็ยืนขวางทางแล้วก้มลงเลียลำคอของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกครั้งที่เธอจะห้าม เขาก็เพียงยิ้มแล้วพูดว่า “แค่นิดเดียวเอง”ทำให้ต







