ログイン“เธอเป็นแค่ภรรยาในนามของเขา ที่ไม่มีวันได้เป็นคนที่รักหมดหัวใจ”
もっと見るลมหายใจนั้นเหมือนพยายามไล่ความเจ็บหน่วงในอกให้เบาลง แม้จะทำได้เพียงนิดเดียวก็ตามเธอรีบก้าวออกจากห้องไปที่ครัว ตั้งใจอุ่นอาหารทุกอย่างให้อยู่ในอุณหภูมิพอดีที่สุด เธอจัดจานใหม่ เพิ่มผักเคียงเล็กน้อย ทั้งที่รู้ว่าเขาอาจไม่สังเกตด้วยซ้ำ แต่เธอก็ทำ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เธอพอจะดูแลเขาได้แกร๊ก~เสียงประตูห้องน้ำเปิดทำให้เมยที่กำลังนำจานอาหารไปวางบนโต๊ะเงยหน้าขึ้น เธอรีบยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน ทั้งที่หัวใจยังหวั่นไม่หาย“เมยเตรียมอาหารให้เสร็จแล้วค่ะ คุณกรณ์ทานได้เลยค่ะ” เขาเดินมาที่โต๊ะ มองอาหารตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบตามองเธอ“เธอกินรึยัง กินด้วยกันสิ” น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ไม่แข็งจนเกินไป ทำให้เมยใจเต้นวูบหนึ่ง“เมยทานแล้วค่ะ” เธอค้อมศีรษะเล็กน้อย ก่อนถอยไปนั่งโซฟายาวแทน เธอไม่อยากรบกวนเวลาของเขา แม้เพียงนาทีเดียวที่ได้เห็นเขายังรู้สึกโชคดีนักเธอหยิบหนังสือสูตรเค้กเล่มโปรดขึ้นมาเปิดค้างไว้หน้าเดิม ตัวหนังสือพร่าเลือนเพราะสมาธิไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลยสักนิด สายตาแอบเหลือบไปทางโต๊ะอาหารทุก ๆ ครู่ชายหนุ่มนั่งกินเงียบ ๆ ท่าทางธรรมดาแต่สำหรับเธอ มันกลับน่ามองอย่างบอกไม่ถูก ปลายนิ้วที่จับช้อ
ตอนที่ 7 ผับใจกลางเมือง กรวิชญ์เดินเข้ามาภายในผับที่มีเสียงดังไปทั่วบริเวณสายตาสอดส่องหาเพื่อนสนิท “กรณ์ ทางนี้” เสียงของคินเพื่อนหนุ่มดังขึ้น เขาหันมองตามเสียงก็เห็นเพื่อนกำลังโบกมืออยู่ที่โต๊ะข้างหน้าเขาและมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังคลอเคลียไม่ห่าง “ดื่มไม่รอกูเลยนะมึง” “เพิ่งดื่มก่อนมึงมาไม่นานเอง” คินพูดขึ้นจนาดซุกหน้าอยู่ในลำคอของผู้หญิง ชายหนุ่มส่ายหัวไปมากับความหื่นของเพื่อน มันทำอะไรก็ได้นอนะเพราะมันไม่มีพันธะเหมือนเขา แต่เขาไม่มีพันธะก็ไม่คิดจะทำพฤติกรรมแบบนั้นแน่นอน “มึงหยุดหื่นสักที ทึงเรียกกูมาดูมึงนัวเนียกับผู้หญิงสาว งั้นกูกลับดีกว่า” ชายหนุ่มพูดจบก็ทำท่าทางลุกขึ้นยืน คินผละอกจากลำคอขาวทันที “เฮ้ย เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งกลับสิว่ะ” เสียงของคินดังขึ้นกลบจังหวะดนตรีในผับ ชายหนุ่มรีบยกแก้วเหล้าที่เหลืออยู่ขึ้นกระดกจนหมด รสขมเผาแผดลงคอแต่ช่วยกลบความสับสนในหัวไม่ได้ ใบหน้าคมเครียดตึง สายตาเหม่อลอยเหมือนกำลังจมอยู่ในความคิดที่หนักอึ้ง คินเหลือบมองเพื่อนสนิทที่นั่งนิ่งผิดปกติ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน เหมือนพยายามอ่านสีหน้าของเพื่อนที่กำลังแตกหักอยู่เงียบๆ “มีเรื่องอะไร บอ
“แม่กลับล่ะ ต้องไปช่วยหนูเมยขายของ ช่วงนี้คนเยอะมากด้วย” พิมลรัตน์พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานของลูกชาย ทิ้งความเงียบไว้เพียงลำพัง เสียงส้นสูงก้องเบา ๆ ไปตามพื้นชายหนุ่มส่ายหัวเล็กน้อย ราวกับปล่อยให้ความหงุดหงิดไหลผ่านไป เขาเก็บปิ่นโตบนโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนลุกขึ้น เดินไปยังโต๊ะทำงานอีกด้าน เสียงเอกสารกระทบกันเบา ๆ ในห้องสะท้อนความว่างเปล่า ความอารมณ์หดหู่และไร้อารมณ์อยากทานอาหารต่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงัก ก่อนเหลือบตามองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ‘คิน’ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียน เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย“ว่าไง” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนจัด‘โทรหาไม่ได้รึไงวะ…เมียขอหย่าเหรอ ถึงได้หงุดหงิดเสียงแบบนี้’ คินพูดแซวด้วยน้ำเสียงทะเล้น เพราะถ้าเพื่อนตัวดีโดนเมียขอหย่าจริงๆ มันคงไม่หงุดหงิดหรอก คงดีใจด้วยซ้ำ“ตกลงโทรมามีอะไร” ชายหนุ่มถามกลับตรงๆ‘อยากชวนไปดื่มหน่อย ว่างมั้ย’“โอเค…เจอกันที่ผับมึงใช่ไหม”‘ใช่ สองทุ่มเจอกันนะเว้ย ห้ามเบี้ยวมา“เออ แค่นี้ล่ะ ฉันทำงานอยู่” เขาพูดจบก็กดวางสายไปทันที ไม่มีแม้แต่ความลังเล
ตอนที่ 6 บริษัท ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องทำงานกว้าง ชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าเซ็นเอกสารเงยขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอนุญาตเสียงเรียบ “เชิญครับ” ประตูถูกผลักเปิดช้าๆ เผยให้เห็นร่างอรชรของ ปริม ที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานจาง ๆ “พี่กรณ์ รอนานไหมคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของเธอทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที “ไม่ครับ พี่ยังทำงานไม่เสร็จเลย” เขาผ่อนลมหายใจออก พร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้ รอยยิ้มแบบที่ ภรรยาในนามของเขาไม่เคยได้รับ ปริมเดินเข้ามาใกล้ ทำหน้าละห้อยเล็กน้อย คล้ายคนที่เพิ่งผ่านอะไรมา “พี่รู้ไหม… ก่อนที่ปริมจะมาหาพี่ ปริมเจอภรรยาพี่กับคุณแม่พี่ค่ะ พวกเขาว่าปริมกันใหญ่เลย ปริมไม่รู้จริงๆ ว่าร้านขนมนั่นเป็นของภรรยาพี่” เธอเล่า ทั้งสีหน้าทั้งน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเศร้าที่ตั้งใจให้เขาเห็น กรณ์ขมวดคิ้วบางๆ “เหรอครับ… พี่ขอโทษแทนแม่พี่ด้วยนะครับ” เขารู้ดีว่าแม่ของเขาไม่ชอบปริม แต่ก็ยังอดรู้สึกผิดไม่ได้ ปริมส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเหมือนกลั้นกลืนน้ำตา “ไม่เป็นไรค่ะ ปริมรู้สถานะตัวเองดี แค่ปริมเดินมาหาพี่ คนก็มองว่าปริมเป็นมือที่สามแล้ว…” ชายหน