LOGIN“เธอเป็นแค่ภรรยาในนามของเขา ที่ไม่มีวันได้เป็นคนที่รักหมดหัวใจ”
View Moreบทนำ
คอนโดมิเนียมหรูย่านใจกลางเมือง แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามาในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่นอนอยู่ข้างชายหนุ่มรู้สึกตัวขึ้น เธอลืมตาช้าๆ พลางหันไปมองใบหน้าของสามีที่ยังหลับสนิทด้วยแววตาอ่อนโยน เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันที่มีแต่เธอฝ่ายเดียว ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกออกจากเตียงอย่างแผ่วเบา ราวกลัวจะรบกวนความฝันของเขา เมย อลิษา หญิงสาวผู้สูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่อายุเพียงสิบขวบจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากนั้น พิมลรัตน์ แม่ของ กรณ์ กรวิชญ์ เพื่อนรักของแม่เธอ จึงรับเธอมาอุปการะเลี้ยงดูอย่างลูกแท้ๆ ชีวิตของเธอดำเนินไปด้วยความสงบสุข จนกระทั่งวันหนึ่ง…ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อความผิดพลาดเพียงคืนเดียวทำให้เธอกลายเป็น “ภรรยา” ของกรณ์ กรวิชญ์ ลูกชายเพียงคนเดียวของพิมล ตลอดสามปีหลังแต่งงาน เธอใช้หัวใจทั้งดวงดูแลเขาอย่างดีที่สุด แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียง “ความเฉยชา” เพราะในสายตาของเขา เธอคือผู้หญิงที่แพศยาที่วางยาเพื่อต้องการจับเขา ไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายเท่าใด เขาก็ไม่เคยเชื่อ… และไม่เคยมองเห็นความรักบริสุทธิ์ที่เธอมอบให้เลยแม้สักครั้งเดียว หลังจากจัดการธุระในห้องน้ำเสร็จ เธอก็รีบก้าวออกมาจากห้องเพื่อเตรียมทำอาหารเช้าให้เขาก่อนที่เขาจะไปทำงาน ถึงแม้ชายหนุ่มจะยังคงแสดงท่าทีเย็นชาเหมือนเดิม แต่เขาก็ไม่เคยปฏิเสธสิ่งที่เธอตั้งใจทำให้เลยสักครั้ง เพียงเท่านี้…หัวใจของเธอก็รู้สึกอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไม่นานนัก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวต้มร้อนลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัว กลิ่นนั้นชวนให้คิดถึงความอบอุ่นในบ้านหลังเก่า สูตรข้าวต้มถ้วยนี้ เธอได้เรียนรู้มาจากแม่ของเขาโดยตั้งใจ เพราะอยากให้รสชาติที่เขาได้กินในทุกเช้า ไม่ต่างจากรสมือของคนที่เขารักมากที่สุด หญิงสาวตักข้าวต้มหมูของโปรดของเขาใส่ถ้วยอย่างตั้งใจ บนใบหน้าของเธอสว่างด้วยรอยยิ้มสดใส ทุกครั้งที่ทำอะไรให้เขา เธอมักรู้สึกมีความสุขใจ เมื่อจัดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอเดินกลับเข้าห้องนอนเพื่อปลุกเขา แกร๊ก~ เธอเปิดประตูเข้าห้องอย่างช้า ๆ แต่เมื่อมองไปยังเตียงนอนซึ่งเคยมีร่างของเขาอยู่ กลับว่างเปล่า ทำให้เธอรู้ทันทีว่าเขาตื่นแล้ว คงกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำ เธอจึงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแทน เพื่อจัดชุดทำงานให้เขาเหมือนที่ทำมาตลอดสามปี “คุณกรณ์ค่ะ…เมยเตรียมชุดให้คุณแล้วนะคะ” หญิงสาวพูดพร้อมยื่นชุดให้เขา ชายหนุ่มมองเธอด้วยแววตาว่างเปล่าก่อนรับชุดไป แล้วหันหลังเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง “เมื่อไหร่คุณจะเชื่อใจเมยบ้างคะ…” เธอพึมพำด้วยความน้อยใจ ก่อนเดินออกจากห้องนอนไปนั่งรอเขาที่โต๊ะอาหาร ไม่นานชายหนุ่มเดินออกจากห้องนอนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งรอยยิ้มหรือความอบอุ่น เขานั่งลงตรงข้ามเธอ ตักข้าวต้มเข้าปากโดยไม่พูดอะไร เธอก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มเช่นกัน ทำให้ความเงียบปกคลุมโต๊ะอาหาร แม้เธอจะคุ้นชินกับความเย็นชาเช่นนี้ แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก “เอ่อ…คุณกรณ์ค่ะ เมยอยากชวนคุณไป…” เธอเริ่มเอ่ย แต่ถูกเขาขัดขึ้นมาก่อนราวกับรู้ว่ากำลังขอ “ฉันไม่ว่าง” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “ค่ะ…” เธอหน้าเจื่อนลง แต่ยังพยายามฝืนยิ้มออกมา เธอรู้ดีว่าเขาไม่อยากไปด้วย แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองยังอยากชวนเขาอยู่ “เย็นนี้คุณจะกลับมาทานข้าวไหมคะ เมยจะได้เตรียมของโปรดไว้ให้คุณ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน บางวันเขาเลือกทานข้าวนอกบ้าน แต่บางวันก็กลับมาทานอาหารที่เธอทำ “ยังไม่รู้…ฉันอิ่มแล้ว” เขาพูดจบก็ลุกขึ้นทันที เธอรีบวางช้อนและลุกตามไปส่งเขาหน้าประตูเหมือนทุกวัน “เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอเอ่ยไล่หลัง เขาไม่หันมามอง เธอจึงยืนมองจนเขาเดินไปไกลแล้วค่อยปิดประตู หลังจากจัดเก็บถ้วยข้าวต้มและล้างเรียบร้อย เธอไปอาบน้ำเตรียมตัวเปิดร้านขนมเค้ก หรือเรียกง่าย ๆ ว่าคาเฟ่ของเธอ เธอเปิดร้านนี้มานานเกือบสี่ปีแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากเงินของแม่บุญธรรม พิมลรัตน์ อีกส่วนมาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ทำให้เธอรักร้านนี้มาก ใส่ใจทุกรายละเอียด แม้แต่การคิดเมนูใหม่ ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าร้านแล้วไม่เบื่อลมหายใจนั้นเหมือนพยายามไล่ความเจ็บหน่วงในอกให้เบาลง แม้จะทำได้เพียงนิดเดียวก็ตามเธอรีบก้าวออกจากห้องไปที่ครัว ตั้งใจอุ่นอาหารทุกอย่างให้อยู่ในอุณหภูมิพอดีที่สุด เธอจัดจานใหม่ เพิ่มผักเคียงเล็กน้อย ทั้งที่รู้ว่าเขาอาจไม่สังเกตด้วยซ้ำ แต่เธอก็ทำ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เธอพอจะดูแลเขาได้แกร๊ก~เสียงประตูห้องน้ำเปิดทำให้เมยที่กำลังนำจานอาหารไปวางบนโต๊ะเงยหน้าขึ้น เธอรีบยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน ทั้งที่หัวใจยังหวั่นไม่หาย“เมยเตรียมอาหารให้เสร็จแล้วค่ะ คุณกรณ์ทานได้เลยค่ะ” เขาเดินมาที่โต๊ะ มองอาหารตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบตามองเธอ“เธอกินรึยัง กินด้วยกันสิ” น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ไม่แข็งจนเกินไป ทำให้เมยใจเต้นวูบหนึ่ง“เมยทานแล้วค่ะ” เธอค้อมศีรษะเล็กน้อย ก่อนถอยไปนั่งโซฟายาวแทน เธอไม่อยากรบกวนเวลาของเขา แม้เพียงนาทีเดียวที่ได้เห็นเขายังรู้สึกโชคดีนักเธอหยิบหนังสือสูตรเค้กเล่มโปรดขึ้นมาเปิดค้างไว้หน้าเดิม ตัวหนังสือพร่าเลือนเพราะสมาธิไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลยสักนิด สายตาแอบเหลือบไปทางโต๊ะอาหารทุก ๆ ครู่ชายหนุ่มนั่งกินเงียบ ๆ ท่าทางธรรมดาแต่สำหรับเธอ มันกลับน่ามองอย่างบอกไม่ถูก ปลายนิ้วที่จับช้อ
ตอนที่ 7 ผับใจกลางเมือง กรวิชญ์เดินเข้ามาภายในผับที่มีเสียงดังไปทั่วบริเวณสายตาสอดส่องหาเพื่อนสนิท “กรณ์ ทางนี้” เสียงของคินเพื่อนหนุ่มดังขึ้น เขาหันมองตามเสียงก็เห็นเพื่อนกำลังโบกมืออยู่ที่โต๊ะข้างหน้าเขาและมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังคลอเคลียไม่ห่าง “ดื่มไม่รอกูเลยนะมึง” “เพิ่งดื่มก่อนมึงมาไม่นานเอง” คินพูดขึ้นจนาดซุกหน้าอยู่ในลำคอของผู้หญิง ชายหนุ่มส่ายหัวไปมากับความหื่นของเพื่อน มันทำอะไรก็ได้นอนะเพราะมันไม่มีพันธะเหมือนเขา แต่เขาไม่มีพันธะก็ไม่คิดจะทำพฤติกรรมแบบนั้นแน่นอน “มึงหยุดหื่นสักที ทึงเรียกกูมาดูมึงนัวเนียกับผู้หญิงสาว งั้นกูกลับดีกว่า” ชายหนุ่มพูดจบก็ทำท่าทางลุกขึ้นยืน คินผละอกจากลำคอขาวทันที “เฮ้ย เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งกลับสิว่ะ” เสียงของคินดังขึ้นกลบจังหวะดนตรีในผับ ชายหนุ่มรีบยกแก้วเหล้าที่เหลืออยู่ขึ้นกระดกจนหมด รสขมเผาแผดลงคอแต่ช่วยกลบความสับสนในหัวไม่ได้ ใบหน้าคมเครียดตึง สายตาเหม่อลอยเหมือนกำลังจมอยู่ในความคิดที่หนักอึ้ง คินเหลือบมองเพื่อนสนิทที่นั่งนิ่งผิดปกติ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน เหมือนพยายามอ่านสีหน้าของเพื่อนที่กำลังแตกหักอยู่เงียบๆ “มีเรื่องอะไร บอ
“แม่กลับล่ะ ต้องไปช่วยหนูเมยขายของ ช่วงนี้คนเยอะมากด้วย” พิมลรัตน์พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานของลูกชาย ทิ้งความเงียบไว้เพียงลำพัง เสียงส้นสูงก้องเบา ๆ ไปตามพื้นชายหนุ่มส่ายหัวเล็กน้อย ราวกับปล่อยให้ความหงุดหงิดไหลผ่านไป เขาเก็บปิ่นโตบนโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนลุกขึ้น เดินไปยังโต๊ะทำงานอีกด้าน เสียงเอกสารกระทบกันเบา ๆ ในห้องสะท้อนความว่างเปล่า ความอารมณ์หดหู่และไร้อารมณ์อยากทานอาหารต่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงัก ก่อนเหลือบตามองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ‘คิน’ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียน เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย“ว่าไง” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนจัด‘โทรหาไม่ได้รึไงวะ…เมียขอหย่าเหรอ ถึงได้หงุดหงิดเสียงแบบนี้’ คินพูดแซวด้วยน้ำเสียงทะเล้น เพราะถ้าเพื่อนตัวดีโดนเมียขอหย่าจริงๆ มันคงไม่หงุดหงิดหรอก คงดีใจด้วยซ้ำ“ตกลงโทรมามีอะไร” ชายหนุ่มถามกลับตรงๆ‘อยากชวนไปดื่มหน่อย ว่างมั้ย’“โอเค…เจอกันที่ผับมึงใช่ไหม”‘ใช่ สองทุ่มเจอกันนะเว้ย ห้ามเบี้ยวมา“เออ แค่นี้ล่ะ ฉันทำงานอยู่” เขาพูดจบก็กดวางสายไปทันที ไม่มีแม้แต่ความลังเล
ตอนที่ 6 บริษัท ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องทำงานกว้าง ชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าเซ็นเอกสารเงยขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอนุญาตเสียงเรียบ “เชิญครับ” ประตูถูกผลักเปิดช้าๆ เผยให้เห็นร่างอรชรของ ปริม ที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานจาง ๆ “พี่กรณ์ รอนานไหมคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของเธอทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที “ไม่ครับ พี่ยังทำงานไม่เสร็จเลย” เขาผ่อนลมหายใจออก พร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้ รอยยิ้มแบบที่ ภรรยาในนามของเขาไม่เคยได้รับ ปริมเดินเข้ามาใกล้ ทำหน้าละห้อยเล็กน้อย คล้ายคนที่เพิ่งผ่านอะไรมา “พี่รู้ไหม… ก่อนที่ปริมจะมาหาพี่ ปริมเจอภรรยาพี่กับคุณแม่พี่ค่ะ พวกเขาว่าปริมกันใหญ่เลย ปริมไม่รู้จริงๆ ว่าร้านขนมนั่นเป็นของภรรยาพี่” เธอเล่า ทั้งสีหน้าทั้งน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเศร้าที่ตั้งใจให้เขาเห็น กรณ์ขมวดคิ้วบางๆ “เหรอครับ… พี่ขอโทษแทนแม่พี่ด้วยนะครับ” เขารู้ดีว่าแม่ของเขาไม่ชอบปริม แต่ก็ยังอดรู้สึกผิดไม่ได้ ปริมส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นเหมือนกลั้นกลืนน้ำตา “ไม่เป็นไรค่ะ ปริมรู้สถานะตัวเองดี แค่ปริมเดินมาหาพี่ คนก็มองว่าปริมเป็นมือที่สามแล้ว…” ชายหน