จำเลยอัคนี (ซีรีส์ชุด : จอมใจอสูร ลำดับที่ ๑)

จำเลยอัคนี (ซีรีส์ชุด : จอมใจอสูร ลำดับที่ ๑)

last updateDernière mise à jour : 2025-12-28
Par:  ฟ้าดุษฎีComplété
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
87Chapitres
785Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เมื่อแก้วตาดวงใจที่เคยทะนุถนอมดุจดังไข่ในหินกำลังถูกทำให้ด่างพร้อยด้วยฝีมือของผู้หญิงที่ไร้ยางอายคนหนึ่ง มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของฟาร์มมุกและธุรกิจอัญมณีส่งออกที่ใหญ่ที่สุด ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์อย่าง 'นายหัวเพลิง' หรือ 'อัคนี โอลิเวียลา อัครเดชา' ลูกครึ่งเลือดผสม ระหว่างไทย-บราซิลเลียนจึงต้องเข้ามาจัดการสะสางปัญหาด้วยการจับต้นเหตุของปัญหาอย่าง 'นิชมล ประกายรุ้ง' มากักขังเป็นเชลยและสั่งสอนให้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่แสนจะทรมานดั่งเช่นหลานสาวของเขาเคยเจอ

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

ร่างสูงสง่าดั่งม้ายูนิคอร์นในชุดสูทเรียบหรู เจ้าของความสูงหกฟุตสองนิ้วที่กำลังจะเยื้องย่างพ้นประตูหน้าโรงแรม ได้ตกเป็นเป้าสายตาของพนักงานสาวๆ และแขกเหรื่อหลายคน ทั้งนี้เพราะบุคลิกอันโดดเด่นของเขา จึงเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดใครต่อใครให้ต้องมองตาม

บุรุษผู้นี้ไม่ได้หล่อสะอาดสะอ้านอย่างนายแบบตามหน้านิตยสารทั่วไป แต่เขาหล่อเหลาคมคาย และแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวดุดันเฉียบขาดสมชายชาตรีทุกประการ

‘นายหัวเพลิง’ หรือ ‘อัคนี โอลิเวียรา อัครเดชา’ ลูกครึ่งเลือดผสมระหว่างไทย-บราซิลเลียน กำลังก้าวตรงไปข้างหน้าอย่างมาดมั่นและสง่างาม หลังจากที่เพิ่งจะเจรจาธุรกิจกับลูกค้ารายใหญ่เสร็จสิ้น

ขณะเดียวกัน สาวน้อยหน้าตาหมดจดในชุดนักศึกษารัดรูปขนาดพอดีตัว ก็กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นบันไดมาอย่างกระหืดกระหอบ ข้อมือเล็กๆ พลิกดูนาฬิกาเป็นระยะ วันนี้เจ้าตัวเลิกเรียนค่ำเพราะอาจารย์นัดสอนชดเชยจึงทำให้มาเข้างานช้ากว่าปกติ

“ตายแล้ว! ยัยมลเอ๊ย! งานนี้โดนหักเงินเดือนแน่ๆ”

เสียงใสบ่นพึมพำเหมือนสวดคาถา พลางซอยเท้าเล็กๆ ถี่ยิบขึ้นบันได ประตูของโรงแรมอยู่แค่ไม่กี่ก้าว สาวน้อยรีบตรงดิ่งเข้าไปโดยไม่รีรอ ด้วยหวังว่าจะตอกบัตรลงเวลาให้ทันเพราะจะได้ไม่ต้องถูกหักเงินเดือน

‘มล’ หรือ ‘นิชมล ประกายรุ้ง’ นักศึกษาพยาบาลชั้นปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง มาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟของผับในโรงแรมแห่งนี้ เพื่อหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนอีกทาง เพราะเธอเป็นลูกสาวชาวบ้านธรรมดา ซึ่งฐานะทางครอบครัวก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก

โครม!!?!...

ทว่าจังหวะนั้นเอง ร่างแน่งน้อยก็ชนเข้ากับอะไรบางสิ่งอย่างจัง จนล้มก้นจ้ำเบ้าและมึนงงไปหลายวินาที ครั้งแรกนิชมลนึกว่าตัวเองซุ่มซ่ามวิ่งชนกับประตู แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะสิ่งที่เธอชนก็คือ...ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตรคนหนึ่ง!

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าคุณ”

เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยถาม พร้อมกับเอื้อมมือเข้ามาประคองร่างแน่งน้อยให้ลุกขึ้นอย่างเป็นสุภาพบุรุษ

สัมผัสจากมือใหญ่ทำให้นิชมลรู้สึกเหมือนมีกระแสบางอย่างแล่นปราดไปทั่วทุกอณูเนื้อ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอกเสียให้ได้

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ...”

เสียงที่ตอบออกไปนั้นพลอยตะกุกตะกักอย่างไม่มีเหตุผล ดวงตากลมโตแป๋วแหววดำขลับ ซึ่งมีเงานุ่มเสมือนกำมะหยี่อยู่ข้างใน มองสบประสานสายตากับชายหนุ่มโดยมิได้หลบเลี่ยง

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ” คนพูดยิ้มทรงเสน่ห์อวดใบหน้าคมคร้าม “ผมต้องขอโทษด้วยที่เดินชนคุณเมื่อตะกี้นี้”

“ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ...” นิชมลบอกอ่อยๆ และรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนวิ่งชนเขาแท้ๆ แต่เขากลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอโทษเสียก่อน

“แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ”

ประโยคนั้นทำให้สาวน้อยนึกได้ว่าเธอต้องรีบไปทำงาน

“เออ...ใช่ ฉันต้องไปแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”

ว่าแล้วร่างบอบบางก็สะบัดตัวออกจากการโอบประคองของเขา ก่อนจะวิ่งแจ้นเข้าไปในโรงแรมทันที

อัคนีได้แต่มองตามด้วยความงุนงงนิดๆ มือหนายกขึ้นเท้าเอวพลางส่ายศีรษะน้อยๆ แต่ก็อดยิ้มอย่างเอ็นดูกับท่าทางลุกลี้ลุกลนของสาวน้อยแก้มเนียนที่เพิ่งจะวิ่งไปไม่ได้

วันนี้ที่ชมรมเชียร์ลีดเดอร์คึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีการรวม ตัวกันของเหล่าบรรดาสาวสวยในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนแต่เป็นตัว แทนจากคณะต่างๆ เพื่อเตรียมฝึกซ้อมเชียร์สำหรับฟุตบอลประเพณีระหว่างมหาวิทยาลัย ที่กำลังจะมีขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า

“ตกลงจะให้มลเป็นตัวแทนคณะของเราจริงๆ เหรอปา...”

นิชมลเอ่ยถามปาริชาติ ผู้เป็นประธานรุ่นของคณะพยาบาลด้วยสีหน้าเจื่อนๆ เมื่อรู้ว่าตนถูกคัดเลือกให้เป็นตัวแทนเชียร์ลีดเดอร์ของคณะ

“ปาขอสักปีนะมล...มลน่ะผลัดปามาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วนะ และ นี่ก็เป็นปีสุดท้ายแล้ว อีกอย่างทางชมรมก็ขอคณะของเรามาแค่คนเดียว เพราะฉะนั้นมลห้ามปฏิเสธเด็ดขาด”

“โธ่...ปา...” นิชมลพยายามร้องอุทธรณ์ทั้งสีหน้าและแววตา

“ไม่ต้องมาโธ่เลยยัยมล ไปรายงานตัวได้แล้ว”

ปาริชาติทำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะคว้าข้อมือเพื่อนสาวพาเดินตรงไปชมรมเชียร์ลีดเดอร์ทันที

สาวสวยที่เป็นตัวแทนจากแต่ละคณะ ต่างนั่งรวมตัวกันอยู่ในห้องของชมรม คนที่โดดเด่นที่สุดในนั้นก็คือ ‘อรนิดา อัครเดชา’ ซึ่งเป็นคุณหนูไฮโซแสนสวย สายตาทุกคู่ต่างมองอรนิดาด้วยความชื่นชม เพราะนอกจากนี้เธอยังมีดีกรีเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยอีกด้วย

“เราเริ่มซ้อมกันได้หรือยังจี๊ด”

ปัทมาวดีเพื่อนสนิทของอรนิดาเอ่ยถามจิตตาภาซึ่งเป็นประธานชมรมเชียร์ลีดเดอร์

“เดี๋ยวก่อนปิ๋ม ยังขาดตัวแทนจากคณะพยาบาลอีกคน”

“เฮ้อ! ชักช้าจริงๆ เวลานัดก็ออกจะชัดเจน ไม่รู้หรือไงว่าทำให้คนอื่นเขาเสียเวลา อยากจะรู้นักเชียวว่าจะสวยแค่ไหน” ปัทมาวดีบ่นออกมาอย่างไม่พอใจ

“เอาน่า...ปิ๋ม” อรนิดาหันมาบอกเพื่อนรักให้ใจเย็นๆ ลงบ้าง

“มันน่าบ่นไหมล่ะอร ถ้ามาถึงเมื่อไหร่ฉันจะเล่นงานให้หนักเลย คอยดูสิ”

หลังจากปัทมาวดีโวยวายได้ไม่นาน ปาริชาติก็พาเพื่อนสาวเดินเข้ามาในห้องชมรม การก้าวเข้ามาของทั้งสอง ทำให้คนในชมรมต่างหันไปมองเป็นตาเดียวกันทันที

“ตัวแทนจากคณะพยาบาลมาแล้วจ้า...ชื่อ ‘นิชมล’ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘มล’ ก็ได้นะ” ปาริชาติผายมือแนะนำเพื่อนของตัวเองพลางฉีกยิ้มกว้างๆ จนตาหยี

“สวัสดีค่ะ”

นิชมลก้าวออกมาโค้งศีรษะและยิ้มหวานให้ทุกคนในห้องนั้นแบบฝากเนื้อฝากตัว

ความสวยสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเปล่งประกายจรัสจ้าดั่งแก้วเจียระไนออกมาจากตัวของนิชมล ทำให้สาวๆ ในห้องนั้นอดมองอย่างชื่นชมแกมอิจฉาไม่ได้

“นี่น่ะเหรอ...ตัวแทนเชียร์ลีดเดอร์จากคณะพยาบาล”

ปัทมาวดีเบ้ปาก แล้วจึงหันไปกระซิบกระซาบกับอรนิดา

“สวยดีนะปิ๋ม” อรนิดาเองยังอดชื่นชมไม่ได้เหมือนกัน

“เธอไม่รู้อะไรหรอกอร ยัยนี่ร้ายจะตายไป ได้ข่าวว่าทำงานกลางคืนที่โรงแรมด้วยนะ คงจะหาทุนการศึกษาล่ะมั้ง” ปัทมาวดีดูถูกทั้งปากทั้งตา

“จริงเหรอปิ๋ม แต่ท่าทางเขาดูซื่อๆ นะ”

“ได้ยินไม่ผิดหรอกอร ยัยคนนี้ใช้ชุดนักศึกษาหากิน! เธอน่ะมันพวกโลกสวย ไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมคนพวกนี้หรอก”

ความชื่นชมของอรนิดาซึ่งมีให้กับนิชมลหายวับไปทันที ราวกับดอกไม้ช่องามที่หมดความสดสวย เมื่อได้รู้ถึงภูมิหลังที่ผู้เป็นเพื่อนป้อนข้อมูลให้ โดยสายตาของคุณหนูไฮโซกวาดมองผู้มาใหม่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเป็นเชิงรังเกียจ

“เป็นอันว่ามากันครบแล้วนะ” จิตตาภาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังชัดเจนให้ได้ยินทั่วห้อง “ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มซ้อมกันเลย”

“เดี๋ยวก่อนจี๊ด!” จู่ๆ อรนิดาก็ลุกพรวดขึ้นยืน

“มีอะไรเหรออร?”

“อรขอถอนตัวจากงานนี้”

“อ้าว! ทำไมล่ะ” จิตตาภาได้แต่ถามอย่างงงๆ

“อรไม่สามารถทนร่วมกิจกรรมกับคนที่ใช้ชุดนักศึกษาหากินได้หรอก” อรนิดาพูดพลางจิกสายตาไปทางนิชมล ท่าทีนั้นพลอยทำให้คนอื่นๆ ในห้องมองตามไปด้วย

“ที่คุณพูดนี่หมายถึงฉันเหรอคะ”

นิชมลซึ่งสังเกตท่าทางของอรนิดาและปัทมาวดีมาได้สักพัก จึงรีบถามออกไปด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสายตาเหยียดหยามของทั้งคู่ที่มองมาทางตนในแบบเปิดเผย

“เธอก็น่าจะรู้ตัวดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ หรือจะปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ทำงานกลางคืน”

“ใช่ค่ะ ฉันยอมรับว่าฉันทำงานกลางคืน แต่งานที่ฉันทำก็เป็นงานสุจริต ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่คะ”

“หน้าด้านที่สุด! พูดออกมาได้ไม่อายปาก!” ปัทมาวดีแทรกเสียงขึ้นในตอนนั้น

“มีเรื่องอะไรที่จะต้องอายกันเหรอคะ ที่ฉันต้องทำงานก็เพราะครอบครัวของฉันยากจน ฉันต้องช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่หาเงินมาเป็นค่าเล่าเรียนตัวเอง แล้วฉันก็ไม่คิดว่ามันผิดตรงไหนนี่ ในเมื่อฉันไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ฉันก็ต้องช่วยเหลือตัวเองและครอบครัว เพราะฉะนั้นเวลาของฉันทุกนาทีจึงมีค่า แต่ฉันก็ยังเสียสละเวลาเพื่อมาทำกิจกรรมให้กับมหาวิทยาลัย ซึ่งถ้าพวกคุณรังเกียจฉันที่ไม่ใช่คุณหนูร่ำรวยอย่างพวกคุณ ฉันก็ยินดีจะถอนตัว” นิชมลตอบโต้ออกไปอย่างเด็ดเดี่ยวและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี

“ปาผิดหวังมากเลยนะจี๊ด ผิดหวังจริงๆ ไม่คิดว่าคนในชมรมจะใจแคบแบบนี้” ปาริชาติหันไปเล่นงานประธานชมรมเชียร์ลีดเดอร์ทันที ก่อนจะชวนเพื่อนสาวเดินออกไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง

“เดี๋ยวสิปา!” จิตตาภาเรียกตาม แต่ปาริชาติกับนิชมลก็ไม่ฟังเสียงเลย ประธานชมรมเชียร์ลีดเดอร์จึงได้แต่ยืนทำหน้าเหวอ เพราะยังตั้งตัวไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นสายตาทุกคู่จึงเหลือบไปทางอรนิดาและปัทมาวดีอย่างตำหนิ ที่ทำให้งานกร่อยตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เป็นอันว่าวันนั้นไม่มีการซ้อมเพราะตัวแทนจากคณะพยาบาลขอถอนตัวออกไป จิตตาภาจึงจำเป็นต้องหาคนใหม่มาแทน...

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
87
บทที่ 1
ร่างสูงสง่าดั่งม้ายูนิคอร์นในชุดสูทเรียบหรู เจ้าของความสูงหกฟุตสองนิ้วที่กำลังจะเยื้องย่างพ้นประตูหน้าโรงแรม ได้ตกเป็นเป้าสายตาของพนักงานสาวๆ และแขกเหรื่อหลายคน ทั้งนี้เพราะบุคลิกอันโดดเด่นของเขา จึงเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดใครต่อใครให้ต้องมองตามบุรุษผู้นี้ไม่ได้หล่อสะอาดสะอ้านอย่างนายแบบตามหน้านิตยสารทั่วไป แต่เขาหล่อเหลาคมคาย และแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวดุดันเฉียบขาดสมชายชาตรีทุกประการ‘นายหัวเพลิง’ หรือ ‘อัคนี โอลิเวียรา อัครเดชา’ ลูกครึ่งเลือดผสมระหว่างไทย-บราซิลเลียน กำลังก้าวตรงไปข้างหน้าอย่างมาดมั่นและสง่างาม หลังจากที่เพิ่งจะเจรจาธุรกิจกับลูกค้ารายใหญ่เสร็จสิ้นขณะเดียวกัน สาวน้อยหน้าตาหมดจดในชุดนักศึกษารัดรูปขนาดพอดีตัว ก็กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นบันไดมาอย่างกระหืดกระหอบ ข้อมือเล็กๆ พลิกดูนาฬิกาเป็นระยะ วันนี้เจ้าตัวเลิกเรียนค่ำเพราะอาจารย์นัดสอนชดเชยจึงทำให้มาเข้างานช้ากว่าปกติ“ตายแล้ว! ยัยมลเอ๊ย! งานนี้โดนหักเงินเดือนแน่ๆ”เสียงใสบ่นพึมพำเหมือนสวดคาถา พลางซอยเท้าเล็กๆ ถี่ยิบขึ้นบันได ประตูของโรงแรมอยู่แค่ไม่กี่ก้าว สาวน้อยรีบตรงดิ่งเข้าไปโดยไม่รีรอ ด้วยหวังว่าจะตอกบัตรลง
Read More
บทที่ 2
“หน็อยแน่! เจ็บใจนัก เพราะยัยผู้หญิงขายตัวนั่นคนเดียวที่ทำให้ทุกคนมองเราอย่างตำหนิแบบนั้น” ปัทมาวดีขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเคืองขุ่น ขณะเดินไปขึ้นรถกับอรนิดา“เขาร้ายกาจกว่าที่อรคิดไว้ซะอีก เกิดมาอรยังไม่เคยถูกใครฉีกหน้าแบบนี้มาก่อน” อรนิดาพลอยมีอารมณ์ไปด้วย“ก็แน่ล่ะสิ ผู้หญิงกลางคืนก็ย่อมจัดจ้านเป็นธรรมดา” ปัทมาวดีสำทับ จากนั้นก็รีบปรับสีหน้าแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย “เออ...แล้วงานวันเกิดของฉันวันเสาร์นี้ เธอจะมาได้หรือเปล่า”อรนิดาแย้มยิ้มละไม “ไปได้สิ ทำไมจะไปไม่ได้”“อย่าลืมพาอาเพลิงมาด้วยนะ”ดวงตาของปัทมาวดีไหวระริกทันทีเมื่อพูดถึงอัคนี ซึ่งเป็นอาหนุ่มสุดหล่อของเพื่อนสาว“อาเพลิงกลับเกาะไปแล้ว เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกัน”“แล้วหวานใจเธอล่ะ พี่หมอน่ะ”“เห็นว่ามีเคสผ่าตัด คงมาไม่ได้เหมือนกัน”“ว้า...เสียดายแย่เลย ขาดหนุ่มๆ หล่อๆ แต่ก็ดีแล้วล่ะฉันจะได้พาเธอและเพื่อนๆ ออกไปฉลองนอกสถานที่ งานนี้รับรองว่ามีอะไรสนุกๆ ให้ทำแน่” ปัทมาวดีหรี่ตาลงอย่างมีแผนการในผับหรูของโรงแรมชื่อดัง ถึงแม้ราคาอาหารกับเครื่องดื่มในผับแห่งนี้จะแพงลิบลิ่ว แต่คนก็ยังแน่นขนัด เพราะคืนนี้เป็นคืนวันเสาร์ ลูกค้าของผับส่วนให
Read More
บทที่ 3
พยาบาลสาวคนใหม่ที่เพิ่งจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำในตึกผ่าตัดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง กำลังถือแฟ้มประวัติคนไข้ไปให้หมอตามที่ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าพยาบาล เธอเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงแค่สองสัปดาห์หลังจากเรียนจบตามหลักสูตร นิชมลเลือกที่จะมาสมัครเข้าทำงานในโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่ามีอัตราค่าตอบแทนค่อนข้างสูง ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีจรรยาบรรณหรือเห็นแก่เงิน แต่ทั้งนี้เป็นเพราะอยากให้พ่อแม่ซึ่งลำบากหาเงินส่งเสียเธอจนเรียนจบได้มีโอกาสพักบ้างร่างบางเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานห้องหนึ่ง ซึ่งป้ายชื่อบนประตูติดไว้ว่า ‘นายแพทย์เลิศภพ วงศ์กาญจนดิษฐ์’ ชื่อนั้นให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก แต่หญิงสาวก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก เพราะต้องรีบส่งแฟ้มประวัติคนไข้ให้คุณหมอตามคำสั่งนิชมลยกมือขึ้นเคาะประตูห้องแล้วผลักเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงอนุญาตที่ดังออกมาจากข้างใน ร่างบางเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ซึ่งขณะนั้นหมอหนุ่มกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มประวัติคนไข้ที่จะผ่าตัดในวันนี้“คุณหมอคะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม พร้อมกับเอาแฟ้มประวัติไปวางไว้บนโต๊ะ “ดิฉันเอาแฟ้มประวัติคนไข้มาให้ค่ะ”เล
Read More
บทที่ 4
นิชมลหน้าเจื่อนและออกอาการงงๆ เล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าเลิศภพจะรู้จักกับอรนิดา ซึ่งดูท่าทางที่อรนิดาแสดงออกมานั้นก็พอเดาออกว่าคนทั้งคู่น่าจะมีความสัมพันธ์เกินกว่าคนรู้จักกันฉันมิตร“อ้าว...อรมาได้ไง” เลิศภพเอ่ยถามแฟนสาว“คิดถึง...ก็เลยแวะมาหาน่ะค่ะ อรกะว่าจะชวนพี่ภพไปทานข้าวกลางวันด้วยกัน”“พี่กำลังจะออกไปพอดีเลย อืม...อรครับ นี่นิชมลเป็นพยาบาลที่ทำงานอยู่ตึกเดียวกับพี่” เลิศภพเอ่ยแนะนำให้แฟนสาวรู้จักกับคนที่ตัวเองพามาตามประสาซื่อ โดยไม่รู้ว่าทั้งสองรู้จักกันมาก่อนอรนิดาหันไปมองคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างอีกครั้ง ยิ่งได้มาเห็นด้วยตาตัวเองว่าผู้หญิงที่มาติดพันแฟนหนุ่มคือผู้หญิงที่เคยทำงานกลางคืนและเคยมีเรื่องกับเธอมาก่อนอย่างนิชมล หัวใจของคุณหนูไฮโซก็ยิ่งร้อนรุ่มดั่งมีไฟสุมอยู่ข้างในขึ้นอีกเป็นทวีคูณ“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะคุณ-อร-นิ-ดา” นิชมลเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นก่อนด้วยการเน้นชื่ออย่างช้าๆ ชัดๆ ทีละคำ“อ้าว นี่รู้จักกันมาก่อนแล้วเหรอ?” เลิศภพเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ“รู้จักสิคะพี่ภพ” พยาบาลสาวจงใจปรายหางตาไปยั่วยุให้อรนิดาโกรธ เพราะดูออกว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังหึงหวงตนกับเลิศภพจนแทบคลั่ง “มลกับ
Read More
บทที่ 5
วันนี้นิชมลเข้าเวรบ่าย เพราะเพื่อนพยาบาลในแผนกเดียวกันขอแลกเวรกับเธอ เธอนำแฟ้มประวัติคนไข้เข้าไปวางไว้ให้เลิศภพเช่นเดิมและตั้งใจว่าจะแวะมาทักทายเขา แต่หมอเจ้าของห้องไม่อยู่เพราะมีเคสผ่าตัดด่วน นิชมลละมือจากแฟ้มที่เพิ่งจะวางเสร็จ ดวงตาคู่สวยเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ของเลิศภพซึ่งถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะ จึงตั้งใจว่าจะเก็บใส่ในลิ้นชักไว้ให้เขา แต่ทว่าเสียงครืดๆ จากโทรศัพท์มือถือที่เกิดจากการสั่นก็ดังขึ้น เบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอคือเบอร์ของ ‘อรนิดา’ นิชมลมองอย่างชั่งใจ สุดท้ายก็กดรับเพราะนึกอยากจะแกล้งคู่อริเล่นๆ“พี่ภพคะ...”เมื่อมีคนกดรับ อรนิดาก็รีบกรอกเสียงลงไปอย่างดีใจทันที“ไม่ใช่พี่ภพหรอกค่ะคุณอร” เสียงปลายสายนั้นยั่วยุอยู่ในที “คือพอดีตอนนี้พี่ภพมีเคสผ่าตัดเร่งด่วนน่ะค่ะ”“แล้วนั่นใครรับสายคะ”“ดิฉัน...นิชมลเองค่ะ”“แล้วเธอมารับโทรศัพท์พี่ภพได้ยังไง!” อรนิดาถามกลับเสียงเขียว“คุณนี่ก็ถามแปลกนะคะ ถ้าโทรศัพท์ของพี่ภพไม่อยู่ที่ดิฉัน แล้วดิฉันจะรับสายได้ยังไงกันล่ะคะ คือตอนนี้พวกเรากำลังยุ่งมาก เดี๋ยวถ้าพี่ภพว่างเมื่อไหร่ดิฉันจะบอกให้พี่ภพโทร.กลับไปนะคะ”นิชมลแสร้งทำเสียงเยาะเย้ยมาตามสายเพื่อให้อี
Read More
บทที่ 6
เลิศภพก้าวออกจากห้องผ่าตัดในเวลาเกือบเที่ยงคืน เขายุ่งกับการผ่าตัดตั้งแต่ช่วงบ่าย จนลืมไปว่าวันนี้เป็นวันเกิดของอรนิดา ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อกาวน์ตรงไปยังห้องทำงานของตัวเองเพื่อเก็บของกลับบ้าน และก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นโทรศัพท์มือถือกับกระดาษโน้ตซึ่งเขียนไว้ด้วยลายมือเป็นระเบียบวางอยู่‘พี่ภพ... มีโทรศัพท์หลายสายโทร.ถึงพี่ภพ มลเสียมารยาทรับให้หนึ่งสายนะคะ’เลิศภพอ่านจบก็กดโทรศัพท์ของตัวเองดู มีสายที่ไม่ได้รับกว่ายี่สิบสาย ซึ่งคนที่โทร.มาก็คืออรนิดาแฟนสาวของเขานั่นเอง หมอหนุ่มกดหมายเลขนั้นแล้วโทร.กลับไปทันที แต่ทว่าไม่มีคนรับสาย เขาจึงโทร.เข้าเบอร์บ้าน“สวัสดีค่ะ บ้านอัครเดชา”“สวัสดีครับนมจิต นี่ผมเลิศภพเองครับ อรไปไหนเหรอครับ ทำไมไม่รับสายผม”“คุณหนูเอ่อ...ไม่สบายน่ะค่ะ”“เป็นอะไรเหรอครับนม”“คุณหนูโดนมีดปอกผลไม้บาดมือนิดหน่อยน่ะค่ะคุณหมอ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ คุณเพลิงพาไปทำแผลเรียบร้อยแล้วค่ะ”แม่นมจำต้องพูดปด ตามที่นายหัวอัคนีได้โทร.มาสั่งกำชับไว้ก่อนหน้านี้แล้ว“ถ้าอย่างนั้นค่อยยังชั่วหน่อย ถ้าเขากลับมา วานนมจิตบอกด้วยนะครับว่าผมโทร.มาหา” เลิศภพบอกเอาไว้แค่นั้นก่อนจะวางสา
Read More
บทที่ 7
รถเก๋งคันหรูของเลิศภพแล่นมาจอดเทียบยังหน้าบ้านไม้ ที่มีสภาพกลางเก่ากลางใหม่อย่างนุ่มนวล นิชมลหันไปขอบคุณเขาก่อนจะก้าวลงจากรถ ขณะนั้นมีหญิงวัยทองร่างท้วมคนหนึ่งกำลังยืนเอามือเท้าเอวมองนิชมลด้วยแววตาเขียวปัด ราวกับนางยักษ์ในวรรณคดี“สวัสดีค่ะป้าใจ” นิชมลยิ้มทักทาย“มาก็ดีแล้ว รู้ไหมว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่!”หญิงสูงวัยจอมงกไม่ได้ทักทายตอบ หากแต่ตะคอกถามกลับมาอย่างไม่คิดจะออมเสียง“วันที่เจ็ดแล้วค่ะ”“แล้วรู้ไหมว่าต้องจ่ายค่าเช่าบ้านภายในวันไหน...ฮะ!” ป้าใจพูดเสียงห้วนขึ้นอีกครั้ง“ขอโทษทีจ้ะป้า พอดีมลยุ่งๆ ก็เลยลืมน่ะค่ะ”“แฟนก็ดูมีฐานะดีนี่ แต่ทำไมถึงได้เหนียวค่าเช่าฉันนัก มาอยู่เดือนแรกก็ให้ฉันตามทวงเลยนะแม่คุ้ณ...” ร่างอวบท้วมเบ้ปากเป็นเชิงหยามหมิ่น พร้อมกับปรายตามองไปยังรถราคาแพงลิบลิ่วของเลิศภพซึ่งยังคงจอดอยู่หน้าบ้าน“ค่ะๆ มลจะจ่ายให้เดี๋ยวนี้พร้อมค่าปรับนะคะ เท่าไหร่คะ”“ทั้งหมดสี่พันแปดร้อยบาทถ้วน! ค่าเช่าบ้านสี่พันห้า ค่าปรับสองร้อย และค่าเสียเวลาที่ฉันต้องมายืนทวงด้วยตัวเองอีกหนึ่งร้อยบาท!” ป้าใจสาธยายรายละเอียดถี่ยิบ“ได้ค่ะป้า”นิชมลไม่คิดจะค้าน มือเล็กรีบเปิดกระเป๋าสะพาย แล้
Read More
บทที่ 8
ขณะนั้นเองในรถอีกคัน ชายแปลกหน้าซึ่งขับตามมาและจอดรถซุ่มดูอยู่ไม่ห่างนัก ก็รีบกดโทรศัพท์หาผู้เป็นเจ้านายทันที“ผมอยู่หน้าบ้านของคุณนิชมลแล้วครับนาย เมื่อสักครู่นี้คุณเลิศภพลงมาจ่ายเงินให้กับป้าคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าของบ้านเช่า” ลูกน้องรายงานตามที่เห็น“นี่ถึงขนาดเช่าบ้านให้กันอยู่เลยเหรอ มันชักจะมากเกินไปแล้ว!” อัคนีกำมือเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนเขียวครึ้ม ก่อนจะสั่งการอะไรบางอย่างผ่านโทรศัพท์มือถือ แล้วจึงก้าวออกจากห้องนั่งเล่น ขึ้นไปยังห้องของหลานสาวตนเองอรนิดามองอาหนุ่มด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความสดใสโดยสิ้นเชิง ร่างสูงเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนเตียงใกล้ๆ ผู้เป็นหลานสาว พร้อมกับยกมือขึ้นวางบนศีรษะเล็กๆ และลูบเบาๆ อย่างรักใคร่แกมเอ็นดู“เป็นไงบ้าง...ยังเจ็บแผลอยู่ไหม”“ไม่ค่อยเจ็บแล้วค่ะ”“สบายใจได้แล้วนะ อาจัดการเรื่องผู้หญิงคนนั้นให้เรียบร้อยแล้ว อารับรองว่าเขาจะไม่มายุ่งกับเลิศภพอีก” คนเป็นอาเอ่ยปลอบด้วยสีหน้าที่แสร้งทำเป็นยิ้มแย้ม หากในใจกลับขุ่นเคืองพยาบาลสาวคนนั้น ราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ“จริงๆ เหรอคะอาเพลิง!” ประโยคดังกล่าวทำเอาอรนิดาเบิกตาโตเป็นไข่ห่าน แล้วรีบโ
Read More
บทที่ 9
อัคนีเปิดประตูรถให้ และรอจนหญิงสาวก้าวขึ้นไปนั่งลงบนเบาะข้างคนขับเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงปิดประตู ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยเป็นประกายหมายมาดบางอย่างโดยที่นิชมลไม่ทันได้สังเกตอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา รถคันหรูก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้านเช่าของนิชมลอย่างนุ่มนวล หญิงสาวปลดล็อกเข็มขัดนิรภัย ก่อนจะหันมาทางคนขับ“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉันแล้วก็มาส่งที่บ้านอีก แต่คุณยังไม่ได้บอกฉันเลยนะคะ ว่าจะให้ฉันตอบแทนยังไง”“ผมไม่ขออะไรมากหรอกครับ” รอยยิ้มแสนเสน่ห์ระบายอยู่บนใบหน้าคมเข้ม “แค่อยากให้คุณเลี้ยงข้าวสักสองมื้อก็พอ”นิชมลแย้มยิ้มบางๆ เมื่อได้คำตอบ “ไม่มีปัญหาค่ะ แต่ห้ามแพงนะคะ ฉันไม่มีเงินมากนักหรอก”“ตามใจคนเลี้ยงสิครับ...” เขาหันมาบอกพร้อมกับกวาดมองใบหน้างาม ในลักษณะที่ทำให้คนถูกมองเขินอายได้โดยไม่ต้องทำอะไรมาก“แล้วคุณจะให้ฉันเลี้ยงเมื่อไรล่ะคะ”ชายหนุ่มบุ้ยปาก กลอกตาครุ่นคิด “เอาไว้ผมจะบอกอีกทีนะครับ”“ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันเข้าบ้านก่อนนะคะ”“เดี๋ยวก่อนสิครับ” อัคนีเอ่ยเรียกไว้ ก่อนที่เธอจะผลักประตูรถออกไป“มีอะไรหรือคะ”“ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”“อ๋อค่ะ...” หญิงสาวอมยิ้มจนแก้มเต็มย้วย แล้วจึงแนะนำตั
Read More
บทที่ 10
พยาบาลสาวหันไปสั่งอาหารกับพนักงานสี่เมนู และสั่งน้ำเปล่าให้เขากับตัวเองคนละแก้ว นึกเวทนาตัวเองเหมือนกันที่ไม่ค่อยมีไอเดียในการสั่งอาหารดีๆ มาให้เขา หากทว่าอัคนีกลับตักอาหารใส่ปากอย่างไม่ปริปากบ่น เขาเคี้ยวไปมองหน้าเธอไปแบบเพลิดเพลินตา คล้ายกับจะกินเธอแทนอาหารก็ว่าได้ ทำเอานิชมลหน้าแดงแล้วหน้าแดงอีกจนจะเป็นลูกมะเขือเทศสุกงอมหลังจากทั้งคู่ทานอาหารมื้อเที่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้ว อัคนีก็พาเธอมาส่งที่โรงพยาบาลก่อนเวลาบ่ายโมงเพียงไม่กี่นาที เขาหันมามองหน้าเธออีกครั้งเมื่อรถจอดสนิทดีแล้ว“ขอโทรศัพท์หน่อยสิครับ”“เอาไปทำไมคะ” หญิงสาวถามงงๆ“เผื่อครั้งหน้าที่ผมมาหาคุณ” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม นัยน์ตาพราวระยับ “จะได้โทร.หาอย่างสะดวกไงครับ”“เอ่อ...”นิชมลทำท่าเขินๆ หากก็ยอมส่งโทรศัพท์ให้เขาแต่โดยดี อัคนีรับมากดเบอร์ตัวเองแล้วโทร.ออก เมื่อมีเสียงสัญญาณดังขึ้น เขาจึงกดวางสาย“นั่นเบอร์ผมนะครับ อย่าลืมบันทึกไว้ด้วย”“ค่ะ” หญิงสาวรับคำเบาๆ ก่อนจะรีบผลักประตูลงจากรถไป เพราะถ้าอยู่กับเขาสองต่อสองนานกว่านี้ เธออาจจะสูญเสียความมั่นใจในตัวเองจนหมดเลยก็ได้หลังจากวันนั้น...ชายหนุ่มก็เงียบหายไปเลย นิชมลอดรู้สึกแปล
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status