LOGIN“โธ่เว้ย! ทำไมไม่รับสายวะ” ทางด้านคิลเลียนเขาพยายามกระหน่ำโทรหาพิมพ์ดาวหลายสายแต่ไร้การตอบกลับจากคนตัวเล็กทำเอาหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ก่อนจะสบถด้วยคำหยาบคายอย่างหัวเสีย
“พี่คิลเลียนขา อาหารเสร็จแล้วค่ะ” เสียงของนิรินทำให้ผละจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วก้าวเดินไปหาเจ้าของห้อง
“อาหารน่าทานจัง” ปรายตามองอาหารเต็มโต๊ะแต่เขาไม่รู้สึกอยากกินสักนิดเดียวเพราะมัวแต่พะวงถึงพิมพ์ดาว
“ของโปรดพี่คิลเลียนทั้งนั้นเลย นั่งสิคะ” เธอลากเก้าอี้ให้ชายหนุ่มนั่ง
“ไม่กินด้วยกันเหรอ” ช้อนตามองนิรินซึ่งยังคงยืนนิ่งข้างหลังตัวเอง ไม่มีท่าทีจะนั่งทำเอาอดสงสัยไม่ได้
“กินค่ะ” พูดพร้อมหย่อนก้นนั่งลง แต่นิรินไม่ได้ตักอาหารกินทันใดยังคงจับจ้องมองคิลเลียนอย่างรอลุ้น
หลังจากชายหนุ่มรับประทานอาหารคำแรก นิรินเผยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ที่ไปเป็นตามความคาดหวัง
“อร่อยไหมคะ”
“อืม”
“ทานเยอะ ๆ เลยนะคะ” พูดพร้อมตักอาหารใส่จานของเขา
“ไม่กินเหรอ” เหลือบมองคนข้างกายเอาแต่ตักอาหารให้ตัวเอง
“นิรินไม่ค่อยหิวค่ะ แค่เห็นพี่คิลเลียนกินก็อิ่มแล้ว”
“อืม” ชายหนุ่มไม่ได้เซ้าซี้มากนักยังคงนั่งรับประทานอาหารต่อเรื่อย ๆ กระทั่งผ่านไปสักพักเริ่มรู้สึกร้อนรุ่มทั่วกายแกร่ง ก่อนจะมองอาหารตรงหน้าและเหลือบมองนิริน
เขาเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองในอาหารมีบางอย่างผิดปกติ ถึงกระนั้นไม่ได้แสดงอาการใด ๆ ให้นิรินเห็น พยายามอดกลั้นต่อความรู้สึกขณะนี้
“พี่คิลเลียนเป็นอะไรคะ เหงื่อออกเยอะเลย”
“ขอตัวกลับก่อนละกัน” เขาทนต่อไม่ไหวแล้วจึงเด้งตัวลุกขึ้นพรวดและก้าวเท้าเดินไปอย่างไว
“อย่าเพิ่งไปสิคะ” นิรินวิ่งไปสวมกอดคิลเลียนจากด้านหลัง มือไม้ลูบไล้ตามแผงอก ส่งผลให้ชายหนุ่มครางต่ำในลำคอ
“จะกลับจริงเหรอคะ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยั่วยวน นิรินยังคงไม่หยุดลูบคิลเลียน
“ขอตัวก่อนละกัน” แกะแขนเธอออกจากเอวสอบและก้าวจากไป ขืนยังปล่อยให้นิรินรั้งอยู่อย่างนั้นมีหวังความอดทนคงได้หมดกันพอดีจนอาจทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด เขาไม่ปรารถนาให้เป็นอย่างนั้น
“พี่คิลเลียนอย่าเพิ่งไป” นิรินตะโกนไล่หลังชายหนุ่มแต่อีกคนกลับไม่สนใจ
คิลเลียนออกจากคอนโดของนิรินอย่างไว แล้วตรงไปยังรถคันหรูก่อนขึ้นและขับไปทันทีด้วยความเร็วเกินมาตรฐานกำหนด
ระหว่างมุ่งหน้าไปยังคอนโดของตัวเองเพื่อไปหาพิมพ์ดาว เขาต้องพยายามข่มความรู้สึกมากมายขณะขับรถเพื่อไม่ให้ระเบิดออกมาเสียก่อนซึ่งทรมานเหลือเกิน
“โธ่เว้ย!” เขาหัวเสียเป็นอย่างมาก คาดไม่ถึงนิรินจะเล่นกันแบบนี้ คิดแล้วก็อดโมโหไม่ได้
เวลานี้รถไม่ค่อยติดทำให้ชายหนุ่มถึงคอนโดเร็วกว่าปกติ เขารีบเข้าไปหาคนตัวเล็กในห้องนอนแต่เมื่อกดสวิตช์ไฟพบว่าเธอนอนแล้ว
คิลเลียนไม่อยากรังแกเธอ เลยจำใจเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำเพื่อดับความร้อนรุ่มในกายขณะนี้
เสียงดังในห้องน้ำราวกับมีใครบางคนอยู่ในนั้น ปลุกคนตัวเล็กตื่นจากการนอนหลับ ดวงตากลมโตปรือตาขึ้นทีละนิดเนื่องจากแสงแยงตา
“คิลเลียนกลับมาเหรอ” เหลือบมองประตูห้องน้ำก่อนพลิกกายไปอีกด้าน
แอ๊ด!
เสียงประตูดังขึ้น พิมพ์ดาวเอี้ยวคอไปมองเห็นเขานุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอวสอบ เส้นผมเปียกชุ่ม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาด ๆ
“ฉันทำให้เธอตื่นเหรอ”
“เปล่า” พิมพ์ดาวลุกขึ้นนั่งพิงหลังกับหัวเตียงพลางขยี้ตา
“นอนต่อสิ”
หญิงสาวไม่โต้ตอบ เธอเหลือบมองเขาซึ่งเห็นสีหน้า ท่าทางอีกฝ่ายไม่ค่อยสบอารมณ์ จากนั้นก้าวเท้าลงจากเตียงหมายจะเดินไปยังประตูก่อนหยุดชะงักกับเสียงทุ้ม
“ไปไหน”
“ข้างนอก”
“ไปทำไม”
“ฉันจะไปนอนที่โซฟา นายดูไม่ค่อยมีอารมณ์เลยคิดว่าน่าจะอยากนอนคนเดียวมากกว่า” จบคำพูดคนตัวเล็กก้าวเดินต่อ
คิลเลียนไม่ยอมให้คนตัวเล็กทำตามความปรารถนา ชายหนุ่มโอบกอดคนตัวเล็กจากด้านหลัง จากนั้นช้อนร่างเล็กในท่าเจ้าสาวพาไปจับกดลงกับที่นอน
“คิลเลียน!” มองเขาด้วยสายตาโกรธเคือง
“อย่าคิดอะไรแทนฉัน” เขาอุตส่าห์หักห้ามใจไม่อยากรังแกคนตัวเล็กในคืนนี้ แต่เธอดื้อเหลือเกิน
ขณะอาบน้ำเขาใช้แม่นางทั้งห้าช่วยตัวเอง ทว่าไม่สามารถดับความร้อนรุ่มในกาย ยิ่งมาเจอเธอทำท่าทางเมินเฉยต่อกัน อารมณ์พลุ่งพล่านมากขึ้นจนไม่สามารถยับยั้งได้อีกต่อไปอยากปลดปล่อยกับเธอตอนนี้
“ปล่อยนะคิลเลียน” คนตัวเล็กพยายามดิ้น
ชายหนุ่มไม่สนใจต่อคำพูดของเธอ เขาโน้มหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ซอกคอระหง ดูดเลียตามลำคอขาวเนียนให้สาสมกับความอดอยากมาหลายวัน กลิ่นกายเฉพาะจากตัวเธอบวกกับยาปลุกเซ็กซ์ที่ได้รับทำให้เขาเผลอรุนแรงกับคนตัวเล็ก
ทั่วลำคอระหงเต็มด้วยรอยแดงมากมายจากฝีมือคนเอาแต่ใจ
“อื้อ อ๊ะ รุนแรงไปแล้วนะคิลเลียน”
“ฉันทำให้เธอเจ็บเหรอ” ผงกศีรษะมองหน้าหวานพลางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“ใช่สิ” ตอบอย่างแง่งอน
“ขอโทษนะ แต่ฉันคิดถึงเธอมาก” จุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลาด้วยความอ่อนโยน
“เราไม่ได้รู้จักกันสักหน่อย นายจะคิดถึงฉันทำไม” เบือนหน้าหลบสายตาคู่คมจ้องมองอย่างอ่อนโยน
“โกรธเหรอ ฉันพูดแบบนั้นหรือว่าหึงเห็นฉันอยู่กับผู้หญิงคนอื่น” คิลเลียนขบเม้มติ่งหูของคนตัวเล็กแผ่วแต่กลับสร้างความซาบซ่านแก่คนใต้ร่าง
“อ๊ะ คิลเลียน”
“คนอื่นอย่าไปสนใจเลย ตอนนี้สนแค่เรื่องของเราพอ” ฝ่ามือใหญ่ประคองหน้าจิ้มลิ้มพร้อมประสานสายตา เขาพรมจูบทั่วหน้างดงาม กระทั่งหยุดยังกลีบปากอวบอิ่มก่อนลูบไล้ดั่งคนคลั่งไคล้
“ปากเธอเนี่ยไม่ว่าจูบกี่ครั้งไม่เคยเบื่อเลย แถมหวานทุกครั้งที่ได้สัมผัส” ส่งสายตาหวานเยิ้มไปยังคนใต้ร่าง พิมพ์ดาวเขินอายจนหันหน้าหนี
“ขอชิมหน่อยนะ” ถามไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้ต้องการให้เธอตอบอนุญาตสักหน่อย เพราะอะไรที่เขาต้องการก็ต้องได้เสมอ
คิลเลียนจับหน้าจิ้มลิ้มมารับจูบจากเขา ริมฝีปากหยักทาบบนปากนุ่ม ขบเม้มปากบนและปากล่างแล้วสอดลิ้นเข้าในโพรงปากสาว
จูบที่เขามอบให้คนตัวเล็กเต็มด้วยความคะนึงหา หลายวันที่ผ่านมาไม่ได้เจอหน้ากันเต็มด้วยความรู้สึกมากมายยากจะอธิบาย
“อื้อ” เสียงร้องครวญครางของคนทั้งสองดังประสานกัน
ทั้งคู่ยังคงแลกจูบกันอย่างนัวเนียกระทั่งคิลเลียนจำใจถอนจูบออก เนื่องจากกลัวพิมพ์ดาวขาดอากาศหายใจเสียก่อน
“ฉันคิดถึงเธอ เธอล่ะคิดถึงฉันบ้างไหม” เอ่ยถามด้วยเสียงเซ็กซี่พร้อมกับนิ้วแกร่งลูบไล้ข้างพวงแก้มขาวใส นัยน์ตาคมกริบจ้องคนตัวเล็กอย่างรอคอยคำตอบ
“ไม่รู้” พิมพ์ดาวหลุบตาต่ำ เธอไม่อยากเผยความรู้สึกในใจให้ล่วงรู้
“งั้นให้ร่างกายเป็นเครื่องพิสูจน์ละกัน” ไม่พูดเปล่า คิลเลียนกระตุกผ้าขนหนูออกจากเอวสอบแล้วโยนทิ้งแบบไม่ไยดี
พิมพ์ดาวมองการกระทำของคนตัวโตถึงขั้นหน้าแดงระเรื่อ เมื่อเห็นท่อนลำผงาดชี้โด่งพร้อมกระแทก ก่อนหันหน้าหนีด้วยความไวเนื่องจากใจสาวกำลังเต้นตึกตักแทบปะทุออกนอกอก
“มองฉันสิพิมพ์ดาว” คิลเลียนเห็นคนตัวเล็กกำลังเขิน เลยอยากแกล้งสักหน่อยจึงสอดมือเข้าใต้ท้ายทอยเธอและยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อต้องการให้มองสิ่งนั้นของเขา
“คิลเลียน!!” เธอเหลือบมองแก่นลำก่อนจ้องเขม็งหน้าหล่อ
“พิมพ์ดาวฉันต้องการเธอ”
แควก!
ความอดทนของชายหนุ่มเริ่มถดถอยลง คิลเลียนไม่รอช้าฉีกชุดนอนกระโปรงสีขาวขาดเป็นสองชิ้น แล้วกระชากบราเซียร์ออกไปให้พ้นดอกบัวตูมก่อนงับยอดสีถันหวาน
“อื้อ” นัยน์ตาคู่งามหลับพริ้มด้วยความเสียวซ่าน ขณะเดียวกันฝ่ามือใหญ่ล้วงเข้าในแพนตี้น้อยและแหวกเข้าไปทักทายโพรงอ่อนนุ่ม
“อื้อ เสียวเหลือเกิน…คิลเลียน” พิมพ์ดาวร้องครางแทบไม่เป็นภาษา มือเรียวจิกเล็บลงบนท่อนแขนกำยำแน่นพร้อมกับแอ่นอกสวยให้เขาเชยชิมอย่างสะดวก
หลายเดือนต่อมา วันเวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปจากหน้าท้องแบนราบของพิมพ์ดาวนูนเด่นออกมาเห็นได้ชัดเจน อีกไม่นานลูกน้อยในครรภ์ใกล้จะลืมตาขึ้นมาดูโลกหลังจากงานแต่งหญิงสาวได้ย้ายมาอยู่กับคิลเลียนที่เรือนหอแทนการอยู่คอนโดซึ่งมีแม่บ้านคอยดูแลสองสามคนระหว่างชายหนุ่มออกไปทำงานทุกวันตอนเย็นพิมพ์ดาวมักจะแบกร่างอุ้ยอ้ายไปนั่งเล่นยังศาลาหลังบ้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอขอให้คิลเลียนจัดเป็นสวนดอกไม้ระหว่างนั่งชมความงามของดอกไม้ สายลมพัดพลิ้วกระทบผิวกายของคนตัวเล็กทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบทั่วผิวกาย ครั้นจะเข้าไปหยิบเสื้อคลุมแล้วออกมาใหม่ก็ค่อนข้างลำบาก ด้วยความที่หน้าท้องโตและเคลื่อนไหวลำบาก สุดท้ายจำใจนั่งทนความหนาวอยู่อย่างนั้น“อีกไม่นานเราจะได้เจอกันแล้วนะคะคนดีของแม่” มือเรียวลูบไล้หน้าท้องนูนแผ่วด้วยความรักเกินบรรยายคาดไม่ถึงเลยการได้เป็นแม่คนจะรู้สึกดีขนาดนี้ แม้ตอนเด็กจะไม่เคยได้รับความรักจากบุพการี ทว่าเธอสัญญาจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดและมอบความรักให้เต็มที่ ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเช่นตัวเอง“แม่รักลูกนะคะ”“ฉันก็รักเธอกับลูกเหมือนกัน”“คิลเลียน” หันหน้ามองเสียงทุ้มดังข้างใบหู ก่อนฉีกยิ้มกว้างเ
งานวิวาห์ระหว่างเธอและเขาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามความปรารถนาของพิมพ์ดาว จัดขึ้นที่ไร่องุ่นทางภาคเหนือซึ่งเต็มด้วยความอบอุ่นและโรแมนติก แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมแสดงความยินดีแก่คนทั้งสองล้วนเป็นคนสนิทและพิมพ์ดาวไม่ลืมส่งการ์ดเชิญศิลา“พี่ยินดีด้วยนะพิมพ์” เสียงทุ้มแสนอ่อนโยนกล่าวขึ้นกับหญิงสาวตรงหน้า ถึงจะเสียใจนิดหน่อยกับความรักครั้งนี้ไม่สมหวังแต่รู้สึกยินดีกับเธอยิ่งนัก“ขอบคุณพี่ศิลามากนะคะ อุตส่าห์มาร่วมงานแต่งของพิมพ์” คราแรกเธอเกรงใจมากจะส่งการ์ดเชิญให้เขา แต่อีกคนคะยั้นคะยอให้เชิญเขามาให้ได้“พี่ต้องมาอยู่แล้วสิ”“พี่ศิลาคะ พิมพ์ขอบคุณจริง ๆ สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ถ้ามีอะไรให้พิมพ์ช่วยบอกมาได้เลย”“แค่พิมพ์มีความสุขพี่ก็ดีใจแล้ว” ส่งยิ้มอ่อนแก่คนตัวเล็ก ทุกคำพูดของเขาล้วนออกมาจากใจทั้งสิ้นไม่ได้เสแสร้งสักนิด“พี่ศิลาเป็นคนดีมาก พิมพ์ขอให้พี่ศิลาเจอคนดี ๆ นะคะ”“ขอบคุณครับ”“มาอยู่ตรงนี้นี่เองพิมพ์ดาว” คิลเลียนแทรกบทสนทนาระหว่างคนทั้งสอง เขาเดินมาอยู่เคียงข้างภรรยาสาวสุดสวยพลางยกแขนกำยำโอบเอวคอดกิ่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แล้วเหลือบมองชายตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจสักเท่าไร“ขอบคุณนะค
“อื้อ” คนเพิ่งหลับไม่ถึงชั่วโมงถูกรบกวนด้วยฝีมือคิลเลียน เธอปรือตามองคนตัวโตอย่างไม่สบอารมณ์พลางทำหน้าบึ้งตึงใส่เขา“อย่ายุ่งได้ไหม” เอ่ยเสียงงัวเงีย ก่อนคนตัวเล็กพลิกกายหันไปอีกด้าน เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง“สงสัยจะง่วงมาก” ส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดูกับท่าทางหลับปุ๋ยของเธอ“คนเราสามารถน่ารักได้ขนาดนี้เลยเหรอ” หน้าหล่อเหลาก้มจูบแก้มขาวเนียนใสหนัก ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ก่อนนอนหงายพร้อมยกแขนกำยำก่ายหน้ามองเพดานห้องสีขาวการมีเธอเข้ามาในชีวิต ไม่คิดเลยจะทำให้มีความสุขขนาดนี้ หากคืนนั้นไม่เจอกันไม่รู้พิมพ์ดาวจะเป็นอย่างไรบ้างตั้งแต่จบมัธยมปลายต่างก็แยกย้ายและไม่เคยติดต่อกันเลย เดิมทีระหว่างเขาและเธอไม่ใช่เพื่อนห้องเดียวกันอยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีเรื่องให้ติดต่อกัน การกลับมาเจอกันอีกครั้งคงเป็นโชคชะตาแหละ“อย่าจากกันไปอีกเลยนะพิมพ์ดาว” ตอนนี้เขารู้แล้วตัวเองรักเธอมากขนาดไหน ฉะนั้นหลังจากนี้จะไม่มีทางปล่อยเด็ดขาด ต่อให้มีคนมากมายเข้ามาวนเวียนในชีวิต ถ้าคนไม่ใช่สุดท้ายก็เหวี่ยงออกจากกันอยู่ดีหนังตาคิลเลียนเริ่มหย่อนลงก่อนเขาจะเข้าสู่ห้วงนิทราตามสาวคนรัก ทั้งคู่โอบกอดราวกับโหยหาความอบอุ่นจากกันและกั
หลายนาทีผ่านไปคนทั้งสองยังโอบกอดไม่มีท่าทีจะผละออกจากกันง่ายดาย เพราะความโหยหาที่มีต่อกันทำให้เธอและเขาอยากสัมผัสไออุ่นของกันและกัน“ขอบคุณนะคิลเลียน ขอบคุณที่เลือกฉัน”“ขอบคุณเหมือนกันนะที่รักของฉัน”“ฉันรักนาย” แหงนหน้ามองคนตัวโต เธอมองเขาด้วยสายตารักเปี่ยมล้นแทบไม่อยากเชื่อเลยเธอกับเขาจะได้รักกันเหมือนกับฝันเลย“ฉันก็รักเธอเหมือนกัน”“คิลเลียน” เธอผละออกจากวงแขนของคนตัวโต ก่อนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มด้วยคำถามมากมาย“ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะ ฉันทำอะไรผิดเหรอ”“นายกับนิริน เอ่อ…”“ไม่เคย” ไม่ทันคนตัวเล็กถามจบประโยค เขาตอบกลับทันทีเพราะรู้แล้วเธอจะถามอะไร“รู้เหรอฉันจะถามอะไร”“หน้าตาเธอมันฟ้อง” คิลเลียนอดไม่ได้ยื่นมือบีบแก้มนุ่มอย่างมันเขี้ยว“โอ๊ย! เจ็บนะคนบ้า” เธอตีมือหนาทีหนึ่ง ทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจกับการกระทำของคนตัวโต“แล้วผู้ชายที่คุยกับเธอตอนอยู่หน้าบ้านมันเป็นใคร” ถึงคราวเขาถามกลับบ้าง เนื่องจากไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไรที่ผู้ชายอื่นใกล้ชิดเธอ เขามีสิทธิ์นั้นแค่คนเดียวเท่านั้น“หมายถึงพี่ศิลาเหรอ”“เออนั่นแหละ มันจะชื่ออะไรก็ช่างฉันไม่สนใจ แต่ฉันไม่ชอบให้เธอใกล้ชิดกับมัน” เขาบอกอย่า
“มีอะไรจะพูดก็พูดมา” หลังจากเข้ามาอยู่ในบ้าน เธอรีบเปิดประเด็นทันใด ก่อนหย่อนก้นงามนั่งลงยังโซฟาตรงข้ามคนตัวโต“จำเป็นต้องนั่งห่างกันขนาดนี้ไหม” เขาไม่พอใจคนตัวเล็กทำตัวห่างเหินกับตนเอง ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งข้างเธอพร้อมโอบกอดเพื่อรั้งไม่ให้ลุกขึ้นหนีไปไหน“ปล่อยนะคนบ้า”“อย่าไล่กันได้ไหม ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาถือวิสาสะล้มตัวลงบนโซฟาก่อนหนุนตักเธอ“นี่นาย!!”“ขออยู่แบบนี้หน่อยได้ไหม” ว่าแล้วคว้ามือเล็กมาจุมพิต จากนั้นเงยหน้ามองเธอ “ฉันรักเธอมากนะพิมพ์ดาว”“นายมาพูดทำไมตอนนี้” เธอเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ไม่อยากให้คนตัวโตเห็นดวงตาเศร้าสร้อย“เธอผอมลงนะพิมพ์ดาว เพราะท้องใช่ไหมคงลำบากแย่เลย” เอื้อมมือสัมผัสหน้าจิ้มลิ้ม ก่อนประสานสายตากับเธอด้วยความรู้สึกมากมายคิลเลียนเด้งตัวลุกขึ้นพลางขยับกายเข้าหาคนตัวเล็ก จากนั้นรั้งท้ายทอยเธอพร้อมทาบริมฝีปากหยักลงบนกลีบปากอวบอิ่ม มอบจูบแสนหวานแก่เธอเต็มไปด้วยความโหยหาและปรารถนาที่มีต่อแม่ของลูก“อื้อ” พิมพ์ดาวหลับตาพริ้มพลางตอบรับจูบจากคนตัวโต เธอคิดถึงเขาเหลือเกินตลอดระยะเวลาไม่ได้อยู่ด้วยกันทรมานมาก แค่คิดว่าเขาเคยโอบกอดคนอื่นหรือทำอะไรก็ตามที่เคยทำกับเ
“ฮือ ๆ นิรินไม่อยากเลิกกับพี่คิลเลียน” นับจากวันนั้นเธอเอาแต่ร้องห่มร้องไห้อย่างฟูมฟาย พร่ำเพ้อถึงชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง ไม่ต่างจากคนเสียสติ หนำซ้ำอาละวาดโดยการทำลายข้าวของ“ใจเย็นนะลูก อย่าร้องไห้เลยเดี๋ยวจะไม่สบาย” อนุสรณ์พูดพลางลูบแผ่นหลังเล็กอย่างปลอบประโลมลูกสาวเพียงคนเดียว“ใจเย็นได้ไงล่ะคุณแม่ นิรินถูกหลอกนะคะ” เธอตะคอกใส่แม่“มันกล้าดียังไงถึงมาหลอกลูกสาวของพ่อ”“คุณพ่อช่วยนิรินด้วย นิรินไม่อยากหย่ากับพี่คิลเลียน” เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากบิดา“พ่อจะไปจัดการให้นิรินเดี๋ยวนี้แหละ” ชายวัยกลางคนลุกขึ้นพรวด ไม่ทันก้าวเท้าออกจากห้องนั่งเล่น ทันใดนั้นเสียงทุ้มของคิลเลียนดังขึ้นพร้อมกายแกร่งปรากฏ“จะไปไหนเหรอ” ยกยิ้มมุมปากพร้อมเหลือบมองดนัยด้วยสายตาชิงชัง เมื่อตอนนี้ได้ในสิ่งที่ปรารถนา เขาไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเหมือนเคารพคนตรงหน้าอีก“พี่คิลเลียนมาหานิรินแล้ว” นิรินวิ่งไปสวมกอดคิลเลียน ไม่วายโดนอีกคนแกะแขนเล็กออกจากเอวสอบ ก่อนถอยหลังออกห่าง“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน” จ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาพิฆาต“ฮึก ฮือ ๆ พี่คิลเลียนทำแบบนี้กับนิรินได้ไง” เธอพยายามจะสวมกอดเขาอีกครั้ง คราวนี้คิลเลียนไม่ยอมใ







