LOGINจากวันนั้นผ่านมาสองสัปดาห์ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาเรียกได้ว่าค่อนข้างดีมากสำหรับพิมพ์ดาวเพราะไม่เคยได้รับการเอาใจใส่แบบนี้มาก่อนจึงเคลิ้ม
ชีวิตของเธอในตอนนี้ดีกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า ตั้งแต่มีเขาอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไป จนกลัววันหนึ่งถ้าแยกจากกันเธอจะทำใจลำบาก
“พิมพ์ดาว”
“หืม” คนตัวเล็กสะดุ้งโหยงตื่นจากภวังค์ ก่อนแหงนหน้ามองคนตัวโต
“เหม่ออะไรของเธอ”
“เปล่า” เผยยิ้มอ่อน
“ฉันจะไปทำงานแล้ว” คิลเลียนรวบเอวคอดพร้อมกับดึงคนตัวเล็กเข้าสู่วงแขน จากนั้นจุมพิตหน้าผากมนด้วยความอ่อนโยนแล้วกดจูบแก้มขาวเนียน
“ไปทำงานดี ๆ นะ” โบกมือลาคนตัวโตก่อนปิดประตูห้อง หมุนตัวเดินไปนั่งยังโซฟาหรูกลางห้อง
ทุกวันช่วงเช้าคิลเลียนมักรบเร้าให้พิมพ์ดาวไปส่งเขาเป็นประจำ บ่อยครั้งทำเอาใจสาวหวั่นไหวกับการกระทำอีกฝ่ายอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ย่อมทราบดีตอนจบเป็นเช่นไรแต่ไม่วายเผลอไผลและหลงใหลไปกับสิ่งนั้น
“เฮ้อ…” เธอรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปไวเหลือเกิน แค่ไม่เท่าไรผ่านมาแล้วสองสัปดาห์
รถคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาข้างในรั้วคฤหาสน์ แล่นไปจอดยังโรงรถก่อนเจ้าของจะเปิดประตูก้าวลงมา เผยให้เห็นร่างของคิลเลียน
นัยน์ตาคมกริบจ้องมองเบื้องหน้าครู่หนึ่ง จากนั้นยกเท้าหนาเดินเข้าไปหาคนข้างในบ้านซึ่งกำลังรอคอยตัวเองอยู่
“มาแล้วเหรอ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นเมื่อคิลเลียนปรากฏ
“ครับ แม่สบายดีไหม” พูดพร้อมหย่อนก้นนั่งลงตรงข้ามแม่บุญธรรม
“สบายดี”
“พ่อล่ะครับ” ว่าพลางกวาดสายตามองรอบบริเวณ
“ไม่อยู่ออกไปข้างนอก”
“อ๋อ” พยักหน้ารับรู้
“คิลเลียนล่ะสบายดีหรือเปล่า หายหน้าหายตาไปเลย” รัตนาถามพลางสังเกตปฏิกิริยาของชายหนุ่ม
แม้คนตรงหน้าจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ แต่เธอรักดั่งลูกในไส้เพราะเธอมีลูกไม่ได้จึงรับคิลเลียนมาอุปการะเมื่อสิบห้าปีที่แล้วจากบ้านเด็กกำพร้า
“สบายดีครับ”
“คิลเลียน เรื่องนั้นแม่ขอได้ไหม แม่อยากให้ลูกปล่อยวาง”
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นคงไม่ได้หรอก” แววตาคมกริบฉายด้วยความเด็ดเดี่ยว ในเมื่อเป็นสิ่งที่เขาตัดสินใจจะทำไม่มีทางล้มเลิกเด็ดขาด
เพราะความทุกข์ที่ได้รับตลอดมายังคงตราตรึงในใจ ยากจะสลัดทิ้งง่ายดายต้องเอาคืนเท่านั้นถึงจะสาสมกับความรู้สึกเคียดแค้น
“เฮ้อ” รัตนาไม่รู้จะเกลี้ยกล่อมชายหนุ่มอย่างไรดีอีกคนรั้งจะแก้แค้นให้ได้ เธอแค่อยากให้คิลเลียนปล่อยวางแล้วเริ่มต้นใหม่กับชีวิตใหม่ เลิกจมปลักกับอดีตแสนเจ็บปวด
“แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่ทำให้ครอบครัวเราเดือดร้อนเด็ดขาด” แม้จะไม่ใช่พ่อแม่แท้ ๆ เขาก็รักคนให้ชีวิตใหม่กับตัวเอง แต่ความแค้นและเกลียดที่มีในใจก็ต้องสะสาง ไม่มีทางปล่อยวางง่ายดาย
“แล้วผู้หญิงที่อยู่คอนโดกับลูกคือใครล่ะ”
“แม่รู้เหรอครับ”
“อืม”
“คงปิดบังแม่ไม่ได้สินะครับ” ไม่แปลกใจเลยทำไมรัตนาถึงรู้เรื่องพิมพ์ดาว เพราะเรื่องของเขาคงไม่มีทางเล็ดลอดพ้นสายตาหญิงวัยกลางคน เนื่องจากรัตนาและสามีของเธอเป็นคนมีอิทธิพลมาก
“คนรักของลูกเหรอ”
“เปล่าครับ”
“แล้วเป็นอะไรกัน ปกติลูกไม่ชอบให้ใครอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ” รัตนาถามด้วยความสงสัย เลี้ยงดูอีกฝ่ายตั้งหลายปีย่อมทราบนิสัยใจคอดีจึงค่อนข้างแปลกใจอยู่ ๆ ลูกชายพาผู้หญิงไปอยู่ด้วย
“เพื่อนครับ”
“เพื่อนแน่เหรอ”
“ครับ เป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนม.ปลายด้วยกัน”
“งั้นเหรอ แม่ไม่เห็นรู้จักคนนี้เลย” รัตนายังคงไม่คลายความสงสัย เธอก็อยากรู้เช่นกันคิลเลียนจะกล้าพูดตรง ๆ หรือเปล่า
“เพื่อนเก่าไม่ค่อยสนิทกันครับ พอดีเธอมีปัญหานิดหน่อยผมเลยให้มาอยู่ด้วย”
“อ๋อ แบบนี้เหรอ” รัตนาพูดพลางอมยิ้มกับถ้อยคำของชายหนุ่ม จากแหล่งข่าวที่ทราบมาทั้งคู่เป็นมากกว่าเพื่อน แต่กระนั้นไม่ได้เซ้าซี้มากนัก คิลเลียนอยากบอกเมื่อไรเดี๋ยวบอกเอง
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“อย่าลืมลงมากินข้าวด้วย” เอ่ยบอกไล่หลังชายหนุ่มก่อนเขาจะตอบกลับมาเสียงดังฟังชัด
ยามค่ำคืนภายในห้องนอนขนาดใหญ่ คิลเลียนมองพระจันทร์และดวงดาวเปล่งประกายบริเวณระเบียง
ความเงียบช่วงในตอนกลางคืนทำให้พานคิดถึงคนตัวเล็ก ไม่รู้ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าไม่ใช่เพราะแม่สั่งให้นอนบ้านคืนนี้ยังคงอยู่กับพิมพ์ดาว
“คิดถึงชะมัด”
เกือบครึ่งชั่วโมงเขายืนริมระเบียง ก่อนหันหลังเข้าข้างในไปล้มตัวลงนอนบนเตียงขนาดคิงไซซ์ซึ่งค่อนข้างว่างเปล่ายิ่งนัก ปกติทุกคืนจะนอนกับพิมพ์ดาว เมื่อต้องนอนคนเดียวไม่ค่อยชินเอาเสียเลย
“เฮ้อ…เธอทำอะไรกับฉันกันแน่ พิมพ์ดาว” แขนกำยำยกขึ้นก่ายหน้าผากอย่างครุ่นคิด แม้พยายามข่มตาหลับแค่ไหนก็ไม่สามารถสลัดภาพพิมพ์ดาวออกจากหัว กระทั่งตีหนึ่งกว่าหนังตาเริ่มหย่อนจนปิดในที่สุด
ร่างอรชรของพิมพ์ดาวกำลังเลือกซื้อของยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งบริเวณโซนอาหารอย่างเหงาหงอย
สามวันผ่านมาแล้วคิลเลียนไม่กลับมาหากันเลย วันแรกที่หายไปเขาโทรบอกจะไปนอนบ้านแต่สองวันให้หลังเขาไม่ได้บอกอะไรหายไปอย่างดื้อ ๆ
ระหว่างหญิงสาวกำลังเดินไปหยิบผักจึงไม่ทันได้มองตรงหน้าเผลอชนเข้ากับใครคนหนึ่ง โชคดีอีกฝ่ายคว้ารับเธอได้ทันทำให้ไม่หกล้มกระทบคาพื้น
“คิลเลียน” เมื่อเงยหน้าขึ้นทำให้รู้ว่าเจ้าของอ้อมกอดคือใคร ไม่วายฉีกยิ้มกว้างให้เขาด้วยความดีใจ
“พิมพ์ดาว” ชายหนุ่มเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึงเธอจะมาอยู่ที่นี่
“พี่คิลเลียนคะ”
เสียงแหลมของใครคนหนึ่งดังขึ้น คิลเลียนรีบปล่อยพิมพ์ดาวทันทีและแสร้งทำเป็นไม่รู้จักคนตัวเล็กตรงหน้า ขณะเดียวกันนิรินเดินมาคล้องแขนกำยำเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
“พี่คิลเลียนมาอยู่ตรงนี้เอง” ส่งยิ้มหวานเยิ้มแก่ชายหนุ่มทำราวกับบริเวณนั้นมีแค่เธอกับเขาเพียงสองคน ไม่สนใจพิมพ์ดาวกำลังมองคนทั้งสองด้วยความเจ็บปวด
“ได้ของที่ต้องการแล้วเหรอ” ปากถามนิรินแต่สายตาชำเลืองมองพิมพ์ดาวเพื่อสังเกตปฏิกิริยา
“ผู้หญิงคนนี้คือใคร รู้จักกันเหรอ” นิรินหันไปจ้องพิมพ์ดาวซึ่งยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน
ด้วยความหึงหวงที่มีต่อคิลเลียน เลยมองพิมพ์ดาวด้วยสายตาไม่เป็นมิตรและกระชับกอดแขนแกร่งแน่นกว่าเดิม
“ไม่รู้จักกัน” เอ่ยตอบเสียงเรียบโดยไม่รู้ตัวสักนิดพิมพ์ดาวมีสีหน้าสลดลงจากคำบอกของเขา
“ไปกันเถอะ เดี๋ยววันนี้นิรินทำอาหารให้ทาน” บอกด้วยเสียงออดอ้อน จากนั้นพาคิลเลียนเดินไปจากบริเวณนั้นด้วยกัน
“ไม่รู้จักกันเหรอ” เสียงหวานพึมพำพลางปรายตามองแผ่นหลังกว้างก่อนก้มหน้าคอตก ครู่ต่อมาหยาดน้ำใสไหลรินข้างแก้มนุ่ม หญิงสาวไม่รู้ตัวขณะเดียวกันคิลเลียนเหลียวหลังมองเธอ
มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาข้างพวงแก้มจนเกลี้ยง สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ พยายามไม่คิดมากกับเรื่องเมื่อสักครู่ ย่อมทราบดีสถานะของเธอมีค่าแค่คู่นอน ไม่มีสิทธิ์หึงหวงหรือล้ำเส้น ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่กับใครก็ตาม
พิมพ์ดาวสงบสติอารมณ์พักหนึ่งก่อนไปคว้ารถเข็นแล้วตรงไปชำระเงินทันที นาทีนี้เธอไม่มีอารมณ์จะซื้อของอีกแล้วนอกจากอยากกลับไว ๆ
ต่อให้เข้าใจสถานะระหว่างเธอและเขาดีแต่ก็ไม่สามารถสั่งใจให้หยุดเจ็บได้ คงต้องทนเจ็บอยู่อย่างนั้นและเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ในก้นบึ้งลึกของหัวใจโดยไม่ให้เขาล่วงรู้
“สำหรับนายฉันเป็นได้แค่ไหน” เอ่ยพึมพำกับตัวเองพร้อมคิดอะไรเรื่อยเปื่อยระหว่างเดินทางกลับคอนโด
หลังจากกลับมาถึงห้องพัก หญิงสาวจัดการเก็บของที่ซื้อมานำไปไว้ในห้องครัวก่อนอาบน้ำให้เรียบร้อย แล้วมาล้มตัวนอนบนเตียง
ดวงตากลมโตจ้องมองเพดานห้องท่ามกลางความมืด เพราะคนตัวเล็กไม่คิดจะเปิดไฟเลย
ครืด!
“จะโทรมาทำไม คิลเลียน” คว้าโทรศัพท์ขึ้นดูเบอร์ปลายทางโดยไม่ได้กดรับสายก่อนนำวางไว้ดั้งเดิม กระทั่งเสียงเงียบลง
หนึ่งปีเท่านั้นเธอจะอยู่ในสถานะความสัมพันธ์อึดอัด หลังจากคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เปลือกตาบางเริ่มหย่อนลงทีละนิดจนในที่สุดพิมพ์ดาวเข้าสู่ห้วงนิทรา
หลายเดือนต่อมา วันเวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปจากหน้าท้องแบนราบของพิมพ์ดาวนูนเด่นออกมาเห็นได้ชัดเจน อีกไม่นานลูกน้อยในครรภ์ใกล้จะลืมตาขึ้นมาดูโลกหลังจากงานแต่งหญิงสาวได้ย้ายมาอยู่กับคิลเลียนที่เรือนหอแทนการอยู่คอนโดซึ่งมีแม่บ้านคอยดูแลสองสามคนระหว่างชายหนุ่มออกไปทำงานทุกวันตอนเย็นพิมพ์ดาวมักจะแบกร่างอุ้ยอ้ายไปนั่งเล่นยังศาลาหลังบ้านเป็นประจำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอขอให้คิลเลียนจัดเป็นสวนดอกไม้ระหว่างนั่งชมความงามของดอกไม้ สายลมพัดพลิ้วกระทบผิวกายของคนตัวเล็กทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบทั่วผิวกาย ครั้นจะเข้าไปหยิบเสื้อคลุมแล้วออกมาใหม่ก็ค่อนข้างลำบาก ด้วยความที่หน้าท้องโตและเคลื่อนไหวลำบาก สุดท้ายจำใจนั่งทนความหนาวอยู่อย่างนั้น“อีกไม่นานเราจะได้เจอกันแล้วนะคะคนดีของแม่” มือเรียวลูบไล้หน้าท้องนูนแผ่วด้วยความรักเกินบรรยายคาดไม่ถึงเลยการได้เป็นแม่คนจะรู้สึกดีขนาดนี้ แม้ตอนเด็กจะไม่เคยได้รับความรักจากบุพการี ทว่าเธอสัญญาจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดและมอบความรักให้เต็มที่ ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเช่นตัวเอง“แม่รักลูกนะคะ”“ฉันก็รักเธอกับลูกเหมือนกัน”“คิลเลียน” หันหน้ามองเสียงทุ้มดังข้างใบหู ก่อนฉีกยิ้มกว้างเ
งานวิวาห์ระหว่างเธอและเขาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามความปรารถนาของพิมพ์ดาว จัดขึ้นที่ไร่องุ่นทางภาคเหนือซึ่งเต็มด้วยความอบอุ่นและโรแมนติก แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมแสดงความยินดีแก่คนทั้งสองล้วนเป็นคนสนิทและพิมพ์ดาวไม่ลืมส่งการ์ดเชิญศิลา“พี่ยินดีด้วยนะพิมพ์” เสียงทุ้มแสนอ่อนโยนกล่าวขึ้นกับหญิงสาวตรงหน้า ถึงจะเสียใจนิดหน่อยกับความรักครั้งนี้ไม่สมหวังแต่รู้สึกยินดีกับเธอยิ่งนัก“ขอบคุณพี่ศิลามากนะคะ อุตส่าห์มาร่วมงานแต่งของพิมพ์” คราแรกเธอเกรงใจมากจะส่งการ์ดเชิญให้เขา แต่อีกคนคะยั้นคะยอให้เชิญเขามาให้ได้“พี่ต้องมาอยู่แล้วสิ”“พี่ศิลาคะ พิมพ์ขอบคุณจริง ๆ สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ถ้ามีอะไรให้พิมพ์ช่วยบอกมาได้เลย”“แค่พิมพ์มีความสุขพี่ก็ดีใจแล้ว” ส่งยิ้มอ่อนแก่คนตัวเล็ก ทุกคำพูดของเขาล้วนออกมาจากใจทั้งสิ้นไม่ได้เสแสร้งสักนิด“พี่ศิลาเป็นคนดีมาก พิมพ์ขอให้พี่ศิลาเจอคนดี ๆ นะคะ”“ขอบคุณครับ”“มาอยู่ตรงนี้นี่เองพิมพ์ดาว” คิลเลียนแทรกบทสนทนาระหว่างคนทั้งสอง เขาเดินมาอยู่เคียงข้างภรรยาสาวสุดสวยพลางยกแขนกำยำโอบเอวคอดกิ่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แล้วเหลือบมองชายตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจสักเท่าไร“ขอบคุณนะค
“อื้อ” คนเพิ่งหลับไม่ถึงชั่วโมงถูกรบกวนด้วยฝีมือคิลเลียน เธอปรือตามองคนตัวโตอย่างไม่สบอารมณ์พลางทำหน้าบึ้งตึงใส่เขา“อย่ายุ่งได้ไหม” เอ่ยเสียงงัวเงีย ก่อนคนตัวเล็กพลิกกายหันไปอีกด้าน เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง“สงสัยจะง่วงมาก” ส่ายหัวไปมาอย่างเอ็นดูกับท่าทางหลับปุ๋ยของเธอ“คนเราสามารถน่ารักได้ขนาดนี้เลยเหรอ” หน้าหล่อเหลาก้มจูบแก้มขาวเนียนใสหนัก ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ก่อนนอนหงายพร้อมยกแขนกำยำก่ายหน้ามองเพดานห้องสีขาวการมีเธอเข้ามาในชีวิต ไม่คิดเลยจะทำให้มีความสุขขนาดนี้ หากคืนนั้นไม่เจอกันไม่รู้พิมพ์ดาวจะเป็นอย่างไรบ้างตั้งแต่จบมัธยมปลายต่างก็แยกย้ายและไม่เคยติดต่อกันเลย เดิมทีระหว่างเขาและเธอไม่ใช่เพื่อนห้องเดียวกันอยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีเรื่องให้ติดต่อกัน การกลับมาเจอกันอีกครั้งคงเป็นโชคชะตาแหละ“อย่าจากกันไปอีกเลยนะพิมพ์ดาว” ตอนนี้เขารู้แล้วตัวเองรักเธอมากขนาดไหน ฉะนั้นหลังจากนี้จะไม่มีทางปล่อยเด็ดขาด ต่อให้มีคนมากมายเข้ามาวนเวียนในชีวิต ถ้าคนไม่ใช่สุดท้ายก็เหวี่ยงออกจากกันอยู่ดีหนังตาคิลเลียนเริ่มหย่อนลงก่อนเขาจะเข้าสู่ห้วงนิทราตามสาวคนรัก ทั้งคู่โอบกอดราวกับโหยหาความอบอุ่นจากกันและกั
หลายนาทีผ่านไปคนทั้งสองยังโอบกอดไม่มีท่าทีจะผละออกจากกันง่ายดาย เพราะความโหยหาที่มีต่อกันทำให้เธอและเขาอยากสัมผัสไออุ่นของกันและกัน“ขอบคุณนะคิลเลียน ขอบคุณที่เลือกฉัน”“ขอบคุณเหมือนกันนะที่รักของฉัน”“ฉันรักนาย” แหงนหน้ามองคนตัวโต เธอมองเขาด้วยสายตารักเปี่ยมล้นแทบไม่อยากเชื่อเลยเธอกับเขาจะได้รักกันเหมือนกับฝันเลย“ฉันก็รักเธอเหมือนกัน”“คิลเลียน” เธอผละออกจากวงแขนของคนตัวโต ก่อนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มด้วยคำถามมากมาย“ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะ ฉันทำอะไรผิดเหรอ”“นายกับนิริน เอ่อ…”“ไม่เคย” ไม่ทันคนตัวเล็กถามจบประโยค เขาตอบกลับทันทีเพราะรู้แล้วเธอจะถามอะไร“รู้เหรอฉันจะถามอะไร”“หน้าตาเธอมันฟ้อง” คิลเลียนอดไม่ได้ยื่นมือบีบแก้มนุ่มอย่างมันเขี้ยว“โอ๊ย! เจ็บนะคนบ้า” เธอตีมือหนาทีหนึ่ง ทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจกับการกระทำของคนตัวโต“แล้วผู้ชายที่คุยกับเธอตอนอยู่หน้าบ้านมันเป็นใคร” ถึงคราวเขาถามกลับบ้าง เนื่องจากไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไรที่ผู้ชายอื่นใกล้ชิดเธอ เขามีสิทธิ์นั้นแค่คนเดียวเท่านั้น“หมายถึงพี่ศิลาเหรอ”“เออนั่นแหละ มันจะชื่ออะไรก็ช่างฉันไม่สนใจ แต่ฉันไม่ชอบให้เธอใกล้ชิดกับมัน” เขาบอกอย่า
“มีอะไรจะพูดก็พูดมา” หลังจากเข้ามาอยู่ในบ้าน เธอรีบเปิดประเด็นทันใด ก่อนหย่อนก้นงามนั่งลงยังโซฟาตรงข้ามคนตัวโต“จำเป็นต้องนั่งห่างกันขนาดนี้ไหม” เขาไม่พอใจคนตัวเล็กทำตัวห่างเหินกับตนเอง ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งข้างเธอพร้อมโอบกอดเพื่อรั้งไม่ให้ลุกขึ้นหนีไปไหน“ปล่อยนะคนบ้า”“อย่าไล่กันได้ไหม ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาถือวิสาสะล้มตัวลงบนโซฟาก่อนหนุนตักเธอ“นี่นาย!!”“ขออยู่แบบนี้หน่อยได้ไหม” ว่าแล้วคว้ามือเล็กมาจุมพิต จากนั้นเงยหน้ามองเธอ “ฉันรักเธอมากนะพิมพ์ดาว”“นายมาพูดทำไมตอนนี้” เธอเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ไม่อยากให้คนตัวโตเห็นดวงตาเศร้าสร้อย“เธอผอมลงนะพิมพ์ดาว เพราะท้องใช่ไหมคงลำบากแย่เลย” เอื้อมมือสัมผัสหน้าจิ้มลิ้ม ก่อนประสานสายตากับเธอด้วยความรู้สึกมากมายคิลเลียนเด้งตัวลุกขึ้นพลางขยับกายเข้าหาคนตัวเล็ก จากนั้นรั้งท้ายทอยเธอพร้อมทาบริมฝีปากหยักลงบนกลีบปากอวบอิ่ม มอบจูบแสนหวานแก่เธอเต็มไปด้วยความโหยหาและปรารถนาที่มีต่อแม่ของลูก“อื้อ” พิมพ์ดาวหลับตาพริ้มพลางตอบรับจูบจากคนตัวโต เธอคิดถึงเขาเหลือเกินตลอดระยะเวลาไม่ได้อยู่ด้วยกันทรมานมาก แค่คิดว่าเขาเคยโอบกอดคนอื่นหรือทำอะไรก็ตามที่เคยทำกับเ
“ฮือ ๆ นิรินไม่อยากเลิกกับพี่คิลเลียน” นับจากวันนั้นเธอเอาแต่ร้องห่มร้องไห้อย่างฟูมฟาย พร่ำเพ้อถึงชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง ไม่ต่างจากคนเสียสติ หนำซ้ำอาละวาดโดยการทำลายข้าวของ“ใจเย็นนะลูก อย่าร้องไห้เลยเดี๋ยวจะไม่สบาย” อนุสรณ์พูดพลางลูบแผ่นหลังเล็กอย่างปลอบประโลมลูกสาวเพียงคนเดียว“ใจเย็นได้ไงล่ะคุณแม่ นิรินถูกหลอกนะคะ” เธอตะคอกใส่แม่“มันกล้าดียังไงถึงมาหลอกลูกสาวของพ่อ”“คุณพ่อช่วยนิรินด้วย นิรินไม่อยากหย่ากับพี่คิลเลียน” เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากบิดา“พ่อจะไปจัดการให้นิรินเดี๋ยวนี้แหละ” ชายวัยกลางคนลุกขึ้นพรวด ไม่ทันก้าวเท้าออกจากห้องนั่งเล่น ทันใดนั้นเสียงทุ้มของคิลเลียนดังขึ้นพร้อมกายแกร่งปรากฏ“จะไปไหนเหรอ” ยกยิ้มมุมปากพร้อมเหลือบมองดนัยด้วยสายตาชิงชัง เมื่อตอนนี้ได้ในสิ่งที่ปรารถนา เขาไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเหมือนเคารพคนตรงหน้าอีก“พี่คิลเลียนมาหานิรินแล้ว” นิรินวิ่งไปสวมกอดคิลเลียน ไม่วายโดนอีกคนแกะแขนเล็กออกจากเอวสอบ ก่อนถอยหลังออกห่าง“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน” จ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาพิฆาต“ฮึก ฮือ ๆ พี่คิลเลียนทำแบบนี้กับนิรินได้ไง” เธอพยายามจะสวมกอดเขาอีกครั้ง คราวนี้คิลเลียนไม่ยอมใ







