LOGINบทที่9
ขอกินน้ำNC
คืนนี้ศรุตขับรถพาหนูใจ๋มาที่ผับของญาติเขามาถึงก็เห็นน้องชายกำลังนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่คนเดียว สาว ๆ ก็ไม่เรียกมาบริการเขาเดินนำหน้าหนูใจ๋เข้ามาก่อนจะนั่งอยู่ข้างกันโดยที่ศิลาไม่ได้สงสัยอะไรในตัวเขากับหนูใจเลย
"เป็นยังไงบ้างศิลาพี่เป็นห่วงแทบแย่" หนูใจ๋ถามด้วยความเป็นห่วงหมอศิลาจึงยกแขนขึ้นทั้งสองข้างแล้วอ้าแขนเพื่อออดอ้อนให้พี่สาวเข้าไปสวมกอด
"กอดหน่อย"
"กอดตีนกูไหม?"
"อะไรวะแค่ขอกอดพี่สาวมันจะเป็นอะไร!"
คุณหมอศิลาส่ายหน้าก่อนจะเรียกเด็กเสิร์ฟเพื่อสั่งอาหารและเครื่องดื่มเพิ่ม ด้วยความที่คุณหมอศรุตไม่ค่อยดื่มแอลกอฮอล์สักเท่าไหร่เขาจึงปล่อยให้หนูใจ๋นั่งดื่มและพูดคุยปรับทุกข์กับน้องชายไปส่วนเขามีหน้าที่นั่งฟังและออกความคิดเห็นบางเรื่องเท่านั้น
"จริง ๆ เรื่องนี้ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้ผิดอะไรนะมึงกับเขาคุยกันในฐานะอะไรในเมื่อมึงยังไม่ได้ขอเขาเป็นแฟนก็เท่ากับว่าเขามีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต มึงต้องยอมรับความจริงบางครั้งอาชีพหมอมันก็หาแฟนยากหาคนที่เข้าใจและพร้อมเดินไปกับเรามันยากนะเว้ย"
"นั่นสิพี่ก็เห็นด้วยกับศรุตนะ ตอนนี้ศิลาเพิ่งจะกลับมาทำงานได้ไม่นานเอาเวลามาโฟกัสที่งานก่อนดีกว่าเรื่องผู้หญิงพี่เชื่อว่าสักวันต้องมีคนที่รักและเข้าใจในตัวของศิลาและในอาชีพของศิลาด้วย"
"ผมจะพยายามเข้าใจนะ"
ทั้งสามคนนั่งดื่มกันอย่างสนุกสนานจนเสียงเพลงเริ่มเปลี่ยนเป็นจังหวะ edm ทุกคนลุกขึ้นเต้นยกเว้นทั้งสามคนที่เลือกนั่งมองบรรยากาศในผับและแสงไฟที่วิบวับเปลี่ยนสีไปมา
"นั่นหมออายุรแพทย์ใช่ไหมไอ้ศิลา" ศรุตชี้ไปยังสาวสวยบนโต๊ะที่กำลังยืนเต้นโยกย้ายสายสะโพกยั่วยวนหนุ่ม ๆ ด้านล่างที่กำลังมองเธอตาเป็นมัน
"ใช่ยัยผู้หญิงปากแจ๋วคนนั้นนั่นแหละที่มีส่วนทำให้ผมหัวร้อนถึงตอนนี้!"
"น่ารักจังพี่เคยเห็นเธอบ่อย ๆ นะรู้สึกว่าจะเป็นลูกสาวเจ้าของเว็บนิยายชื่อดัง"
"พี่สาวพี่จำเอาไว้เลยนะว่าอย่าไปคลุกคลีกับยัยนั่นเพราะยัยนั่นจะทำให้พี่สาวคนสวยของผมแปดเปื้อนไปด้วยความอัปมงคลที่ออกมาจากปาก ผมรับไม่ได้วะใครได้ไปเป็นเมียบอกเลยชะตา ค ขาด"
ทั้งสามนั่งมองพฤติกรรมโก๊ะ ๆ ของอายุรแพทย์หญิงคนนั้นจนกระทั่งเธอหันมาเจอหมอศิลาสาวเจ้าก็ยกยิ้มราวกับว่าเจอของเล่นชิ้นโปรดเธอเดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับนั่งลงฝั่งตรงข้ามสายตาจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มหากด่าพ่อเขาได้เธอคงด่าไปแล้ว
"ใครใช้ให้เธอมานั่งตรงนี้?"
"ฉันอนุญาตตัวเองค่ะ ได้ข่าวว่าคุณหมอศิลาโดนสาวทิ้งมาใช่ไหมคะ?"
"คนอย่างฉันเนี่ยนะจะโดนผู้หญิงทิ้งมีแต่ฉันเนี่ยที่จะเขี่ยผู้หญิงพวกนั้นทิ้งโดยเฉพาะผู้หญิงไร้ยางอายอย่างเธอ"
"หึ! ฉันจะบอกอะไรให้นะคะผู้หญิงคนนั้นเขาคิดถูกแล้วค่ะที่ไปเลือกนายแบบเพราะว่าคุณมันกะล่อนปลิ้นปล้อนตลบตะแลงหว่านเสน่ห์ไปทั่วไม่เคยจริงจังกับใครไม่เคยให้ใจใครเลยเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ชาตินี้ทั้งชาติคุณไม่มีทางมีเมียแน่นอน!"
แต่ละคำพูดของปุ้มปุ้ยทำเอาคุณหมอศิลาขวัญออกหูเขาโมโห โมโหมากคุณหมอศรุตจึงรีบเบรกและให้ทั้งสองแยกย้ายกันไปอยู่โรงพยาบาลเขาก็ปวดหัวจะแย่มาเที่ยวผับก็ยังมากัดกันอีก
ถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันเดินทางกลับคุณหมอศรุตขับรถพาหนูใจ๋มาเที่ยวเล่นเดินซื้อของที่ตลาดโต้รุ่งทานขนมหวานกลางคืนแม้เขาจะไม่ค่อยชอบทานเพราะมันมีผลต่อสุขภาพแต่นาน ๆ ทีได้พาเธอมาหาอะไรทานแบบนี้เขาก็รู้สึกสบายใจเห็นเธอยิ้มเห็นเธอถ่ายรูปเขาอยากเก็บโมเมนต์พวกนี้เอาไว้ให้มากที่สุด
"ชอบไหม?"
"ชอบสิพี่ชอบมากเลยนะขนมหวานแบบนี้แล้วก็ข้าวต้มแบบนี้มันเข้ากันมากเลย"
"หมายถึงชอบผมไหม?" พูดจบเขาก็ก้มหน้าทานทับทิมกรอบในถ้วยไม่แม้แต่จะมองหน้าคนตรงข้ามเลย
"ถามแบบนี้พี่เขินนะศรุต^^"
"ก็ไม่ต่างกันหรอก"
"บ้า^^"
ทานของหวานเสร็จศรุตก็รีบพาหนูใจ๋ออกมาจากตลาดโต้รุ่งแต่เขาไม่ได้ตรงกลับบ้านเพราะปลายทางของเขาคือคอนโดของครอบครัวที่ซื้อเอาไว้หนูใจ๋รู้ตัวดีว่าการที่เขาพาเธอมาที่นี่เพราะเหตุผลอะไรคืนนี้เธอคงต้องเสียตัวให้เขาอีกครั้งแต่มันเป็นการเสียตัวที่เธอเองก็สมยอมและเต็มใจที่จะเป็นของเขาเหมือนกัน
เพียงแค่ปิดประตูห้องศรุตก็เข้าประชิดตัวหนูใจ๋เขาประกบจูบริมฝีปากของเธออย่างเร่าร้อนชุดเดรสที่เธอสวมใส่ถูกเขาถอดออกแล้วโยนทิ้งไปด้านข้างร่างกายของเธอเต็มไม้เต็มมือพาให้เขาหักห้ามใจไม่ไหว
"อื๊ออ~ ศรุต"
"เป็นของผมเถอะนะ ให้ผมเป็นเจ้าของพี่ได้ไหม~"
"อื๊ออ~ ได้สิ~ พี่เป็นของศรุตอยู่แล้วนี่~"
หนูใจ๋ถูกพามานั่งที่ขอบเตียงเธอใช้สองมือปลดเข็มขัดของศรุตแล้วดึงกางเกงของเขาลงไปกองที่พื้นมือเรียวจับแท่งร้อนขนาดใหญ่กว่าข้อมือของเธอ เธอใช้สายตากวาดมองเส้นเลือดปูดรอบ ๆ แท่งร้อนก่อนจะใช้ปลายลิ้นสัมผัสเบา ๆ ที่ส่วนหัวแล้วลากลงไปจนถึงพวงสวรรค์ทั้งสองพร้อมกับใช้ลิ้นเดอะเบา ๆ จนศรุตเกร็งไปทั้งตัว
"อ๊าาา~"
"พี่อยากกินน้ำอีกขอพี่กินน้ำของศรุตได้ไหมคะ~"
"ก็กินไปสิ จะกินทั้งคืนผมก็ไม่ได้ว่าอะไร อ่าา~"
บทที่ 53ตอนพิเศษ เจ้านายกับน้องคนนั้นในช่วงวันหยุดยาวของนักศึกษาแพทย์อย่างเจ้านายเขาเลือกที่จะเที่ยวพักผ่อนอยู่ที่อเมริกาวันนี้เขามานั่งอยู่ที่สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์คนิวยอร์ก ที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์กที่นี่มีสวนสัตว์ โรงละครกลางแจ้ง ลานน้ำพุ สนามกอล์ฟเป็นที่เที่ยวเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจโดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้อากาศค่อนข้างเย็นสบายอุณหภูมิอยู่ที่ 10-18 องศาใบไม้ต่างพร้อมใจกันเปลี่ยนสีช่างเป็นภาพที่สวยงามจนนักศึกษาแพทย์อย่างเจ้านายอดที่จะถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ได้ในขณะที่เขารัวชัตเตอร์อยู่นั้นภาพในเฟรมก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงักเมื่อเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสีก่อนจะเดินหายเข้าไปในกลุ่มผู้คนมากมายสองขาที่ยืนอยู่กับที่ก็เผลอก้าวตามไปอย่างไม่รู้ตัวเจ้านายเดินมาเรื่อย ๆ จนเห็นแผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้นจู่ ๆ เขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้สติของตัวเองกลับมาทำไมเขาต้องสนใจว่าเธอเป็นใครแล้วทำไมเขาต้องเดินตามเธอมาขนาดนี้เมื่อคิดได้เจ้านายก็หันหลังเดินกลับไปตามทางที่เขาเดินมาเมื่อครู่วันนี้ทั้งวันเจ้านายเดินเล่นอยู่แถว ๆ สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์คจนตะวันใกล้จะตกดินเข
บทที่52เปียโนสวยแซ่บกับมินนี่สุดเรียบร้อยมินนี่กับเปียโนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยคณะบริหารธุรกิจด้วยกันทั้งสองเป็นเพื่อนรักเรียนอยู่คณะเดียวกันและยังอยู่กลุ่มเดียวกันอีกแต่นิสัยและไลฟ์สไตล์ของทั้งสองต่างกันสุดขั้วคนนึงสวยแซ่บส่วนอีกคนก็เรียบร้อยเพราะเป็นลูกคุณหนู ส่วนตอนนี้เจ้านายก็ย้ายไปเรียนที่อเมริกาเรียบร้อยแล้วนาน ๆ ถึงจะได้คุยกันแต่ก็ยังติดต่อทักหากันอยู่ตลอด"มินนี่ได้โปรดล่ะเธอช่วยทำอะไรให้มันกระฉับกระเฉงหน่อยได้ไหมเดินขึ้นตึกเรียนชั้น 4 นะ" เปียโนหันไปบ่นลูกพี่ลูกน้องของตนเองมินนี่เป็นคนทำอะไรเชื่องช้าแต่ก็ไม่คิดว่าจะช้าขนาดนี้"ฉันก็รีบที่สุดแล้วเปียโนคราวหลังเธอก็ตื่นให้มันเช้า ๆ หน่อยสิ""แรงมากเธอกล้าว่าฉันตื่นสายงั้นเหรอ""ก็ฉันพูดจริง ๆ เธอตื่นสายทำให้มาเรียนสาย ถ้ามาเช้ากว่านี้ป่านนี้คงนั่งรออาจารย์สบาย ๆ แล้ว"มินนี่รีบเดินนำขึ้นไปถึงเปียโนจะขี้หงุดหงิดแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะโกรธหรือว่าอะไรมินนี่ทั้งนั้นเพราะทั้งสองโตมาด้วยกันจึงรู้นิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี นี่แค่เรียนปี 1 เปียโนก็สร้างวีรกรรมมากมายรุ่นพี่คนไหนไม่พอใจหรือแขวะว่าเธอ เธอจะไม่เดินหนีเหมือนที่มิเท้าเอวนี่ทำแต่เธ
บทที่ 51เจ้านายกับรุ่นน้องคนนั้นหลายปีผ่านไปตอนนี้เจ้านายกำลังเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ในงานปัจฉิมนิเทศของวันนี้เขาเดินตรงไปหาเพื่อนอย่างคิวที่กำลังคุยกับรุ่นน้องสาว ๆ อยู่ใต้ต้นจามจุรีและหนึ่งในนั้นก็คือเด็กผู้หญิงที่เคยตามเอาขนมมาให้เขาแต่หลังจากที่ถูกเขาต่อว่าเธอก็ถอยห่างไม่มายุ่งวุ่นวายกับเขาอีกเลย"ไงครับว่าที่นายแพทย์สุดหล่อมาร่ำลาน้อง ๆ หน่อยสิน้อง ๆ ครับเดี๋ยวไอ้เจ้านายเพื่อนของพี่มันจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้วนะ""จริงเหรอคะน่าอิจฉาจังเลยได้ไปต่างประเทศด้วยยินดีด้วยนะคะพี่เจ้านายแบบนี้พี่ต้องไปหลายปีเลยใช่ไหม" รุ่นน้องเอ่ยถามทุกคนต่างเห็นเจ้านายเป็นไอดอลทั้งนั้นเขาเป็นคนดังของโรงเรียนจนทำให้สาว ๆ ในโรงเรียนรวมถึงสาว ๆ ต่างโรงเรียนตบตีกันเพื่อแย่งเขาแต่เขาไม่เคยสนใจใครเลยวัน ๆ เอาแต่สิงอยู่ในห้องสมุด"ก็หลายปีอยู่""ถ้าอย่างนั้นพวกพี่ไปก่อนนะครับน้อง ๆ พอดีวันนี้พี่มีนัดปาร์ตี้เลี้ยงส่งวันที่ห้องดนตรีใครว่างก็ไปได้นะ"ทั้งคุณครูและเพื่อน ๆ ต่างจัดงานเลี้ยงส่งให้นักเรียนดีเด่นอย่างเจ้านายเพราะเขาเป็นคนเดียวที่ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศโดยไม่ได้ใช้ทุนของโรงเรียนเลยเพราะเขายอมเสียสล
บทที่ 50 คุณหนูมินนี่กับงานวงการบันเทิงมาทางฝั่งของคุณหมอทิวไผ่และมินตราทั้งสองยังคงถือคติมีลูกคนเดียวนี่แหละสบายใจสุดแล้ว วันนี้คุณหนูมินนี่ได้มาเป็นนางแบบโลชั่นทาผิวสูตรน้ำนมกว่าจะถ่ายงานเสร็จก็ปาไปเกือบ 2 ทุ่มคุณหมอทิวไผ่จึงมานั่งรอลูกสาวที่กองถ่ายโดยมีมินตราคอยดูเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของลูกสาวด้วยตนเอง"คุณแม่คะเราจะเดินทางไปจันทบุรีคืนนี้เลยหรือคะ?" "ใช่แล้วลูกส่วนเดือนหน้าเราค่อยบินไปเชียงใหม่กันตอนนี้เราต้องไปดูแลกิจการที่จันทบุรีได้ข่าวว่าทุเรียนกำลังได้ที่เลยนะ""งั้นเราไปกันเลยค่ะขอพูดถึงทุเรียนมินนี่รู้สึกหิวมากอยากได้กลิ่นหอม ๆ ของมันแล้วค่ะ^^"สองแม่ลูกชอบทานทุเรียนเป็นชีวิตจิตใจส่วนคุณพ่อทิวไผ่นั้นขอส่ายหน้าอย่างเดียวระหว่างขับรถมินนี่ก็พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่เพื่ออยู่เป็นเพื่อนพวกท่านแต่จู่ ๆ เสียงของเธอก็เงียบไปคุณหมอทิวไผ่มองกระจกหลังเห็นลูกสาวคนสวยนอนหลับปุ๋ยไปแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายรูปลูกสาวเอาไว้ลงหน้า facebook ขำ ๆ"ดูแล้วลูกสาวของเราไม่มีทางเป็นหมอแน่นอนคุณว่าไหม?" คุณหมอทิวไผ่หันมามองภรรยาของตนเอง"แน่นอนอยู่แล้วล่ะลูกเหมือนฉันมากยังไงก็ไม
บทที่ 49เปียโนไม่อยากเป็นเด็กวัดวันนี้คุณหมอศิลากับคุณหมอปุ้มปุ้ยมีประชุมทำให้เธอต้องฝากลูกสาวกับลูกชายเอาไว้กับคุณตาปริญญ์แค่บอกว่าจะฝากลูกเอาไว้คุณตาปริญญ์ก็รีบขับรถมารับหลานทั้งสองตั้งแต่เช้ายิ่งช่วงปิดเทอมแบบนี้สถานที่ที่เหมาะที่สุดจะเป็นที่ไหนได้ถ้าไม่ใช่ วัด "คุณตาขาอีกแล้วนะคะตอนนี้เปียโนอายุ 15 โตเป็นสาวสวยมากแต่เปียโนต้องมาทำความสะอาดวัดถ้าคุณพ่อรู้คุณพ่อคงบ่นหูชา" เจ้าหนูเปียโนนึกถึงตัวเองในวัย 5 ขวบช่วงนั้นเธอเรียนอนุบาลคุณตาปริญญ์สอนแต่สิ่งดี ๆ ยามที่เธอกลับมาจากโรงเรียนคุณตามักจะถามว่าเธอได้อะไรกลับมาบ้างและสิ่งที่เธอได้มามันไม่ใช่ความรู้แต่มันคือดินสอ สีเทียน ยางลบแม้กระทั่งลิปสติกสีแดงของคุณครูเธอก็หยิบใส่กระเป๋ากลับมา'วันนี้หนูได้ลิปสติกสีแดงมาฝากคุณแม่ด้วยค่ะพอดีว่าคุณครูเผลอหนูเลยหยิบใส่กระเป๋ามาด้วย'หลังจากวันนั้นปริญญ์จึงถูกอบรมสั่งสอนโดยลูกสาวของตนเองและลูกชายที่เข้ามาสมทบ สอนหลานแบบนั้นมันไม่ได้แทนที่จะสอนสิ่งดี ๆ กับสอนให้หลานเป็นมิจฉาชีพตั้งแต่เด็กปริมในวัย 9 ขวบเริ่มรู้ประสีประสา มีเพื่อนเป็นเด็กวัดอนาคตยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรตอนนี้คบเด็กวัดเป็นเพื่อนสบา
บทที่ 48เจ้านายวัยขบเผาะเวลาผ่านไปหลายปีตอนนี้เด็ก ๆ ทุกคนกำลังเรียนมัธยมคุณหมอศรุตมีลูกสาวอีก 1 คน ชื่อว่าน้องจ๊ะจ๋าตอนนี้จ๊ะจ๋าอายุ 10 ขวบแล้ว ส่วนเจ้านายอายุ 15 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นม 3 ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมสองพี่น้องกำลังเรียนซัมเมอร์ทั้งสองคนเรียนเก่งหัวไวซึ่งเจ้านายก็เอนไปทางคุณหมอมีความคิดที่อยากเป็นคุณหมอตั้งแต่เด็กคุณหมอศรุตจึงโล่งใจอย่างน้อยลูกก็เดินตามความฝันของครอบครัวส่วนจ๊ะจ๋าลึก ๆ เธอก็อยากเป็นคุณหมอแต่ก็ชอบเรื่องบริหารไม่ต่างกันอนาคตไม่แน่ไม่นอนอยากจะเป็นอะไรหนูใจ๋ก็ไม่ว่าเธอตามใจและเข้าใจลูกทั้งสองคนเป็นอย่างดีซึ่งคุณหมอศรุตก็ยอมปล่อยวางเขาเคารพการตัดสินใจของลูกแล้ว"คุณพ่อครับพรุ่งนี้ผมขอไปเตะบอลกับเพื่อนนะครับอาจจะกลับสัก 21:00 น คุณพ่อสะดวกไปรับผมไหมครับ""ได้ครับเดี๋ยว 21:00 น เข้าไปรับแล้วไปเตะบอลกันที่ไหน""สนามหญ้าเทียมใกล้ ๆ โรงเรียนครับตอนแรกจะใช้สนามของโรงเรียนแต่เผอิญโรงเรียนเตรียมจัดงานต้อนรับผู้อำนวยการคนใหม่เลยต้องใช้สถานที่""แล้วเรื่องเรียนซัมเมอร์เป็นยังไงบ้างมีปัญหาอะไรหรือเปล่า" "เรื่องเรียนไม่มีปัญหาอะไรครับคุณพ่อ"สองพ่อลูกคุยกันถึงเรื่องเรีย
บทที่8นี่ปุ้มปุ้ยนะ!วันต่อมาในช่วงสายของวันนี้ศรุตขับรถพาหนูใจ๋กลับมาบ้านแต่ทุกคนต่างแยกย้ายออกไปทำงานแล้วเหลือเพียงแค่เขากับเธอที่พากันเดินเข้าบ้านเงียบ ๆ แม้แต่แม่บ้านก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะคิดว่าทั้งสองคงมีธุระด่วนจึงได้พากันออกไปเมื่อคืน"พี่จะไปอาบน้ำแล้วก็จะนอนพักอีกหน่อยเมื่อคืนพี่ไม่ได้นอ
บทที่7จัดบนเรือ NC ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย ศรุตกำลังยืนรอน้องสาวกับน้องชายและคนของใจเดินลงมาจากบ้านเพียงแค่เขาเห็นคนของใจก้าวเดินลงมาด้วยชุดเดรสสีชมพูอ่อนแถมยังใส่สร้อยที่เขาตั้งใจซื้อให้เธอจนทำให้เธอดูสวยเด่นที่สุดในงานนี้"สร้อยสวยดี" น้ำเสียงของศรุตดูเรียบเฉยใครได้ยินคงไม่ได้คิดอะไรเพราะพี่น้องบ้
บทที่6ไม้ป่าเดียวกันอีกด้านของโรงพยาบาลปิติภัทรไพศาลวันนี้คุณหมอศิลามีเคสผ่าตัดทำให้เขาต้องกลับบ้านช้ากว่าทุกคนระหว่างที่เขาเดินออกมาจากลิฟต์ความวุ่นวายหน้าห้องฉุกเฉินก็เกิดขึ้นเมื่อพยาบาลคนหนึ่งวิ่งมาหาเขาพร้อมกับแฟ้มประวัติของคนไข้ลมหายใจที่ถูกปล่อยออกมานั้นบ่งบอกว่าวันนี้เขาเหนื่อยมากแค่ไหนเม
บทที่5ง้อด้วยปาก NC"เดี๋ยวก่อนศรุต!"คนตัวสูงกระตุกยิ้มหนึ่งทีก่อนจะเดินเข้าห้องอย่างมีเลศนัยในเมื่อเธอมาหาเขาถึงที่เขาก็คงจะปล่อยเธอกลับไปไม่ได้ถ้าไม่เล่นไม้แข็งคงไม่ได้เห็นหนูใจ๋มีอาการร้อนรนแบบนี้หนูใจ๋รีบเปิดประตูเข้ามาเธอมองซ้ายมองขวาเพื่อหาตัวศรุตแต่ก็ไม่เห็นเขาอยู่ในห้องทำงานจู่ ๆ เธอก็ถู







