Partager

ความยุติธรรมที่สายเกินไป ฉันไม่ต้องการ
ความยุติธรรมที่สายเกินไป ฉันไม่ต้องการ
Auteur: ตั้งชื่อให้เสร็จแล้วนี่

บทที่1

Auteur: ตั้งชื่อให้เสร็จแล้วนี่
ขณะเดินกลับบ้านคนเดียว

ฉันก็แทบเปียกโชกไปทั้งตัว

เมื่อเข้าบ้านไปโทรศัพท์ก็เกิดสั่นขึ้นมา

แม่แท็กฉันในกลุ่มแชทครอบครัว ถามฉันว่าสองสามวันนี้อยู่บ้านคนเดียวคิดจะจัดการปัญหาเรื่องกินข้าวอย่างไร

ความเศร้าถาโถมเข้ามาในอก น้ำตาก็คลอเบ้า

แต่ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไร

คำพูดประโยคต่อไปของแม่ก็ดังขึ้น

"ของในตู้เย็นหนูห้ามแตะต้องเด็ดขาด"

"ด้านในเป็นของของพี่ชายและพี่สาวหนู คนละส่วนแม่กับพ่อแบ่งไว้แล้ว"

"ถ้าหนูแตะต้องก็จะทำให้เสียสมดุล"

ความรู้สึกซาบซึ้งและอบอุ่นที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในอก ได้สลายหายไปจนหมดสิ้นในชั่วขณะนี้

ฉันอยากถามโดยสัญชาตญาณว่า

แล้วหนูล่ะ?

แต่สุดท้าย นิ้วมือก็เพียงเคาะพิมพ์ลงบนหน้าจอแค่สองคำเท่านั้น

"โอเค"

ถามคำแบบนี้ที่ผ่านมาฉันเคยถามไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

ไม่มีใครสนใจ

ราวกับว่าของที่อยู่ในบ้านนี้ มันสมควรที่จะ ไม่ควรมีของฉันสักส่วนเลย

ฉันเก็บโทรศัพท์แล้วเดินหาในบ้านไปรอบหนึ่ง

สุดท้ายก็เจอเพียงขนมปังกล่องหนึ่งที่หมดอายุและเริ่มขึ้นราอยู่ในซอกมุม

ในที่สุดก็หลับไปในสภาพที่ทั้งหนาวและหิว

กลางดึกกลับถูกปลุกให้ตื่นเพราะถูกคนโยนเสื้อผ้าเปียกใส่ที่หัว

ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

พ่อแม่กำลังบ่นว่ากำลังจะออกจากเมืองไปฝนก็ตกหนักทำให้ถนนถูกปิด

พี่สาวยืนกอดอกอยู่ที่หน้าประตู และเร่งฉันอย่างหมดความอดทน

"มัวยืนอยู่ทำไม เธอเป็นความหรือไง ดูไม่ออกว่าฉันให้เธอช่วยฉันซักผ้า?"

เสื้อคลุมของเธอเปื้อนโคลนและน้ำไม่น้อยเลย

เมื่อกี้ถูกโยนใส่หัวฉันอย่างลวกๆ ทำให้ถึงตอนนี้ผมฉันก็ยังมีความรู้สึกเหนียวเหนอะอยู่เลย

ฉันง่วงมากจนแทบลืมตาไม่ขึ้น และอธิบายอย่างอ่อนแรงว่า "พี่ ฉันขอพักก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยซักให้พี่ได้ไหม"

พี่สาวได้ยินแบบนี้แล้วก็ขึ้นเสียงทันที

"ไม่อยากซักก็ช่างเถอะ ยังจะมาหาข้ออ้างอีก!"

และในขณะนี้พี่ชายก็เดินออกมา พร้อมกับโยนรองเท้าเปื้อนโคลนคู่หนึ่งลงพื้นอย่างเย็นชา

"ซักให้เธอก็ต้องซักให้ฉัน อย่ามัวแต่ชักช้า"

แม่ถือเสื้อผ้าไว้แล้วเดินผ่านมา เหลือบมองสภาพที่ยุ่งเหยิงของฉัน

เธอขมวดคิ้ว และเริ่มดุในทันที

"บ้านเรามีลูกสามคน สิ่งสำคัญที่สุดคือความยุติธรรม"

"พี่ๆ วิ่งวุ่นอยู่ด้านนอกมาทั้งวัน ส่วนหนูกลับนอนเสวยสุขอยู่บ้าน แค่ให้หนูช่วยซักของแค่นี้จะเป็นอะไรไป?"

เมื่อมองดูสายตาที่ตำหนิในห้องนี้ ฉันก็รู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมาทันที

ที่แท้การคำนวณความยุติธรรมของครอบครัวนี้นั้นแบ่งแยกสถานการณ์ด้วย

ตอนแบ่งของ พี่ๆ ได้รับความยุติธรรม

ตอนแบกรับหน้าที่ ความยุติธรรมถึงจะมาตกอยู่ที่หัวฉัน

ฉันไม่พูดให้เปลืองน้ำลายอีกต่อไป นั่งยองๆ ลงอย่างเงียบๆ เอากองเสื้อผ้าเปื้อนโคลนนั้น แล้วเดินไปที่ห้องซักผ้า

ใช้เวลาสาม สี่ชั่วโมงกว่าจะซักเสร็จ

สายตาฉันเริ่มพร่ามัว

นี่คือสัญญาณเตือนของอาการน้ำตาลในเลือดต่ำเพราะความหิว

ฉันพยุงร่างตัวเองไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อจะดื่มน้ำอุ่นสักอึก

แต่กลับบังเอิญเห็นพ่อที่กำลังถือเนื้อย่างเดินเข้าไปในบ้านพอดี

พอเขาเห็นฉัน ก็รีบเอาของซ่อนไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ

บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ

“ของแบ่งเป็นสี่ส่วนพอดีเลย เลยไม่ได้เรียกหนู ไม่งั้นถ้าแบ่งมากหรือน้อยไป พี่ชายพี่สาวหนูก็จะทะเลาะกันอีกแล้ว”

“แต่ทางร้านให้ถั่วลิสงตุ๋นมาเป็นของแถมด้วย พวกเขาสองคนไม่ชอบกิน”

ฉันยิ้มและหลบมือพ่อ

“พ่อคะ หนูแพ้ถั่วลิสงค่ะ”

พ่อชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็แค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น

ท่ามกลางเสียงอ้อนของพี่สาว พ่อก็ตอบไปด้วยและเดินผ่านฉันไป

ตอนเขาไปฉันทนไม่ไหว

มือที่อยู่ข้างลำตัวกำแน่น หัวใจเจ็บจนเหมือนมีถูกเข็มทิ่มแทง

แต่ฉันไม่มีแม้แต่แรงที่จะหลั่งน้ำตา

หลังจากดื่มน้ำและสงบสติอารมณ์ลงแล้ว

ฉันก็กลับไปที่ห้องเก็บของเพื่อพักผ่อน

สิ่งที่เห็น กลับคือห้องที่เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางที่ยังไม่ทันได้เก็บของพี่ชายและพี่สาว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ความยุติธรรมที่สายเกินไป ฉันไม่ต้องการ   บทที่9

    ฉันคิดทบทวนอย่างรอบคอบ แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจเล็กน้อยดังนั้นฉันจึงใช้เวลาทั้งคืน จัดการรวบรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ตัวเองใช้กิน ใช้สอย และเครื่องใช้ต่างๆ ในบ้านตลอดหลายปีที่ผ่านมาออกมาให้หมด สุดท้ายก็เป็นตัวเลขที่น้อยจนชวนให้หัวเราะสองแสนห้าหมื่นฉันจึงปลดการบล็อกพวกเขาออกฉันส่งแบบฟอร์มนี้เข้าไปในกลุ่มแชทครอบครัวไม่นานก็ได้รับการตอบกลับแม่พูดว่า "หว่านหว่าน ทำไมจู่ๆ หนูถึงมาคิดบัญชีล่ะ"พ่อพูดว่า "จะแค่สองแสนห้าหมื่นได้ยังไง?"ต่อเรื่องนี้ ฉันก็ตอบไปอย่างสงบว่า“อยู่ๆ ก็มาคิดบัญชี ก็เพราะเรียนมาจากพ่อกับแม่”"เพราะตั้งแต่เล็กจนโต พ่อกับแม่ก็คิดบัญชีมาโดยตลอด แบ่งทุกอย่างในบ้านออกเป็นสองส่วน แต่ไม่มีส่วนไหนที่ให้หนูเลย""สำหรับจำนวนเงิน หนูไม่ได้จงใจพูดให้เกินจริง""เชื่อว่าเงินก้อนนี้ พ่อกับแม่เองก็รู้แก่ใจอยู่บ้าง"“ดังนั้นสำหรับครั้งนี้ที่พี่ชายป่วย หนูจะไม่บริจาคไตของตัวเอง อย่างมากก็จะรีบเก็บเงินใช้เงินสองแสนห้าหมื่นนี้คืนให้เร็วที่สุด”เสียงของแม่ดังขึ้นทันทีหลังจากที่ฉันพูดจบน้ำเสียงของเธอไม่อาจปิดบังความแหบพร่าและสั่นเครือได้“หลังจากคืนเงินแล้ว หนูจะไม

  • ความยุติธรรมที่สายเกินไป ฉันไม่ต้องการ   บทที่8

    สีหน้าของแม่ซีดลงทีละนิดอย่างเห็นได้ชัดเสียงวิ้งๆ ดังขึ้นข้างหูเธอ มือเท้าก็เย็นลงอย่างควบคุมไม่ได้“คุณพูดอะไรนะ?” อาจารย์ที่ปรึกษายิ่งสับสนเข้าไปกว่าเดิม“คุณแม่ไม่น่าจะไม่รู้นะคะ ตอนนั้นคุณแม่ได้เซ็นแบบฟอร์มยินยอมของผู้ปกครองสำหรับการไปเรียนต่างประเทศของเสิ่นหว่านแล้วไม่ใช่หรือ?”แม่อยากจะโต้แย้งว่าเปล่าโดยสัญชาตญาณแต่ในสมองก็มีความทรงจำหนึ่งแวบผ่านไปทันทีเป็นวันที่เธอบังคับให้ฉันเอารางวัลให้พี่สาวฉันได้ให้แบบฟอร์มยินยอมฉบับหนึ่งกับเธอจริงๆแต่ตอนนั้นเธอกลับไม่แม้แต่ยอมมองดูดีๆ เลยด้วยซ้ำเมื่อคิดถึงตรงนี้ แม่ก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวังมากขึ้นเธอถามด้วยเสียงสั่นเครือ“อาจารย์คะ บอกฉันหน่อยได้ไหมว่าหว่านหว่านยื่นสมัครวันไหน”อาจารย์ที่ปรึกษาบอกวันที่ให้เธอทันทีเมื่อฟังจบ แม่ก็เหมือนจะเริ่มตระหนักบางอย่างขึ้นมา หลับตาลงด้วยความสิ้นหวังจากนั้น ต่อหน้าคนทั้งห้องพักแม่ที่หยิ่งทะนงมาตลอดครึ่งชีวิตนั้น จู่ๆ ก็คุกเข่าลงตรงหน้าของอาจารย์ที่ปรึกษา “อาจารย์คะ อาจารย์ได้โปรด ช่วยฉันติดต่อเธอให้ฉันหน่อยเถอะ” วินาทีนี้ แม่ยังจะมีอะไรที่ไม่เข้าใจอีกเล่าฉันจากไปพร้อมกับควา

  • ความยุติธรรมที่สายเกินไป ฉันไม่ต้องการ   บทที่7

    พี่ชายเป็นลมไปโดยไม่ทันตั้งตัวคนทั้งบ้านรีบส่งเขาไปโรงพยาบาลอย่างเร็วที่สุดหลังจากทำการตรวจอย่างละเอียดแล้วคุณหมอก็พูดกับพ่อแม่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม"ไตวายเฉียบพลัน""สมาชิกในครอบครัวของพวกคุณจำเป็นต้องรีบไปทำการจับคู่เนื้อเยื่อปลูกถ่ายไต และทำการผ่าตัดโดยด่วน"เมื่อได้ยินว่าต้องผ่าตัดและปลูกถ่ายไตพี่สาวที่อยู่ข้างๆ ก็สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันทีเธอส่ายหัวและถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ"ไม่ ฉันไม่ไป"คุณหมอเหลือบมองพี่สาว"คุณกับคนไข้เป็นฝาแฝดกันใช่ไหม?""ถ้าอย่างนั้น โอกาสจับคู่เนื้อเยื่อไตสำเร็จของพวกคุณก็น่าจะมีมากกว่า""ตอนนี้อาการของคนไข้วิกฤตมาก ไม่สามารถล่าช้าได้อีกต่อไป"แม่ตื่นตระหนกจนถึงขีดสุดแล้วรีบจับมือของพี่สาวทันที"ลูกเอ๋ย แค่ไตข้างเดียวเดียว เขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของหนูนะ"พี่สาวสะบัดมือแม่ออกอย่างแรงโดยไม่สนผู้คนที่เดินไปมาในทางเดินกรีดร้องด้วยเสียงที่แหลมสูงขึ้น"ทำไม? ทำไมหนูต้องเอาไตหนูให้เขาด้วย นี่มันไม่ยุติธรรมเลย!"พอได้ยินว่าจนถึงตอนนี้แล้ว พี่สาวก็ยังคงทุ่มเถียงแต่เรื่องความยุติธรรมไม่ยุติธรรมอยู่ แม่ก็โกรธจนตาพร่ามัวหน้ามืดเป็นระยะๆพ่อ

  • ความยุติธรรมที่สายเกินไป ฉันไม่ต้องการ   บทที่6

    ในห้องเก็บของว่างเปล่ากล่องกระดาษเก่าๆ ที่ปกติใช้ใส่เสื้อผ้าและหนังสือของฉัน ตอนนี้ก็ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยแม้แต่ในอากาศก็แทบจะไม่มีกลิ่นของฉันแล้วตอนนี้พ่อกับแม่เพิ่งรู้ตัวว่าที่แท้วันนั้นฉันไม่ได้กลับมาจากงานเลี้ยงเลยตลอดหลายวันที่ผ่านมา ฉันก็ไม่อยู่ความหวาดกลัวและความไม่สบายใจเริ่มวนเวียนอยู่ในใจแม่เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างสั่นเทา ทั้งดุทั้งรีบส่งข้อความหาฉัน“เสิ่นหว่านแกไปตายไหนแล้วห้ะ?!”"เพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แกก็ถึงขั้นหนีออกจากบ้านเลย!"พ่อที่อยู่ข้าง ๆ หน้ายิ่งมืดครึ้มลงไปอีก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรสูบบุหรี่เงียบๆ ไม่หยุดพอเห็นว่าข้อความที่ส่งไปไม่มีการตอบกลับในที่สุดแม่ก็เริ่มตื่นตระหนกขึ้นมาเธอรีบคว้าชายเสื้อพ่อไว้อย่างทำอะไรไม่ถูก“เหล่าเสิ่น คุณรีบคิดหาวิธีสิ”“ตลอดหลายปีมานี้ หว่านหว่านก็ไม่เคยเป็นคนมีนิสัยเอาแต่ใจหรือก่อเรื่องวุ่นวายเลย”“นี่เป็นครั้งแรกที่เธอหนีออกจากบ้าน”“ไม่มีญาติหรือเพื่อนอยู่ข้างนอก แล้วเธอจะไปไหนได้ล่ะ?”พ่อกัดฟันด้วยความไม่พอใจ“เธอไปไหนมันเกี่ยวอะไรกับผม”“ลูกเนรคุณที่เอาแต่หนีออกจากบ้าน เลี้ยงไว้จะไปมีประโยชน์อะ

  • ความยุติธรรมที่สายเกินไป ฉันไม่ต้องการ   บทที่5

    เพราะฉันก่อเรื่องวุ่นวายในงานเลี้ยงฉลองญาติหลายคนก็แอบเตือนพ่อแม่ตลอดว่าอย่าลำเอียงแม่รู้สึกเสียหน้า เลยมาลงความโกรธใส่ฉันเธอมองดูทิศทางห้องเก็บของ แล้วจงใจพูดเสียงดังว่า"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คนในบ้านใครก็ห้ามสนใจเธอ""จนกว่าเธอจะยอมรับความผิดของตัวเอง และยอมขอโทษพวกเรา"เป็นแบบนี้ต่อเนื่องหลายวันทั้งครอบครัวต่างก็ถือว่าห้องเก็บของนั้นเป็นสถานที่ต้องห้ามไม่มีใครเข้าไปใกล้ ไม่มีใครไปถามสักคำนานขนาดนี้แล้ว ด้านในก็ยังเงียบสงัดเหมือนเดิมไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆสุดท้ายแม่ก็อดไม่ไหว แอบเรียกพ่อคุยเป็นการส่วนตัว"ทำไมเธอถึงดื้อขนาดนี้?""แค่ให้เธอยอมรับผิดกับคนในบ้าน ต่างก็เป็นคนบ้านเดียยกัน ยังจะไม่ให้อภัยเธอหรือไง?"พ่อสูบบุหรี่ ดวงตาเต็มไปด้วยความจนปัญญา“ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ขี้โมโหขนาดนี้”แม่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันเธอรู้สึกว่าในฐานะพ่อแม่ตัวเองอยากจะให้ความรักความลำเอียงกับลูกคนไหน ก็ให้ลูกคนนั้น ยิ่งไปกว่านั้น หลายปีมานี้พวกเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้ฉันต้องอดอยาก แถมยังเลี้ยงดูให้ฉันได้เติบโตและเรียนหนังสือมาได้อย่างราบรื่นปลอดภัยด้วยซ้ำในความคิดของพวกเขาฉันก

  • ความยุติธรรมที่สายเกินไป ฉันไม่ต้องการ   บทที่4

    ฉันพุ่งเข้าไปแบบแทบไม่หลงเหลือสติอะไรเลยทันที ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคนฉันยื่นมือออกไปหาพี่สาวด้วยสีหน้าที่เย็นชา"คืนให้ฉัน" แววตาของพี่สาวฉายแววร้อนตัว และรีบวิ่งไปหลบอยู่หลังแม่ทันทีพ่อจ้องมองฉันด้วยความไม่พอใจ"เป็นบ้าอะไร"ฉันไม่สนใจเขา จ้องมองพี่สาวอย่างตั้งใจ น้ำตาคลอเบ้า"ฉันบอกว่า คืนให้ฉัน!"ท่าทีที่ฉันแทบตะโกนจนเสียงแหบแห้งนั้น ทำให้พี่สาวโกรธขึ้นมา เธอซ่อนมือไว้ด้านหลัง"ทำไมยายถึงให้กำไลข้อมือกับเธอ แต่ไม่ให้ฉันล่ะ มันไม่ยุติธรรมเลย""ฉันแค่อยากได้ความยุติธรรมเท่านั้นเอง"ฉันโกรธจนเสียงสั่นเครือ หัวเราะเยาะออกมาเหมือนการระบายแล้วเอ่ยปากพูดว่า "ความยุติธรรม?!"“ตั้งแต่เล็กจนโต เวลาพ่อกับแม่ไปข้างนอกแล้วรับเงินใส่ซองจากญาติๆ มา ก็จะรับแค่สองส่วน ส่วนหนึ่งของเธอ อีกส่วนของพี่ชาย”“ตั้งแต่เล็กจนโตฉันได้รับแค่กำไลข้อมืออันนี้อันเดียว”“แค่นี้ก็ไม่ยุติธรรมแล้วเหรอ?!”พี่สาวเถียงไม่ได้ โกรธจนหน้าแดงก่ำน้ำตาเอ่อล้นในดวงตาทันทีขณะนี้เองพี่ชายก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็วเขาเอากำไลบนข้อมือของพี่สาวออก แล้วทุบลงพื้นอย่างแรงภายใต้สายตาที่ตกตะลึงและสิ้น

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status