Short
เมื่อฉันตาย ทุกคนจึงสำนึกผิด

เมื่อฉันตาย ทุกคนจึงสำนึกผิด

Oleh:  บุปผาร่วงโรยTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
9Bab
59Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ในตอนที่สามีเอาเรื่องหย่ามาขู่เพื่อให้ฉันเสียสละให้น้องสาวเป็นครั้งที่หนึ่งร้อย ฉันไม่ร้องไห้และไม่โวยวาย เซ็นชื่อของตัวเองลงในใบหย่าทันที ยอมยกผู้ชายที่รักมาสิบปีคนนี้ให้น้องสาวแต่โดยดี ไม่กี่วันต่อมา น้องสาวปากพล่อยในงานเลี้ยงจนไปล่วงเกินตระกูลผู้มีอำนาจ ฉันก็เป็นฝ่ายยืดอกรับผิดชอบแทน และแบกรับผลกรรมทั้งหมดแทนเธออีกครั้ง กระทั่งต่อมาพวกเขาเสนอให้ฉันไปเป็นผู้ทดลองยาในงานวิจัยของน้องสาว ฉันก็ตอบตกลงด้วยความยินดี พ่อกับแม่บอกว่า ในที่สุดฉันก็รู้ความและว่านอนสอนง่ายสักที แม้แต่สามีที่เย็นชามาตลอดก็ยังมายืนข้างเตียงคนไข้ ลูบแก้มฉันอย่างอ่อนโยนแบบที่ไม่ได้ทำมานานแล้วพูดว่า “คุณไม่ต้องกลัวนะ การทดลองนี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิตหรอก รอคุณออกมา ผมจะทำอาหารมื้อใหญ่ให้กิน” แต่เขาไม่รู้เลยว่า ไม่ว่าการทดลองจะอันตรายหรือไม่ เขาก็ไม่มีวันได้รอฉันกลับมาอีกแล้ว เพราะฉันป่วยเป็นโรคร้ายแรง และกำลังจะตายในไม่ช้านี้

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

สามีมักจะใช้การหย่ามาขู่เพื่อให้ฉันเสียสละให้น้องสาว พ่อแม่ก็เอามรดกมาขู่เพื่อให้ฉันยกของดีๆ ให้น้องสาว เมื่อก่อนฉันคงจะร้องไห้ฟูมฟายอาละวาดไปแล้ว แต่พอสามีขู่ฉันเป็นครั้งที่หนึ่งร้อย ให้ฉันไปทดลองยาให้น้องสาว ฉันกลับตอบตกลง

แถมต่อมายังทำดีกับน้องสาวสารพัด ทุกคนต่างชมว่าในที่สุดฉันก็รู้ความสักที แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่า ฉันแค่กำลังจะตาย เรื่องพวกนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

ในวันที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง กู้เย่ดันใบหย่ามาตรงหน้าฉันเป็นครั้งที่หนึ่งร้อย

“เสิ่นชิง ร่างกายของน้องสาวคุณแย่ลงเรื่อยๆ แล้ว เธอไม่สามารถทดลองยาต่อไปได้แล้ว ถ้าภายในหนึ่งเดือนนี้ยังวิจัยยาไม่ออก เธออาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้”

“คุณกับเสิ่นหยวนหยวนเป็นฝาแฝดกัน มียีนที่คล้ายคลึงกัน หมอบอกว่าคุณสามารถไปทดลองยาแทนเธอได้ ถ้าคุณไม่ยอม งั้นพวกเราก็หย่ากันเถอะ ยังไงเสิ่นหยวนหยวนก็อยู่ได้อีกไม่นาน เธออยากให้ผมช่วยทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของเธอเป็นจริง”

ฉันนั่งฟังเงียบๆ มองดูเขาพูดเรื่องไร้สาระพวกนั้นออกมาด้วยท่าทีจริงจัง

ความจริงตั้งแต่แรกที่พวกเขาเห็นสภาพเหงื่อท่วมตัวตอนน้องสาวเข้ารับการรักษา พวกเขาก็อยากจะให้ฉันไปทดลองยาแทนเธออยู่แล้ว

พ่อแม่ของฉัน สามีของฉัน คนสามคนผลัดกันเข้ามาเกลี้ยกล่อมฉัน

จะเรียกว่าเกลี้ยกล่อมก็ไม่ถูก เรียกว่าข่มขู่จะดีกว่า

พ่อแม่ขู่ฉันว่า ถ้าไม่ยอมไปทดลองยาแทนเธอ ก็จะตัดสิทธิ์ในการรับมรดกของทางบ้าน

ส่วนสามี ก็เสนอขอหย่ามาเกือบร้อยครั้งแล้ว

ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง แต่ร่างกายก็อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้นฉันจึงปฏิเสธไป

วินาทีที่ฉันพูดว่า “ไม่” ทุกคนผิดหวังในตัวฉันมาก ด่าว่าฉันไม่มีหัวใจ ไม่รู้ความ

“น้องสาวแกจะตายอยู่แล้ว แค่แกยอมทดลองยา น้องก็รอดชีวิตได้แล้ว แกยังจะไม่เห็นด้วยอีกเหรอ!”

“นั่นสิ น้องสาวแกทดลองยามาเกือบครึ่งปีแล้ว แกแค่ทำต่อในช่วงไม่กี่เดือนสุดท้าย แต่ขนาดนี้แกยังไม่เต็มใจ! ฉันผิดหวังในตัวแกจริงๆ ในเมื่อแกไม่ยอมช่วยหยวนหยวน งั้นพวกเราจะถือว่าไม่มีลูกอย่างแกก็แล้วกัน!”

คำพูดบาดหูพวกนี้ พอนึกย้อนกลับไปในตอนนี้ ในใจก็ยังเจ็บปวดรวดร้าวอยู่ดี

แต่ว่ามันก็เป็นแค่อดีตไปแล้ว ตอนนี้ฉันใกล้จะตายแล้ว เรื่องพวกนี้ไม่ได้สำคัญอีกต่อไป

ยังไงก็ต้องตาย จะตายที่บ้าน หรือตายบนเตียงทดลองยา ก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน และคงไม่มีใครสนใจด้วย

คิ้วของกู้เย่ขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ดูท่าทางเหมือนอยากจะขู่ฉันต่อ

แต่ฉันกลับยิ้มแล้วมองไปที่เขา พูดว่า “ตกลง”

“ฉันยอมไปทดลองยาให้น้องสาวแล้ว”

กู้เย่อึ้งไป เงยหน้ามองฉันด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ

“จริงเหรอ? ดีจังเลย! ในที่สุดหยวนหยวนก็รอดแล้ว!”

เขารีบวิ่งพุ่งไปที่ระเบียง โทรศัพท์หาพ่อแม่เพื่อแบ่งปันข่าวดีนี้

ฉันมองแผ่นหลังที่ลิงโลดจนเนื้อเต้นของเขา แล้วยิ้มเยาะให้กับตัวเอง

สายตาตกลงบนใบหย่าที่วางอยู่บนโต๊ะ ฉันเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา

จากนั้นก็หยิบปากกาออกจากกระเป๋า เซ็นชื่อของตัวเองลงไปอย่างไม่ลังเล

ตอนที่กู้เย่กลับเข้ามา ก็เห็นจังหวะที่ฉันวางใบหย่ากลับไปที่เดิมพอดี

เขาชะงัก “คุณทำอะไรน่ะ?”

ฉันยิ้มแล้วตอบว่า “เปล่านี่คะ?”

พอเห็นฉันอารมณ์ดิ่งลง แววตาของกู้เย่ก็ฉายความรู้สึกผิดขึ้นมาวูบหนึ่ง เขารีบเก็บใบหย่าใส่กลับเข้าไปในกระเป๋า

“ผมแค่ล้อเล่นกับคุณเฉยๆ ผมไม่หย่ากับคุณหรอก”

ฉันส่งเสียงอืมในลำคอเบาๆ บนใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

กู้เย่มองฉันอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

เพียงแต่ระหว่างทางกลับบ้าน เขาเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องความเป็นอยู่ของฉัน แล้วก็แวะซื้อของบำรุงให้ฉันตั้งเยอะแยะ

แต่ความห่วงใยทั้งหมดนี้ ก็คงเพื่อขุนให้ฉันมีร่างกายที่แข็งแรง เตรียมพร้อมสำหรับการทดลองยาให้น้องสาวก็เท่านั้น

ฉันโยนของบำรุงพวกนั้นไว้ที่เบาะหลังอย่างไม่ใส่ใจ เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

แสงแดดช่างเจิดจ้าเหลือเกิน น่าเสียดายที่อีกไม่นานก็จะมองไม่เห็นแล้ว

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงตื่นเต้นดีใจของพ่อกับแม่ แม่กำลังกอดน้องสาวร้องไห้อยู่

“หยวนหยวน ลูกรอดแล้วนะ ไม่ต้องจากแม่ไปไหนแล้ว….”

พ่อกลัวฉันจะเปลี่ยนใจ พอฉันเข้าบ้านมาก็รีบยื่นหนังสือยินยอมเข้ารับการทดลองยามาให้ทันที

หลังจากเห็นฉันเซ็นชื่อลงในหนังสือยินยอม พวกเขาถึงได้ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

“เสิ่นชิง ในที่สุดแกก็โตสักที ในที่สุดก็รู้จักคิดเผื่อน้อง เผื่อครอบครัวเราบ้างแล้ว”

“แกก็อย่าโทษพ่อกับแม่เลยนะ เพราะตอนคลอดแกใช้เวลานานเกินไป ทำให้น้องสาวแกคลอดออกมาสุขภาพไม่ดี เทียบกับแกที่แข็งแรงแล้ว น้องต้องการพ่อกับแม่มากกว่า”

“แต่พวกเราก็จะไม่ให้แกเสียเปรียบหรอกนะ ทรัพย์สินในบ้านแบ่งให้แกกับน้องคนละครึ่ง ไม่ให้น้อยหน้าไปกว่ากันแม้แต่นิดเดียว”

ฉันส่ายหน้า ข่มความขมขื่นในใจเอาไว้

“ให้น้องไปทั้งหมดเถอะค่ะ ต่อไปฉันไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว”
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
9 Bab
บทที่ 1
สามีมักจะใช้การหย่ามาขู่เพื่อให้ฉันเสียสละให้น้องสาว พ่อแม่ก็เอามรดกมาขู่เพื่อให้ฉันยกของดีๆ ให้น้องสาว เมื่อก่อนฉันคงจะร้องไห้ฟูมฟายอาละวาดไปแล้ว แต่พอสามีขู่ฉันเป็นครั้งที่หนึ่งร้อย ให้ฉันไปทดลองยาให้น้องสาว ฉันกลับตอบตกลงแถมต่อมายังทำดีกับน้องสาวสารพัด ทุกคนต่างชมว่าในที่สุดฉันก็รู้ความสักที แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่า ฉันแค่กำลังจะตาย เรื่องพวกนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วในวันที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง กู้เย่ดันใบหย่ามาตรงหน้าฉันเป็นครั้งที่หนึ่งร้อย“เสิ่นชิง ร่างกายของน้องสาวคุณแย่ลงเรื่อยๆ แล้ว เธอไม่สามารถทดลองยาต่อไปได้แล้ว ถ้าภายในหนึ่งเดือนนี้ยังวิจัยยาไม่ออก เธออาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้”“คุณกับเสิ่นหยวนหยวนเป็นฝาแฝดกัน มียีนที่คล้ายคลึงกัน หมอบอกว่าคุณสามารถไปทดลองยาแทนเธอได้ ถ้าคุณไม่ยอม งั้นพวกเราก็หย่ากันเถอะ ยังไงเสิ่นหยวนหยวนก็อยู่ได้อีกไม่นาน เธออยากให้ผมช่วยทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของเธอเป็นจริง”ฉันนั่งฟังเงียบๆ มองดูเขาพูดเรื่องไร้สาระพวกนั้นออกมาด้วยท่าทีจริงจังความจริงตั้งแต่แรกที่พวกเขาเห็นสภาพเหงื่อท่วมตัวตอนน้องสาวเข้ารับการรักษา พวกเขาก็อยากจะให้ฉันไ
Baca selengkapnya
บทที่ 2
แม่ชะงักไป ตบไหล่ฉันเบาๆ“พูดจาเหลวไหลน่า! จะไม่จำเป็นได้ยังไง ถึงกู้เย่จะรวยมาก แต่แกก็อย่ามาทำเป็นรังเกียจสมบัติของตระกูลเสิ่นนะ!”ฉันมองดูพ่อแม่ที่ร้อนรนด้วยความรู้สึกมึนงงเล็กน้อย ตั้งแต่เล็กจนโตพวกเขาไม่เคยเป็นห่วงเป็นใยฉันขนาดนี้มาก่อนเลยเพียงเพราะตอนคลอดฉันใช้เวลานานไปหน่อย ทำให้น้องสาวที่คลอดตามมาร่างกายอ่อนแอ ฉันเลยติดค้างเธอมาตั้งแต่เกิดตอนเด็กๆ ในวันเกิด พ่อกับแม่จะล้อมหน้าล้อมหลังร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้เธอ รอจนกล่อมเธอหลับไปแล้ว ถึงค่อยนึกขึ้นได้ว่าต้องมาบอกสุขสันต์วันเกิดฉันสักคำฝาแฝดบ้านอื่นได้ใส่เสื้อผ้าเหมือนกัน แต่เสื้อผ้าของน้องสาวมักจะแพงกว่าของฉันหลายเท่า ทำให้ฉันโดนเพื่อนที่โรงเรียนล้อเลียนฉันมักจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอก ที่ได้แต่มองดูพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกมีความสุขกันบางทีฉันก็แอบคิดว่า ถ้าฉันเกิดทีหลังบ้างก็คงจะดีถึงร่างกายจะอ่อนแอ แต่ก็ได้รับความรักจากคนทั้งโลกแต่ถึงอย่างนั้น น้องสาวก็ยังรู้สึกไม่พอ คอยแย่งชิงทุกอย่างไปจากฉันตอนมีแฟน เขาซื้อน้ำหอมราคาแพงให้ฉัน ถึงเธอจะมีอยู่แล้วขวดหนึ่ง แต่เธอก็ยังจะมาแย่งของฉันไปพอแต่งงาน เธอก็ยิ่งได้คืบจะ
Baca selengkapnya
บทที่ 3
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้านตระกูลเฉิง ฉันก็ถูกบอดี้การ์ดถีบจนเข่าทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นท่านผู้เฒ่าเฉิงปรายตามองฉันแวบหนึ่ง เหมือนกำลังมองขยะกองหนึ่ง“คุกเข่าอยู่หน้าประตูไปก่อนสักวันสักคืนแล้วกัน”ดังนั้น ท่ามกลางฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ ฉันที่สวมเพียงเสื้อผ้าบางๆ จึงต้องคุกเข่าอยู่ที่ด้านนอกตรงหน้ามีกล้องวิดีโอตั้งอยู่ ท่านผู้เฒ่าเฉิงบีบคางฉันแล้วขู่ว่า“กล้าทำร้ายหลานสาวฉัน ฉันจะให้พ่อแม่แกได้เห็นสภาพลูกสาวสุดที่รักของพวกมันตอนถูกฉันทรมาน!”ฉันมองกล้องตัวเล็กๆ นั้น แล้วยิ้มออกมาอย่างขมขื่นน่าเสียดายที่เขาคำนวณผิดไป ฉันไม่ใช่ลูกสาวสุดที่รักของพวกเขา พวกเขาไม่สงสารฉันหรอกเวลาในค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน จนกระทั่งสายตาของฉันเริ่มพร่ามัว และหมดสติไปในที่สุดจนกระทั่งน้ำเย็นจัดสาดโครมเข้าใส่จนฉันสะดุ้งตื่น เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนแผ่นหลังของฉันอย่างแรง“ตอนตีคนอื่นเก่งนักไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงได้อ่อนแอนักล่ะ!”ฉันกระอักเลือดออกมาคำโต สาดกระเซ็นลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลน ราวกับดอกพลับพลึงแดงที่บานสะพรั่งท่านผู้เฒ่าเฉิงแค่นหัวเราะ ให้บอดี้การ์ดส่งมีดมาให้ แล้วใช้ด้ามมีดไล
Baca selengkapnya
บทที่ 4
พ่อกับแม่หันหน้ามามอง วินาทีนี้เพิ่งจะตระหนักได้ถึงการมีตัวตนของฉัน บนใบหน้าจึงฉายแววกระอักกระอ่วนอยู่บ้างแต่พอได้ยินคำถามของฉันชัดๆ แม่ก็พูดขึ้นด้วยความโมโห“พูดจาเหลวไหลอะไร?! ก็แค่ทดลองยาง่ายๆ อย่ามาพูดจาอัปมงคลแบบนี้นะ!”พ่อเองก็มองฉันด้วยสายตาเย็นชาเช่นกัน“แกคิดจะกลับคำอีกแล้วใช่ไหม? ฉันจะบอกให้นะว่าเซ็นสัญญาไปแล้ว แกเข้าไปดีๆ จะดีกว่า รอยาวิจัยสำเร็จเมื่อไหร่ พวกเราจะมารับแกกลับบ้าน”กู้เย่จับมือฉันไว้อย่างอ่อนโยน“แป๊บเดียวเองครับ แค่เดือนเดียว รอคุณออกมา คุณอยากได้อะไรผมจะซื้อให้ทุกอย่างเลย”ฉันมองพ่อกับแม่ แล้วหันไปมองกู้เย่ สุดท้ายก็ถอนหายใจ แล้วดึงมือออกฉันหันหลังเดินเข้าห้องแล็บไปอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีความอาลัยอาวรณ์พวกเขาอีกแม้แต่นิดเดียวสิ่งที่เรียกว่าการทดลองยาไม่ได้เป็นไปตามปกติ การทดลองนั้นทรมานมาก ร่างกายของฉันในทุกๆ วันเหมือนมีมดนับพันตัวไต่ยั้วเยี้ยฉันเกาผิวหนังอย่างรุนแรง จนผิวเต็มไปด้วยรอยเลือดและบาดแผลในระหว่างนี้ พวกเขาไม่เคยมาดูดำดูดีฉันเลยแม้แต่ครั้งเดียวอาจจะกำลังกินมื้อใหญ่สุดหรู อาจจะกำลังชมพระอาทิตย์ตกที่ริมแม่น้ำแซนฉันไม่รู้หรอกฉันรู
Baca selengkapnya
บทที่ 5
ที่นอกประตู พ่อกับแม่ควงแขนเสิ่นหยวนหยวนเดินเข้ามาอย่างสนิทสนม พวกเขาดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นมากใบหน้ามีเลือดฝาดเปล่งปลั่ง แววตาฉายแววแห่งความสุขเสิ่นหยวนหยวนสวมชุดกระโปรงราคาแพง ยกมือทัดผม แหวนบนนิ้วนางส่องประกายเจิดจ้าแต่เธอกลับดูไม่ค่อยมีความสุข ในดวงตาซุกซ่อนความเกลียดชังอันลึกล้ำเอาไว้กู้เย่มองแล้วถอนหายใจ ยกมือขึ้นตบไหล่เธอเบาๆ เพื่อปลอบโยน“หยวนหยวนอย่างอแงสิครับ แหวนวงนี้ผมให้เป็นของขวัญที่คุณหายป่วยนะ อย่าเข้าใจผิด”“สำหรับผม คุณเป็นแค่น้องสาวของเสิ่นชิง และก็เป็นน้องสาวของผมด้วย แต่ภรรยาของผมคือเสิ่นชิงตลอดไป ไม่มีใครแย่งตำแหน่งของเธอไปได้”เสิ่นหยวนหยวนได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ สะบัดมือกู้เย่ออกแล้วกรีดร้องลั่น“เห็นฉันเป็นน้องสาว?! พี่ชายบ้านไหนแอบจูบน้องสาวตอนหลับในรถ! พี่ชายบ้านไหนให้แหวนเพชรเป็นของขวัญน้องสาว!”“กู้เย่ เราต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ? คุณชอบฉัน ฉันก็ชอบคุณ ฉันอยากเป็นภรรยาของคุณ! อีกอย่างนังแพศยาเสิ่นชิงหน้าเสียโฉมไปแล้ว มันไม่คู่ควรกับคุณเลยสักนิด!”“พอได้แล้ว!”พ่อตะคอกขัดจังหวะเสียงดัง มองลูกสาวที่ก้าวร้าวตรงหน้าด้วยคว
Baca selengkapnya
บทที่ 6
กู้เย่คำรามอย่างบ้าคลั่ง แต่เขากลับไม่กล้าก้าวเข้าไปพิสูจน์ความจริงที่อยู่แค่เอื้อมแม้แต่ก้าวเดียวตำรวจรีบรุดมาถึง พอเห็นสภาพต่างก็หน้าถอดสี รีบติดต่อฝ่ายนิติเวชมาเก็บหลักฐานหลังจากวางสาย นายตำรวจที่เป็นหัวหน้าก็เดินบีบจมูกเข้าไป แล้วเปิดผ้าขาวที่คลุมหน้าฉันออกพอเห็นใบหน้าของฉันที่มีหนอนแมลงวันไต่ยั้วเยี้ย กู้เย่ก็เหมือนถูกฟ้าผ่า ร่างกายอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นไม่ขยับเขยื้อนเขาตะเกียกตะกายคลานไปที่เตียงผู้ป่วยของฉัน กุมมือที่ผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูกของฉันไว้แล้วร้องไห้โฮ“เสิ่นชิง คุณล้อผมเล่นใช่ไหม… คุณอย่าทำให้ผมกลัวสิ… ก็แค่ทดลองยาเฉยๆ คุณจะตายได้ยังไง! ผมไม่เชื่อ! ผมไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด!”ฉันยืนอยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นลูบแก้มเขา แต่มือกลับทะลุผ่านไปอย่างว่างเปล่าเมื่อก่อนเวลากู้เย่ร้องไห้ ฉันจะคอยเช็ดน้ำตาให้เขา แต่ตอนนี้ ฉันสัมผัสน้ำตาของเขาไม่ได้อีกแล้วฉันไม่อยากสัมผัสมันแล้วด้วย น้ำตาของเขาไหลช้าเกินไป และมันช่างไร้ค่าเหลือเกินตอนที่พ่อกับแม่พุ่งเข้ามา กู้เย่ก็ร้องไห้จนอาเจียนออกมาแล้ว แม่เห็นสภาพฉันก็เป็นลมล้มพับไปทันที ส่วนพ่อก็โรคหัวใจกำเริบกะทันหัน ถูกหามส่งโรงพยาบาลไ
Baca selengkapnya
บทที่ 7
“คุณตำรวจครับ ฝั่งคุณสรุปรูปคดีเสร็จแล้วใช่ไหมครับ?”ตำรวจงุนงงเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับกู้เย่ส่งเสียงอืม แล้วหยิบแฟลชไดรฟ์อันเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า“งั้น ก็ถึงตาผมบ้าง”“ผมขอแจ้งความจับเสิ่นหยวนหยวน ข้อหาประกอบกิจการผิดกฎหมาย และเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”อะไรนะ?!พ่อกับแม่หันขวับกลับมาทันที จ้องมองเขาด้วยความไม่อยากจะเชื่อแต่กู้เย่ไม่อธิบายอะไรสักคำ เขาเปิดไฟล์เสียงให้เล่นออกมาทันทีทันทีที่กดเล่น เสียงแหลมๆ ของเสิ่นหยวนหยวนก็ดังขึ้น“...ใครใช้ให้แกไปฆ่ามันฮะ!”“…หนึ่งล้าน แล้วรับผิดแทนฉันซะ!”คลิปเสียงมีความยาวแค่สามสี่ประโยค แต่สำหรับทุกคน มันยาวนานราวกับผ่านไปหนึ่งศตวรรษสายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เสิ่นหยวนหยวนที่ยืนอยู่ตรงประตูเธอยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ บนแก้มยังมีคราบน้ำตาจากการร้องไห้เมื่อครู่เพียงแต่ในแววตาของเธอไม่มีความโศกเศร้า เหลือเพียงความแค้นและความไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างรุนแรง“ที่แท้… คุณก็ได้ยินหมดแล้วสินะ”เสิ่นหยวนหยวนจ้องเขม็งไปที่ผู้ชายตรงหน้า แทบอยากจะฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆแต่กู้เย่มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยความเย็นชาของเขาทำลา
Baca selengkapnya
บทที่ 8
(มุมมองบุคคลที่สาม)วันนั้น กู้เย่เองก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเสิ่นหยวนหยวน เขาจึงแอบสะกดรอยตามไปและในที่สุดก็ได้ยินความจริงที่น่าตกตะลึงจนขนหัวลุกพวกนั้นกู้เย่ไม่รู้ว่าตัวเองเดินออกมาจากห้องแล็บได้ยังไง รู้แค่ว่าวันนั้นฝนตกลงมาหนักมากกว่าเขาจะกลับถึงบ้าน ทั้งตัวก็เปียกโชกไปหมดแล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิดเขามองดูนิ้วมือที่สั่นเทาของตัวเอง นึกถึงศพที่เย็นชืดร่างนั้นที่เขาเพิ่งจะได้สัมผัสเมื่อครู่มันเย็นมาก เย็นจนบาดลึกถึงกระดูกเขานั่งลงบนโซฟา ดูไฟล์เสียงที่อัดไว้ในมือถือด้วยสีหน้าเจ็บปวดด้านหนึ่งคือความโกรธที่ถูกหลอก อีกด้านหนึ่งคนคนนั้นก็น้องสาวที่เขาประคบประหงมรักใคร่มาหลายปีเขากระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดขวด พอเงยหน้าขึ้น จู่ๆ ก็เห็นรูปแต่งงานที่แขวนอยู่บนผนังตรงหน้าในรูป เสิ่นชิงไม่ได้มองกล้อง แต่หันหน้าเงยขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอ่อนโยนพอมองไปเรื่อยๆ จู่ๆ กู้เย่ก็ยกมือปิดหน้าแล้วร้องไห้ออกมาเขาเคยสัญญาว่าจะพาเธอออกจากนรก คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นเขาเองที่ผลักเธอลงนรกกับมือคืนนั้น เขาดื่มเหล้าไปเยอะมาก กอดขวดเหล้าพร่ำเรี
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เสิ่นหยวนหยวนถูกจับกุมเข้าคุกแต่พ่อกับแม่กลับไม่มีเวลามานั่งเสียใจ และยิ่งไม่มีเวลาไปช่วยเธอข่าวฉาวโฉ่เรื่องลูกเศรษฐีฆ่าพี่สาวตัวเองพุ่งขึ้นสู่อันดับหนึ่งของข่าวบันเทิงทันทีคนตระกูลเฉิงเห็นสภาพศพที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นในข่าว และได้ยินชื่อของฉันในรายการ ก็รู้ตัวทันทีว่าถูกคนตระกูลเสิ่นหลอกต้มเข้าให้แล้วครั้งนี้ พวกเขาไม่ใจอ่อนอีกต่อไป จัดการทำให้ตระกูลเสิ่นล้มละลายภายในชั่วข้ามคืนเจ้าหนี้และนักข่าวปิดล้อมหน้าประตูบ้านจนแน่นขนัด พ่อแม่ที่แก่ชราสองคนได้แต่หลบหัวอยู่ในบ้านไม่กล้าออกไปไหนก้อนหินถูกปาเข้ามาจนกระจกแตก คำด่าทอนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่หูพวกเขาไม่นาน พ่อก็เส้นเลือดในสมองแตก แต่แม่กลับไม่กล้าเปิดประตูเรียกรถพยาบาลสุดท้าย พ่อก็ตายแม่กอดศพพ่อร้องไห้จนแทบจะขาดใจ ดวงตาของแม่แดงก่ำ เต็มไปด้วยความเคียดแค้นจนกระทั่งต่อมาเสิ่นหยวนหยวนร้องขอให้แม่ไปเยี่ยมที่เรือนจำหลายต่อหลายครั้ง ก็ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเสิ่นหยวนหยวนฝากตำรวจมาบอกว่า ถ้าแม่ไม่ไป เธอจะฆ่าตัวตายตอนที่ตำรวจไปหาแม่ แม่ผู้ซึ่งเคยรักลูกสาวคนเล็กดั่งแก้วตาดวงใจกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ตอบกลับด้วย
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status