Se connecterฉันกำลังจะออกจากร้านอาหารที่น้องชายฉันเปิด แต่กลับถูกผู้จัดการเรียกไว้ “คุณผู้หญิงคะ สวัสดีค่ะ คุณยังไม่ได้ชำระเงินนะคะ” ฉันมองดูใบหน้าที่ไม่คุ้นตานั้น คิดในใจว่าน่าจะเป็นพนักงานใหม่ที่ไม่รู้จักฉัน เลยอธิบายกับเธอด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ให้ลงบิลไว้ที่บัญชีของเจ้าของร้านก็ได้ค่ะ เขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว” ผู้จัดการหญิงปรายตามองฉันอย่างดูแคลนก่อนจะพูดว่า “คุณผู้หญิงคะ ร้านของเราเป็นร้านมิชลินสามดาว ไม่เคยมีธรรมเนียมให้ลงบิลมาก่อนค่ะ” พูดจบ เธอก็ยื่นใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายที่พิมพ์ออกมาแล้วมาให้ฉัน ฉันก้มตาลงเหลือบมองแวบหนึ่ง มื้อเดียวราคา สองล้านห้าแสน ค่าดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร หนึ่งแสนห้าหมื่น ค่าเครื่องฟอกอากาศเฉพาะบุคคล สองแสนห้าหมื่น ค่าบริการปลอบประโลมสภาพจิตใจสำหรับลูกค้าวีไอพี ห้าแสน ยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ อีกเพียบ ฉันเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าน้องชายจะมาเปิดร้านโก่งราคาแบบนี้ พอเห็นเข้าเลยโกรธจนหัวเราะออกมา “ฉันเป็นพี่สาวของคุณไป๋นะ ถ้ามีปัญหาอะไร ให้เขากลับไปคุยกับฉันที่บ้านเอง” แต่เธอกลับไม่ยอมเลิกรา พูดแขวะไม่หยุดว่า “ไม่มีปัญญาจ่ายก็อย่ามาทำเป็นอวดดีสิคะ ยังจะกล้าอ้างว่ารู้จักคุณไป๋อีกเหรอ?” ฉันส่งข้อความสั้นถึงเลขาว่า : บอกน้องชายฉัน เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง จะไล่ผู้หญิงคนนี้ออก หรือฉันจะถอนเงินลงทุน
Voir plus――子どもは、まだなの。
御門家の朝食卓で、その問いは天気の話みたいな顔で落ちてきた。 問いというより、確認だ。いつまで待たせるつもりなのか、と。銀のスプーンが白い皿に触れる小さな音のほうが、よほどやさしい。 「仕事が忙しいのはわかるけれど、女には期限がありますからね」 義母の冴子は穏やかに微笑んだ。 露骨に責める人より、こういう人のほうが厄介だ。やさしい声のまま、逃げ場のないところだけを刺してくる。 隣では、義祖母の千鶴が新聞を畳み、こちらも見ずに口を開いた。 「会社を支えたことは評価しているわ。でもね、真尋さん。妻の仕事は、それだけじゃないの」 喉の奥が細くなる。飲み込んだ味噌汁の温度だけが、やけに熱かった。 ええ、知っています。私は道具です。会社でも、家でも。用途が違うだけで。 何度もそう言おうとしたのに、結局口に出せなかった。 年長者との上下関係を気にしてしまうのかもしれない。 あるいはただ彼に自分をかばってほしいと期待しているだけ。 「高齢出産は、どうしても虚弱のリスクがありますからね」 義母は気遣うように微笑んだ。 「男の子なら朔臣、女の子なら美琴。あまり虚弱では、名前に負けてしまうでしょう?」 一瞬、意味がわからなかった。 まだ性別もわからない。そもそも、名前の話など一度もしていない。 「……その名前」 「この家の子の名前よ」 義母は穏やかに紅茶を口に運ぶ。 「もう決めてあるの」 その瞬間、隣で朔弥さんがカップを置く音が、かすかに硬く響いた。思わずそちらを見ると、彼は伏し目がちのまま黙っている。けれど、その横顔だけが、ひどく冷えて見えた。まるで何かを押し殺すように。 その沈黙すら、私を守るものではなかった。 会社に着くころには、肩がもう硬かった。 私は経営管理と再建実務を握る上級マネージャーで、表向きの肩書き以上に、この会社の継ぎ目を縫う側の人間だ。人が嫌がる穴埋めほど、たいてい私の机に落ちてくる。 九時前だというのに、デスクには三つの付箋と四件のメッセージが積まれていた。役員会資料の差し替え、来週の銀行説明の数字確認、ホテル部門の予算再計算、ブライダル案件の火消し。どれも急ぎで、どれも本来は別の誰かの仕事だ。 「高瀬さん、こっちも見てもらえます?」 「悪い、これ今日中」 「真尋さんなら早いから」 感謝ではない。信頼に似た、もっと雑なものだ。水道の蛇口をひねるみたいに、当然の顔で私を使う。 午前中だけで二つ会議を回し、昼前には役員の言い争いを止め、午後には数字の穴を埋めた。社内政治まで含めて帳尻を合わせるのが私の仕事らしい。決算書に載らない部分ほど、どうしていつも人の体温を削っていくのだろう。 助かりましたの一言もないまま会議室を出る背中を見送って、私はやっと息を吐いた。胃のあたりが空っぽなのに重い。 心から好きな仕事が、いつの間にかこうなってしまった。 社長夫人になっても部下から尊重されず、かえって仕事をこなすだけの存在になった。 ――その根本にはやはり社長――朔弥さんの態度がある。 もういい。仕事は、ここまでだ。 会社を辞めよう。家庭に入ろう。そうすれば少なくとも、役に立つ場所を一つに絞れる。全部を満たして、それでも足りないと言われるよりはましだ。 そう決めた夜、私はいつもより少しだけ早く帰宅した。朔弥さんに話そうと思ったのだ。仕事を辞めること。子どものことを、ちゃんと考えたいこと。これ以上何も取りこぼしたくなかった。こうすれば、もしかしたら私たちの関係も、もう一歩進めるかもしれない。冷蔵庫にあった食材で、簡単なおかずを二品だけ作った。前に一度、朔弥さんが「君の料理はうまい」と言ったことがある。忙しくて、そういうことをする余裕なんてほとんどなかったのに、あのとき少しうれしかったから、その一言だけは案外きれいに覚えていた。
今日の朔弥さんはなんだか機嫌がよさそうで、何かを待っているみたいだった。 もしかして、彼も私と同じことを考えているのだろうか。 今夜こそ、私たちは……。 「朔弥さん、大事な話があるの……」 言いかけたそのとき、彼のスマホが鳴った。 遠慮する間もなく、彼はすぐに電話に出た。 「……わかった。今行く」 彼は立ち上がるのが早かった。私を見る。何か言いかけて、言わない。 「悪い。急ぎだ。話は後で」 彼が待っていたのは、電話だったんだ。 仕事の急用? でも、どうも仕事という感じでもない……。 その夜、社員用のグループチャットに流れてきた雑談が目に入った。 〈見た?〉 〈マジで帰国したって〉 〈一条澄麗さん〉 〈社長、自分で空港まで迎えに行ったらしい〉 一条|澄麗《すみれ》。 あの女が......帰ってきた。ฉันถอนการลงทุนทั้งหมดออกจากร้านอาหารมิชลินแห่งนั้น รองประธานพร้อมทีมงานหลักพากันลาออกยกทีม แล้วตามฉันไปเริ่มต้นใหม่ด้วยกันไม่ถึงครึ่งปี ร้านอาหารแห่งใหม่ของฉันก็อาศัยบริการที่ดีกว่าและอาหารที่มีคุณภาพเหนือกว่า สร้างชื่อและยืนหยัดในวงการได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการส่วนร้านของไป๋เฉิงหย่วน พอสูญเสียทั้งทีมงานหลักและเงินทุนสนับสนุน อีกทั้งยังได้รับผลกระทบด้านลบจากคดีของเจิ้งอิงอิง ไม่นานก็บริหารต่อไม่ไหว และต้องปิดกิจการลงได้ยินมาว่า ไป๋เฉิงหย่วนเอาเงินหนึ่งล้านที่ฉันให้ไป ลองทำธุรกิจเล็ก ๆ ดู แต่สุดท้ายก็ขาดทุนย่อยยับ หมดตัวทุกครั้งเขาเคยชินกับการใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายมาตลอด จึงไม่เข้าใจเลยว่าการใช้ชีวิตอย่างประหยัดและวางแผนค่าใช้จ่ายนั้นต้องทำอย่างไรไม่นานนัก เขาก็ใช้เงินเก่ากินไปวัน ๆ จนหมดสิ้น แม้แต่ค่าเช่าบ้านก็ยังจ่ายไม่ไหวต่อมาอีก ฉันก็ได้ยินข่าวของเขาจากหลินม่านบอกว่าเพื่อปากท้อง เขาไปทำงานเป็นพนักงานบริการในบาร์ ต้องฝืนยิ้มทุกวัน คอยยกเครื่องดื่มเสิร์ฟให้กับคนที่เขาเคยดูถูกเหยียดหยามมาก่อนครั้งหนึ่ง เขายังถูก “เพื่อน” เก่าคนหนึ่งจำได้เข้า และถูกดูหมิ่นเ
เหตุการณ์หลังจากนั้น ดำเนินไปอย่างราบรื่นกว่าที่ฉันคาดไว้คดีของเจิ้งอิงอิง มีหลักฐานแน่นหนา ชัดเจนภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านอาหาร รายงานการตรวจบาดแผลบนร่างกายของฉัน บันทึกการโอนเงินห้าล้านบาท รวมถึงคำให้การชี้ตัวของยามทั้งสองคน ทำให้เธอไม่มีทางปฏิเสธได้เลยเธอถูกตัดสินจำคุกสามปีได้ยินมาว่าในศาล เธอยังร้องไห้ตะโกนเรียกชื่อไป๋เฉิงหย่วนอยู่ตลอด บอกว่าเขาจะช่วยพาเธอออกมาให้ได้น่าเสียดายว่า ในตอนนั้นไป๋เฉิงหย่วนเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้วหลังจากถูกฉันไล่ออกจากวิลล่า เขาก็ไม่เหลือทรัพย์สินอะไรติดตัวเลยบรรดาเพื่อนที่เคยรุมล้อมอยู่รอบตัวเขา หายไปจนไม่เหลือเงาในพริบตาเขาไปหาพ่อ แต่พ่อเองก็มีปมค้างคาใจกับเขาจากเรื่องในอดีตอยู่แล้ว อีกทั้งยังเกรงอิทธิพลและความแข็งกร้าวของฉัน จึงปฏิเสธไม่ยอมให้เขาเข้าพบโดยตรงเขาอยากกลับไปที่บริษัท แต่กลับถูกยามกันไว้ตรงโถงทางเข้า สภาพเหมือนหมาจรจัดที่ไร้ที่พึ่งในที่สุดเขาก็ได้ลิ้มรสความรู้สึกของการร่วงจากจุดสูงสุด ลงสู่ก้นบึ้งของโคลนตมต่อมา เขาไม่รู้ไปหาหมายเลขโทรศัพท์ของหลินม่านมาจากไหน โทรหาเธอรัว ๆ อย่างคนเสียสติ อ้อนวอนให้หลินม่านช่วยนัด
ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมา โทรหาผู้ช่วย แล้วกดเปิดลำโพง“คุณไป๋ครับ” เสียงของผู้ช่วยดังขึ้นอย่างนอบน้อม“แจ้งฝ่ายกฎหมายและฝ่ายรักษาความปลอดภัยด้วย”เสียงของฉันไร้ซึ่งความอบอุ่นแม้แต่น้อย“ข้อหนึ่ง เรียกคืนทรัพย์สินทั้งหมดที่อยู่ในชื่อของไป๋เฉิงหย่วน ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ รวมถึงบัตรดำเลขท้าย 8888 ใบนั้น ให้ระงับการใช้งานทันที และเช้าวันพรุ่งนี้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อย”“ข้อสอง ในนามของคณะกรรมการบริษัทไป๋ซื่อ กรุ๊ป ให้เพิกถอนหุ้นทั้งหมดที่เคยมอบให้ไป๋เฉิงหย่วน และถอดชื่อเขาออกจากทุกโครงการของกรุ๊ป”“ข้อสาม แจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยของวิลล่าหลังนี้ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป คุณไป๋เฉิงหย่วนไม่ใช่เจ้าของที่นี่อีกต่อไป ขอให้เขาออกจากสถานที่แห่งนี้ภายในสิบนาที”“สิ่งเดียวที่เขาสามารถนำออกไปได้ มีเพียงเสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่ตอนนี้เท่านั้น”“เข้าใจไหม?”“รับทราบครับ คุณไป๋ ผมจะไปดำเนินการทันที” เสียงของผู้ช่วยตอบกลับอย่างฉับไวเด็ดขาดฉันวางสาย แล้วเก็บโทรศัพท์กลับเข้าไปในกระเป๋าตลอดทั้งกระบวนการ ฉันไม่แม้แต่จะเหลียวมองไป๋เฉิงหย่วนอีกสักครั้งเขาราวกับถูกดูดพลังทั้งหมดออกไป
ฉันใช้แรงไปไม่น้อย ใบหน้าของไป๋เฉิงหย่วนสะบัดไปด้านข้างทันที รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏชัดขึ้นอย่างรวดเร็วเขาถูกตบจนมึนงง และทุกคนก็อึ้งไปตามกันเขากุมแก้มตัวเอง มองฉันด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ไฟโกรธในดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นความอับอายขายหน้า“พี่… พี่ตบผมเหรอ?”“ฉันตบเพื่อให้นายรู้สึกตัว”เสียงของฉันเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งฉันกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องรับแขก เหล่าคนดูเหตุการณ์เหล่านั้น ก่อนจะหันสายตากลับมาจับจ้องที่ใบหน้าของไป๋เฉิงหย่วนอีกครั้ง“พวกนายทุกคนคิดว่า เขาคือเจ้าของที่นี่ เป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลไป๋ ใช่ไหม?”ไม่มีใครกล้าเปล่งเสียงออกมาฉันหัวเราะเบา ๆ แต่รอยยิ้มกลับไม่ถึงดวงตา“ไป๋เฉิงหย่วน นายเองก็คิดแบบนั้นมาตลอดใช่ไหม?”“นายคิดมาตลอดใช่ไหมว่า นายเกิดมาก็สมควรได้ครอบครองทุกอย่างอยู่แล้ว? ทั้งวิลล่าหลังนี้ รถหรูที่จอดอยู่ข้างนอก หุ้นในบริษัท รวมถึงบัตรดำวงเงินไม่จำกัดที่ฉันให้นาย?”เขาไม่พูดอะไร แต่แววตาไม่ยอมรับนั้นก็อธิบายทุกอย่างได้ชัดเจน“นายเคยคิดบ้างไหม ว่าทำไม?”“ทำไมทั้งที่พ่อรักนายมากกว่า แต่กลับยกหุ้นของบริษัทถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ให้ฉัน?”“ทำไมพี่สาวอย่างฉันต้องทำตั
ในความมืด ผู้จัดการหญิงคนนั้นไม่พูดอะไรสักคำ เธอยกเท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงขึ้น แล้วเตะเข้าที่ท้องน้อยของฉันอย่างแรงความเจ็บปวดรุนแรงทำให้ฉันงอตัวลงทันที ท้องไส้ปั่นป่วนราวกับคลื่นซัดถาโถม“กล้าใช้เงินของผู้ชายฉันเหรอ!” “กล้ามายั่วยวนเขาเหรอ!”เธอกรีดร้องเสียงแหลม เสียงนั้นบิดเบี้ยวไปด้วยความอิจ
“คุณผู้หญิงคะ อย่าเสียเวลาของทุกคนเลย ชำระเงินเถอะค่ะ”น้ำเสียงของเธอทั้งหนักแน่นทั้งเชือดเฉือน ราวกับตัดสินฉันไปแล้วว่าเป็นผู้หญิงหน้าเงิน ชอบอวดรวย และตั้งใจมากินฟรีไม่ยอมจ่ายรอบข้างเริ่มมีสายตาหลายคู่หันมามองอย่างอยากรู้อยากเห็นฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่อยากเสียเวลาไปกับเรื่องน่าเบื่อแบบนี้ จึง
หลินม่านเร็วมากอย่างน่าตกใจไม่นานนัก ประตูห้องเก็บของก็ถูกคนผลักเปิดเข้ามาจากด้านนอกอย่างแรงหลินม่านพาบอดี้การ์ดสองคนเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบพอเธอเห็นคราบเลือดที่มุมปากของฉัน เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายยุ่งเหยิง และสภาพน่าสมเพชที่ฉันขดตัวอยู่กับพื้น เธอก็ตกใจจนสะดุ้งสุดตัวเธอรีบก้าวเข้าไปพยุงฉันขึ
อากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง เหลือเพียงเสียงส้นสูงของฉันกระทบพื้นดังแหลมใส กึก กึกฉันก้าวไปทีละก้าว มุ่งหน้าไปยังคู่ชายหญิงที่กำลังกอดกันอยู่กลางห้องนั่งเล่นสีหน้าของไป๋เฉิงหย่วนเรียกได้ว่าสะดุดตาอย่างถึงที่สุดเขานิ่งอึ้งไปก่อน จากนั้นก็เกิดความหวาดกลัวที่กลั้นไม่อยู่ ใบหน้าซีดเผือดลงในพริบตาเข





