LOGINฉันกำลังจะออกจากร้านอาหารที่น้องชายฉันเปิด แต่กลับถูกผู้จัดการเรียกไว้ “คุณผู้หญิงคะ สวัสดีค่ะ คุณยังไม่ได้ชำระเงินนะคะ” ฉันมองดูใบหน้าที่ไม่คุ้นตานั้น คิดในใจว่าน่าจะเป็นพนักงานใหม่ที่ไม่รู้จักฉัน เลยอธิบายกับเธอด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ให้ลงบิลไว้ที่บัญชีของเจ้าของร้านก็ได้ค่ะ เขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว” ผู้จัดการหญิงปรายตามองฉันอย่างดูแคลนก่อนจะพูดว่า “คุณผู้หญิงคะ ร้านของเราเป็นร้านมิชลินสามดาว ไม่เคยมีธรรมเนียมให้ลงบิลมาก่อนค่ะ” พูดจบ เธอก็ยื่นใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายที่พิมพ์ออกมาแล้วมาให้ฉัน ฉันก้มตาลงเหลือบมองแวบหนึ่ง มื้อเดียวราคา สองล้านห้าแสน ค่าดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร หนึ่งแสนห้าหมื่น ค่าเครื่องฟอกอากาศเฉพาะบุคคล สองแสนห้าหมื่น ค่าบริการปลอบประโลมสภาพจิตใจสำหรับลูกค้าวีไอพี ห้าแสน ยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ อีกเพียบ ฉันเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าน้องชายจะมาเปิดร้านโก่งราคาแบบนี้ พอเห็นเข้าเลยโกรธจนหัวเราะออกมา “ฉันเป็นพี่สาวของคุณไป๋นะ ถ้ามีปัญหาอะไร ให้เขากลับไปคุยกับฉันที่บ้านเอง” แต่เธอกลับไม่ยอมเลิกรา พูดแขวะไม่หยุดว่า “ไม่มีปัญญาจ่ายก็อย่ามาทำเป็นอวดดีสิคะ ยังจะกล้าอ้างว่ารู้จักคุณไป๋อีกเหรอ?” ฉันส่งข้อความสั้นถึงเลขาว่า : บอกน้องชายฉัน เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง จะไล่ผู้หญิงคนนี้ออก หรือฉันจะถอนเงินลงทุน
View Moreฉันถอนการลงทุนทั้งหมดออกจากร้านอาหารมิชลินแห่งนั้น รองประธานพร้อมทีมงานหลักพากันลาออกยกทีม แล้วตามฉันไปเริ่มต้นใหม่ด้วยกันไม่ถึงครึ่งปี ร้านอาหารแห่งใหม่ของฉันก็อาศัยบริการที่ดีกว่าและอาหารที่มีคุณภาพเหนือกว่า สร้างชื่อและยืนหยัดในวงการได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการส่วนร้านของไป๋เฉิงหย่วน พอสูญเสียทั้งทีมงานหลักและเงินทุนสนับสนุน อีกทั้งยังได้รับผลกระทบด้านลบจากคดีของเจิ้งอิงอิง ไม่นานก็บริหารต่อไม่ไหว และต้องปิดกิจการลงได้ยินมาว่า ไป๋เฉิงหย่วนเอาเงินหนึ่งล้านที่ฉันให้ไป ลองทำธุรกิจเล็ก ๆ ดู แต่สุดท้ายก็ขาดทุนย่อยยับ หมดตัวทุกครั้งเขาเคยชินกับการใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายมาตลอด จึงไม่เข้าใจเลยว่าการใช้ชีวิตอย่างประหยัดและวางแผนค่าใช้จ่ายนั้นต้องทำอย่างไรไม่นานนัก เขาก็ใช้เงินเก่ากินไปวัน ๆ จนหมดสิ้น แม้แต่ค่าเช่าบ้านก็ยังจ่ายไม่ไหวต่อมาอีก ฉันก็ได้ยินข่าวของเขาจากหลินม่านบอกว่าเพื่อปากท้อง เขาไปทำงานเป็นพนักงานบริการในบาร์ ต้องฝืนยิ้มทุกวัน คอยยกเครื่องดื่มเสิร์ฟให้กับคนที่เขาเคยดูถูกเหยียดหยามมาก่อนครั้งหนึ่ง เขายังถูก “เพื่อน” เก่าคนหนึ่งจำได้เข้า และถูกดูหมิ่นเ
เหตุการณ์หลังจากนั้น ดำเนินไปอย่างราบรื่นกว่าที่ฉันคาดไว้คดีของเจิ้งอิงอิง มีหลักฐานแน่นหนา ชัดเจนภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านอาหาร รายงานการตรวจบาดแผลบนร่างกายของฉัน บันทึกการโอนเงินห้าล้านบาท รวมถึงคำให้การชี้ตัวของยามทั้งสองคน ทำให้เธอไม่มีทางปฏิเสธได้เลยเธอถูกตัดสินจำคุกสามปีได้ยินมาว่าในศาล เธอยังร้องไห้ตะโกนเรียกชื่อไป๋เฉิงหย่วนอยู่ตลอด บอกว่าเขาจะช่วยพาเธอออกมาให้ได้น่าเสียดายว่า ในตอนนั้นไป๋เฉิงหย่วนเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้วหลังจากถูกฉันไล่ออกจากวิลล่า เขาก็ไม่เหลือทรัพย์สินอะไรติดตัวเลยบรรดาเพื่อนที่เคยรุมล้อมอยู่รอบตัวเขา หายไปจนไม่เหลือเงาในพริบตาเขาไปหาพ่อ แต่พ่อเองก็มีปมค้างคาใจกับเขาจากเรื่องในอดีตอยู่แล้ว อีกทั้งยังเกรงอิทธิพลและความแข็งกร้าวของฉัน จึงปฏิเสธไม่ยอมให้เขาเข้าพบโดยตรงเขาอยากกลับไปที่บริษัท แต่กลับถูกยามกันไว้ตรงโถงทางเข้า สภาพเหมือนหมาจรจัดที่ไร้ที่พึ่งในที่สุดเขาก็ได้ลิ้มรสความรู้สึกของการร่วงจากจุดสูงสุด ลงสู่ก้นบึ้งของโคลนตมต่อมา เขาไม่รู้ไปหาหมายเลขโทรศัพท์ของหลินม่านมาจากไหน โทรหาเธอรัว ๆ อย่างคนเสียสติ อ้อนวอนให้หลินม่านช่วยนัด
ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมา โทรหาผู้ช่วย แล้วกดเปิดลำโพง“คุณไป๋ครับ” เสียงของผู้ช่วยดังขึ้นอย่างนอบน้อม“แจ้งฝ่ายกฎหมายและฝ่ายรักษาความปลอดภัยด้วย”เสียงของฉันไร้ซึ่งความอบอุ่นแม้แต่น้อย“ข้อหนึ่ง เรียกคืนทรัพย์สินทั้งหมดที่อยู่ในชื่อของไป๋เฉิงหย่วน ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ รวมถึงบัตรดำเลขท้าย 8888 ใบนั้น ให้ระงับการใช้งานทันที และเช้าวันพรุ่งนี้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อย”“ข้อสอง ในนามของคณะกรรมการบริษัทไป๋ซื่อ กรุ๊ป ให้เพิกถอนหุ้นทั้งหมดที่เคยมอบให้ไป๋เฉิงหย่วน และถอดชื่อเขาออกจากทุกโครงการของกรุ๊ป”“ข้อสาม แจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยของวิลล่าหลังนี้ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป คุณไป๋เฉิงหย่วนไม่ใช่เจ้าของที่นี่อีกต่อไป ขอให้เขาออกจากสถานที่แห่งนี้ภายในสิบนาที”“สิ่งเดียวที่เขาสามารถนำออกไปได้ มีเพียงเสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่ตอนนี้เท่านั้น”“เข้าใจไหม?”“รับทราบครับ คุณไป๋ ผมจะไปดำเนินการทันที” เสียงของผู้ช่วยตอบกลับอย่างฉับไวเด็ดขาดฉันวางสาย แล้วเก็บโทรศัพท์กลับเข้าไปในกระเป๋าตลอดทั้งกระบวนการ ฉันไม่แม้แต่จะเหลียวมองไป๋เฉิงหย่วนอีกสักครั้งเขาราวกับถูกดูดพลังทั้งหมดออกไป
ฉันใช้แรงไปไม่น้อย ใบหน้าของไป๋เฉิงหย่วนสะบัดไปด้านข้างทันที รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏชัดขึ้นอย่างรวดเร็วเขาถูกตบจนมึนงง และทุกคนก็อึ้งไปตามกันเขากุมแก้มตัวเอง มองฉันด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ไฟโกรธในดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นความอับอายขายหน้า“พี่… พี่ตบผมเหรอ?”“ฉันตบเพื่อให้นายรู้สึกตัว”เสียงของฉันเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งฉันกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องรับแขก เหล่าคนดูเหตุการณ์เหล่านั้น ก่อนจะหันสายตากลับมาจับจ้องที่ใบหน้าของไป๋เฉิงหย่วนอีกครั้ง“พวกนายทุกคนคิดว่า เขาคือเจ้าของที่นี่ เป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลไป๋ ใช่ไหม?”ไม่มีใครกล้าเปล่งเสียงออกมาฉันหัวเราะเบา ๆ แต่รอยยิ้มกลับไม่ถึงดวงตา“ไป๋เฉิงหย่วน นายเองก็คิดแบบนั้นมาตลอดใช่ไหม?”“นายคิดมาตลอดใช่ไหมว่า นายเกิดมาก็สมควรได้ครอบครองทุกอย่างอยู่แล้ว? ทั้งวิลล่าหลังนี้ รถหรูที่จอดอยู่ข้างนอก หุ้นในบริษัท รวมถึงบัตรดำวงเงินไม่จำกัดที่ฉันให้นาย?”เขาไม่พูดอะไร แต่แววตาไม่ยอมรับนั้นก็อธิบายทุกอย่างได้ชัดเจน“นายเคยคิดบ้างไหม ว่าทำไม?”“ทำไมทั้งที่พ่อรักนายมากกว่า แต่กลับยกหุ้นของบริษัทถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ให้ฉัน?”“ทำไมพี่สาวอย่างฉันต้องทำตั





