Share

บทที่ 5

Penulis: เสี่ยวเฉิง
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันออกไป คนที่ปรากฏออกมาคนสุดท้ายคืออู๋คุน อาจารย์ที่ฉันเคารพมากที่สุด

“พ่อบุญธรรม! มาแล้วเหรอคะ?” เมื่อเห็นอู๋คุน ดวงตาของไป๋เวยเวยก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

อาจารย์อู๋คุนยื่นซองแดงหนาให้เธอ “ยัยหนู สุขสันต์วันแต่งงานนะ!”

ยัยหนู? เมื่อก่อนอาจารย์ก็เคยเรียกฉันแบบนี้เหมือนกัน

“กู้จิ่นเซิน ดูแลเวยเวยของพวกเราดี ๆ ล่ะ!” อาจารย์อู๋คุนยิ้ม ก่อนจะตบไหล่กู้จิ่นเซินเบาๆ

“ที่ต้าจ้วงพูดไม่ผิดเลย ดีแล้วล่ะที่เจียงหวยเยว่หนีไป ไม่อย่างนั้นเธอคงจะเป็นตัวปัญหา ที่เกือบจะทำให้พวกเธอคลาดกันไป!”

“บางทีอาจารย์ก็อยากให้เธอตายอยู่ที่แอนตาร์กติกานั่นแหละ ชาตินี้จะได้ไม่ต้องโผล่มาให้เราเห็นอีก!”

ฉันที่ลอยอยู่กลางอากาศ กำลังฟังคำพูดที่น่าขบขันของพวกเขา

จะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก

ครั้งหนึ่ง ฉันเคยเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของทีมสำรวจทางวิทยาศาสตร์ในสายตาของทุกคน

แต่ตอนนี้ คนที่เคยบอกว่ารักฉันกลับไม่มีใครเชื่อในตัวฉันแม้แต่คนเดียว

กู้จิ่นเซินมองอาจารย์อู๋ “อาจารย์อู๋ ไม่ต้องคิดแล้วครับ เจียงหวยเยว่ได้รับโทษแล้ว”

“อาจารย์ลืมไปแล้วเหรอ? ตอนนั้นผมส่งรายงานเพิกถอนตำแหน่งและยศของเธอออกทั้งหมดไปแล้ว!”

อาจารย์อู๋นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “ใช่! นายทำดีมาก!”

“อาจารย์ก็คิดว่าคนทรยศแบบนี้ ต่อให้ตายซักร้อยรอบก็ยังไม่พอด้วยซ้ำ”

“แค่เพิกถอนตำแหน่งและยศของเธอน่ะ มันยังน้อยไป!”

หัวใจของฉันค่อย ๆ จมดิ่งลงไปทีละนิด

“เพราะฉะนั้น อาจารย์จะมอบของขวัญวันแต่งงานให้พวกนายอีกชิ้น!” อาจารย์อู๋หยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋า และยื่นไปให้พวกเขา

“ก่อนหน้านี้ จิ่นเซิน เรื่องที่นายเคยพูดกับอาจารย์ไว้ อาจารย์จัดการให้แล้วนะ!” น้ำเสียงของอาจารย์อู๋เต็มไปด้วยความจริงจัง “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจียงหวยเยว่จะถูกถอดชื่อออกจากทีมสำรวจทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ!”

“ให้คิดเสียว่าทีมสำรวจทางวิทยาศาสตร์ของพวกเรา ไม่เคยมีคนทรยศคนนั้นอยู่!”

น่าขันจริง ๆ ข้อเสนอที่คู่หมั้นของฉันเป็นคนเสนอ มีอาจารย์ของฉันเป็นคนดำเนินการ

ทั้งสองเหมือนเป็นเพชฌฆาตที่ตัดความหวังและอุดมการณ์ของฉันในโลกนี้ด้วยมือของพวกเขาเอง

พ่อแม่ของฉันเสียชีวิตตั้งแต่เด็ก ฉันจึงเคารพอาจารย์อู๋เหมือนเป็นพ่อแท้ ๆ ของตัวเอง

ฉันเองก็เคยหวังเอาไว้นับครั้งไม่ถ้วนว่า เขาจะไม่เชื่อคำพูดของไป๋เวยเวย และจะช่วยล้างมลทินให้ฉัน

แต่ฉันคิดผิด

ในสายตาของพวกเขา ฉันเป็นแค่คนไร้มนุษยธรรมคนหนึ่ง

คนที่ฉันเชื่อใจทุกคน ไม่มีใครเชื่อฉันเลยแม้แต่คนเดียว

กู้จิ่นเซินรับเอกสารมา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ขอบคุณครับอาจารย์ นี่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่ผมกับเวยเวยได้รับเลย!”

ของขวัญที่ดีที่สุด?

ที่แท้การลงโทษและการเหยียดหยามฉัน คือสิ่งที่กู้จิ่นเซินอยากเห็นมากที่สุด

ไป๋เวยเวยยกมือขึ้นป้องปาก “พ่อบุญธรรม จิ่นเซิน พวกคุณทำแบบนี้ แล้วถ้าหลังจากนี้พี่เวยเวยกลับมา จะไม่โทษฉันเหรอ!”

เมื่อกู้จิ่นเซินพูดถึงฉันขึ้นมา คิ้วของเขาก็ขมวดเป็นปม ราวกับว่าหากพูดถึงฉันมากไปกว่านี้จะทำให้เขาโชคร้าย

“เธอก็ทำตัวเองทั้งนั้น! คนแบบเธอ ต่อให้ต้องตายซักหมื่นครั้งเพื่อชดใช้ความผิดก็สมควรแล้ว!”

สิ้นเสียงของเขา โทรศัพท์ของกู้จิ่นเซินก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

ราวกับเป็นเสียงที่เร่งให้ใครบางคนถึงจุดจบ

กู้จิ่นเซินกดรับสาย ไม่นานนักก็มีเสียงดังขึ้นจากปลายสาย

“พี่กู้ ผลตรวจออกแล้วครับ”

“ศพนั้นคือ…เจียงหวยเยว่”

“เจียงหวยเยว่คนที่หายตัวไปในทีมสำรวจทางวิทยาศาสตร์เมื่อสามปีก่อนครับ”

ฉันเห็นกู้จิ่นเซินชะงักไปทันที เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

“ว่ายังไงนะ?”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “พี่กู้ ผลดีเอ็นเอตรงกันครับ“

“ผู้ตายคือเจียงหวยเยว่ คู่หมั้นของพี่เมื่อสามปีก่อน!”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ความลับที่ถูกแช่แข็ง   บทที่ 11

    ในวันที่ห้าหลังจากกู้จิ่นเซินขังตัวเองในบ้าน ในที่สุดก็มีข่าวส่งมา“กู้จิ่นเซิน นายอาจจะต้องทำใจไว้นะ” ปลายสายเป็นเสียงของอาจารย์อู๋คุนที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า“หลังจากการตรวจดีเอ็นเอพบว่าบนเรือมีรอยเลือดของเสี่ยวเยว่… ไป๋เวยเวยก็ยอมรับสารภาพแล้ว…”“ตอนนั้นไป๋เวยเวยพยายามขโมยเสบียงและหนีไป แต่เสี่ยวเยว่พบเข้าก่อน เธอจึง…”“คาดว่าเธอจะถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต”เมื่อพูดถึงตรงนี้ เสียงของอาจารย์อู๋คุนก็เริ่มสั่น “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเข้าใจเสี่ยวเยว่ผิดมาตลอด…”กู้จิ่นเซินยอมรับผลนั้นด้วยอารมณ์ที่นิ่งสงบ “ครับ ผมเข้าใจแล้ว”พูดจบ เขาก็วางสายไป และเป็นครั้งแรกในหลายวันที่เขาออกจากบ้านทันทีที่ไป๋เวยเวยเห็นกู้จิ่นเซิน แววตาของเธอก็เป็นประกายขึ้นมา “กู้จิ่นเซิน คุณมาช่วยฉันใช่ไหม?”กู้จิ่นเซินไม่ตอบคำถามนั้น แต่ถามกลับ “ไป๋เวยเวย ตอนที่คุณฆ่าเสี่ยวเยว่ คุณกลัวไหม? คุณเสียใจบ้างไหม?”ไป๋เวยเวยมองกู้จิ่นเซินผ่านกระจก ใบหน้าของเธอนิ่งไป“คุณมาเพื่อพูดเรื่องพวกนี้เหรอ?”“ฉันจะบอกให้ก็ได้ ฉันไม่เคยเสียใจเลย เธอมีสิทธิ์อะไรถึงได้ทำงานในทีมวิจัยอย่างราบรื่น ทำไมทุกคนถึงรักเธอ แล้วเธอม

  • ความลับที่ถูกแช่แข็ง   บทที่ 10

    กู้จิ่นเซินไล่ทุกคนออกไปและขังตัวเองไว้ในห้องเก็บของคนเดียว ห้องเก็บของเต็มไปด้วยฝุ่น กู้จิ่นเซินดึงกล่องใบหนึ่งออกมาจากมุมที่ลึกที่สุด ของที่อยู่ในกล่องมีไม่มากนัก ล้วนเป็นสิ่งของที่ฉันเคยให้กู้จิ่นเซิน สิ่งที่วางอยู่บนสุดคือกำไลหยก มันเป็นกำไลที่แม่ของกู้จิ่นเซินสวมให้ฉันด้วยมือตัวเองก่อนที่ท่านจะจากไป“เสี่ยวเยว่ ฉันจะต้องไปแล้วนะ จากนี้เธอกับเสี่ยวเซินต้องดูแลกันให้ดีนะ!”ตอนนั้นฉันตอบว่ายังไงนะ? ฉันตอบเธอว่า “คุณป้าสบายใจได้เลยค่ะ! ฉันจะอยู่กับกู้จิ่นเซินไปอีกนานแน่นอน คุณป้าไม่ต้องห่วง!”แต่สุดท้ายฉันก็ไม่สามารถเดินไปกับกู้จิ่นเซินจนสุดทางได้ ไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ให้แม่ของเขากู้จิ่นเซินจ้องกำไลหยกอันนั้น สีหน้าของเขาแสดงอาการปวดร้าว มือที่สั่นเทาพยายามเอื้อมไปหยิบกำไลขึ้นมา แต่ยิ่งยื่นมือออกไป มือของเขาก็ยิ่งสั่นมากขึ้น ทำให้กำไลหลุดมือและตกลงไปบนพื้นจนแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ รอยแตกบนกำไลก็เหมือนรอยแผลบนร่างกายของฉัน“เสี่ยวเยว่…” กู้จิ่นเซินคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้อย่างหนักเหมือนกับว่าเขาได้เก็บความรู้สึกนี้มานาน ฉันนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา มองดูเขาร้องไห้เพราะฉันด้วย

  • ความลับที่ถูกแช่แข็ง   บทที่ 9

    เมื่อเขาพูดจบ ทุกคนต่างก็นิ่งอึ้งไป ไม่มีใครพูดอะไรออกมา“พาใคร…กลับมา?” ไป๋เวยเวยถามฉันมองไป๋เวยเวย เธอตื่นตระหนกจนมือสั่นเทา เธอขบริมฝีปากแน่นกู้จิ่นเซินมีสายตาอ่านได้ยาก เขาถามซ้ำขึ้นอีกครั้ง “ในภารกิจครั้งนี้ พวกเขานำศพใครบางคนกลับมาด้วย”“คนนั้นก็คือเจียงหวยเยว่”“คุณบอกว่าเจียงหวยเยว่หนีไป แต่ทำไมศพของเธอกลับอยู่ที่แอนตาร์กติกา?”ไป๋เวยเวยพยายามหาข้อแก้ตัว “อาจจะเป็นเพราะตอนเธอหนีไป…”“เธอหนีไปแล้วมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นจนเธอถึงแก่ชีวิต?” กู้จิ่นเซินหัวเราะเบา ๆ “แล้วทำไมตอนตาย เธอถึงมีบาดแผลทั่วทั้งตัว?”“ใบหน้า ลำคอ และท้องเต็มไปด้วยรอยมีด”“สิ่งที่สามารถยืนยันตัวตนของเธอได้ถูกเก็บไปจนหมด…”เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เสียงของกู้จิ่นเซินก็เริ่มสั่น“เวยเวย คุณจะให้ผมเชื่อคุณได้ยังไง?”“กู้จิ่นเซิน นายพูดจริงเหรอ?” อาจารย์อู๋คุนลุกขึ้น และถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองมา กู้จิ่นเซินพยักหน้าอย่างเจ็บปวด“เสี่ยวเยว่คือคนที่พวกนายพากลับมาในครั้งนี้…”อาจารย์อู๋คุนทรุดตัวนั่งลงกับพื้น “หรือว่า…หรือว่าหลายปีที่ผ่านมา พวกเราเข้าใจเสี่ยวเยว่ผิดมาตลอด?”

  • ความลับที่ถูกแช่แข็ง   บทที่ 8

    กู้จิ่นเซินมองร่างของฉันอยู่นาน และในตอนที่ฉันกำลังจะคิดว่าเขาคงมองอยู่อย่างนั้นต่อไป จู่ ๆ เขาก็ลุกขึ้น ดึงซิปขึ้นปิด และนำฉันกลับไปวางไว้ที่เดิม เขาหยิบกุญแจและกลับบ้านทันทีแต่ทันทีที่เขาเปิดประตูบ้าน สิ่งที่ต้อนรับเขาก็คือหมัดหนัก ๆ ที่พุ่งเข้ามา “กู้จิ่นเซิน พี่ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า ทำไมถึงทิ้งพี่เวยเวยไว้คนเดียวกลางงานแต่งแบบนั้น?”“พี่รู้ไหมว่าตอนนั้นมีคนหัวเราะเยาะเธอมากแค่ไหน?” คนที่ต่อยกู้จิ่นเซินคือต้าจ้วง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่มีต่อกู้จิ่นเซินแต่กู้จิ่นเซินราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เขาเดินเข้าบ้านไปเงียบ ๆ “กู้จิ่นเซิน ถึงนายไม่อยากจะแต่งงานกับลูกบุญธรรมของฉัน แต่นายก็ไม่ควรจะทำแบบนี้!” อาจารย์อู๋คุนตบโต๊ะเสียงดังลั่นฉันดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกเฉยชา ทุกคนกำลังปกป้องไป๋เวยเวยที่เสียใจอยู่กู้จิ่นเซินนั่งลงตรงข้ามไป๋เวยเวย โดยไม่มีคำขอโทษสักคำ“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อบุญธรรม กู้จิ่นเซินมีงานด่วน ฉันเข้าใจ!” ไป๋เวยเวยยิ้ม พร้อมทั้งทำท่าทีเป็นคนใจกว้างเข้าอกเข้าใจผู้อื่น“เวยเวย แผลของคุณยังเจ็บอยู่ไหม?”จู่ ๆ กู้จิ่นเซินก็เอ่ยถ

  • ความลับที่ถูกแช่แข็ง   บทที่ 7

    ฉันกลับมายังเตียงชันสูตรที่คุ้นเคยอีกครั้งรวมไปถึงกู้จิ่นเซิน“ทำไมถึงเป็นเธอ ทำไมถึงเป็นเธอล่ะ?”มือของกู้จิ่นเซินสั่นเทาอย่างรุนแรง เขาพยายามหลายครั้งกว่าจะเปิดถุงที่บรรจุร่างฉันได้ เมื่อเปิดออกก็มีลมเย็นโชยออกมา กู้จิ่นเซินไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาก้มหน้าเข้ามาใกล้เพื่อดูใบหน้าของฉันอย่างชัดเจน แต่หน้าฉันเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะน่ากลัว ทำให้เขาแทบจะมองไม่ออกเขาเหมือนกับนึกอะไรบางอย่างออก จึงรีบเบนสายตาลงมองที่หน้าท้องของฉัน บาดแผลน่ากลัวมากมายกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณหน้าท้อง กู้จิ่นเซินมองรอยแผลแต่ละจุด จนสุดท้ายมาหยุดอยู่ที่แผลเล็ก ๆ ที่ไม่สะดุดตามันเป็นแผลที่มีขนาดราว 5 เซนติเมตร อีกทั้งยังมีรอยเย็บหลงเหลืออยู่มันคือบาดแผลที่ฉันได้รับมา เพราะเข้าไปช่วยกู้จิ่นเซินเมื่อสี่ปีก่อนตอนที่ฉันคบกับเขา เมื่อสี่ปีก่อน กู้จิ่นเซินได้รับตรวจสอบคดีหนึ่งฆาตกรเป็นคนร้ายที่โหดเหี้ยมและอันตรายมาก ก่อนจะถูกจับกุม เขาพยายามที่จะฆ่ากู้จิ่นเซินเพื่อให้ตายไปด้วยกัน ตอนที่ฆาตกรจะเอามีดแทงกู้จิ่นเซิน ฉันเข้าไปขวางร่างของเขาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย แล้วก็วันนั้นเอง ที่ฉันได้สูญเสี

  • ความลับที่ถูกแช่แข็ง   บทที่ 6

    ฉันมองกู้จิ่นเซินที่กำลังถือโทรศัพท์และเอนตัวลงเล็กน้อย มือถือหลุดออกจากมือเขาและร่วงลงพื้นอย่างแรง ดวงตาของเขาเลื่อนลอย และจ้องมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย“จิ่นเซิน เป็นอะไรไป ใครโทรมาเหรอ?” ไป๋เวยเวยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถามด้วยความเป็นห่วง กู้จิ่นเซินเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดมันออกมา “ไม่มีอะไร เพื่อนร่วมงานโทรมาน่ะ”อาจารย์อู๋คุนหัวเราะและผลักเขาเบา ๆ “กู้จิ่นเซิน วันนี้เป็นวันดีของนายนะ ทำไมถึงยังคิดเรื่องงานอยู่ได้?”“รีบเข้าไปเถอะ พิธีจะเริ่มแล้ว!” ไป๋เวยเวยเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ เธอจึงพยายามดึงกู้จิ่นเซินให้เข้าไปข้างใน แต่ฉันกลับเห็นว่าร่างกายของกู้จิ่นเซิน ราวกับถูกห่อหุ้มด้วยเงามืดที่ไม่สามารถสลัดออกได้ปกคลุมอยู่ เขาจ้องไปที่ไป๋เวยเวยอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับต้องการมองให้ทะลุถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอฉันรู้ถึงความรู้สึกที่สะท้อนออกมาจากสายตาของเขาดี เพราะหลายครั้งต่อหลายครั้ง ตอนที่ไป๋เวยเวยใส่ร้ายฉัน เขาก็ใช้สายตาแบบนี้มองฉันสายตาที่เต็มไปด้วยการพิจารณา สงสัย และไม่เชื่อใจ“เป็นอะไรไป? จิ่นเซิน” น้ำเสียงของไป๋เวยเวยเริ่มตื่นตระหน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status