로그인ปีที่สามของการแต่งงาน ฉีอวิ๋นเจิงเจอตารางคะแนนที่เจียงซุ่ยเหยียนทำไว้ให้เขา ตอนเขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมาจากลิ้นชักในห้องหนังสืออย่างไม่ใส่ใจ หัวใจของเจียงซุ่ยเหยียนก็แทบจะหยุดเต้น บนนั้นเขียนเอาไว้ว่า— “วันเกิดฉัน เขาบินไปหารักแรกที่ออสเตรเลีย หักห้าคะแนน” “เขาปล่อยฉันทิ้งไว้บนทางด่วนเพื่อไปรับรักแรกที่สนามบิน หักสิบคะแนน” “เขาทำแหวนแต่งงานหายตอนตุ๋นซุปให้รักแรก หักสิบคะแนน...” เขียนไล่เรียงลงมาทีละบรรทัด และด้านล่างสุดยังมีตัวอักษรเล็ก ๆ เขียนไว้อีกหนึ่งบรรทัด
더 보기หลังจากจัดการเรื่องของเสิ่นชิงอีเสร็จเรียบร้อย ฉีอวิ๋นเจิงก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับการตามจีบเจียงซุ่ยเหยียนกลับมาอีกครั้ง เท่าที่เขารู้ ตอนนี้เจียงซุ่ยเหยียนยังไม่ได้คบหากับจิ่งซือเฉิน ดังนั้นเขาก็ยังคงมีโอกาสอยู่เขาคิดมาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าครั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่มีวันหักหลังเจียงซุ่ยเหยียนอีก เธอจะทำตารางคะแนนขึ้นมาอีกสักหนึ่งแผ่นหรือหนึ่งร้อยแผ่นก็ได้ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกหักคะแนนอีกแม้แต่คะแนนเดียว ขอเพียงแค่เธอยินยอม ต่อให้ต้องยกตระกูลฉีให้เธอเขาก็ยอมทั้งนั้นหลังจากสืบจนรู้ที่อยู่ของสตูดิโอม่ายซุ่ย เขาจึงถือช่อดอกไม้ช่อหนึ่งมาเคาะประตูเปิดเข้าไป“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเจียงอยู่ไหมครับ” เขาถามอย่างสุภาพแววตาของคนอื่น ๆ ภายในสตูดิโอต่างก็เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ ในบรรดาคนเหล่านั้น รุ่นพี่เดินเข้ามาหา แล้วมองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน“ทำไมถึงเป็นคุณได้ล่ะคะ”ฉีอวิ๋นเจิงจำเธอได้ เธอคือคนที่ร่วมก่อตั้งสตูดิโอกับเจียงซุ่ยเหยียนหลังจากที่หย่ากัน เมื่อเผชิญหน้ากับรุ่นพี่ ฉีอวิ๋นเจิงก็ยิ้มบาง ๆ ออกมา“มาง้อเธอครับ”รุ่นพี่ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี ราวกับว่าคน
ฉีอวิ๋นเจิงก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ไม่ว่าจะตอนที่รับโทษตามกฎตระกูลหรือตอนรังเกียจเสิ่นชิงอี เขาเคยเผยสีหน้าแบบนี้ออกมาเสียเมื่อไหร่กัน มาตอนนี้เมื่อได้พบกับคนที่เขาเฝ้าคิดถึงทุกวันทุกคืน เขาก็แทบอยากจะควักหัวใจของตัวเองออกมาให้เธอได้เห็นแต่ท่าทางเช่นนี้ กลับมีแต่ทำให้เจียงซุ่ยเหยียนรู้สึกสะอิดสะเอียน ความรังเกียจและความห่างเหินในแววตาของเธอทิ่มแทงอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้า“คุณฉี กรุณาวางตัวให้เหมาะสมครับ ถ้าซุ่ยเหยียนคิดจะให้อภัยคุณ เธอคงไม่อยู่แบบปิดบังตัวตนมาตลอดหรอก ถึงผมจะไม่รู้ว่าอดีตของพวกคุณเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ซุ่ยเหยียนเป็นคนดีมาก ผมคิดว่าคุณคงจะทำเรื่องที่ไม่อาจให้อภัยได้ ถึงได้มาถึงขั้นนี้”จิ่งซือเฉินก้าวออกมาขวางหน้าเจียงซุ่ยเหยียนได้ถูกจังหวะ แววตาของเขาเย็นเยียบไม่ต่างกัน และเอ่ยประชดประชันอย่างไม่เกรงใจประโยคนี้ทำให้ฉีอวิ๋นเจิงสั่นสะท้าน ขอบตาแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมเขามองคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า จิ่งซือเฉินคอยปกป้องเจียงซุ่ยเหยียน ส่วนเจียงซุ่ยเหยียนก็พึ่งพาและหลบอยู่ด้านหลังเขาแบบนั้น ความรักในแบบที่เธอเคยปรารถนามาตลอดคือแบบนี้ใช่ไหมนะฉีอวิ๋นเจิงอดปรายตามองอีกครั้งไม่ได้
ตั้งแต่บทสัมภาษณ์ถูกปล่อยออกมา ฉีอวิ๋นเจิงก็ได้ข่าวทันที ได้รู้เบาะแสปัจจุบันของเจียงซุ่ยเหยียน ที่แท้เธอก็อยู่ที่เมืองหนานเฉิง ซ้ำยังเปิดสตูดิโอออกแบบอย่างที่เคยฝันไว้จริง ๆเขาค้นชื่อสตูดิโอม่ายซุ่ยอย่างกระหายใคร่รู้ ก่อนได้รู้ว่าตลอดหนึ่งปีที่จากเขาไป เจียงซุ่ยเหยียนต้องเผชิญกับอะไรมาบ้างเธอไม่ได้หดหู่สิ้นหวังเหมือนอย่างเขา แต่กลับยิ่งทอประกายเจิดจรัสมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอปั้นสตูดิโอของตัวเองขึ้นมาจากศูนย์ จนตอนนี้กลายเป็นแบรนด์ที่ไม่มีใครในวงการออกแบบไม่รู้จักฉีอวิ๋นเจิงจ้องมองเงาร่างภายใต้แสงไฟนั้นไม่วางตา เขาแทบจะอดกลั้นความวู่วามในใจเอาไว้ไม่ได้ อยากจะพุ่งเข้าไปกอดเธอเอาไว้แน่น ๆ เหมือนเมื่อก่อนในขณะที่เขาอดเดินเข้าไปหาไม่ได้ กลับถูกคนข้างกายดึงเอาไว้เสียก่อน“อวิ๋นเจิง...” เสิ่นชิงอีมองเขาด้วยสายตาเว้าวอน หวังให้เขารั้งอยู่ต่อ แต่ฉีอวิ๋นเจิงกลับสะบัดมือของเธอออกโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองเสิ่นชิงอีกำหมัดแน่นด้วยความเคียดแค้นปีนั้นหลังจากที่พวกเขาแตกหักกัน ฉีอวิ๋นเจิงก็ไปคุกเข่าอยู่ที่ตระกูลฉีถึงสามวันสามคืน เพื่อแลกกับโอกาสในการกลับเข้าตระกูลฉีอีกครั้ง เขาทำงานหนักราวกับคนบ
เธอดูบทสัมภาษณ์นี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เนื้อหาส่วนใหญ่ในนั้นยังคงเป็นผลงานของสตูดิโอม่ายซุ่ย มีเพียงส่วนน้อยที่พูดถึงสถานะของเจียงซุ่ยเหยียน และความสัมพันธ์ของเธอกับฉีอวิ๋นเจิงหลังจากบทสัมภาษณ์ถูกปล่อยออกไป ก็ดึงดูดกระแสความสนใจบนโลกออนไลน์ได้ระลอกหนึ่ง แต่เจียงซุ่ยเหยียนเพียงแค่ดูผ่าน ๆ แล้วก็หมดความสนใจไปบางทีอาจเพราะเห็นว่าเธอหมดความสนใจแล้ว จิ่งซือเฉินจึงเดินเข้ามา ในมือของเขาถือบัตรเชิญใบหนึ่งมาแกว่งไปมาตรงหน้าของเจียงซุ่ยเหยียนเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ดวงตาของอีกฝ่ายเป็นประกายขึ้นมาในทันที“งานนั้นหรือเปล่าคะ”จิ่งซือเฉินยิ้มอย่างได้ใจ“ถูกต้องครับ เพิ่งจะได้รับมาเมื่อเช้านี้เอง”เจียงซุ่ยเหยียนรีบรับมาทันที ชูบัตรเชิญขึ้นสูงแล้วหมุนตัวไปหนึ่งรอบด้วยความดีใจนี่เป็นใบเบิกทางสำหรับการก้าวเข้าสู่วงการออกแบบระดับมืออาชีพ ถึงเวลานั้นไม่เพียงแต่จะมีบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการออกแบบเข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังมีนักสะสมหรือผู้ประกอบการที่มาจากทั่วทุกสารทิศอีกด้วย ชื่อของสตูดิโอม่ายซุ่ยจะดังก้องไปทั่วทั้งวงการออกแบบอย่างแท้จริง ในที่สุดเธอก็จะได้ทำความฝันให้เป็นจริงเสียที!“เยี่ยมไ





