LOGINน้ำหอมก้าวเข้าสู่ตึกสูงในเช้าวันแรกด้วยความตั้งใจแรงกล้า เธอเลือกสวมชุดสุภาพโทนสีเรียบเพื่อหวังจะกลมกลืนกับพนักงานคนอื่นๆ
บรรยากาศภายในออฟฟิศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและลำดับชั้นที่ชัดเจน พนักงานแต่ละคนก้มหน้าก้มตาทำงานของตนเองภายใต้สายตาที่คอยจับจ้อง
เธอพยายามเรียนรู้งานอย่างรวดเร็วและผูกมิตรกับเพื่อนร่วมทีมด้วยท่าทีอ่อนน้อม น้ำหอมเลือกเก็บเรื่องความสัมพันธ์ในอดีตกับธีระไว้เป็นความลับ
การสร้างภาพลักษณ์พนักงานใหม่ที่ขยันและตั้งใจทำงานคือเป้าหมายหลัก เธอยิ้มรับคำแนะนำจากรุ่นพี่และลงมือจัดการเอกสารกองโตอย่างไม่เกี่ยงงอน
ระบบงานที่นี่ค่อนข้างซับซ้อนและมีการตรวจสอบเข้มงวดในทุกขั้นตอน น้ำหอมจดบันทึกรายละเอียดงานอย่างละเอียดเพื่อป้องกันความผิดพลาด
น้ำหอมสังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อหัวหน้าแผนกเดินเข้ามาหาเธอพร้อมแฟ้มงาน "คุณน้ำหอม ช่วยสรุปข้อมูลชุดนี้ให้ท่านประธานด่วนหน่อยนะ"
เธอมองกองเอกสารด้วยความฉงนใจ เพราะเพิ่งเริ่มงานได้ไม่นานแต่กลับได้มอบหมายงานส่งถึงผู้บริหารโดยตรง "เอ่อ... ให้ฉันทำคนเดียวเลยเหรอคะหัวหน้า"
"ท่านเน้นทั้งความเร็วทั้งความละเอียด พี่ว่าเธอน่าจะทำได้ เลยอยากให้ลองดู" หัวหน้าตอบสั้นก่อนเดินผละออกไป ทิ้งให้น้ำหอมยืนงงคนเดียว
พนักงานคนอื่นเริ่มหันมามองเธอด้วยสายตาเต็มคำถาม เสียงซุบซิบแผ่วเบาดังขึ้นจากโต๊ะข้างๆ จนน้ำหอมทำตัวไม่ถูก
เธอรีบก้มหน้าทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาเหล่านั้น ลึกๆ เธอกังวลว่าการเคลื่อนไหวของธีระผ่านงานแบบนี้จะทำให้เธอตกเป็นเป้าของคนทั้งแผนก
น้ำหอมพยายามจดจ่อกับตัวเลขบนหน้าจอเพื่อสลัดความฟุ้งซ่านออกไป เธอรู้ดีว่าถูกเรียกใช้งานข้ามหน้าตาจะทำให้คนหมั่นไส้ได้ง่าย
ยิ่งเธอตั้งใจทำงาน ผลงานยิ่งทำให้ชื่อเธอถูกจดจำในกลุ่มหัวหน้างาน จนเริ่มถูกเรียกใช้งานบ่อยเกินไป
"น้ำหอม ฝากเอาเอกสารชุดนี้ไปให้เลขาหน้าห้องประธานหน่อยนะ" รุ่นพี่คนหนึ่งเดินมาวางแฟ้มลงบนโต๊ะพลางยิ้มแปลกๆ ที่ทำให้เธออึดอัด
เธอรับแฟ้มมาอย่างเลี่ยงไม่ได้และเดินตามทางเดินที่รู้สึกยาวไกลกว่าปกติ ทุกย่างก้าวเหมือนถูกสายตาหลายคู่จับจ้องและประเมิน
สายตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและความอิจฉา น้ำหอมปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นเพียงเรื่องงานและเธอไม่ได้ทำอะไรผิด
หน้าห้องประธานเงียบสงัดกว่าชั้นอื่น น้ำหอมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนยื่นเอกสารให้เลขาฯ แต่จู่ๆ ประตูห้องทำงานใหญ่ก็เปิดออก
ธีระเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาเขาปะทะกับน้ำหอมพอดีก่อนหยุดชะงัก "อ้าว น้ำหอม พอดีเลย เข้ามาคุยเรื่องโปรเจกต์ใหม่ข้างในหน่อยสิ"
น้ำหอมเม้มปากแน่นขณะรับรู้สายตาของเลขาฯ ที่มองมาด้วยความแปลกใจ "เอ่อ... ฉันแค่มาส่งเอกสารตามที่หัวหน้าบอกค่ะ"
"ก็ดีเลย เข้ามาเถอะ เรื่องนี้สำคัญ แล้วฉันอยากได้ข้อมูลจากแผนกเธอโดยตรง" ธีระย้ำด้วยน้ำเสียงกึ่งคำสั่งที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้
เธอเดินตามหลังเขาเข้าไปในห้องทำงานกว้างขวางท่ามกลางความเงียบ ใจเริ่มเต้นแรงด้วยความกังวลว่าคนข้างนอกจะเอาไปพูดกันต่อ
ธีระนั่งลงที่โต๊ะทำงานพลางผายมือให้เธอนั่งฝั่งตรงข้าม "ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ ฉันแค่อยากฟังความเห็นจากมุมมองพนักงานใหม่"
เขากางแผนผังโปรเจกต์อสังหาฯ ตัวล่าสุดให้เธอดูพร้อมอธิบายรายละเอียด น้ำหอมพยายามตั้งสติและตอบคำถามด้วยความเป็นมืออาชีพ
"ฉันคิดว่าจุดนี้อาจมีปัญหาเรื่องระยะเวลาก่อสร้างนะคะ" น้ำหอมชี้ไปที่จุดหนึ่งในแผนผังพร้อมอธิบายเหตุผล
ธีระเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "ดูเหมือนเธอจะเตรียมตัวมาดีกว่าที่ฉันคิดไว้นะ น้ำหอม"
น้ำหอมรับคำชมด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง "หน้าที่ของฉันก็คือทำให้ดีที่สุดค่ะ แต่ฉันคิดว่าครั้งหน้าควรให้หัวหน้าแผนกขึ้นมาคุยจะเหมาะกว่านะคะ"
ธีระชะงักเล็กน้อยกับประโยคตัดบทของเธอ เขาเอนหลังพิงเก้าอี้พลางจ้องมองใบหน้าจริงจังนั้นด้วยความขบขันที่ต้องซ่อนไว้
"ฉันเลือกคุยกับคนที่เข้าใจงานที่สุด ไม่ได้เลือกตามตำแหน่งหรอก" เขาตอบกลับนิ่งๆ ทำให้กำแพงที่น้ำหอมสร้างดูสั่นคลอนลง
น้ำหอมเม้มปากแน่นขณะรับรู้แรงกดดันที่ก่อตัวรอบตัว เธอเริ่มคิดหนักเรื่องการรักษาระยะห่างกับเขาให้ชัดเจนกว่าเดิม
ความมั่นใจของธีระในการดึงเธอเข้ามาใกล้ชิดผ่านเรื่องงานเริ่มเห็นผลชัดขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำหอมรู้สึกว่าแผนการหลบมุมของเธอเริ่มพังทลาย
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับไปทำงานต่อนะคะ" น้ำหอมลุกขึ้นยืนทันทีโดยไม่รอคำอนุญาตเพื่อรีบออกจากสถานการณ์อึดอัดนี้
น้ำหอมก้าวออกจากลิฟต์มาด้วยหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอพยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยขณะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงาน
สายตาหลายคู่ที่เคยแอบมองกลับยิ่งจดจ้องเขม็งกว่าเดิม บางคนเริ่มหันไปกระซิบกระซาบกันทันทีที่เธอนั่งลงโดยไม่ปิดบัง
"ไปคุยงานกับท่านประธานมาตั้งนานเลยนะน้ำหอม มีเคล็ดลับอะไรดีๆ แบ่งพวกพี่บ้างสิ" รุ่นพี่คนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงจิกกัดเคลือบรอยยิ้ม
น้ำหอมทำเพียงยิ้มตอบบางๆ แล้วก้มหน้าทำงานต่อโดยไม่ปริปาก แม้ในใจจะรู้สึกถึงกำแพงอคติที่กำลังก่อตัวรอบตัว
สัญญาณข่าวลือเริ่มแพร่ไปทั่วออฟฟิศอย่างรวดเร็วเกินคาด น้ำหอมรู้ดีว่าชีวิตการทำงานที่นี่ต่อจากนี้คงไม่สงบสุขอีก
"ขออภัยที่ให้รอนานครับ" พนักงานเอ่ยสั้นๆ พร้อมเสิร์ฟมื้อหรูอย่างประณีต ธีระขยับช่วงไหล่หนาเพื่อผ่อนคลายขณะความหรูหราถูกวางลงตรงหน้าท่ามกลางความเงียบ"ทานได้เลยน้ำหอม... ไม่ต้องเกร็ง" เขาบอกพลางพยักหน้าแกนๆ ส่วนน้ำหอมเพียงยิ้มบางเบา ทั้งคู่ไร้ความหิวโดยสิ้นเชิง ทรวงอกอิ่มภายใต้ชุดสวยสะท้อนจังหวะหายใจที่สั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัดกลิ่นหอมกรุ่นไม่ได้ช่วยลดความตึงเครียด น้ำหอมจับช้อนด้วยปลายนิ้วสั่นเทา เอวบางคอดกิ่วเกร็งแน่นกับมวลอากาศหนักอึ้งที่โอบล้อมกายเธอเอาไว้ไม่เลิกรา"ได้ค่ะ..." เธอฝืนตักอาหารเพียงไม่กี่คำแต่กลับรู้สึกจืดชืด เพราะมัวแต่พะวงกับสายตาคมกริบที่จ้องมองลำคอระหงและผิวเนียนละเอียดของเธออย่างมีความหมายลึกซึ้งธีระเองก็ไร้ความรื่นรมย์ เขาเขี่ยอาหารในจานครู่หนึ่งก่อนจะรวบช้อนวางลง "น้ำหอม... เราคุยกันเถอะ" แผ่นหลังกว้างเหยียดตรงเป็นสัญญาณว่าเขาพร้อมจะเข้าเรื่องสำคัญในที่สุดธีระสูดลมหายใจลึก แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีเหยียดตรงก่อนเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "น้ำหอม... ฉันขอโทษนะ ที่ผ่านมาฉันมันโง่เอง"เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ลำคอแกร่งขยับยามกลืนน้ำลายอย่างยาก
ลิฟต์แก้วเลื่อนขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้าอย่างเงียบเชียบ ก่อนประตูจะเปิดออกสู่ห้องอาหารหรูที่อาบไล้ด้วยแสงดาวและบรรยากาศกะทัดรัดเป็นส่วนตัว"นั่งตรงนี้เลย... มุมนี้วิวดีที่สุดแล้ว" ธีระหันมาบอกพลางเลื่อนเก้าอี้ให้ แผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่กำยำของเขาดูแข็งแกร่งจนน่าหลงใหล เขาเลือกมุมที่สงบที่สุดเพื่อให้เราได้คุยกันถนัด"ขอบคุณค่ะ... คุณธีระ" น้ำหอมเอ่ยขอบคุณเบาๆ พลางขยับกายตามด้วยความสั่นไหว ชุดที่สวมเน้นช่วงเอวคอดกิ่วและสะโพกกลมกลึงชัดเจนจนเธอประหม่า เมื่อความหรูหราตรงหน้าย้ำเตือนถึงฐานะที่ต่างกันเธอมองแผ่นหลังหนาของคนตรงหน้าแล้วนึกถึงวันเก่าๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยที่เขามักวนเวียนอยู่ใกล้กันเสมอ จนหัวใจดวงน้อยสั่นไหวและเต้นแรงด้วยจังหวะที่เผลอไผลแม้ลึกๆ จะดีใจที่เขามีใจให้มาตลอด แต่ความต่างที่เหมือนกำแพงสูงกลับขวางกั้นความรู้สึกเอาไว้ จนเธอไม่กล้าทลายความกลัวเพื่อเดินหน้าไปหาเขาเสียทีธีระเลื่อนเก้าอี้ให้นั่งลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะอ้อมไปนั่งฝั่งตรงข้าม แสงเทียนสลัวจับใบหน้าคมเข้มและดวงตาที่ฉายแววปรารถนาลึกซึ้งออกมา"สั่งได้ตามสบายเลยนะน้ำหอม... ร้านนี้เชฟเก่งมาก ฉันอยากให้เธอได้ลองชิมดูจริงๆ" เขาส่
นนท์มองเจ้านายที่จ้องโทรศัพท์ด้วยท่าทางเคร่งเครียด คนตัวหนาที่ปกติสุขุมกลับดูหงุดหงิดจนเห็นแผงอกกว้างกระเพื่อมไหวจากการถอนหายใจทิ้งเป็นระยะอยู่ภายในห้องทำงานเขาเห็นท่าทีเปลี่ยนไปของน้ำหอมมาตลอดวัน ความอึดอัดที่หญิงสาวสร้างขึ้นชัดเจนจนคนนอกสัมผัสได้ถึงความร้าวรานภายใต้สรีระที่สั่นสะท้านยามเดินหนีจากทุกการเข้าใกล้"บอสครับ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาเรื่องคุณน้ำหอมหน่อยครับ..." นนท์เริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อดึงสติเจ้านายที่กำลังจมจ่อมอยู่กับความคิดจนไม่สนใจโลกภายนอกธีระเงยหน้ามองเลขาคนสนิทพลางพยักหน้า "ว่ามา..." แม้ใจจะยังวุ่นวายกับท่าทางเหินห่างของน้ำหอมจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ยิ่งเขารุกเข้าใกล้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งผลักไสมากเท่านั้นเลขาหนุ่มรวบรวมความกล้าเพื่อพูดถึงปัญหาที่เห็นมานาน เขาเชื่อว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องพังพินาศในฐานะเพื่อนลงอย่างแน่นอน"ผมว่าคุณน้ำหอมเขาอึดอัด เพราะความไม่ชัดเจนของบอสนี่แหละครับ" นนท์เกริ่นถึงสภาวะที่หญิงสาวต้องเผชิญท่ามกลางสายตาคนทั้งบริษัท เขามองเห็นแผ่นหลังเพรียวบางนั้นแบกรับความอึดอัดไว้เต็มที่ธีระออกหน้าปกป้องดีแต่มั
น้ำหอมถอนหายใจทิ้งพลางจ้องเงาสะท้อนในกระจก ความอึดอัดบีบคั้นอยู่ใต้ทรวงอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจรัวถี่จากเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อวานที่เธอยังตั้งตัวไม่ทัน “เอาไงดีน้ำหอม...” เธอพึมพำแผ่วเบากับเงาในกระจกด้วยความสับสนสำหรับเธอธีระคือเพื่อนที่พึ่งพาได้เสมอ ทว่าการที่เขาประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าทุกคนกลับทำให้เส้นแบ่งความสัมพันธ์เริ่มพร่าเลือนจนความไม่ชัดเจนเริ่มสั่นคลอนใจเธอกลีบปากบางเม้มแน่นด้วยความกดดัน เธอไม่อยากเสียมิตรภาพที่บริสุทธิ์ไปเพียงเพราะคนรอบข้างบีบคั้นให้รับบทคนรัก ทั้งที่แผ่นหลังกว้างของเขานั้นเคยเป็นเพียงที่ปลอดภัยนัยน์ตาหม่นแสงลงเมื่อทบทวนถึงสถานะที่ถูกยัดเยียด ความแสนดีของเขาที่เป็นดั่งดาบสองคมทำให้เธอเริ่มหวาดระแวงในความใกล้ชิดที่เริ่มล้ำเส้นและคุกคามความเป็นส่วนตัวปลายนิ้วเรียวคลึงขมับพลางหาทางออกให้เรื่องที่กำลังลุกลาม “ไม่อยากไปเลยแฮะ” เธอเปรยกับตัวเองเบาๆ ความกังวลเรื่องงานเลี้ยงยิ่งทำให้เธออยากหนีไปให้พ้นจากสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมายังส่วนโค้งเว้าที่เธอต้องปกปิดน้ำหอมพยายามโฟกัสงานกองโตเพื่อสลัดความว้าวุ่น แต่ทุกจังหวะที่มือถือสั่นเตือน หัวใจเธอกลับกระ
น้ำหอมก้าวเข้าแผนกท่ามกลางความเงียบงันจนน่าประหลาด สายตาสวยปะทะกองกระเช้าดอกไม้และขนมราคาแพงที่ถูกนำมาวางเรียงพูนจนล้นโต๊ะทำงานส่วนตัวของเธอกลุ่มคนช่างนินทายืนตัวลีบหลบสายตา “สวัสดียามเช้าจ้ะน้ำหอม” ใครคนหนึ่งฝืนยิ้มทักทายอย่างลนลานเพราะหวาดเกรงอำนาจของธีระที่อาจสั่งปลดพวกเขาให้พ้นจากตำแหน่งงานได้เพียงแค่การสะบัดมือเธอวางกระเป๋าพลางขยับสะโพกผายภายใต้ชุดรัดรูปอย่างมั่นคง “ขอบคุณค่ะ แต่ทีหลังไม่ต้องลำบากหรอก” น้ำหอมเอ่ยเสียงเรียบนิ่งทว่าเว้นระยะห่างในความสัมพันธ์อย่างชัดเจน“พี่ขอโทษจริงๆ อย่าถือสาพวกพี่เลยนะ” พนักงานสาวพยายามคว้าแขนเรียวไว้แต่เธอกลับเบี่ยงเอวคอดหลบเลี่ยงอย่างนุ่มนวล ทิ้งระยะห่างในแบบของคนที่เป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าหญิงสาวยิ้มรับตามมารยาททว่าดวงตากลับเย็นชาไร้ความรู้สึก ความเชื่อใจที่เสียไปไม่อาจซ่อมคืนได้เพียงเพราะคำหวานจอมปลอมที่พ่นออกมาเพื่อรักษาความมั่นคงของตัวเองเท่านั้นนนท์แจ้งกำหนดการสำคัญให้พนักงานทุกคนทราบ ธีระสั่งเรียกประชุมด่วนทั้งบริษัทเพื่อประกาศเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องรับรู้โดยพร้อมเพรียงกันในเวลานี้ทันที“เชิญทุกคนเข้าประจำที่ครับ” นนท์ประกาศขณะที่พนักง
“ไปได้ซะทีนะ.... ยัยน้ำหอม” พราวฟ้านั่งไขว่ห้างโชว์เรียวขาเนียน ขยับเอวคอดฮัมเพลงพลางนึกภาพน้ำหอมลาออก อกอวบสะท้อนอย่างอารมณ์ดีโดยไม่รู้เลยว่าหายนะกำลังมาถึงในไม่กี่วินาทีต่อจากนี้“พราวฟ้า!” ประตูถูกผลักโครม พ่อแม่โยนเอกสารลงโต๊ะ สะโพกผายสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ร่างบางสั่นเทาขณะเผชิญแรงกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วจนบรรยากาศรอบตัวดูมืดมนลงทันตา“นี่มันอะไร.... ดูสิ่งที่แกทำ!” พ่อตะคอกชี้หลักฐานที่ธีระส่งให้ ลำคอระหงหดเกร็งขณะสบสายตาพ่อที่โกรธจัด บรรยากาศร้อนระอุด้วยไอโทสะที่น่าเกรงขามเกินกว่าจะเอ่ยแก้ตัว“พ่อคะ.... คือ.... พราว....” เธอมองหลักฐานจนหน้าซีด อกอวบสะท้อนรัวตามจังหวะใจที่สั่นระรัว คำปฏิเสธจุกอยู่ที่คอเมื่อความจริงมัดตัวแน่นจนดิ้นไม่หลุดจากบ่วงกรรมที่ก่อขึ้นมาเองกับมือแท้ๆ“ฉันไม่ช่วย.... แกทำตระกูลป่นปี้เพราะความอิจฉา!” พ่อประกาศกร้าวท่ามกลางความเงียบ พราวฟ้านั่งสั่นไร้ทางสู้ท่ามกลางชื่อเสียงที่พังทลายลงในพริบตา“แม่คะ....” พราวฟ้าเรียกเสียงสั่นแต่แม่ที่เคยโอ๋กลับนิ่งเฉย อกสะท้อนด้วยความผิดหวังจนเบือนหน้าหนี พราวฟ้านั่งไหล่ตก เอวบางสั่นเทาขณะมองผู้เป็นแม่ที่เมินหยาดน้ำตาเธออย่าง
ธีระกวาดสายตามองรายงานการประชุมบอร์ดบริหารด้วยสีหน้าเรียบเฉย ความกดดันจากผู้ถือหุ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เขายังคงยึดการรักษามาตรฐานที่สุดสายตาคมกริบหยุดลงที่ชื่อน้ำหอมในโปรเจกต์สำคัญ เขาบอกตัวเองว่านี่คือการเลือกตามเนื้องาน แม้ลึก ๆ จะรู้ว่าแรงจูงใจส่วนตัวแทรกเข้ามาเสียงค้านจากผู้บริหารบางคนยังดังอ
น้ำหอมจ้องรายการงานใหม่ในอีเมลด้วยความหนักใจ เมื่อหัวหน้าแผนกเดินเข้ามาเน้นเรื่องโปรเจกต์อสังหาฯ ตัวท็อปที่เธอต้องรับผิดชอบ"ท่านประธานย้ำว่าขอให้เป็นเธอรับผิดชอบงานนี้นะน้ำหอม เพราะงานต้องใช้คนละเอียด แล้วก็ต้องไว้ใจได้" หัวหน้ากล่าวพลางตบไหล่เธอเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจคำสั่งผ่านสายงานปกติทำให้เธอ
เสียงซุบซิบดังระงมทั่วแผนกเมื่อกานต์เริ่มโปรยข่าวลือเรื่องผู้บริหารคนใหม่ “คนนั้นแหละ ที่แอบพาน้ำหอมไปอยู่ด้วยกันในที่ลับตาคน” เธอจงใจใส่ไฟให้ทุกคนเชื่อพนักงานรอบข้างเริ่มต่อเติมข้อมูลกันเองจนกลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ “นึกว่าใส ที่แท้ก็อยากจับคนมีอำนาจเหมือนกัน” เสียงจิกกัดแว่วเข้าหูทำให้น้ำหอมหน้าชาดิก
กานต์จ้องมองโต๊ะทำงานของน้ำหอมด้วยความไม่พอใจที่เห็นพนักงานใหม่ได้รับความสำคัญเกินหน้า ความริษยาเริ่มกลายเป็นความสงสัยเมื่อเห็นเธอยังไม่กลับบ้านแสงไฟในออฟฟิศเริ่มดับลงทีละดวง แต่กานต์ยังคงปักหลักรอสังเกตการณ์ เขาเห็นผู้บริหารบางคนเดินวนเวียนชั้นเดียวกันในเวลาที่ผิดปกติเขาแอบตามไปดูเงียบ ๆ จนเห็นร







