로그인ในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าที่ทุกสายตาจับจ้อง “น้ำหอม” ไม่มีทางเลือกมากนัก เธอเพียงต้องการงานที่มั่นคงเพื่อประคองตัวเองและครอบครัว แต่การเข้ามาที่นี่กลับพาเธอไปเผชิญความเสี่ยงที่ไม่ทันตั้งตัว เมื่อคนที่เรียกเธอเข้าพบตั้งแต่วันแรก คือ “ธีระ” ประธานหนุ่มผู้กุมอำนาจสูงสุดของบริษัท เขาจำเธอได้ จากอดีตที่เธอแทบไม่เคยใส่ใจ แต่สำหรับเขา เธอคือคนที่เคยอยู่ในสายตามาตลอด และครั้งนี้เขาไม่คิดจะปล่อยให้เธอหายไปอีก จากลูกน้องธรรมดา เธอค่อย ๆ ถูกดึงเข้าไปใกล้ ผ่านงาน ผ่านข้ออ้าง และสถานการณ์ที่ยากจะปฏิเสธ ความใกล้ชิดที่ควรมีขอบเขต กลับค่อย ๆ กลายเป็นความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้ ท่ามกลางข่าวลือ เกมอำนาจ และสายตาของคนทั้งบริษัทที่พร้อมจะทำลายเธอได้ทุกเมื่อ ธีระควบคุมทุกอย่างได้ ยกเว้นความรู้สึกของตัวเอง ส่วนน้ำหอม ยิ่งพยายามถอยห่าง ก็ยิ่งถูกดึงกลับเข้าไปในความสัมพันธ์ที่อันตรายมากขึ้น เพราะในโลกที่อำนาจคือทุกอย่าง ความสัมพันธ์ระหว่างประธานกับลูกน้อง ไม่ใช่แค่ความลับ แต่มันคือ “ความเสี่ยง” ที่พร้อมจะทำลายทั้งชีวิตและหัวใจของพวกเขาได้ทุกเมื่อ
더 보기น้ำหอมถอนหายใจยาวขณะยืนเช็คชุดสูทหน้ากระจกเงาบานเก่าในห้องเช่าแคบๆ เธอรู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายของการสัมภาษณ์งานวันนี้
ภาระค่าใช้จ่ายที่ถาโถมเข้ามาทำให้เธอเลือกไม่ได้มาก เงินเก็บก้อนสุดท้ายกำลังจะหมด ความกดดันนี้ผลักให้เธอต้องคว้าตำแหน่งนี้มาให้ได้
เธอกระชับสายกระเป๋าแน่นขณะเดินเข้าไปในล็อบบี้ตึกระฟ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเป็นระเบียบเรียบร้อยจนน่าอึดอัด
พนักงานทุกคนเดินรีบเร่งแต่ยังสุภาพตามลำดับชั้น น้ำหอมพยายามคุมสติและวางตัวเป็นมืออาชีพที่สุดเพื่อไม่ให้พลาด
เธอนั่งรอคิว หัวใจเต้นรัวพลางทบทวนข้อมูลบริษัทซ้ำไปซ้ำมา ความเงียบในห้องโถงกว้างทำให้เสียงเข็มนาฬิกาดังกว่าเดิมจนเธอเริ่มประหม่าขึ้นมา
ระหว่างที่นั่งทบทวนคำตอบอยู่นั้น พนักงานฝ่ายบุคคลคนหนึ่งก็เดินตรงมาหาเธอด้วยท่าทางรีบร้อน "คุณน้ำหอมคะ เชิญขึ้นไปชั้นผู้บริหารก่อนนะคะ"
น้ำหอมขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแต่ก็ลุกขึ้นเดินตามไปโดยไม่มีทางเลือก "ยังไม่ถึงคิวสัมภาษณ์เลยนะคะ ทำไมต้องขึ้นไปก่อนเหรอคะ"
พนักงานคนนั้นไม่ได้ตอบคำถาม แต่กดลิฟต์ขึ้นชั้นบนสุดด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด น้ำหอมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปจากด้านล่าง
ความเงียบบนชั้นผู้บริหารทำให้เสียงฝีเท้าของเธอดูสม่ำเสมอและหนักแน่นขึ้น หัวใจเริ่มเต้นแรงด้วยความกังวลว่าตัวเองทำอะไรผิดไปหรือเปล่า
เมื่อประตูห้องทำงานบานใหญ่ถูกเปิดออก เธอก็เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง สายตามองเห็นแผ่นหลังกว้างของชายคนหนึ่งที่ยืนหันหลังมองออกไปนอกหน้าต่าง
ชายหนุ่มค่อยๆ หมุนตัวกลับมาสบตาเธอด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงความคุ้นเคย ธีระจ้องมองผู้มาใหม่นิ่งราวกับกำลังพิจารณาภาพวาดที่หายไปนาน
เขาจำใบหน้าน้ำหอมได้ทันทีตั้งแต่เธอก้าวเข้ามา ความทรงจำสมัยมหาวิทยาลัยที่เรียนสาขาเดียวกันผุดขึ้นในหัวเขาอย่างชัดเจน
น้ำหอมขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเพ่งมองชายตรงหน้าที่อยู่ในชุดสูทหรูจนแทบจำไม่ได้ เธอใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนจะนึกออกว่าเขาคือเพื่อนร่วมสาขาคนนั้น
"ธีระเหรอ" น้ำหอมพึมพำเบาๆ ด้วยความแปลกใจแต่ยังคงกิริยาที่เหมาะสม ไม่ได้ประจบสอพลอเหมือนคนอื่นที่เขาเคยเจอ
ธีระขยับรอยยิ้มบางที่มุมปากก่อนจะผายมือเชิญให้นั่ง "นั่งก่อนสิ ฉันเห็นชื่อในใบสมัครแล้ว ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นเธอจริงๆ"
"ขอบคุณค่ะ" น้ำหอมตอบสั้นๆ แล้วนั่งลงด้วยท่าทางสำรวม เธอพยายามปรับตัวให้มองเขาเป็นแค่ประธานบริษัท ไม่ใช่เพื่อนเก่าร่วมรุ่น
เธอยังคงวางตัวเป็นปกติและใช้สรรพนามมืออาชีพ ไม่ได้แสดงความตื่นเต้นหรือขุดเรื่องเก่าขึ้นมาคุยเพื่อสร้างความสนิทสนม
ธีระสังเกตท่าทางของเธอด้วยความสนใจที่เพิ่มขึ้น การที่เธอไม่ปฏิบัติกับเขเหมือนคนอื่นทำให้เขารู้สึกว่าเธอยังคงมีเอกลักษณ์เหมือนเดิม
"ดูเธอไม่ค่อยตกใจเลยนะ ที่มาเจอฉันที่นี่" เขาเอ่ยถามพลางเปิดดูแฟ้มประวัติของเธอ สายตาคมกริบกวาดมองข้อความในกระดาษ
น้ำหอมสบตาเขาตรงๆ แล้วตอบตามตรง "ตกใจค่ะ แต่ตอนนี้ฉันมาสัมภาษณ์งาน เลยอยากโฟกัสเรื่องงานมากกว่าเรื่องส่วนตัวค่ะ"
ธีระพยักหน้าช้าๆ พร้อมกับปิดแฟ้มประวัติลง "งั้นเราเริ่มคุยเรื่องงานกันเลยดีกว่า เธอคิดว่าประสบการณ์ที่ผ่านมา จะเอามาใช้กับงานที่นี่ได้ยังไงบ้าง"
น้ำหอมเริ่มอธิบายความรับผิดชอบที่เคยทำมาด้วยน้ำเสียงฉะฉานและมั่นใจ เธอตอบตามข้อเท็จจริงโดยไม่พยายามเสริมแต่งให้ดูเกินจริง
เธอแสดงความมุ่งมั่นและความละเอียดรอบคอบในการจัดการปัญหาที่เคยเจอ ธีระนั่งฟังนิ่งๆ คอยสังเกตแววตาเธอตลอดเวลา
ท่าทางธรรมชาติและความรับผิดชอบสูงของเธอทำให้เขารู้สึกพอใจ เขาถามจี้จุดยากๆ เพื่อประเมินความสามารถจริง
น้ำหอมตอบคำถามได้ตรงประเด็นและเข้าใจเนื้องานดี แม้อยู่ใต้สายตากดดันของประธานบริษัท เธอก็ยังคุมสติได้ดี
ธีระมองหญิงสาวตรงหน้าที่ยังคงรักษามาตรฐานของตัวเองไว้ได้ดี เขาปิดแฟ้มประวัติลงช้าๆ ก่อนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย
"คำตอบของเธอชัดเจนดีนะ ฉันชอบทัศนคติแบบนี้" ธีระเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงเรียบแต่จริงจัง ทำให้เธอโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย
น้ำหอมพยักหน้ารับคำชมอย่างสุภาพ "ขอบคุณค่ะ หวังว่าความตั้งใจของฉันจะช่วยงานบริษัทได้จริงๆ" เธอตอบกลับด้วยความจริงใจ
ธีระไม่ได้ตอบทันที แต่จ้องมองเธอด้วยสายตาลึกซึ้งกว่าเดิม ลึกๆ แล้วเขาตัดสินใจเลือกเธอตั้งแต่เห็นวิธีที่เธอรับมือกับความกดดัน
เขาใช้เหตุผลเรื่องงานมาอ้างเพื่อปกปิดความสนใจส่วนตัวที่ยังไม่อยากเปิดเผย "โอเค ฉันรับเธอเข้าทำงาน เริ่มงานได้เร็วสุดเมื่อไหร่"
"เริ่มงานได้เลยค่ะ" น้ำหอมตอบกลับด้วยความดีใจที่เก็บไม่อยู่ แม้ยังรู้สึกมึนงงกับการสัมภาษณ์ที่จบลงเร็วและง่ายเกินคาด
ธีระยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้า "โอเค งั้นเดี๋ยวฝ่ายบุคคลจะติดต่อเรื่องสัญญาไปนะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน"
น้ำหอมลุกขึ้นยืนกล่าวขอบคุณตามมารยาทก่อนก้าวเดินออกจากห้องทำงานบานใหญ่ ความรู้สึกหนักอึ้งเรื่องเงินค่อยๆ จางหายไปบ้าง
แต่เมื่อลิฟต์กำลังเคลื่อนที่ลง ความกังวลรูปแบบใหม่ก็เข้ามาแทนที่ การต้องทำงานใต้บิ๊กบอสที่เป็นเพื่อนเก่าดูไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
สถานะที่ต่างกันชัดเจนในตอนนี้ทำให้น้ำหอมรู้สึกประหม่าลึกๆ เธอรู้ดีว่าชีวิตการทำงานที่นี่ต่อจากนี้คงต้องปรับตัวอีกมาก
"ขออภัยที่ให้รอนานครับ" พนักงานเอ่ยสั้นๆ พร้อมเสิร์ฟมื้อหรูอย่างประณีต ธีระขยับช่วงไหล่หนาเพื่อผ่อนคลายขณะความหรูหราถูกวางลงตรงหน้าท่ามกลางความเงียบ"ทานได้เลยน้ำหอม... ไม่ต้องเกร็ง" เขาบอกพลางพยักหน้าแกนๆ ส่วนน้ำหอมเพียงยิ้มบางเบา ทั้งคู่ไร้ความหิวโดยสิ้นเชิง ทรวงอกอิ่มภายใต้ชุดสวยสะท้อนจังหวะหายใจที่สั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัดกลิ่นหอมกรุ่นไม่ได้ช่วยลดความตึงเครียด น้ำหอมจับช้อนด้วยปลายนิ้วสั่นเทา เอวบางคอดกิ่วเกร็งแน่นกับมวลอากาศหนักอึ้งที่โอบล้อมกายเธอเอาไว้ไม่เลิกรา"ได้ค่ะ..." เธอฝืนตักอาหารเพียงไม่กี่คำแต่กลับรู้สึกจืดชืด เพราะมัวแต่พะวงกับสายตาคมกริบที่จ้องมองลำคอระหงและผิวเนียนละเอียดของเธออย่างมีความหมายลึกซึ้งธีระเองก็ไร้ความรื่นรมย์ เขาเขี่ยอาหารในจานครู่หนึ่งก่อนจะรวบช้อนวางลง "น้ำหอม... เราคุยกันเถอะ" แผ่นหลังกว้างเหยียดตรงเป็นสัญญาณว่าเขาพร้อมจะเข้าเรื่องสำคัญในที่สุดธีระสูดลมหายใจลึก แผ่นหลังกว้างใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีเหยียดตรงก่อนเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "น้ำหอม... ฉันขอโทษนะ ที่ผ่านมาฉันมันโง่เอง"เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ลำคอแกร่งขยับยามกลืนน้ำลายอย่างยาก
ลิฟต์แก้วเลื่อนขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้าอย่างเงียบเชียบ ก่อนประตูจะเปิดออกสู่ห้องอาหารหรูที่อาบไล้ด้วยแสงดาวและบรรยากาศกะทัดรัดเป็นส่วนตัว"นั่งตรงนี้เลย... มุมนี้วิวดีที่สุดแล้ว" ธีระหันมาบอกพลางเลื่อนเก้าอี้ให้ แผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่กำยำของเขาดูแข็งแกร่งจนน่าหลงใหล เขาเลือกมุมที่สงบที่สุดเพื่อให้เราได้คุยกันถนัด"ขอบคุณค่ะ... คุณธีระ" น้ำหอมเอ่ยขอบคุณเบาๆ พลางขยับกายตามด้วยความสั่นไหว ชุดที่สวมเน้นช่วงเอวคอดกิ่วและสะโพกกลมกลึงชัดเจนจนเธอประหม่า เมื่อความหรูหราตรงหน้าย้ำเตือนถึงฐานะที่ต่างกันเธอมองแผ่นหลังหนาของคนตรงหน้าแล้วนึกถึงวันเก่าๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยที่เขามักวนเวียนอยู่ใกล้กันเสมอ จนหัวใจดวงน้อยสั่นไหวและเต้นแรงด้วยจังหวะที่เผลอไผลแม้ลึกๆ จะดีใจที่เขามีใจให้มาตลอด แต่ความต่างที่เหมือนกำแพงสูงกลับขวางกั้นความรู้สึกเอาไว้ จนเธอไม่กล้าทลายความกลัวเพื่อเดินหน้าไปหาเขาเสียทีธีระเลื่อนเก้าอี้ให้นั่งลงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะอ้อมไปนั่งฝั่งตรงข้าม แสงเทียนสลัวจับใบหน้าคมเข้มและดวงตาที่ฉายแววปรารถนาลึกซึ้งออกมา"สั่งได้ตามสบายเลยนะน้ำหอม... ร้านนี้เชฟเก่งมาก ฉันอยากให้เธอได้ลองชิมดูจริงๆ" เขาส่
นนท์มองเจ้านายที่จ้องโทรศัพท์ด้วยท่าทางเคร่งเครียด คนตัวหนาที่ปกติสุขุมกลับดูหงุดหงิดจนเห็นแผงอกกว้างกระเพื่อมไหวจากการถอนหายใจทิ้งเป็นระยะอยู่ภายในห้องทำงานเขาเห็นท่าทีเปลี่ยนไปของน้ำหอมมาตลอดวัน ความอึดอัดที่หญิงสาวสร้างขึ้นชัดเจนจนคนนอกสัมผัสได้ถึงความร้าวรานภายใต้สรีระที่สั่นสะท้านยามเดินหนีจากทุกการเข้าใกล้"บอสครับ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาเรื่องคุณน้ำหอมหน่อยครับ..." นนท์เริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อดึงสติเจ้านายที่กำลังจมจ่อมอยู่กับความคิดจนไม่สนใจโลกภายนอกธีระเงยหน้ามองเลขาคนสนิทพลางพยักหน้า "ว่ามา..." แม้ใจจะยังวุ่นวายกับท่าทางเหินห่างของน้ำหอมจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ยิ่งเขารุกเข้าใกล้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งผลักไสมากเท่านั้นเลขาหนุ่มรวบรวมความกล้าเพื่อพูดถึงปัญหาที่เห็นมานาน เขาเชื่อว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องพังพินาศในฐานะเพื่อนลงอย่างแน่นอน"ผมว่าคุณน้ำหอมเขาอึดอัด เพราะความไม่ชัดเจนของบอสนี่แหละครับ" นนท์เกริ่นถึงสภาวะที่หญิงสาวต้องเผชิญท่ามกลางสายตาคนทั้งบริษัท เขามองเห็นแผ่นหลังเพรียวบางนั้นแบกรับความอึดอัดไว้เต็มที่ธีระออกหน้าปกป้องดีแต่มั
น้ำหอมถอนหายใจทิ้งพลางจ้องเงาสะท้อนในกระจก ความอึดอัดบีบคั้นอยู่ใต้ทรวงอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจรัวถี่จากเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อวานที่เธอยังตั้งตัวไม่ทัน “เอาไงดีน้ำหอม...” เธอพึมพำแผ่วเบากับเงาในกระจกด้วยความสับสนสำหรับเธอธีระคือเพื่อนที่พึ่งพาได้เสมอ ทว่าการที่เขาประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าทุกคนกลับทำให้เส้นแบ่งความสัมพันธ์เริ่มพร่าเลือนจนความไม่ชัดเจนเริ่มสั่นคลอนใจเธอกลีบปากบางเม้มแน่นด้วยความกดดัน เธอไม่อยากเสียมิตรภาพที่บริสุทธิ์ไปเพียงเพราะคนรอบข้างบีบคั้นให้รับบทคนรัก ทั้งที่แผ่นหลังกว้างของเขานั้นเคยเป็นเพียงที่ปลอดภัยนัยน์ตาหม่นแสงลงเมื่อทบทวนถึงสถานะที่ถูกยัดเยียด ความแสนดีของเขาที่เป็นดั่งดาบสองคมทำให้เธอเริ่มหวาดระแวงในความใกล้ชิดที่เริ่มล้ำเส้นและคุกคามความเป็นส่วนตัวปลายนิ้วเรียวคลึงขมับพลางหาทางออกให้เรื่องที่กำลังลุกลาม “ไม่อยากไปเลยแฮะ” เธอเปรยกับตัวเองเบาๆ ความกังวลเรื่องงานเลี้ยงยิ่งทำให้เธออยากหนีไปให้พ้นจากสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมายังส่วนโค้งเว้าที่เธอต้องปกปิดน้ำหอมพยายามโฟกัสงานกองโตเพื่อสลัดความว้าวุ่น แต่ทุกจังหวะที่มือถือสั่นเตือน หัวใจเธอกลับกระ
รถหรูเลี้ยวเข้าจอดหน้าคอนโดอย่างนุ่ม ธีระดับเครื่องแต่ยังไม่ลง เขามองใบหน้าหวานของน้ำหอมที่ตึงกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด"น้ำหอม... ขอขึ้นไปคุยเรื่องข่าวลือต่อได้ไหม" ธีระถามด้วยน้ำเสียงเรียบพลางหันมองคนข้างๆ น้ำหอมพยักหน้ารับเบาๆ ทั้งคู่เดินขึ้นไปยังห้องพัก ท่ามกลางความเงียบพอเข้าห้อง ธีระก็เข้าเรื่
เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีที่น้ำหอมเดินผ่านโถงบริษัท พนักงานต่างหันมามองด้วยสายตาแปลกๆ จนบรรยากาศรอบตัวดูอึดอัดจนน่าขนลุกข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ซ้อนเงื่อนแพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว แม้น้ำหอมจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ แต่เธอก็ยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนเริ่มปล่อยข่าวพวกนี้ที่แผนกการตลาด เอกขมวดคิ้วแน
พนักงานรุ่นพี่จากแผนกอื่นแวะเวียนมาที่โต๊ะของน้ำหอมบ่อยจนคนในแผนกเริ่มสังเกต เขายื่นแก้วกาแฟให้เธอพร้อมรอยยิ้มที่พยายามทำเป็นสนิทสนม“เย็นนี้ว่างไหมครับ ไปหาอะไรกินกันหน่อยไหม ร้านเปิดใหม่แถวนี้เขาว่าเด็ดมากเลยนะ” รุ่นพี่ชวนด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น น้ำหอมยิ้มบางๆ พยายามรักษามารยาทไม่ให้บรรยากาศอึดอ
“น้ำหอม... เข้ามาพบฉันที่ห้องเดี๋ยวนี้ งานมีปัญหาใหญ่” เสียงเข้มของธีระที่ดังผ่านอินเตอร์คอมทำให้น้ำหอมใจคอไม่ดี เธอรีบคว้าแท็บเล็ตแล้วก้าวเร็วๆ ไปหาเขาทันทีด้วยความกังวลเธอผลักประตูเข้าไปด้วยความร้อนใจ “คุณธีระคะ งานส่วนไหนที่ผิดพลาดเหรอ?” น้ำหอมถามพลางรีบเปิดเช็กไฟล์งาน ธีระยังคงนั่งนิ่งหน้าตึงอ
리뷰