Compartir

บทที่ 8

Autor: ข้าวสาลี
ณ งานเลี้ยงการกุศล ฟางรั่วซีถูกกันไว้ด้านนอกเพราะไม่มีบัตรเชิญ

ทว่าเธอกลับมองเห็นเสิ่นลวี่เหยียนที่อยู่ภายในงาน

คนที่ควงแขนเขาอยู่คือเย่ซูเหยา

เขากำลังพาเย่ซูเหยาพูดคุยกับศาสตราจารย์เฉินอย่างออกรส

ฟางรั่วซีมองภาพนั้น จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเวลาหกปีที่ผ่านมา ช่างเหมือนเรื่องตลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

……

ในที่สุดงานเลี้ยงก็เลิก

เธอพุ่งเข้าไปขวางทางศาสตราจารย์เฉิน ขอร้องให้เขาช่วยชีวิตแม่ของเธอ

ผ่านไปครู่หนึ่ง ศาสตราจารย์เฉินก็จำเธอได้ “เธอคือ...คู่หมั้นของลวี่เหยียนใช่ไหม เราเคยเจอกันเมื่อหนึ่งปีก่อนนี่นา”

“เจ้าเด็กนี่เล่นอะไรเนี่ย เมื่อกี้อยู่ข้างในทำไมถึงไม่บอกฉันสักคำ เอาแต่แนะนำรุ่นน้องร่วมสถาบันคนนั้นให้ฉันรู้จัก”

ฟางรั่วซีฝืนยิ้มขื่น

“เขาไม่ยอมให้ฉันพูดถึงเขาค่ะ ดังนั้นเรื่องรักษาแม่ของฉันจึงไม่เกี่ยวกับเขา ศาสตราจารย์เฉินคะ ขอแค่คุณช่วยชีวิตแม่ฉันได้ ให้ฉันทำอะไรก็ยอมค่ะ”

ศาสตราจารย์เฉินถอนหายใจ

“เจ้าเด็กนี่ อายุน้อยแท้ ๆ กลับหัวโบราณขนาดนี้ เวลาคอขาดบาดตายก็ควรจะยืดหยุ่นบ้างสิ”

“พรุ่งนี้เช้าฉันมีคิวว่างพอดี ผ่าตัดให้แม่เธอได้”

ฟางรั่วซีขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า และนัดหมายกับศาสตราจารย์เฉินว่าจะไปเจอกันที่โรงพยาบาลตอนแปดโมงเช้าพรุ่งนี้

พอกลับถึงโรงพยาบาล เพื่อนก็โทรศัพท์มาบอกว่าบ้านเก่าขายได้สามล้านห้าแสน

ในที่สุดก้อนหินที่ทับอยู่กลางอกก็ถูกยกออกไปเสียที

แม่รอดแล้ว

ทว่าแปดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น ศาสตราจารย์เฉินกลับยังไม่มาเสียที

ฟางรั่วซีกดโทรหาศาสตราจารย์เฉินครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่มีคนรับสาย

หมอเจ้าของไข้ร้อนใจจนเหงื่อแตกพลั่ก “ศาสตราจารย์เฉินล่ะครับ อาการของคนไข้ทรุดลงอีกแล้ว ต้องผ่าตัดทันที ขืนยื้อต่อไปจะไม่ทันการแล้วนะ”

ตอนนั้นเอง พยาบาลสาวที่เดินผ่านมาก็เอ่ยปากขึ้น

“ฉันเห็นศาสตราจารย์เฉินค่ะ”

ฟางรั่วซีหันขวับกลับไป “ที่ไหนคะ”

“ถูกผู้อำนวยการเสิ่นพาตัวไปแล้วค่ะ”

เธอรีบโทรศัพท์หาเสิ่นลวี่เหยียนทันที แต่ก็ไม่มีคนรับสายเช่นกัน

จากนั้นเธอจึงเริ่มออกตามหาทีละชั้น ๆ

ในที่สุดเธอก็มองผ่านกระจกเข้าไปเห็นศาสตราจารย์เฉินที่หน้าห้องตรวจพิเศษ

ขณะที่เธอกำลังจะเข้าไป จู่ ๆ ก็ถูกแรงมหาศาลขยุ้มดึงเอาไว้

เสิ่นลวี่เหยียนลากตัวเธอมาจนถึงสุดโถงทางเดิน

ฟางรั่วซีออกแรงสะบัดจนหลุดจากการจับกุมของเขา นัยน์ตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด

“เสิ่นลวี่เหยียน แม่ฉันกำลังรอให้ศาสตราจารย์เฉินไปช่วยชีวิต คุณเอาสิทธิ์อะไรมาพาตัวเขาไป”

“เหยาเหยาเจ็บหน้าอก ต้องตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียด”

เธอโกรธจนตัวสั่นไปหมด “หมอเยอะแยะเต็มโรงพยาบาลยังไม่พอให้คุณตรวจหรือไง ศาสตราจารย์เฉินคือคนที่ฉันเชิญมาผ่าตัดให้แม่ฉันนะ!”

“ศาสตราจารย์เฉินเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจระดับแนวหน้าของประเทศ มีแค่เขาตรวจให้เหยาเหยา ฉันถึงจะวางใจ”

เสิ่นลวี่เหยียนทำน้ำเสียงให้อ่อนลง

“รั่วซี เธอรออีกหน่อยนะ”

“ยังไงก็รอมาตั้งหลายวันแล้ว รอเพิ่มอีกสักสองสามชั่วโมง จะเป็นอะไรไปล่ะ”

ฟางรั่วซีมองผู้ชายตรงหน้า รู้สึกเพียงว่าเขาแปลกหน้าจนน่ากลัว

“คุณยึดมั่นในหลักการที่สุดไม่ใช่หรือไง คุณไม่ยอมทำผิดกฎเพื่อแม่ฉัน แล้วตอนนี้มันหมายความว่ายังไง”

“เป็นกรณีพิเศษ” เขาเอ่ยออกมาสั้น ๆ

พูดจบ เขาก็เรียกรปภ.ของโรงพยาบาลมา

“พวกนายเฝ้าเธอไว้ให้ดี ห้ามให้เธอไปรบกวนการตรวจของศาสตราจารย์เฉินเด็ดขาด”

“ไม่งั้นถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น พวกนายต้องรับผิดชอบ”

รปภ.เข้ามาหิ้วปีกของฟางรั่วซีทันที

“เสิ่นลวี่เหยียน! ไอ้สารเลว! ปล่อยฉันนะ! แม่ฉันรอไม่ไหวแล้ว!”

“เสิ่นลวี่เหยียน ฉันขอร้องละ...”

ฟางรั่วซีดิ้นรนสุดชีวิต ร้องไห้ตะโกนอย่างสิ้นหวัง

เสิ่นลวี่เหยียนได้ยินแล้วก็ปวดใจ แต่กลับเดินตรงจากไปโดยไม่หันไปมอง

ในห้องตรวจพิเศษ ศาสตราจารย์เฉินมองคลื่นไฟฟ้าหัวใจ “เขาไม่ได้เป็นอะไร ลวี่เหยียน เธอคิดมากไปเอง”

เย่ซูเหยาลุกขึ้นนั่งจากเตียงตรวจ ยกมือกุมหน้าอก “แต่ว่าฉันเจ็บหน้าอกจริง ๆ นะคะ แถมยังหายใจไม่ค่อยออกด้วย...”

เสิ่นลวี่เหยียนเดินเข้าไปประคองเธอลงมา

“อาจารย์ตรวจเช็กอย่างละเอียดให้เธออีกหน่อยเถอะครับ แบบนี้ผมถึงจะวางใจ”

ศาสตราจารย์เฉินมองเขาอย่างแปลกใจ

“ลวี่เหยียน เธอยังจะแต่งงานกับคู่หมั้นอยู่ใช่ไหม”

เสิ่นลวี่เหยียนแค่นหัวเราะเบา ๆ สีหน้าสงบนิ่ง

“แน่นอนครับ ในเมื่อผมตัดสินใจจะแต่งงานกับรั่วซีแล้ว ชาตินี้ก็จะมีแค่เธอคนเดียว”

นิ้วมือของเย่ซูเหยาที่กำเสื้ออยู่พลันกระชับแน่น เธอกัดริมฝีปากล่างโดยไม่ส่งเสียงใด

ศาสตราจารย์เฉินพยักหน้า “แต่ฉันกับคู่หมั้นเธอนัดผ่าตัดกันไว้แปดโมง ทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยนเวลาล่ะ”

เสิ่นลวี่เหยียนอธิบาย “พวกเธอไปตรวจร่างกายก่อนผ่าตัดอย่างอื่นก่อนน่ะครับ รอผลออกมาให้หมดจะสะดวกให้อาจารย์วินิจฉัยด้วย”

“เลยถือโอกาสช่วงที่ว่างนี้ รบกวนให้อาจารย์ช่วยตรวจให้เหยาเหยาหน่อย”

เวลาผ่านไปแบบนั้นอีกสี่ชั่วโมง

เย่ซูเหยาตรวจร่างกายจนครบทุกอย่าง ผลปรากฏว่าเธอไม่ได้เป็นโรคอะไรเลย

เสิ่นลวี่เหยียนถึงเพิ่งพาศาสตราจารย์เฉินเดินไปยังห้องไอซียูที่คุณนายฟางอยู่

ทว่าในห้องไอซียู เตียงผู้ป่วยเตียงนั้นกลับว่างเปล่า

ฟางรั่วซีและแม่ของเธอหายไปหมดแล้ว

ขณะที่เขากำลังสงสัย หมอเจ้าของไข้ของคุณนายฟางก็เดินเข้ามา

เสิ่นลวี่เหยียนรีบถาม “พวกเธอไปไหนกันแล้ว”

หมอเจ้าของไข้มองเขาด้วยสายตาซับซ้อน

“เพราะอาการของคนไข้ทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว จึงเสียชีวิตไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนแล้วครับ”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 23

    สามปีต่อมาชื่อของฟางรั่วซี แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักในแวดวงสถาปัตยกรรมเธอนำเทคนิคการปักลายซูโจวมาผสมผสานเข้ากับโครงสร้างแสงและเงาของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างแยบยล ผลงานทุกชิ้นล้วนเรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกและในที่สุดเธอก็ใช้เงินที่หามาได้ด้วยตัวเอง ซื้อบ้านเก่าที่แม่ทิ้งไว้กลับคืนมาได้สำเร็จวันที่ได้โฉนดที่ดินมา เธออยู่ในบ้านคนเดียว นั่งตั้งแต่เช้าจรดค่ำฟู่สือชิงไม่ได้เร่งรัดเธอ เขาเพียงแค่รออยู่หน้าประตูเงียบ ๆ จนกระทั่งเธอเปิดประตู จึงค่อยเดินเข้าไปหา“ไปกันเถอะครับ กลับบ้านกัน”เขาจับมือเธอด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติสามปีมานี้ พวกเขาตกลงคบหากันอย่างค่อยเป็นค่อยไปไม่มีความหวือหวา ไม่มีความรักแบบเป็นจะตายเขามักจะเตรียมมื้อดึกและผ้าห่มไว้ให้ ตอนที่เธอโต้รุ่งวาดแบบเธอก็จะจัดเนกไทและเอกสารให้เขาเรียบร้อย ก่อนที่เขาจะขึ้นศาลเช่นกันเขาไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจใด ๆ ของเธอ เพียงแค่สนับสนุนเธออย่างไม่มีเงื่อนไข เป็นที่พึ่งพาที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอนี่คือความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแบบเท่าเทียมและที่ไม่เป็นพิษในแบบที่เธอชอบที่แท้ความรักที่ดีคือการทำให้คนเรากลายเป็นคนที่ดีข

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 22

    ไม่นานก็ถึงวันขึ้นศาลตอนนี้เสิ่นลวี่เหยียนสวมชุดสูทที่ไม่พอดีตัวอีกต่อไป ผมเผ้ายุ่งเหยิง เบ้าตาลึกโหล บริเวณคางมีหนวดเคราสีเขียวครึ้ม ส่วนเย่ซูเหยาที่อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของตำรวจศาล สองมือถูกสวมกุญแจมือ ไม่เหลือเค้าความน่าสงสารน่าเวทนาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปเสียงของผู้พิพากษาดังก้องขึ้นภายในห้องพิจารณาคดีอันเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์“...สำหรับคดีอุบัติเหตุทางการแพทย์ จากการพิจารณาคดี จำเลยเสิ่นลวี่เหยียนมีความประมาทอย่างร้ายแรงในกระบวนการรักษา ทำให้ผู้ป่วยพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการช่วยชีวิต จึงต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก”“ศาลขอพิพากษาดังนี้: ให้จำเลยเสิ่นลวี่เหยียนกล่าวคำขอโทษต่อโจทก์ฟางรั่วซีต่อหน้าสื่อมวลชนระดับเมือง และร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ให้แก่โจทก์ฟางรั่วซี เป็นเงินรวมทั้งสิ้นเก้าล้าน”“เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของเสิ่นลวี่เหยียน และห้ามประกอบอาชีพแพทย์ตลอดชีวิต”ห้ามประกอบอาชีพแพทย์ตลอดชีวิตเมื่อสิ้นคำพูดนี้ ร่างของเสิ่นลวี่เหยียนก็โอนเอนเล็กน้อย หน้าที่การงานที่เขาเคยภาคภูมิใจหนักหนา พลันแหลกสลายกลายเป็นผุยผงผู้พิพากษาอ่านคำพิพ

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 21

    เสิ่นลวี่เหยียนไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาถึงห้องเช่าได้อย่างไรเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วมือชะงักค้างอยู่เหนือชื่อของฟางรั่วซีผ่านไปนาน เขาก็เริ่มส่งข้อความหาฟางรั่วซี“เราต้องคุยกันหน่อยนะ”ข้อความถูกส่งออกไป ก่อนจะปรากฏเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงขึ้นมาเขามองหน้าจอ เวลาผ่านไปทีละนาที แต่เขาก็ยังคงดื้อดึงส่งไปอีกข้อความหนึ่ง“รั่วซี เรามาเจอกันหน่อยเถอะ”ผลลัพธ์ยังคงเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงเหมือนเดิมหยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนหน้าจอโทรศัพท์ แต่เขาก็ยังคงส่งข้อความที่ฟางรั่วซีไม่มีทางได้รับไม่หยุด“รั่วซี ฉันผิดไปแล้ว เธอให้อภัยฉันได้ไหม”“ขอร้องละ...”“รั่วซี ฉันขอโทษ”“รั่วซี ฉันรักเธอ...”……ขณะเดียวกัน ฟางรั่วซีกำลังนั่งง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์รางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันออกแบบในครั้งนั้น ทำให้เธอได้รับคำเชิญร่วมงานจากบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อการร่วมงานในครั้งนี้ เธอต้องทำงานจนดึกทุกวัน แม้จะเหนื่อยมาก ทว่าภายในใจกลับรู้สึกเติมเต็มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและนี่ก็เป็นอีกคืนที่เธออดนอน เมื่อมองเวลา จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่านัดกับฟู่สือชิงเอาไว้เพื่อคุยเรื่องคดีความของเสิ่

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 20

    เสิ่นลวี่เหยียนไม่ได้เอ่ยปากแก้ตัวใด ๆเพราะมันไม่มีอะไรให้แก้ตัวได้เลยท้ายที่สุดเขาก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อของตัวเองลงบนหนังสือแจ้งพักงานเพื่อรอการสอบสวนบ่ายวันเดียวกันกับที่เขาถูกพักงาน ฟางรั่วซีในฐานะญาติของผู้เสียหายก็ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อเมื่ออยู่หน้ากล้อง เธอได้บอกเล่าลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนที่แม่ของเธออาการกำเริบไปจนถึงตอนที่เสียชีวิตอย่างชัดถ้อยชัดคำเธอตีแผ่ความจริงทั้งหมดต่อหน้าสาธารณชน ราวกับมีดผ่าตัดอันคมกริบที่กรีดกระชากเปลือกนอกอันจอมปลอมเรื่องหลักการของเสิ่นลวี่เหยียนออกอย่างแม่นยำ“หมอที่ทำเพื่อคนที่อ้างว่าเป็นแค่รุ่นน้อง จนถึงขั้นกล้าละเมิดกฎของโรงพยาบาล ทอดทิ้งผู้ป่วย และไม่สนแม้กระทั่งชีวิตของคนไข้...”ฟางรั่วซีมองกล้อง เน้นย้ำทีละคำ “เขาไม่คู่ควรกับเสื้อกาวน์ตัวนั้นเลยสักนิด”เสิ่นลวี่เหยียนที่กลับมาถึงบ้านเอาแต่มองหน้าจอโทรทัศน์ แสงสว่างจากหน้าจอตกกระทบลงบนใบหน้าของเขาวูบวาบไปมาเมื่อได้เห็นฟางรั่วซีบนหน้าจอ เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกผิดหรือว่าเสียใจกันแน่ รู้เพียงแค่ว่าตำแหน่งของหัวใจมันเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออกหลังจากนั้นไม่นาน หนังส

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 19

    ในหัวของเสิ่นลวี่เหยียนอื้ออึงไปหมด ขาวโพลนไปชั่วขณะตอนนั้นเย่ซูเหยาถือปึกเอกสารมาให้เขาเซ็น โดยบอกว่าเป็นสัญญาค้ำประกันของโปรเจกต์เขาไม่เคยคิดเลยว่ารุ่นน้องที่เขาคิดมาตลอดว่าแสนดีและใสซื่อจะหลอกเขาได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้อ่านมันอย่างละเอียดเลยด้วยซ้ำแต่นึกไม่ถึงเลยว่าตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็ได้วางกับดักเอาไว้ให้เขาถูกลากลงสู่ขุมนรกเรียบร้อยแล้วเสิ่นลวี่เหยียนเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาที่เคยสุขุมเยือกเย็น บัดนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยโทสะที่พลุ่งพล่านและความเย็นชาที่หนาวเหน็บลึกถึงกระดูกเขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนพวกตัวตลกเพื่อผู้หญิงคนนี้ เขายอมละเมิดหลักการทุกอย่าง ทำร้ายรั่วซีครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังเป็นต้นเหตุทางอ้อมที่ทำให้แม่ของรั่วซีต้องตาย...เพื่อเธอ เขาสูญเสียทุกอย่างที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา กลับเป็นจุดจบอันชั่วร้ายอำมหิตเช่นนี้“ไสหัวไป”รอยยิ้มบนใบหน้าของเย่ซูเหยาแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่ไม่นานเธอก็กลับมาทำท่าทีลำพองใจเหมือนคนถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้ง“รุ่นพี่ รุ่นพี่ก็คิดดูให้ดี ๆ แล้วกัน”เธอจัดทรงผมของตัวเองให้เข้าที่ ขยับเท้าเดินเข้าไปหาเขาอีกก้าว ก่อนจะกดเส

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 18

    เสิ่นลวี่เหยียนถูกเธอโวยวายใส่จนปวดหัวยิ่งกว่าเดิมเขายกมือขึ้นนวดขมับ น้ำเสียงแหบพร่า “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...” เย่ซูเหยาร้องไห้ แทบจะสติแตก “ตอนนี้สายป่านขาดแล้ว โปรเจกต์ต้องหยุดชะงักไปเลย แถมพวกเขายังจะให้ฉันชดใช้เงินอีก! รุ่นพี่คะ ฉันต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อไปปลดอายัดทรัพย์สิน ไม่งั้นฉันต้องจบเห่แน่ ๆ แถมยังต้องติดคุกด้วย! รุ่นพี่คะ รุ่นพี่ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ”เสิ่นลวี่เหยียนฟังเสียงร้องไห้ของเธอ ความรู้สึกเหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายอย่างบอกไม่ถูกพลันตีรวนขึ้นมาในอก“เหยาเหยา ฉันไม่มีเงินแล้ว”“เงินของฉันให้เธอไปหมดแล้ว บ้านกับรถก็เอาไปจำนองแล้ว ฉันไม่มีเงินเหลือเลยสักแดงเดียว”แม้แต่เงินที่จะเอาไปคืนรั่วซี เขายังต้องบากหน้าไปยืมเพื่อนเลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาอีกเสียงร้องไห้ของเย่ซูเหยาชะงักไปอึดใจหนึ่ง ราวกับฟังไม่ชัด เธอมองเขาด้วยความไม่อยากเชื่อทันใดนั้นเธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงสิคะรุ่นพี่ รุ่นพี่เป็นผู้อำนวยการนี่นา!”“ในโรงพยาบาลต้องมีเงินสำรองอยู่แล้วใช่ไหมคะ ไหนจะยังมีทุนวิจัยอีก รุ่นพี่ต้องมีวิธีแน่ ๆ ค่ะรุ่นพี่”เธอขยับเข้าไปใกล้พ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status