Compartir

บทที่ 7

Autor: ข้าวสาลี
เที่ยงวันกลางฤดูร้อน ภายในรถร้อนอบอ้าวราวกับเตาอบ

เบาะหนังร้อนจี๋จนน่าตกใจ เมื่อสัมผัสโดนผิวหนังก็ทำให้รู้สึกแสบร้อนเป็นระลอก

ฟางรั่วซีคลำหาโทรศัพท์มือถือจนเจอ กดโทรออกหาเสิ่นลวี่เหยียน ทว่ากลับไม่มีคนรับสายเสียที

อุณหภูมิในรถยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สายตาของเธอเริ่มพร่ามัว ในหัวดังอื้ออึง

ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เธอต้องตายอยู่ที่นี่แน่

เธอกัดฟัน หันตัวไปออกแรงดึงพนักพิงศีรษะของเบาะรถออก แล้วใช้ปลายโลหะด้านล่างกระแทกเข้าที่กระจกรถอย่างแรง

“ปัง! ปัง! ปัง!”

ครั้งแล้วครั้งเล่า

เธอออกแรงทุบกระแทกไปยังตำแหน่งเดิมอย่างแรง

“เพล้ง!”

ในที่สุดกระจกรถก็แตกกระจาย

อากาศเย็นพัดเข้ามาในห้องโดยสาร ทำให้สติของเธอพอจะกลับคืนมาได้บ้าง

เธอปีนออกทางหน้าต่างรถ ตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง และสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่

ผ่านไปพักใหญ่ เธอถึงพยุงตัวลุกขึ้นยืนได้อย่างยากลำบาก

เธอเพิ่งสังเกตว่ารถจอดอยู่บนถนนเลียบเขา ตรงบริเวณกึ่งกลางทางขึ้นเขา

และบนเนินเขาที่ไม่ไกลออกไปนัก เหมือนกำลังจัดกิจกรรมตั้งแคมป์กลางแจ้งกันอยู่

ฟางรั่วซีมองปราดเดียวก็เห็นเสิ่นลวี่เหยียน มือข้างหนึ่งกางร่มให้เย่ซูเหยา ส่วนมืออีกข้างก็ป้อนน้ำให้เธออย่างอ่อนโยน

เย่ซูเหยาดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง ไม่รู้ว่าพูดอะไรออกมา ถึงทำให้เสิ่นลวี่เหยียนที่ไม่ค่อยยิ้มแย้มถึงกับยกมุมปากขึ้นมาได้

ฟางรั่วซีมองภาพนั้น รู้สึกเพียงว่ามันช่างน่าขำสิ้นดี

เธอดึงสายตากลับมา ลากขาทั้งสองข้างที่หนักอึ้งราวกับตะกั่วเดินลงเขาไปทีละก้าว แล้วนั่งแท็กซี่ไปโรงพยาบาล

ถึงโรงพยาบาลได้ไม่นาน โทรศัพท์ของเสิ่นลวี่เหยียนก็โทรเข้ามา

“ฟางรั่วซี ทำไมเธอไปไม่บอกฉันสักคำ แล้วกระจกรถมันเกิดอะไรขึ้น”

ฟางรั่วซีเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เสิ่นลวี่เหยียน คุณถึงกับขังฉันไว้ในรถเพื่อไปกางร่มป้อนน้ำให้เย่ซูเหยาเนี่ยนะ”

“คุณรู้ไหมว่าฉันเกือบจะร้อนตายอยู่ในนั้นแล้ว”

ปลายสายเงียบไปสองวินาที

“ขอโทษที ตอนลงจากรถฉันรีบไปหน่อย เลยลืมไปว่าในรถมันจะร้อนมาก”

“ฉันเห็นพวกเหยาเหยากำลังจัดกิจกรรม เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวต้องขนของเยอะแยะในหน้าร้อนขนาดนั้น ฉันจะปล่อยผ่านไปได้ยังไง ถ้าเป็นลมแดดขึ้นมาจะทำยังไง”

ฟางรั่วซีฟังน้ำเสียงที่คิดว่าตัวเองทำถูกแล้วของเขา จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา

เขากลัวเย่ซูเหยาจะเป็นลมแดด แต่กลับลืมไปว่าเธอกำลังไข้ขึ้นสูง และถูกขังอยู่ในรถที่ปิดสนิท

“เสิ่นลวี่เหยียน ฉันเพิ่งตรวจที่ห้องฉุกเฉินเสร็จ”

“หมอบอกว่าเป็นโรคลมแดด ถ้าช้ากว่านี้อีกครึ่งชั่วโมง สมองจะเสียหายถาวร”

ลมหายใจของเสิ่นลวี่เหยียนที่อยู่ปลายสายพลันสะดุด

“รั่วซี...”

แต่ฟางรั่วซีไม่ได้ฟังเขาพูดอีกแม้แต่คำเดียว เธอชิงตัดสายไปทันที

หลังจากนั้นเธอฝืนพยุงสติโทรศัพท์หาเพื่อน

“ช่วยประกาศขายบ้านเก่าของแม่ฉันให้หน่อย ยิ่งเร็วยิ่งดี ฉันร้อนเงิน”

จากนั้นเธอก็เปิดสมุดรายชื่อผู้ติดต่อ โทรหาทุกคนที่มีแนวโน้มว่าจะรู้จักกับศาสตราจารย์เฉิน

เธอต้องเชิญศาสตราจารย์เฉินมารักษาแม่ให้ได้

เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นลวี่เหยียนก็มาที่โรงพยาบาล

เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของฟางรั่วซี แววตาของเขาก็มีแววรู้สึกผิดวาบผ่าน

“รั่วซี ฉันคิดน้อยไปเอง ขอโทษนะ”

ฟางรั่วซีมองไปทางเขา

“เสิ่นลวี่เหยียน ฉันไม่ต้องการคำขอโทษจากคุณ ฉันจะพูดอีกครั้ง เรื่องของเรามันจบแล้ว รีบเอาเงินสองล้านของฉันคืนมา”

เสิ่นลวี่เหยียนสูดหายใจเข้าลึก ข่มความไม่พอใจในแววตาเอาไว้

“เธอต้องมาอาละวาดใส่ฉันตอนนี้ด้วยหรือไง”

“เธอเลิกทำตัวเป็นเด็ก ๆ หึงเหยาเหยาอย่างไร้เหตุผลแบบนี้สักทีได้ไหม”

ฟางรั่วซีไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะเถียงกลับ

เธอดึงเข็มน้ำเกลือที่หลังมือออก เลิกผ้าห่มเตรียมจะลงจากเตียง

เสิ่นลวี่เหยียนมือไวตาไวรีบกดตัวเธอเอาไว้

“เธอจะไปไหน สภาพเธอแบบนี้อย่างน้อยต้องแอดมิตดูอาการสักหนึ่งสัปดาห์นะ!”

ฟางรั่วซีมองมือของเขาที่กดอยู่บนไหล่ของตัวเองอย่างเย็นชา

“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ฉันก็คงไม่เป็นโรคลมแดด ถ้าไม่ใช่เพราะคุณกับเย่ซูเหยา แม่ฉันก็คงไม่ต้องไปนอนอยู่ในห้องไอซียู”

สีหน้าของเสิ่นลวี่เหยียนเคร่งขรึมลง

“แม่เธอป่วยมันเป็นอุบัติเหตุ ทำไมเธอต้องลากไปเกี่ยวอะไรกับเหยาเหยาด้วย ช่วยมีเหตุผลหน่อยได้ไหม”

ฟางรั่วซียกยิ้มหยัน

“ได้ งั้นตอนนี้คุณก็ให้เย่ซูเหยาเอาเงินสองล้านมาคืนฉัน หรือไม่คุณก็ไปเชิญศาสตราจารย์เฉินมาผ่าตัดให้แม่ฉัน”

“คุณทำข้อไหนได้บ้างล่ะ”

เสิ่นลวี่เหยียนเม้มริมฝีปาก “ฉันเคยบอกไปแล้วว่าแบบนี้มันผิดกฎ”

ฟางรั่วซีแค่นหัวเราะ “งั้นก็หลีกไป”

เธอออกแรงผลักเสิ่นลวี่เหยียนออก แล้วเดินออกจากห้องพักฟื้น

หลายวันหลังจากนั้น ฟางรั่วซียุ่งทุกวัน ยุ่งกับการวิ่งเต้นหาว่าศาสตราจารย์เฉินอยู่ที่ไหน ยุ่งกับการดูแลแม่ในห้องไอซียู ยุ่งกับการไล่โทรศัพท์หาญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงทีละคน เพื่อแจ้งยกเลิกงานแต่ง

ส่วนเสิ่นลวี่เหยียนก็ยุ่งมากเช่นกัน

ยุ่งกับการจัดการเรื่องของโรงพยาบาล และยุ่งกับการช่วยเย่ซูเหยาผลักดันโปรเจกต์ที่ใช้เงินทุนถึงยี่สิบห้าล้านนั่น

กระทั่งช่วงเย็นวันที่ห้าที่แม่เข้าโรงพยาบาล ฟางรั่วซีก็ได้รับสายจากเพื่อน

“รั่วซี สืบมาได้แล้ว!”

“ศาสตราจารย์เฉินมาที่เมืองของเราแล้ว คืนนี้เขาจะไปร่วมงานเลี้ยงการกุศลงานหนึ่ง!”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 23

    สามปีต่อมาชื่อของฟางรั่วซี แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักในแวดวงสถาปัตยกรรมเธอนำเทคนิคการปักลายซูโจวมาผสมผสานเข้ากับโครงสร้างแสงและเงาของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างแยบยล ผลงานทุกชิ้นล้วนเรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกและในที่สุดเธอก็ใช้เงินที่หามาได้ด้วยตัวเอง ซื้อบ้านเก่าที่แม่ทิ้งไว้กลับคืนมาได้สำเร็จวันที่ได้โฉนดที่ดินมา เธออยู่ในบ้านคนเดียว นั่งตั้งแต่เช้าจรดค่ำฟู่สือชิงไม่ได้เร่งรัดเธอ เขาเพียงแค่รออยู่หน้าประตูเงียบ ๆ จนกระทั่งเธอเปิดประตู จึงค่อยเดินเข้าไปหา“ไปกันเถอะครับ กลับบ้านกัน”เขาจับมือเธอด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติสามปีมานี้ พวกเขาตกลงคบหากันอย่างค่อยเป็นค่อยไปไม่มีความหวือหวา ไม่มีความรักแบบเป็นจะตายเขามักจะเตรียมมื้อดึกและผ้าห่มไว้ให้ ตอนที่เธอโต้รุ่งวาดแบบเธอก็จะจัดเนกไทและเอกสารให้เขาเรียบร้อย ก่อนที่เขาจะขึ้นศาลเช่นกันเขาไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายการตัดสินใจใด ๆ ของเธอ เพียงแค่สนับสนุนเธออย่างไม่มีเงื่อนไข เป็นที่พึ่งพาที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอนี่คือความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแบบเท่าเทียมและที่ไม่เป็นพิษในแบบที่เธอชอบที่แท้ความรักที่ดีคือการทำให้คนเรากลายเป็นคนที่ดีข

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 22

    ไม่นานก็ถึงวันขึ้นศาลตอนนี้เสิ่นลวี่เหยียนสวมชุดสูทที่ไม่พอดีตัวอีกต่อไป ผมเผ้ายุ่งเหยิง เบ้าตาลึกโหล บริเวณคางมีหนวดเคราสีเขียวครึ้ม ส่วนเย่ซูเหยาที่อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของตำรวจศาล สองมือถูกสวมกุญแจมือ ไม่เหลือเค้าความน่าสงสารน่าเวทนาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปเสียงของผู้พิพากษาดังก้องขึ้นภายในห้องพิจารณาคดีอันเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์“...สำหรับคดีอุบัติเหตุทางการแพทย์ จากการพิจารณาคดี จำเลยเสิ่นลวี่เหยียนมีความประมาทอย่างร้ายแรงในกระบวนการรักษา ทำให้ผู้ป่วยพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการช่วยชีวิต จึงต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก”“ศาลขอพิพากษาดังนี้: ให้จำเลยเสิ่นลวี่เหยียนกล่าวคำขอโทษต่อโจทก์ฟางรั่วซีต่อหน้าสื่อมวลชนระดับเมือง และร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ให้แก่โจทก์ฟางรั่วซี เป็นเงินรวมทั้งสิ้นเก้าล้าน”“เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของเสิ่นลวี่เหยียน และห้ามประกอบอาชีพแพทย์ตลอดชีวิต”ห้ามประกอบอาชีพแพทย์ตลอดชีวิตเมื่อสิ้นคำพูดนี้ ร่างของเสิ่นลวี่เหยียนก็โอนเอนเล็กน้อย หน้าที่การงานที่เขาเคยภาคภูมิใจหนักหนา พลันแหลกสลายกลายเป็นผุยผงผู้พิพากษาอ่านคำพิพ

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 21

    เสิ่นลวี่เหยียนไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาถึงห้องเช่าได้อย่างไรเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ้วมือชะงักค้างอยู่เหนือชื่อของฟางรั่วซีผ่านไปนาน เขาก็เริ่มส่งข้อความหาฟางรั่วซี“เราต้องคุยกันหน่อยนะ”ข้อความถูกส่งออกไป ก่อนจะปรากฏเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงขึ้นมาเขามองหน้าจอ เวลาผ่านไปทีละนาที แต่เขาก็ยังคงดื้อดึงส่งไปอีกข้อความหนึ่ง“รั่วซี เรามาเจอกันหน่อยเถอะ”ผลลัพธ์ยังคงเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงเหมือนเดิมหยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนหน้าจอโทรศัพท์ แต่เขาก็ยังคงส่งข้อความที่ฟางรั่วซีไม่มีทางได้รับไม่หยุด“รั่วซี ฉันผิดไปแล้ว เธอให้อภัยฉันได้ไหม”“ขอร้องละ...”“รั่วซี ฉันขอโทษ”“รั่วซี ฉันรักเธอ...”……ขณะเดียวกัน ฟางรั่วซีกำลังนั่งง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์รางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันออกแบบในครั้งนั้น ทำให้เธอได้รับคำเชิญร่วมงานจากบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อการร่วมงานในครั้งนี้ เธอต้องทำงานจนดึกทุกวัน แม้จะเหนื่อยมาก ทว่าภายในใจกลับรู้สึกเติมเต็มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและนี่ก็เป็นอีกคืนที่เธออดนอน เมื่อมองเวลา จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่านัดกับฟู่สือชิงเอาไว้เพื่อคุยเรื่องคดีความของเสิ่

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 20

    เสิ่นลวี่เหยียนไม่ได้เอ่ยปากแก้ตัวใด ๆเพราะมันไม่มีอะไรให้แก้ตัวได้เลยท้ายที่สุดเขาก็หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อของตัวเองลงบนหนังสือแจ้งพักงานเพื่อรอการสอบสวนบ่ายวันเดียวกันกับที่เขาถูกพักงาน ฟางรั่วซีในฐานะญาติของผู้เสียหายก็ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อเมื่ออยู่หน้ากล้อง เธอได้บอกเล่าลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนที่แม่ของเธออาการกำเริบไปจนถึงตอนที่เสียชีวิตอย่างชัดถ้อยชัดคำเธอตีแผ่ความจริงทั้งหมดต่อหน้าสาธารณชน ราวกับมีดผ่าตัดอันคมกริบที่กรีดกระชากเปลือกนอกอันจอมปลอมเรื่องหลักการของเสิ่นลวี่เหยียนออกอย่างแม่นยำ“หมอที่ทำเพื่อคนที่อ้างว่าเป็นแค่รุ่นน้อง จนถึงขั้นกล้าละเมิดกฎของโรงพยาบาล ทอดทิ้งผู้ป่วย และไม่สนแม้กระทั่งชีวิตของคนไข้...”ฟางรั่วซีมองกล้อง เน้นย้ำทีละคำ “เขาไม่คู่ควรกับเสื้อกาวน์ตัวนั้นเลยสักนิด”เสิ่นลวี่เหยียนที่กลับมาถึงบ้านเอาแต่มองหน้าจอโทรทัศน์ แสงสว่างจากหน้าจอตกกระทบลงบนใบหน้าของเขาวูบวาบไปมาเมื่อได้เห็นฟางรั่วซีบนหน้าจอ เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกผิดหรือว่าเสียใจกันแน่ รู้เพียงแค่ว่าตำแหน่งของหัวใจมันเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออกหลังจากนั้นไม่นาน หนังส

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 19

    ในหัวของเสิ่นลวี่เหยียนอื้ออึงไปหมด ขาวโพลนไปชั่วขณะตอนนั้นเย่ซูเหยาถือปึกเอกสารมาให้เขาเซ็น โดยบอกว่าเป็นสัญญาค้ำประกันของโปรเจกต์เขาไม่เคยคิดเลยว่ารุ่นน้องที่เขาคิดมาตลอดว่าแสนดีและใสซื่อจะหลอกเขาได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้อ่านมันอย่างละเอียดเลยด้วยซ้ำแต่นึกไม่ถึงเลยว่าตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็ได้วางกับดักเอาไว้ให้เขาถูกลากลงสู่ขุมนรกเรียบร้อยแล้วเสิ่นลวี่เหยียนเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาที่เคยสุขุมเยือกเย็น บัดนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยโทสะที่พลุ่งพล่านและความเย็นชาที่หนาวเหน็บลึกถึงกระดูกเขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนพวกตัวตลกเพื่อผู้หญิงคนนี้ เขายอมละเมิดหลักการทุกอย่าง ทำร้ายรั่วซีครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังเป็นต้นเหตุทางอ้อมที่ทำให้แม่ของรั่วซีต้องตาย...เพื่อเธอ เขาสูญเสียทุกอย่างที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา กลับเป็นจุดจบอันชั่วร้ายอำมหิตเช่นนี้“ไสหัวไป”รอยยิ้มบนใบหน้าของเย่ซูเหยาแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่ไม่นานเธอก็กลับมาทำท่าทีลำพองใจเหมือนคนถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้ง“รุ่นพี่ รุ่นพี่ก็คิดดูให้ดี ๆ แล้วกัน”เธอจัดทรงผมของตัวเองให้เข้าที่ ขยับเท้าเดินเข้าไปหาเขาอีกก้าว ก่อนจะกดเส

  • คว้าคิมหันต์ถนอมบุปผา   บทที่ 18

    เสิ่นลวี่เหยียนถูกเธอโวยวายใส่จนปวดหัวยิ่งกว่าเดิมเขายกมือขึ้นนวดขมับ น้ำเสียงแหบพร่า “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...” เย่ซูเหยาร้องไห้ แทบจะสติแตก “ตอนนี้สายป่านขาดแล้ว โปรเจกต์ต้องหยุดชะงักไปเลย แถมพวกเขายังจะให้ฉันชดใช้เงินอีก! รุ่นพี่คะ ฉันต้องใช้เงินก้อนใหญ่เพื่อไปปลดอายัดทรัพย์สิน ไม่งั้นฉันต้องจบเห่แน่ ๆ แถมยังต้องติดคุกด้วย! รุ่นพี่คะ รุ่นพี่ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ”เสิ่นลวี่เหยียนฟังเสียงร้องไห้ของเธอ ความรู้สึกเหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายอย่างบอกไม่ถูกพลันตีรวนขึ้นมาในอก“เหยาเหยา ฉันไม่มีเงินแล้ว”“เงินของฉันให้เธอไปหมดแล้ว บ้านกับรถก็เอาไปจำนองแล้ว ฉันไม่มีเงินเหลือเลยสักแดงเดียว”แม้แต่เงินที่จะเอาไปคืนรั่วซี เขายังต้องบากหน้าไปยืมเพื่อนเลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาอีกเสียงร้องไห้ของเย่ซูเหยาชะงักไปอึดใจหนึ่ง ราวกับฟังไม่ชัด เธอมองเขาด้วยความไม่อยากเชื่อทันใดนั้นเธอก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงสิคะรุ่นพี่ รุ่นพี่เป็นผู้อำนวยการนี่นา!”“ในโรงพยาบาลต้องมีเงินสำรองอยู่แล้วใช่ไหมคะ ไหนจะยังมีทุนวิจัยอีก รุ่นพี่ต้องมีวิธีแน่ ๆ ค่ะรุ่นพี่”เธอขยับเข้าไปใกล้พ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status