Short
แฟนออนไลน์ฉันเป็นเจ้านาย

แฟนออนไลน์ฉันเป็นเจ้านาย

بواسطة:  มู่หือمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
10فصول
95وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

จู่ ๆ แฟนออนไลน์ของฉันก็ส่งรูปมื้อเที่ยงมาให้ ในรูปคือสเต๊กเนื้อที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ และยังคงมีควันร้อนลอยกรุ่นอยู่ [ที่รัก ผมกินมื้อเที่ยงอย่างว่าง่ายแล้วนะ ขอคำชมหน่อยสิ~] ฉันกำลังเตรียมจะตอบกลับไปว่า "เก่งมาก" แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นตัวหนังสือสีแดงสะดุดตาสองสามบรรทัดพิมพ์อยู่ตรงขอบจานเข้าเสียก่อน— ไมค์เทคโนโลยี ภายในใจของฉันก็กระตุกวูบขึ้นมาทันที มันช่างบังเอิญจนน่าเหลือเชื่อเพราะบริษัทที่ฉันทำงานอยู่ก็ใช้ชื่อนี้เหมือนกัน ฉันอึ้งอยู่กับที่ สมองขาวโพลนไปหมด ไม่จริงน่า แฟนออนไลน์ที่ฉันคบมาปีกว่าดันอยู่ข้าง ๆ ฉันงั้นเหรอ

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

ช่วงพักกลางวัน ฉันกำลังแอบอยู่ในโรงอาหารของบริษัท นั่งหั่นสเต๊กที่ตัวเองสั่งมาอย่างสบายอารมณ์

พอคิดถึงหมอนั่นที่เมื่อก่อนมักจะบ่นเสมอว่ายุ่งจนไม่มีเวลากินข้าว ฉันก็เลยส่งข้อความไปเตือนความจำเขาสักหน่อย

[ยุ่งแค่ไหนก็จำไว้ว่าต้องกินข้าวนะ เป็นเด็กดีที่ว่านอนสอนง่ายหน่อย]

ไม่ถึงสิบนาที โทรศัพท์มือถือก็สว่างขึ้น

[ที่รัก ผมกินมื้อเที่ยงอย่างว่าง่ายแล้วนะ รีบชมผมหน่อยสิ~]

ด้านล่างยังมีรูปภาพแนบมาด้วย

ฉันกดเข้าไปดู มันคือสเต๊กเนื้อที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ

ฉันเพิ่งจะเตรียมเอ่ยชมเขาสองสามประโยค แต่ยิ่งดูกลับยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

หลังจากมองอยู่พักใหญ่ ในที่สุดฉันก็พบว่าความรู้สึกคุ้นเคยนั้นมาจากไหน

ขอบจานมีตัวอักษรสีแดงสดสี่ตัวพิมพ์เอาไว้—

[ไมค์เทคโนโลยี]

นี่มันบริษัทที่ฉันกำลังเหยียบอยู่ไม่ใช่หรือไง

ฉันก้มหน้ามองจานในมือตัวเอง สลับกับมองรูปภาพในโทรศัพท์มือถือ

จู่ ๆ สเต๊กเนื้อในปากก็ไร้รสชาติขึ้นมาทันที

โรงอาหารแห่งนี้เป็นของพนักงานโดยเฉพาะ คนนอกไม่มีทางเข้ามาได้เด็ดขาด

นั่นก็หมายความว่า แฟนออนไลน์ของฉันคนนั้น มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะอยู่ในอาคารสำนักงานเดียวกันนี้

ทั้งร่างของฉันชาหนึบไปหมด

[ที่รัก ทำไมจู่ ๆ คุณถึงไม่ตอบผมล่ะ (น้อยใจ)]

[ผมกินข้าวอย่างว่าง่ายแล้วจริง ๆ นะ (จะร้องไห้แล้ว)]

[หรือว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า (หลบมุมวาดวงกลม)]

ข้อความเด้งขึ้นมาทีละข้อความอย่างต่อเนื่อง

ฉันยังไม่ทันตั้งสติจากความตกตะลึง

ถึงแม้จะรู้ว่าเขาอยู่ในเมืองนี้ แต่ฉันก็คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่ามันจะน่าเหลือเชื่อขนาดนี้—

ดันอยู่บริษัทเดียวกันซะได้

ฉันพิมพ์ข้อความลงในกล่องแชตซ้ำไปซ้ำมา

[ที่รัก คุณทำงานอยู่บริษัทไหนเหรอ]

[ที่รัก คุณอยู่ไมค์เทคโนโลยีใช่ไหม]

พิมพ์แล้วก็ลบ ลบแล้วก็พิมพ์ใหม่

ไม่รู้เลยว่าจะถามออกไปได้ยังไง

ถ้าถามออกไป เขาต้องถามกลับแน่ ๆ ว่าฉันทำงานที่ไหน

ถึงตอนนั้นถ้าพบว่าฉันก็อยู่บริษัทนี้เหมือนกัน มันจะไม่จบเห่หรือไง

ถ้าเขาตามเบาะแสมาหาฉันจะทำยังไงล่ะ

พอคิดว่าตัวเองต้องมาส่งสติกเกอร์ออดอ้อนไปมากับเพื่อนร่วมงานชายคนใดคนหนึ่งในบริษัททุกวัน ฉันก็กระอักกระอ่วนจนต้องจิกนิ้วเท้า

ฉันยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง เขาก็ส่งมาอีกข้อความหนึ่ง

[ที่รัก คุณไม่สนใจผม หรือว่าแอบไปกินข้าวกับผู้ชายคนอื่นแล้ว!!!]

[คุณเป็นอะไรไปกันแน่ ผมชักจะลนแล้วนะ...]

ฉันจึงฝืนทำใจให้สงบแล้วตอบกลับไปเพื่อควบคุมสถานการณ์เอาไว้

[เมื่อกี้กินข้าวอยู่ก็เลยไม่ได้ดูโทรศัพท์ เด็กดีน่ารักมาก ลูบหัวนะ]

เขาก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที

[ฮี่ ๆ ผมกินอิ่มแล้วนะ ไปทำงานต่อก่อนละ~]

ฉันพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด

พอฉันเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ โรงอาหาร คนก็เดินออกไปกันเกือบหมดแล้ว

ที่เหลืออยู่ก็มีแต่เพื่อนร่วมงานหญิง แถมยังมีคุณลุงผมหงอกขาวอยู่อีกคน ไม่ว่าจะมองยังไงก็ไม่เหมือนเขาเลยสักนิด

ฉันบังคับตัวเองให้ใจเย็นลง

ตอนนี้มีปัญหาสามข้อที่ต้องทำให้กระจ่าง

ข้อแรก เขาคือใครกันแน่

ข้อที่สอง ผู้ชายคนนี้เชื่อถือได้ไหม

ข้อที่สาม ถ้าหาตัวพบแล้ว จะเปิดอกคุยกันแบบต่อหน้า หรือจะคบกันผ่านออนไลน์ต่อไป หรือจะจบความสัมพันธ์ลงตรงนี้เลยดี

ยังไงซะการต้องมาเจอกันทุกวันที่บริษัทมันก็น่ากระอักกระอ่วนเกินไปจริง ๆ

พอนึกย้อนกลับไปในช่วงหนึ่งปีมานี้ เรารักษาความเป็นส่วนตัวกันอย่างเข้มงวดมาก

ไม่เคยส่งรูปถ่ายหน้าตรงให้กันเลย ชื่อหรือที่อยู่ก็ไม่เคยพูดถึง

เบาะแสเพียงอย่างเดียวที่มีก็คือการที่เขายอมส่งรูปกล้ามหน้าท้องมาให้สองสามรูปตามคำเรียกร้องอย่างหนักหน่วงของฉัน

แต่มองแค่กล้ามหน้าท้องฉันจะไปจำได้ยังไงล่ะว่าเป็นใคร

จะให้ไปไล่เปิดเสื้อของเพื่อนร่วมงานชายในบริษัททีละคนก็คงไม่ได้มั้ง

เมื่อกลับมาที่โต๊ะทำงาน ฉันมองไปรอบ ๆ กลุ่มเพื่อนร่วมงานชายที่ปกติมักจะชอบต่อล้อต่อเถียงและหยอกล้อกับฉันอยู่เป็นประจำ ก่อนจะอดรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาไม่ได้
توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
10 فصول
บทที่ 1
ช่วงพักกลางวัน ฉันกำลังแอบอยู่ในโรงอาหารของบริษัท นั่งหั่นสเต๊กที่ตัวเองสั่งมาอย่างสบายอารมณ์พอคิดถึงหมอนั่นที่เมื่อก่อนมักจะบ่นเสมอว่ายุ่งจนไม่มีเวลากินข้าว ฉันก็เลยส่งข้อความไปเตือนความจำเขาสักหน่อย[ยุ่งแค่ไหนก็จำไว้ว่าต้องกินข้าวนะ เป็นเด็กดีที่ว่านอนสอนง่ายหน่อย]ไม่ถึงสิบนาที โทรศัพท์มือถือก็สว่างขึ้น[ที่รัก ผมกินมื้อเที่ยงอย่างว่าง่ายแล้วนะ รีบชมผมหน่อยสิ~]ด้านล่างยังมีรูปภาพแนบมาด้วยฉันกดเข้าไปดู มันคือสเต๊กเนื้อที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆฉันเพิ่งจะเตรียมเอ่ยชมเขาสองสามประโยค แต่ยิ่งดูกลับยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติหลังจากมองอยู่พักใหญ่ ในที่สุดฉันก็พบว่าความรู้สึกคุ้นเคยนั้นมาจากไหนขอบจานมีตัวอักษรสีแดงสดสี่ตัวพิมพ์เอาไว้—[ไมค์เทคโนโลยี]นี่มันบริษัทที่ฉันกำลังเหยียบอยู่ไม่ใช่หรือไงฉันก้มหน้ามองจานในมือตัวเอง สลับกับมองรูปภาพในโทรศัพท์มือถือจู่ ๆ สเต๊กเนื้อในปากก็ไร้รสชาติขึ้นมาทันทีโรงอาหารแห่งนี้เป็นของพนักงานโดยเฉพาะ คนนอกไม่มีทางเข้ามาได้เด็ดขาดนั่นก็หมายความว่า แฟนออนไลน์ของฉันคนนั้น มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะอยู่ในอาคารสำนักงานเดียวกันนี้ทั้งร่
اقرأ المزيد
บทที่ 2
ถ้า “ที่รัก” ของฉันคือหนึ่งในพวกเขาจริง ๆ ฉันคงได้อยากแทรกแผ่นดินหนีตรงนั้นแน่ฉันเริ่มค้นประวัติการแชตอย่างบ้าคลั่งเพื่อหวังว่าจะพบเบาะแสอะไรบ้างแล้วฉันก็ค้นพบจริง ๆเดือนที่แล้วเขาไปเลือกซื้อกระบอกน้ำที่ห้างสรรพสินค้าแล้วก็ถ่ายรูปส่งมาให้ฉันเยอะแยะเลย[ที่รัก ผมกำลังเดินเล่นกับเพื่อนอยู่ อยากซื้อแก้วน้ำสวย ๆ สักใบ][ช่วยผมเลือกหน่อยสิว่าใบไหนสวยกว่ากัน ผมจะซื้อให้คุณใบหนึ่งด้วย]สุดท้ายฉันก็ช่วยเขาเลือกแก้วไทเทเนียมแท้เคลือบมาใบหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ที่อยู่ถูกเปิดเผย ตอนนั้นฉันจึงปฏิเสธของขวัญของเขาไป[ของที่ที่รักเลือกต้องดีที่สุดแน่นอน]เขาซื้อแก้วใบนั้นตรงนั้นทันทีดังนั้นขอแค่ดูว่าบนโต๊ะของใครมีแก้วใบนั้นวางอยู่ก็พอแล้วฉันเดินวนในโซนออฟฟิศอยู่หลายรอบแต่ก็หาแก้วใบนั้นไม่เจอเลยสักนิดฉันจึงลองส่งข้อความไปหยั่งเชิงดู:[คุณเอาแก้วใบนั้นมาใช้หรือยัง]เขาตอบกลับมาทันที[กำลังใช้อยู่เลย ดีมากเลย!]แถมเขายังส่งรูปแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะมาให้ด้วยแต่ที่แปลกก็คือแก้วในรูปก็วางอยู่บนโต๊ะทำงานแท้ ๆ แต่ฉันกลับหาตัวคนไม่พบขณะที่ฉันกำลังสงสัย จู่ ๆ โปรแกรมแชตของที่ทำงานก็
اقرأ المزيد
บทที่ 3
ในเมื่อมั่นใจถึงแปดส่วนแล้วว่าอีกฝ่ายคือฟู่อวิ๋นเซิน งั้นเรื่องด่วนที่สุดในตอนนี้ก็คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเขาเหยียบเรือสองแคมจริงหรือไม่และอีกอย่าง "แก้วตาดวงใจ" ในโทรศัพท์ของเขาคนนั้นเป็นใครมาจากไหนกันแน่ถ้าฉันแค่คิดมากไปเองล่ะผ่านไปไม่นาน เขาก็ส่งข้อความเด้งขึ้นมาอีกหนึ่งข้อความ:[จริงสิที่รัก แบรนด์ V ออกคอลเล็กชันใหม่แล้ว คุณช่วยผมดูหน่อยสิว่าจะเลือกตัวไหนดี พรุ่งนี้จะใส่!][แนบรูปภาพ]ฉันนึกแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ จึงตั้งใจเลือกเสื้อไหมพรมสีดำล้วนที่มีโลโก้ตรงหน้าอก เพราะเสื้อผ้าสไตล์นี้แค่มองแวบเดียวบนท้องถนนก็จำได้แล้วจริง ๆ ภายในใจของฉันยังคงหลงเหลือความหวังลม ๆ แล้ง ๆ อยู่นิดหน่อย: ถ้าพรุ่งนี้ฟู่อวิ๋นเซินไม่ได้ใส่เสื้อตัวนี้ นั่นก็พิสูจน์ได้ว่าฉันจำคนผิดถ้าเป็นแบบนั้น ฉันก็ไม่ต้องมานั่งคิดมากแล้วว่าเขาเป็นผู้ชายเฮงซวยหรือเปล่าเช้าตรู่วันต่อมา ฉันถือเอกสารที่แก้ไขเสร็จแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานของฟู่อวิ๋นเซินเขากำลังนั่งจิบชาอยู่บนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ส่วนเสื้อผ้าที่สวมอยู่บนร่างก็คือเสื้อไหมพรมสีดำตัวที่ฉันเป็นคนเลือกให้กับมือเมื่อวานนี้อย่างชัดเจนเป็นสีดำที่
اقرأ المزيد
บทที่ 4
เขาสวมชุดสูทคอวีสีเข้ม ด้านในสวมทับด้วยเสื้อคอเต่ารัดรูปสีดำสัดส่วนกระชับแน่นที่เผยให้เห็นเลือนรางเต็มไปด้วยพลัง ทว่ากลับถูกเสื้อคลุมเก็บซ่อนเอาไว้ได้อย่างพอดีช่างเย้ายวนใจมากจริง ๆเขายกถ้วยชาขึ้นมาด้วยมือที่มีข้อนิ้วเรียวสวยคู่นั้น ก่อนจิบเบา ๆ อึกคำฉันถูกกลิ่นอายอันทรงพลังแบบนี้ข่มจนรู้สึกประหม่าอยู่นิดหน่อย จึงกลืนน้ำลายลงคอไปโดยอัตโนมัติฉันรายงานให้กู้เฉินโจวฟังอย่างฉะฉานภายใต้การเร่งเร้าของฟู่อวิ๋นเซินพอเข้าสู่ขอบเขตความเชี่ยวชาญของตัวเอง ฉันก็กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจและคล่องแคล่วขึ้นมาทันทีเมื่อการนำเสนอจบลง ฟู่อวิ๋นเซินก็นำปรบมือก่อน“เจียงหวั่น พูดได้ดีมาก เฉินโจว นายช่วยประเมินหน่อยสิ”เราสองคนหันไปมองเขาพร้อมกัน ทว่ากู้เฉินโจวกลับเอาแต่จ้องคอของฉันตาไม่กะพริบจู่ ๆ เขาก็โพล่ง ๆ ขึ้นมา “คุณเจียง สร้อยคอคุณดูแปลกดีนะครับ”ฉันก้มหน้าลงมอง เสื้อคอเปิดที่ใส่มาวันนี้ค่อนข้างลึก จี้คริสตัลเส้นนั้นจึงโผล่ออกมาพอดีภายในใจของฉันกระตุกวูบขึ้นมา เพราะตอนซื้อสร้อยคอเส้นนี้ ฉันเคยส่งรูปถ่ายโคลสอัปไปให้ "เด็กดี" ดู[หมาน้อยดูสิ สร้อยคอเส้นใหม่ที่ฉันเพิ่งได้มา สวยไหม]
اقرأ المزيد
บทที่ 5
ฉันชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือด้วยความกระอักกระอ่วน“ไม่เป็นไรครับ ผมมาถึงก่อนเอง คุณเจียง เชิญนั่งครับ”บนโต๊ะปูด้วยดอกกุหลาบสีสดใส ไม่ไกลนักยังมีคนกำลังเล่นเปียโนบรรยากาศแบบนี้ ดูยังไงก็เหมือนมาดูตัวชัด ๆกู้เฉินโจวเหมือนจะสังเกตเห็นความอึดอัดของฉันจึงอธิบายว่า“คุณเจียงอย่าคิดมากครับ ผมแค่ถูกใจอาหารร้านนี้”ฉันหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาสองที ไม่ได้ตอบรับอะไรเขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง พนักงานเสิร์ฟก็ทยอยเดินกันเข้ามาเขาพลิกเมนูอาหารด้วยท่วงท่าสง่างาม สั่งอาหารจานเด็ดราคาแพงหูฉี่มาเต็มโต๊ะฟังชื่ออาหารเหล่านั้น ฉันก็ถึงกับชะงักไป ความทรงจำช่วงหนึ่งผุดขึ้นมาในเวลาที่ไม่เหมาะสมนักตอนนั้นฉันเคยแชร์โพสต์ของร้านอาหารนี้ให้แฟนออนไลน์[ที่รัก รอตอนเรานัดเจอกัน มาร้านนี้ดีไหม]ตอนนั้นเขาตอบกลับมาว่า: [ได้เลย ๆ ที่รักชอบกินอะไร เด็กดีจะจดลงสมุดเล่มเล็กไว้อย่างดีเลย]ฉันตอบว่า: [ล็อบสเตอร์บอสตัน กุ้งแดงเดเนีย คาเวียร์เกรดพรีเมียม...แต่มันแพงไปหน่อย ถึงตอนนั้นเราหารครึ่งกันนะ]เขาตอบว่า: [ไม่เป็นไรครับที่รัก กินให้อิ่มเลย เด็กดีจะพาคุณไปกินเอง (หัวใจ)]มาวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป คนที่นั่งอยู่ฝั่
اقرأ المزيد
บทที่ 6
ภายในพื้นที่อันคับแคบ บรรยากาศเงียบจนผิดปกติเพื่อทำลายความน่าอึดอัด ฉันจึงหาเรื่องชวนคุย “เปิดเพลงฟังหน่อยสิคะ”จากนั้นท่วงทำนองอันแสนเศร้าก็ดังแว่วออกมาจากเครื่องเสียง“เขาไม่เข้าใจหัวใจเธอแสร้งทำเป็นใจเย็น~”……“เรื่องความรักไม่ปริปากเอ่ยสักคำ~”“ทำเธอร้องไห้จนตาแดงช้ำ~”“เขาพูดคำโกหกได้น่าฟังขนาดนั้น~”……ฉันรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง บอสใหญ่ที่ดูเย็นชาราวกับน้ำแข็งคนนี้เปิดเพลงเศร้าแบบนี้วนไปวนมา“ประธานกู้คะ ดูไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าคุณก็ชอบเพลงนี้ด้วย”เขาเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ช่วงนี้เปิดวนอยู่ตลอดเลยครับ”ฉันแปลกใจมาก “หืม หรือว่าช่วงนี้ประธานกู้มีเรื่องกวนใจอะไรเหรอคะ”“ครับ เพิ่งอกหักน่ะครับ”กู้เฉินโจวปรายตามองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะจู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้น“คุณเจียง ผมขอปรึกษาอะไรคุณสักเรื่องสิครับ”“คุณพูดมาได้เลยค่ะ”“ถ้ามีคนเข้าใจผิดคุณมาก ๆ มาโวยวายจะเลิกกัน คุณจะทำยังไงครับ”ฉันหัวเราะ “เรื่องแค่นี้เอง ก็ปรับความเข้าใจกันก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“จะปรับยังไงล่ะครับ”“ก็ไปป้วนเปี้ยนอยู่ตรงหน้าเธอบ่อย ๆ ให้เธอได้มีโอกาสทำความรู้จักคุณใหม่อีกครั้ง จะได้รู้ว่าคุณไม่ได
اقرأ المزيد
บทที่ 7
“ได้เลยค่ะ พูดแล้วไม่คืนคำนะคะ!”ตกกลางคืน พวกเราทั้งสี่คนก็มารวมตัวกินข้าวด้วยกันมื้อหนึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เจอกับเซี่ยหวั่นเยว่เธอมีนิสัยตรงไปตรงมาและเข้ากับฉันได้ดีมากแต่พอคิดถึงฟู่อวิ๋นเซิน ฉันก็ไม่อาจคบหาเป็นเพื่อนกับเธอได้อย่างสนิทใจระหว่างที่คุยเล่นกันฉันก็ได้รู้ว่าพวกเขาคบหากันมานานถึงสามปีแล้วพอมาลองคำนวณดู ในความรักออนไลน์ครั้งนี้ฉันกลับกลายเป็น “มือที่สาม” ที่ไร้เดียงสาที่สุดไปเสียได้ฉันคิดว่าขอแค่ฉันไม่พูดออกไป ขอแค่ฟู่อวิ๋นเซินทำดีกับเธอได้ในวันข้างหน้า ฉันจะเอาความลับนี้ติดตัวลงโลงไปด้วยก็ยังได้กู้เฉินโจวสังเกตเห็นว่าฉันอารมณ์ไม่ค่อยดีจึงเอ่ยถามเสียงเบา“ดูใจลอยจัง เป็นอะไรไปครับ”ฉันส่ายหน้าเขามองคู่รักที่อยู่ตรงข้ามอย่างครุ่นคิด ราวกับมองสถานการณ์ออกเขาหันไปพูดกับฟู่อวิ๋นเซิน “พรุ่งนี้เราแยกย้ายกันไปเถอะ”ฟู่อวิ๋นเซินทำหน้าไม่พอใจ “ทำไมล่ะ ไปเที่ยวด้วยกันสี่คนออกจะครึกครื้น”กู้เฉินโจวทิ้งคำพูดแข็งทื่อไว้สองคำ “ไม่ดี”ฟู่อวิ๋นเซินยักไหล่ “ก็ได้ เอาตามที่นายว่าเลย”เซี่ยหวั่นเยว่ขยับเข้ามาชนไหล่ของฉันพลางกระซิบเสียงเบา“เจียงหวั่น ฉันรู้สึ
اقرأ المزيد
บทที่ 8
“ต้องหวั่นไหวอยู่แล้ว อย่างน้อยฉันก็ถูกใจมากเลย”ฉันแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองทันทีที่พูดออกไป ก่อนจะยกมือปิดปากด้วยความกระดากอายกู้เฉินโจวมีรอยยิ้มพาดผ่านแววตา “แค่คุยเล่น ๆ คุณเจียงอย่าเกร็งขนาดนั้นเลยครับ”ภายในสวนสนุกนีออนพัลส์คนเบียดเสียดกันมากเพื่อให้ประธานกู้เที่ยวเล่นได้อย่างเต็มที่ ฉันจึงซื้อตั๋วแบบพาสวีไอพีถึงอย่างไรค่าใช้จ่ายก้อนนี้ สุดท้ายก็ต้องไปเบิกกับฟู่อวิ๋นเซินอยู่ดีพวกเราพุ่งตรงไปยังรถไฟเหาะจักรกลที่ดูไฮเทคสุด ๆ เป็นอย่างแรกก่อนออกเดินทางฉันเคยดูรีวิวมา เขาว่ากันว่าคนขวัญอ่อนอาจจะตกใจจนสลบได้คาที่ต่อให้เป็นคนใจกล้า นั่งเสร็จก็ยังต้องอกสั่นขวัญแขวนแม้ฉันจะอยากเล่นมาก แต่จริง ๆ ฉันเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวฉันหน้าซีดเผือดลงทันทีที่นั่งลงเรียบร้อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า“ประธานกู้คะ ฉันเปลี่ยนใจลงตอนนี้ยังทันไหมคะ”กู้เฉินโจวมีสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยหยอกล้อฉันว่า “ขึ้นเรือโจรมาแล้ว ไม่รับคืนตั๋วทุกกรณีครับ”“ถ้ากลัวจริง ๆ ก็จับมือผมไว้แน่น ๆ นะครับ”ฉันกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง “แบบนี้...ไม่เหมาะมั้งคะ คุณมีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ”“เลิกกันแล้วครับ”“อีกอย่าง เธอ
اقرأ المزيد
บทที่ 9
“ของที่นี่ กินได้จริง ๆ เหรอครับ”“รับรองว่าคุณกินเสร็จแล้วยังอยากกินอีกแน่นอนค่ะ”ฉันยื่นเนื้อแกะเสียบไม้ที่มันจนเป็นเงาวับให้เขาหนึ่งไม้ตอนแรกเขายังค่อนข้างต่อต้าน แต่พอเห็นฉันกินจนน้ำมันเลอะเต็มปาก ท้ายที่สุดก็อดชิมไปคำหนึ่งไม่ได้พอได้ชิมก็หยุดไม่อยู่แล้วเราชนแก้วผลัดกันดื่ม เขาเล่าเรื่องการหลอกลวงหักหลังในแวดวงธุรกิจให้ฉันฟัง ฉันก็คุยเรื่องน่าอายตอนเด็กให้เขาฟังผ่านไปไม่นานนัก เหล้าหลายขวดก็หมดเกลี้ยงฉันดื่มจนมึนหัวเดินโซเซ ตะเบ็งเสียงร้องตะโกนว่า“เถ้าแก่ เอามาอีกสี่ขวด!”“คุณเจียง คุณเมาแล้ว ดื่มต่อไม่ได้แล้วครับ”“ไม่ต้องมายุ่งค่ะ!”จากนั้นฉันก็ภาพตัดไปทันที ได้ยินเสียงพึมพำอย่างน้อยใจแว่วมาท่ามกลางสติที่เลือนรางว่า“ที่รัก คุณจะไม่ให้เด็กดียุ่งจริง ๆ เหรอ”พอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เป็นช่วงสายของวันรุ่งขึ้นแล้วตามแผนที่วางไว้ วันนี้ต้องนั่งเครื่องบินกลับแล้วฉันรื้อกระเป๋าหาทุกซอกทุกมุมก็ยังหาพาวเวอร์แบงก์ไม่เจอส่งข้อความหากู้เฉินโจว: [ประธานกู้ เห็นพาวเวอร์แบงก์ของฉันไหมคะ]เขาตอบกลับมาในวินาทีต่อมา: [อยู่ที่ผมครับ จะให้ผมเอาไปให้ไหม][ไม่รบกวนหรอกค่ะ ฉันไปเ
اقرأ المزيد
บทที่ 10
ฟู่อวิ๋นเซินเผ่นหนีไปแบบจ๋อย ๆ ...ฉันยังไม่ทันได้สติกลับมาจากจุดหักมุมอันใหญ่หลวงนี้เลยมีบางเรื่องที่ฉันต้องถามให้รู้เรื่อง ฉันมองเขาแบบงอน ๆ พลางเอ่ย “แล้วแก้วน้ำของคุณล่ะ”กู้เฉินโจวเอ่ยด้วยท่าทางน่าสงสาร “แก้วน้ำผมก็วางไว้ที่ห้องทำงานตลอดเลยนะ วันนั้นผมยังตั้งใจถ่ายรูปให้คุณดูด้วยนี่นา”เขาเปิดอัลบั้มรูปขึ้นมา ซึ่งมันก็คือรูปที่ส่งมาให้ฉันจริง ๆ“แล้วเสื้อล่ะ วันนั้นที่เจอคุณ คุณก็ไม่ได้ใส่ตัวนี้นี่นา”“นั่นเป็นเสื้อซับใน ผมใส่ไว้ข้างในเสื้อสูทอีกที...”ฉันพอลองคิดดูดี ๆ ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ วันนั้นด้านในเสื้อสูทของเขาเป็นเสื้อคอเต่าสีดำจริง ๆ แค่โลโก้ถูกบังเอาไว้เท่านั้น“แล้วทำไมคุณถึงไปกินข้าวที่โรงอาหารของเราได้ล่ะ”“ฟู่อวิ๋นเซินขอร้องให้ผมไปคุยเรื่องลงทุน ผมก็เลยถือโอกาสจัดการมื้อเที่ยงที่นั่นซะเลยครับ”ฉันหงุดหงิดจนอยากจะเอาหัวโขกกำแพง “วุ่นวายอยู่ตั้งนานที่แท้ฉันก็ปรักปรำคนดีนี่เอง ในเมื่อคุณจำฉันได้แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมอธิบายล่ะ”กู้เฉินโจวร้อนรนจนน้ำตาแทบจะร่วง เขาชี้มาที่สร้อยคอของฉัน“ผมเห็นสร้อยคอเส้นนี้แวบแรกก็จำคุณได้เลย”“แต่ผมกลัวว่าคุณจะบล็อกผมเพราะเกลียด
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status