تسجيل الدخولจู่ ๆ แฟนออนไลน์ของฉันก็ส่งรูปมื้อเที่ยงมาให้ ในรูปคือสเต๊กเนื้อที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ และยังคงมีควันร้อนลอยกรุ่นอยู่ [ที่รัก ผมกินมื้อเที่ยงอย่างว่าง่ายแล้วนะ ขอคำชมหน่อยสิ~] ฉันกำลังเตรียมจะตอบกลับไปว่า "เก่งมาก" แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นตัวหนังสือสีแดงสะดุดตาสองสามบรรทัดพิมพ์อยู่ตรงขอบจานเข้าเสียก่อน— ไมค์เทคโนโลยี ภายในใจของฉันก็กระตุกวูบขึ้นมาทันที มันช่างบังเอิญจนน่าเหลือเชื่อเพราะบริษัทที่ฉันทำงานอยู่ก็ใช้ชื่อนี้เหมือนกัน ฉันอึ้งอยู่กับที่ สมองขาวโพลนไปหมด ไม่จริงน่า แฟนออนไลน์ที่ฉันคบมาปีกว่าดันอยู่ข้าง ๆ ฉันงั้นเหรอ
عرض المزيدฟู่อวิ๋นเซินเผ่นหนีไปแบบจ๋อย ๆ ...ฉันยังไม่ทันได้สติกลับมาจากจุดหักมุมอันใหญ่หลวงนี้เลยมีบางเรื่องที่ฉันต้องถามให้รู้เรื่อง ฉันมองเขาแบบงอน ๆ พลางเอ่ย “แล้วแก้วน้ำของคุณล่ะ”กู้เฉินโจวเอ่ยด้วยท่าทางน่าสงสาร “แก้วน้ำผมก็วางไว้ที่ห้องทำงานตลอดเลยนะ วันนั้นผมยังตั้งใจถ่ายรูปให้คุณดูด้วยนี่นา”เขาเปิดอัลบั้มรูปขึ้นมา ซึ่งมันก็คือรูปที่ส่งมาให้ฉันจริง ๆ“แล้วเสื้อล่ะ วันนั้นที่เจอคุณ คุณก็ไม่ได้ใส่ตัวนี้นี่นา”“นั่นเป็นเสื้อซับใน ผมใส่ไว้ข้างในเสื้อสูทอีกที...”ฉันพอลองคิดดูดี ๆ ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ วันนั้นด้านในเสื้อสูทของเขาเป็นเสื้อคอเต่าสีดำจริง ๆ แค่โลโก้ถูกบังเอาไว้เท่านั้น“แล้วทำไมคุณถึงไปกินข้าวที่โรงอาหารของเราได้ล่ะ”“ฟู่อวิ๋นเซินขอร้องให้ผมไปคุยเรื่องลงทุน ผมก็เลยถือโอกาสจัดการมื้อเที่ยงที่นั่นซะเลยครับ”ฉันหงุดหงิดจนอยากจะเอาหัวโขกกำแพง “วุ่นวายอยู่ตั้งนานที่แท้ฉันก็ปรักปรำคนดีนี่เอง ในเมื่อคุณจำฉันได้แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมอธิบายล่ะ”กู้เฉินโจวร้อนรนจนน้ำตาแทบจะร่วง เขาชี้มาที่สร้อยคอของฉัน“ผมเห็นสร้อยคอเส้นนี้แวบแรกก็จำคุณได้เลย”“แต่ผมกลัวว่าคุณจะบล็อกผมเพราะเกลียด
“ของที่นี่ กินได้จริง ๆ เหรอครับ”“รับรองว่าคุณกินเสร็จแล้วยังอยากกินอีกแน่นอนค่ะ”ฉันยื่นเนื้อแกะเสียบไม้ที่มันจนเป็นเงาวับให้เขาหนึ่งไม้ตอนแรกเขายังค่อนข้างต่อต้าน แต่พอเห็นฉันกินจนน้ำมันเลอะเต็มปาก ท้ายที่สุดก็อดชิมไปคำหนึ่งไม่ได้พอได้ชิมก็หยุดไม่อยู่แล้วเราชนแก้วผลัดกันดื่ม เขาเล่าเรื่องการหลอกลวงหักหลังในแวดวงธุรกิจให้ฉันฟัง ฉันก็คุยเรื่องน่าอายตอนเด็กให้เขาฟังผ่านไปไม่นานนัก เหล้าหลายขวดก็หมดเกลี้ยงฉันดื่มจนมึนหัวเดินโซเซ ตะเบ็งเสียงร้องตะโกนว่า“เถ้าแก่ เอามาอีกสี่ขวด!”“คุณเจียง คุณเมาแล้ว ดื่มต่อไม่ได้แล้วครับ”“ไม่ต้องมายุ่งค่ะ!”จากนั้นฉันก็ภาพตัดไปทันที ได้ยินเสียงพึมพำอย่างน้อยใจแว่วมาท่ามกลางสติที่เลือนรางว่า“ที่รัก คุณจะไม่ให้เด็กดียุ่งจริง ๆ เหรอ”พอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เป็นช่วงสายของวันรุ่งขึ้นแล้วตามแผนที่วางไว้ วันนี้ต้องนั่งเครื่องบินกลับแล้วฉันรื้อกระเป๋าหาทุกซอกทุกมุมก็ยังหาพาวเวอร์แบงก์ไม่เจอส่งข้อความหากู้เฉินโจว: [ประธานกู้ เห็นพาวเวอร์แบงก์ของฉันไหมคะ]เขาตอบกลับมาในวินาทีต่อมา: [อยู่ที่ผมครับ จะให้ผมเอาไปให้ไหม][ไม่รบกวนหรอกค่ะ ฉันไปเ
“ต้องหวั่นไหวอยู่แล้ว อย่างน้อยฉันก็ถูกใจมากเลย”ฉันแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองทันทีที่พูดออกไป ก่อนจะยกมือปิดปากด้วยความกระดากอายกู้เฉินโจวมีรอยยิ้มพาดผ่านแววตา “แค่คุยเล่น ๆ คุณเจียงอย่าเกร็งขนาดนั้นเลยครับ”ภายในสวนสนุกนีออนพัลส์คนเบียดเสียดกันมากเพื่อให้ประธานกู้เที่ยวเล่นได้อย่างเต็มที่ ฉันจึงซื้อตั๋วแบบพาสวีไอพีถึงอย่างไรค่าใช้จ่ายก้อนนี้ สุดท้ายก็ต้องไปเบิกกับฟู่อวิ๋นเซินอยู่ดีพวกเราพุ่งตรงไปยังรถไฟเหาะจักรกลที่ดูไฮเทคสุด ๆ เป็นอย่างแรกก่อนออกเดินทางฉันเคยดูรีวิวมา เขาว่ากันว่าคนขวัญอ่อนอาจจะตกใจจนสลบได้คาที่ต่อให้เป็นคนใจกล้า นั่งเสร็จก็ยังต้องอกสั่นขวัญแขวนแม้ฉันจะอยากเล่นมาก แต่จริง ๆ ฉันเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวฉันหน้าซีดเผือดลงทันทีที่นั่งลงเรียบร้อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า“ประธานกู้คะ ฉันเปลี่ยนใจลงตอนนี้ยังทันไหมคะ”กู้เฉินโจวมีสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยหยอกล้อฉันว่า “ขึ้นเรือโจรมาแล้ว ไม่รับคืนตั๋วทุกกรณีครับ”“ถ้ากลัวจริง ๆ ก็จับมือผมไว้แน่น ๆ นะครับ”ฉันกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง “แบบนี้...ไม่เหมาะมั้งคะ คุณมีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ”“เลิกกันแล้วครับ”“อีกอย่าง เธอ
“ได้เลยค่ะ พูดแล้วไม่คืนคำนะคะ!”ตกกลางคืน พวกเราทั้งสี่คนก็มารวมตัวกินข้าวด้วยกันมื้อหนึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เจอกับเซี่ยหวั่นเยว่เธอมีนิสัยตรงไปตรงมาและเข้ากับฉันได้ดีมากแต่พอคิดถึงฟู่อวิ๋นเซิน ฉันก็ไม่อาจคบหาเป็นเพื่อนกับเธอได้อย่างสนิทใจระหว่างที่คุยเล่นกันฉันก็ได้รู้ว่าพวกเขาคบหากันมานานถึงสามปีแล้วพอมาลองคำนวณดู ในความรักออนไลน์ครั้งนี้ฉันกลับกลายเป็น “มือที่สาม” ที่ไร้เดียงสาที่สุดไปเสียได้ฉันคิดว่าขอแค่ฉันไม่พูดออกไป ขอแค่ฟู่อวิ๋นเซินทำดีกับเธอได้ในวันข้างหน้า ฉันจะเอาความลับนี้ติดตัวลงโลงไปด้วยก็ยังได้กู้เฉินโจวสังเกตเห็นว่าฉันอารมณ์ไม่ค่อยดีจึงเอ่ยถามเสียงเบา“ดูใจลอยจัง เป็นอะไรไปครับ”ฉันส่ายหน้าเขามองคู่รักที่อยู่ตรงข้ามอย่างครุ่นคิด ราวกับมองสถานการณ์ออกเขาหันไปพูดกับฟู่อวิ๋นเซิน “พรุ่งนี้เราแยกย้ายกันไปเถอะ”ฟู่อวิ๋นเซินทำหน้าไม่พอใจ “ทำไมล่ะ ไปเที่ยวด้วยกันสี่คนออกจะครึกครื้น”กู้เฉินโจวทิ้งคำพูดแข็งทื่อไว้สองคำ “ไม่ดี”ฟู่อวิ๋นเซินยักไหล่ “ก็ได้ เอาตามที่นายว่าเลย”เซี่ยหวั่นเยว่ขยับเข้ามาชนไหล่ของฉันพลางกระซิบเสียงเบา“เจียงหวั่น ฉันรู้สึ





