Masukคบกับโจวจินหนานมาสามปี เขาก็ยังไม่ยินดีที่จะขอฉันแต่งงานสักที ภายหลัง เขาตกหลุมรักน้องสาวต่างมารดาของฉันตั้งแต่แรกพบ และเริ่มตามจีบเธออย่างออกหน้าออกตา ครั้งนี้ฉันไม่ได้ร้องไห้ และไม่ได้นั่งรอเงียบ ๆ ให้เขาหันกลับมา หลังจากเล่นสนุกจนเต็มที่เช่นแต่ก่อนอีก แต่กลับทิ้งของขวัญทุกชิ้นที่เขาเคยให้ และตัดชุดแต่งงานที่แอบซื้อไว้จนขาดวิ่น ในวันคล้ายวันเกิดของเขา ทำแค่เพียงออกจากเมืองจิงตัวคนเดียว ก่อนจะขึ้นเครื่องบิน จู่ ๆ โจวจินหนานก็ส่งข้อความวีแชตมาหาฉัน “ทำไมยังมาไม่ถึงอีก ทุกคนกำลังรอเธออยู่นะ” ฉันหัวเราะ และไม่ได้ตอบกลับ ปิดกั้นช่องทางการติดต่อทั้งหมดของเขา เขาไม่รู้ว่า เมื่อครึ่งเดือนก่อน ฉันตอบรับคำขอแต่งงานของกู้โย่วอัน รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยไปแล้ว หลังจากเครื่องบินลงจอดยังเมืองแห่งใหม่ พวกเราก็จดทะเบียนสมรสแต่งงานกัน
Lihat lebih banyakงานแต่งในวันนั้นหรูหราอย่างยิ่ง และยังโรแมนติกที่สุดด้วยโจวจินหนานกับเฉินเหวินโจว ไม่อาจเหยียบเข้ามาในงานแต่งได้แม้แต่ครึ่งก้าว แต่พวกเขากลับมีความคิดที่ตรงกันว่าจะไม่ยอมจากไปเพียงแต่ เฉินเหวินโจวไม่อาจยืนหยัดจนงานแต่งสิ้นสุดลงได้จู่ ๆ เขาก็หัวใจวาย ถูกรถฉุกเฉินส่งตัวไปที่โรงพยาบาล แม้จะยื้อชีวิตเอาไว้ได้ แต่ยังคงนอนหมดสติอยู่ส่วนเขา ยืนรอจนกระทั่งงานแต่งสิ้นสุดลงไม่รู้ว่าเพราะอะไร ซีเหอเพื่อนสนิทของรั่วถังถึงไม่เคยบล็อกเขาเพราะฉะนั้น เขาจึงเห็นงานแต่งแทบทั้งหมด ในโมเมนต์วีแชตของซีเหอโจวจินหนานรู้ก่อนจะถึงงานแต่งแล้วว่า เจ้าบ่าวของรั่วถังคือกู้โย่วอันเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนหนึ่งของเธอ เยี่ยมยอดมาก เธอเคยเอ่ยชมเขาอยู่หลายครั้งตอนนั้นพวกเขายังมีสถานะไม่ชัดเจน ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อเขาก็จะรู้สึกหึงหวงเพราะฉะนั้นภายหลังรั่วถังจึงไม่ได้เอ่ยถึงเขาอีก และจงใจที่จะตีตัวออกห่างกู้โย่วอันแต่กลับคิดไม่ถึงว่า ไป ๆ มา ๆ สุดท้ายรั่วถังก็แต่งงานกับเขาอยู่ดีในฐานะที่เป็นผู้ชายด้วยกัน โจวจินหนานแทบจะมองออกตั้งแต่แวบแรกว่ากู้โย่วอันรักเธอมากจริง ๆ ในภาพทุกภาพ ในคลิ
งานแต่งงานของฉันกับกู้โย่วอัน จัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีต่อมาซีเหอเพื่อนสาวคนสนิท เป็นเพื่อนเจ้าสาวเพียงคนเดียวให้กับฉัน เหมือนกับที่พวกเราเคยสัญญากันไว้ตอนเด็ก ๆ ฉันไม่ได้แจ้งกับเพื่อน ๆ และญาติ ๆ ที่เมืองเฉินให้รับรู้เลยสักคนแต่ก็ไม่รู้ว่าข่าวแพร่กระจายออกไปได้อย่างไรในวันแต่งงาน จู่ ๆ พ่อกับโจวจินหนานก็เดินทางมากู้โย่วอันมาถามความคิดเห็นจากฉันช่างแต่งหน้ากำลังแต่งหน้าให้ฉันอยู่ ฉันเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว มองเห็นว่าที่สามีของตนเองอยู่ในกระจกเจ้าสาวต้องแต่งหน้าเข้มสักหน่อย เพราะฉะนั้นตัวฉันเองที่อยู่ในกระจก จึงดูแตกต่างออกไปจากปกติเล็กน้อยดูเหมือนว่าในเรือนหอ กู้โย่วอันจะตั้งใจปลูกดอกวสันต์ซีฝูเอาไว้ให้ฉันโดยเฉพาะกำลังบานสะพรั่งอยู่อย่างเขินอาย ทั้งอ่อนช้อยงดงามและน่าประทับใจส่วนกู้โย่วอันที่อยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีดำ ก็ยิ่งดูหล่อเหลาน่าหลงใหลพวกเราสบตากัน ในขณะที่สบตากันนั้น ดวงตาของทั้งสองต่างแฝงไปด้วยรอยยิ้ม“ฉันไม่อยากเจอพวกเขาค่ะ”กู้โย่วอันพยักหน้าโดยไม่ลังเล : “ได้ งั้นพี่จะให้คนเชิญพวกเขาออกไปนะ”“ค่ะ”เรื่องเก่า ๆ และคนเก่า ๆ ตอนนี้ฉันไม่อยากเห็นและไม่อยา
‘คุณพ่อ’ ที่ปกติแล้วเอ็นดูเธอที่สุด กลับไม่เหลียวมองเธอเลยสักครั้งเขาโบกมือ ราวกับกำลังไล่ยุงไล่แมลงวันที่น่ารังเกียจออกไปให้พ้น ๆ สั่งให้คนไล่สองแม่ลูกออกไปจากบ้านตอนที่ก้าวออกจากประตูใหญ่ ซ่งยางยางยังไม่ยอมตัดใจเธอกอดเสาประตูเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ตะโกนด้วยเสียงแหบพร่า : “โจวจินหนาน......พี่จะทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้ พี่ทำไม่ได้ ฉันท้องแล้ว เด็กเป็นลูกของพี่ พี่ต้องรับผิดชอบฉัน !”สุดท้ายเธอตะโกนจนผมเผ้ารุงรัง ราวกับหญิงเสียสติ“จินหนาน ?” เฉินเหวินโจวหันกลับไปมองเขาโจวจินหนานรู้สึกสะอิดสะเอียนจนพูดไม่ออก อยากจะหัวเราะ แต่ก็หัวเราะไม่ออกตอนนั้นเขาหลงรักผู้หญิงที่น่ารังเกียจแบบนี้ได้ยังไงนะ“ลุงเฉิน”โจวจินหนานเดินตรงเข้าไป มองดูชายชราตรงหน้าที่ผมขาวไปกว่าครึ่งแล้ว : “ผมไม่เคยแตะต้องเธอเลย”“ผมสาบานได้ ผมไม่เคยแตะต้องเธอมาก่อนเลย”“งั้นก็ดี งั้นก็ดี” เฉินเหวินโจวถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แล้วโบกมืออีกครั้งบอดี้การ์ดลากตัวทั้งสองคนออกไป เสียงตะโกนโห่ร้อง เสียงเอะอะโวยวายเหล่านั้นก็หายเงียบไปดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า ปกคลุมคฤหาสน์หลังใหญ่สายตาของทั้งสองคนจ้องมองไปที่ดอกวสั
ภายหลังรบกวนจนกระทั่งเพื่อนบ้านโทรแจ้งนิติบุคคลของอาคารเขาถึงได้รู้จากฝ่ายนิติบุคคลว่า เฉินรั่วถังย้ายออกไปตั้งนานแล้ว และอะพาร์ตเมนต์หลังนี้ เธอก็ไหว้วานให้นิติบุคคลช่วยประกาศขายแล้วเธอย้ายไปไหนนะ ? มิหนำซ้ำเธอยังไม่อยู่ในเมืองจิงอีก ? เธอยังจะกลับมาอีกไหม ? จะกลับมาเมื่อไร ? โจวจินหนานไม่รู้อะไรเลยเขามีเพียงความรู้สึกเดียวที่เกิดขึ้นในส่วนลึกของหัวใจ นั่นคือความรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่สุดราวกับปีศาจที่แอบอยู่ในมุมมืด กำลังจะเขมือบเขาเข้าไปเขาสูญเสียเฉินรั่วถังไปแล้วบางทีเขาอาจต้องสูญเสียเฉินรั่วถังไปตลอดชีวิต สูญเสียไปอย่างสมบูรณ์เรื่องมากมายที่สองแม่ลูกซ่งยางยางเคยวางแผนใส่ร้ายเฉินรั่วถังก่อนหน้านี้ ในที่สุดก็ถูกเปิดโปงออกมาจนหมดแม้แต่คนรับใช้ของตระกูลเฉิน ต่างก็ก้าวออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคุณหนูใหญ่ของพวกเขาวันที่สองแม่ลูกถูกขับไล่ออกมาจากตระกูลเฉิน ดูอเนจอนาถอย่างยิ่งราวกับสุนัขตกน้ำ ถูกคนรุมทำร้ายโจวจินหนานยืนอยู่ท่ามกลางพุ่มดอกวสันต์ที่กำลังเหี่ยวเฉาในสวนดอกไม้ จู่ ๆ ดวงตาก็แดงก่ำขึ้นมาดอกวสันต์แม้เหี่ยวเฉาไปแล้ว ก็ยังผลิบานใหม่ได้อีกครั้งแต่คนบ
จินหนาน ถ้านายยังดื่มต่อไปอีก ยังอยากมีชีวิตอยู่อีกไหม?”“รู้ไหมว่าช่วงนี้ทุกคนต่างก็เป็นห่วงนายมาก ?”เพื่อนกดขวดเหล้าเอาไว้ แล้วพูดเตือนสติด้วยความหวังดี : “เมื่อกี้ซ่งยางยางโทรมา เธอกำลังจะมารับนายกลับแล้ว หยุดดื่มได้แล้ว ตกลงไหม ?”จู่ ๆ โจวจินหนานก็รู้สึกรังเกียจชื่อซ่งยางยางขึ้นมาอย่างถึงที
“รุ่นพี่......”“ฉันไม่ได้กำลังฝันอยู่ เธอคือถังถัง เธอคือเฉินรั่วถัง ใช่ไหม ?”จู่ ๆ กู้โย่วอันก็จับใบหน้าของฉันเอาไว้ระยะห่างที่ใกล้ขนาดนี้ แม้แต่หายใจก็รดกันดวงตาของเขาฉาบไปด้วยความเมา ทั้งสับสน ทั้งงุนงง ทั้งเหลือเชื่อ และมีความขมขื่นที่ไม่อาจพูดออกมาได้แฝงอยู่“กู้โย่วอัน”“พี่ไม่ได้ฝัน
เมื่องานเลี้ยงจบลง ฉันก็มารอกู้โย่วอันอยู่ที่โถงด้านล่างจู่ ๆ เพื่อนที่เมืองจิงก็โทรศัพท์เข้ามา“ถังถัง สองสามวันนี้ยุ่งอะไรอยู่เหรอ ไม่เห็นหน้าเธอเลย”“มีธุระส่วนตัวจ้องจัดการนิดหน่อยน่ะ”“งั้นอีกเดี๋ยวออกมาสังสรรค์กันหน่อยสิ”ฉันหัวเราะ : ไม่ล่ะ พวกเธอสังสรรค์กันไปเถอะ”“นี่ ถังถัง อย่าเพิ่
ซ่งยางยางย้ายมาอยู่ที่ห้องของฉันส่วนฉัน กลับไม่ได้ย้ายไปที่ห้องของเธอแต่หาห้องรับแขกห้องหนึ่งอยู่เป็นการชั่วคราวก่อนเครื่องนอนที่คนรับใช้เตรียมไว้ให้ฉันทั้งเย็นและชื้นฉันจึงนอนหลับโดยสวมเสื้อผ้าเอาไว้ยังไงซะก็เหลืออีกแค่ไม่กี่วันแล้วหากผ่านไปได้ ทุกอย่างก็จะสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์แล้วแต่เช





