Share

บทที่ 4

Penulis: เงินตำลึง
ลู่จวิ้นค่อย ๆ เปิดกล่องอาหารที่สั่งมาอย่างปราณีตบรรจง พลางแจ้งลายละเอียดต่าง ๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างที่ผมนอนหลับ「ในห้องน้ำมีแปรงสีฟันสำรอง ใช้แก้วของฉันได้เลย ฉันช่วยนายลาคาบเช้าไว้ให้แล้ว ไม่ต้องกังวล」

หัวใจที่เพิ่งจะได้คลายความกังวลกลับรู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาอีกครั้ง「นายช่วยฉันทำไม?」

ลู่จวิ้นมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาว่างเปล่า「แล้วนายคิดว่าไงล่ะ? นายมีอะไรที่คุ้มค่าให้ฉันคิดหาผลประโยชน์ด้วยเหรอ?」

ผมถูกสายตาที่เย็นชาของเขามองจ้องจนรู้สึกอึดอัดไปทั่วทั้งร่างกาย จึงจำต้องยอมจำนนส่ายหน้าแต่โดยดี

ไม่รู้ว่าลู่จวิ้นพอใจกับวิธีการตอบกลับของผมหรือไม่ เขาเพียงกล่าวต่ออย่างไม่ใส่ใจ「งั้นก็จะคิดซะว่าทำความดีประจำวัน」

จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว「กินข้าวเสร็จแล้วก็ไปขนของย้ายมาที่นี่」

ผมตกใจจนพูดไม่ออก กลับไปขนของ หมายความว่า ผมจะต้องเผชิญหน้ากับเเจียงจั๋วหรานอีกครั้งงั้นเหรอ

ทว่าลู่จวิ้นไม่ได้ให้เวลาผมได้คิดอะไรเลย ทันทีที่เขาเปิดประตูออก ก็พบว่ามีชายสองคนยืนอยู่หน้าประตู ราวกับเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว

「พวกเขาจะช่วยนายขนของ」

ลู่จวิ้นพาผมเดินจากสุดปลายระเบียง จนกระทั่งเดินกลับไปยังห้องของเขา

มีบางคนเห็นผมเดินออกมาจากห้องของลู่จวิ้น ก็ต่างพากันตะลึงอ้าปากค้าง

ผมจำต้องรวบรวมความกล้าเคาะประตูห้อง คนที่เปิดประตูคือรูมเมทอีกคน เมื่อเขาเห็นว่าเป็นผม ก็เผยสีหน้าเย้ยหยันในทันที

「เฉินถิง นายยังกล้ากลับมาอีกเหรอ?」

แต่ไม่นาน เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นลู่จวิ้นที่ยืนอยู่ด้านหลังผม ก็พลันแข็งค้างและหุบปากลงทันที

ใบหน้าของผมพลันเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดด้วยความตื่นตระหนกและอับอาย ใช้เวลาทำใจอยู่สักพักก่อนจะสามารถเอ่ยปากพูดไปได้「ฉันมาย้ายของ」

เมื่อเจียงจั๋วหรานได้ยินเสียงผม ก็รีบเดินตรงเข้ามาทันที

「นายจะไปไหน」

เขามีสีหน้าอิดโรยเล็กน้อย และใต้ตาของเขาก็มีรอยคล้ำจาง ๆ ผมเองก็พูดอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนเงียบงันอยู่ตรงนั้น แต่ทว่าลู่จวิ้นกลับตอบแทนให้ผมด้วยท่าทีสุขุมและเยือกเย็น

「ย้ายไปห้องฉัน จากนี้ไปเฉินถิงจะอยู่กับฉัน」

เจียงจั๋วหรานชะงักไปเพียงครู่เดียว ก่อนที่ความรู้สึกอับอายจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ เขาระเบิดถ้อยคำออกมาอย่างเกรี้ยวกราด「เฉินถิง นายไม่รู้สึกขยะแขยงตัวเองบ้างไหม? หายไปแปบเดียวก็ไปอ่อยหาหนุ่มใหม่ได้แบบนี้ในคืนเดียว?」

เขาพูดคำเหล่านี้ออกมาแทบจะกัดฟันกรอด 「ขอแค่เป็นผู้ชาย นายก็ได้หมดเลยใช่ไหม? ของขาดขนาดนั้นเลยหรือไง? ขาดผู้ชายขึ้นเตียงมากนักใช่ไหม?」

ร่างกายของผมเย็นวาบไปทั้งตัว และเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ มือของผมเริ่มสั่นรุนแรง ก่อนจะหันหลังหมายจะหลบหนีจากสถานการณ์นั้น ทว่ากลับถูกลู่จวิ้นโอบกระชับไว้ในอ้อมแขนของเขาในทันที

เขาตรึงผมไว้กับที่ ก่อนจะเริ่มตอบกลับไปว่า「เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้นายมาเป็นห่วงเป็นใยหรอก อย่างไงซะ นายก็ไม่ได้ชอบผู้ชายอยู่แล้วนี่」

เจียงจั๋วหรานราวกับถูกคำพูดเหล่านั้นของลู่จวิ้นกระแทกเข้าอย่างจัง เขาเกิดอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นพูดออกมาอย่างติดขัดว่า「ชะ ใช่ ฉัน ฉันไม่ได้ชอบ ผู้ชาย...」

และก็เดินออกจากห้องไปในทันทีที่สิ้นประโยค

ลู่จวิ้นมองแผ่นหลังที่เดินจากไปของเขา พร้อมกับออกคำสั่งให้ชายทั้งสองคนที่ตามมาด้วย ได้เริ่มขนข้าวของต่าง ๆ ของผมที่กองอยู่ตรงมุมห้อง กลับไปที่ห้องของเขา

เขาหัวเราะเยาะเย้ยอย่างเย็นชา「ไอ้โง่เอ๊ย」

ร่างกายของผมได้รับไออุ่นจากลู่จวิ้นจนสติสัมปชัญญะกลับคืนมา จึงดิ้นรนผละออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็ว และทรงตัวยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเอง

「ทำไมนายถึงด่าฉันอีกแล้ว」

คราวนี้ลู่จวิ้นหัวเราะอย่างเปิดเผย「ฉันไม่ได้ด่านาย」

ผมเคยคิดว่าเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดนี้กำลังจะทำลายชีวิตผมให้หมดสิ้น ทว่าเมื่อลู่จวิ้นได้ปรากฏตัวขึ้น ราวกับว่าไม่ว่าเรื่องนั้นจะใหญ่หลวงเพียงใด ก็ไม่สำคัญอะไรเลยอีกต่อไป

ไม่มีใครกล้านินทาผมอีกต่อไป หรือบางทีอาจจะมีอยู่แหละ แต่ก็ไม่กล้าทำต่อหน้าผมอีกแล้ว

ลู่จวิ้นที่เคยใช้ชีวิตอย่างสันโดษและฉายเดี่ยวอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้กลับกลายมาเป็นคู่หูที่ตัวติดกับผมอย่างไม่คาดคิด

เขาให้ผมช่วยตักอาหารเพื่อเป็นการชดใช้หนี้ ทว่าลู่จวิ้นกลับเป็นคนช่างเลือกมากเหลือเกิน

「มันฝรั่งแข็งไป เนื้อเหนียวไป ไข่สับละเอียดไป ผักจืดไป」

ลู่จวิ้นวางตะเกียบลง พร้อมกับพูดว่า「ไม่อร่อย」

ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า บุรุษผู้สูงส่งดุจบุปผาบนยอดผาอย่างเขา พอได้อยู่กันตามลำพังแล้วจะเป็นแบบนี้ มันกลับรู้สึกว่าน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก

「ลู่จวิ้น...」

ผมยื่นจานอาหารของตัวเองให้เขา「ถ้างั้นนายกินของฉันไหม? ฉันลองชิมแล้ว อร่อยมากเลยนะ」

แต่ไม่นานสีหน้าของผมก็ซีดเผือดลงอีกครั้ง「แต่ถ้านายรังเกี...」

ลู่จวิ้นไม่รอให้ผมพูดให้จบประโยค เขาก็หยิบถาดอาหารของผมไปแลกกับเขา

「อืม ไม่เลวนี่」

ได้ยินดังนั้นผมถึงกับยิ้มตาหยีเป็นรูปสระอิ ถึงนายลู่จวิ้นนี่จะโมโหงอแงไปเรื่อย แต่ก็เอาใจง่ายดีเหมือนกันนะ

ในขณะที่ผมกำลังเดินกับเขาอยู่ที่ทางเท้า จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาหญิงที่เดินผ่านคนหนึ่ง พูดถึงชื่อที่แสนคุ้นเคยออกมา

「เธอได้ข่าวไหม? เจียงจั๋วหรานไปคบกับรุ่นพี่ปีสี่แล้วนะ」
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 11

    ผมหน้าแดงก่ำพลางเดินขึ้นไปบนเวที ทว่าลู่จวิ้นยังคงพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดหย่อน「เป็นไง? หล่อไหม?」ผมชกไปที่ไหล่เขาเบา ๆ เขาไม่กลัวสายตาพิฆาตของเหล่าบรรดาผู้บริหารเลยหรือไงกัน「พอได้หรือยัง」「ว่าไงนะ?」ลู่จวิ้นพลันคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แล้วล้วงแหวนเพชรออกมาจากอก「ถิงถิง แต่งงานกับฉันนะ?」ความเปิดเผยของลู่จวิ้นเช่นนี้ ทำให้คลิปวิดิโอเผยแพร่กระจายออกไปทั่วอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็วผมซ่อนตัวอยู่ในห้อง อายจนไม่กล้าออกไปข้างนอก「ผมผิดไปแล้ว ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค้าบ ที่รัก ยกโทษให้ผมนะ ที่รักจะซ่อนตัวอยุ่ในผ้าห่มไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะ」แม้ว่าลู่จวิ้นจะพูดจนปากเปียกปากแฉะมากแค่ไหน ผมก็ไม่ยอมลุกออกจากที่นอนเป็นอันขาด ดังนั้นเขาจึงต้องจำยอมปล่อยผมอยู่อย่างนั้น「ก็ได้ เดี๋ยวผมไปต่อแถวซื้อขนมจากร้านขนมหวานไม่มีบริการส่งนั่น ให้กับที่รักที่ชอบทานให้นะครับ หวังว่าเท่านี้ที่รักจะยอมกินอะไรบ้างนะ」ลู่จวิ้นยอมแพ้แล้วเดินออกมาจากห้องไป แต่ในไม่ช้า ประตูก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งผมแง้มผ้าห่มออกดู และพบว่าคนที่ยืนอยู่คือ สุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์คนหนึ่ง「นายเองสินะที่เป็นแฟนลูกชายฉัน」หัวใจดวงน้อย ๆ ของผม

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 10

    「ถิงถิง มานอนกับฉันโอเคไหม」ใบหน้าของลู่จวิ้นนั้นมีอำนาจทำลายล้างสูงมากจริง ๆ ผมพยายามรวบรวมสติก้อนสุดท้ายและปฏิเสธออกไป「ไม่เอา」ลู่จวิ้นได้ยินดังนั้นก็เผยสีหน้าอาลัยเสียดายออกมาอย่างชัดเจน ราวกับไม่ต้องการให้ความใกล้ชิดนี้จบลง ก่อนที่เขาจะยื่นมือมาประคองใบหน้าเรียวเล็กของผมอย่างแผ่วเบา แล้วบรรจงประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากของผมอย่างอ่อนโยน「ก็ได้ งั้นขอจูบราตรีสวัสดิ์หน่อยแล้วกัน」ผมถูกคนตรงหน้าจู่โจมด้วยจูบจนใบหน้าแดงซ่านไปหมด หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะลงแรงฟาดฝ่ามือใส่เขาเบา ๆ อย่างขัดเขิน「ไอ้บ้า」ลู่จวิ้นรวบมือของผมที่เพิ่งจะใช้ฟาดร่างเขาไว้ได้อย่างทันควัน พร้อมกับดึงขึ้นมาประทับรอยจูบอีกครั้งลงบนฝ่ามือของผม「อืม ฉันมันบ้า เจ้าชายตัวน้อยของผมไปพักผ่อนเถอะ ราตรีสวัสดิ์」ผมเคลิ้มไปกับรอยยิ้มของเขาจนมึนเมาเล็กน้อย แต่ทันทีที่เดินลงบันไดไป ผมก็ได้ยินเสียงสนทนาที่ดังออกมาจากมุมตึก「ลู่จวิ้นจากมหาวิทยาลัย A เป็นคู่แข่งตัวฉกาจในการคว้าเหรียญทอง แต่ไม่ต้องห่วง ฉันแอบใส่ยาในนมของเขาแล้ว เดี๋ยวอีกสีกพักจะส่งผู้หญิงเข้า รับรองว่าเขาต้อง...」ผมรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนอย่างเร่งรีบ และกระแ

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 9

    ดวงตาของเขานั่นแฝงไปด้วยรอยยิ้ม「จำวิดิโอสั้นนั้นได้ไหม? ฉันสืบเจอฆาตกรแล้วใช่ไหมล่ะ?」ผมได้แต่ส่งเสียง อืม ในลำคออย่างเงียบ ๆ รอให้เขาพูดต่อ「เป็นเด็กภาคคอมพิวเตอร์ ชื่อจางเฉิง」ลู่จวิ้นหัวเราะออกมาและพูดต่อว่า「ฉันเคยสัญญากันนาย ว่าจะไม่สืบเรื่องนี้ต่อ」เขาใช้นิ้วลากวาดไปตามคิ้วและดวงตาของผมอย่างละเอียด「แต่จะให้ฉันปล่อยเขาไปง่าย ๆ ได้ยังไง」ลู่จวิ้นพลันพลิกตัวขึ้นคร่อมผมอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งซบศรีษะลงตรงซอกไหล่ของผมอย่างออดอ้อนและพูดต่อว่า「ดังนั้น ตอนที่เขากำลังหาซื้อบริการทางเพศ ฉันเลยจงใจให้คนส่งที่อยู่โรงแรมไปให้เขา แล้วไปรออยู่ที่นั่น」「ไอ้สวะไร้ประโยชน์นั่น ทนมือทนเท้าฉันได้ไม่ถึงสองนาทีก็ล้มลงกับพื้น หมดสภาพแล้ว」「ฉันใช้คีมถอนฟันของเขาไปหนึ่งซี่ เป็นสิ่งที่เขาต้องจ่ายที่กล้าเผยแพร่ข่าวปลอม」ลู่จวิ้นนำริมฝีปากร้อนอุ่นฝังลงบนซอกคอของผม「อันที่จริงฉันอยากให้เขามาคุกเข่าขอโทษนาย แต่มันไม่ยอม」ปลายผมของเขาทิ่มแทงผิวหนัง จนผมรู้สึกคันยิบ ๆ เล็กน้อยผมผลักแขนเขาเบา ๆ 「ลู่จวิ้น นายลงมาได้แล้ว」ลู่จวิ้นไม่ยอมผละออก เสียงหัวใจของเขาเต้นดังชัดเจนผ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาในหูของผมเข

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 8

    แต่เขาก็ยังอุตส่าห์ทรุดเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าผม เพื่อปรับระดับของเราทั้งสองให้อยู่ในระนาบเดียวกันดวงตาคู่นี้ของผมนั่นแดงจนแทบจะเป็นสีเลือด ผมคิดว่ามันคงจะน่ากลัวมาก ๆ เลยทีเดียวทว่าลู่จวิ้นกลับเพียงแค่หรี่ตามอง และพูดออกมาว่า「หลับตาซะ」เขาพูดออกคำสั่ง และตัวผมก็ทำตามอย่างว่าง่าย ในวินาทีต่อมา ผมรู้สึกได้ว่าเขากำลังนำริมฝีปากที่ร้อนอุ่นนั่นมาประคบลงบนเปลือกตาผมอย่างแผ่วเบาผมก้มศรีษะลงเล็กน้อย พร้อมกับคว้าไหล่ของเขาไว้ ราวกับคนจมน้ำที่กำลังยึดจับฟางเส้นสุดท้ายน้ำตาหยดน้อย ๆ พรั่งพรูออกมาจนเปียกชุ่มไปทั่วเสื้อเชิ้ตของเขา ผมได้แต่เรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า「ลู่จวิ้น ลู่จวิ้น...」ลู่จวิ้นเอื้อมมือมาลูบหัวของผมอย่างอ่อนโยน「อืม ฉันอยู่ตรงนี้」คนปริศนาที่อับโหลดวิดิโอสั้นนั้นถูกสืบเจอแล้ว ลู่จวิ้นถามผมว่าจะเอาเรื่องหรือไม่ ผมจึงส่ายหน้าเขามีท่าทีเข้าใจทุกอย่างในทันที「ได้」ผมไม่อยากอยู่ที่หอพักอีกต่อไป แม้แต่วินาทีเดียว ลู่จวิ้นเอ่ยขึ้นอย่างเชื้องช้าว่า 「งั้นมาอยู่กับฉันไหม」ผมกัดริมฝีปากแน่นพร้อมกับพยักหน้าเป็นการตอบกลับลู่จวิ้นมีบ้านพักตากอากาศอยู่ในเมื่องนี้ ผมสงสัยมาตลอดว่

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 7

    จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามายืนขว้างที่หน้าผม เธอมองผมด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย「นายไม่เป็นไรนะ? เรื่องวิดิโอน่ะ... นายเป็นคนดีมากเลย อย่าให้เรื่องนี้มากระทบนายได้ล่ะ」ในทันใดนั้น กระแสความอบอุ่นก็เอ่อท่วมขึ้นมาในใจผม「ขอบคุณนะ」จากนั้นเธอยิ้มกว้างอย่างสดใส「ขอบคุณอะไรกัน นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว」ผมเดินไปอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เป็นป่าผืนหนึ่งด้านหน้ามีเงาของคนสองคนอยู่ลาง ๆ ผมจึงหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าหนึ่งในนั้นคือ เจียงจั๋วหรานชายอีกคนดูมีท่าทีร้อนรนเล็กน้อย「พี่เจียง ผมทำไปก็แค่เพื่อช่วยพี่แก้แค้น ก็เลยอับวิดิโอนี้ไป」เจียงจั๋วหรานได้ยินดังนั้น จึงกระชากคอเสื้อของฝ่ายตรงข้ามขึ้นมาทันที「แกพูดว่าอะไรนะ!」นักศึกษาชายคนนั้นส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ「ไม่ใช่ว่าพี่เองหรอกเหรอที่ตอนเมาเอาแต่บอกว่าเกลียดเฉินถิง?พี่ถึงขนาดบอกว่า ที่เฉินถิงชอบพี่น่ะ ทำให้พี่รู้สึกขยะแขยงจนแทบจะทนไม่ไหว」「พี่เจียง พี่ต้องช่วยผมนะ」เจียงจั๋วหรานปล่อยมือลงอย่างอ่อนแรง โดยไม่ได้ปฏิเสธใด ๆ ผมถอยหลังออกมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งหนีห่างจากจุดนั้นได้สำเร็จไม่นานนัก เจียงจั๋วหรานก็มาเคาะประตูห้อง

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 6

    「นายพูดถูก นายไม่ได้ชอบฉัน ฉันรู้ นายชอบเจียงจั๋วหราน」พูดจบเขาก็กัดฟันกรอดพร้อมกับพูดเสริมอีกประโยค「ไม่สิ นายชอบหาเรื่องใส่ตัว」「เฉินถิง ทำไมนายถึงไม่ยอมกลับใจสักที」เมื่อพูดจบ ลู่จวิ้นหันหลังเดินจากไปทันที และทิ้งผมไว้ให้อยู่คนเดียวในห้อง จนรู้สึกหนาวจนตัวสั่นเล็กน้อยผมรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของลู่จวิ้น แต่ผมก็ไม่ได้รักเขา... ผมไม่อาจสับสนระหว่างสองสิ่งนี้ได้ ไม่เช่นนั้น มันจะไม่ยุติธรรมต่อทั้งตัวผมและต่อเขาเลยแม้แต่น้อยในคืนนั้น ลู่จวิ้นไม่ได้กลับมาที่ห้อง เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว เตียงที่ต้องนอนคนเดียวจึงดูเวิ่งว้างและเย็นยะเยือกขนถึงขั่วหัวใจลู่จวิ้นไม่ได้ปรากฎตัวมาสามวันติดต่อกันแล้ว แม้แต่ชั้นเรียนเขาก็ไม่เข้าเรียนเขากำลังโกรธ?ผมเหม่อลอยไปชั่วขณะ จึงทำให้ปลายปากกาตำเข้าที่นิ้วมืออย่างไม่ทันระวัง ความเจ็บปวดนั้นมันทำให้หัวใจของผมกระตุกขึ้นอย่างรุนแรงในตอนกลางคืน ผมได้แต่ถือโทรศัพท์ไว้ในมือ คิดวนซ้ำ ๆ ว่าจะขอโทษลู่จวิ้นอย่างไร ทว่าข้อความยังไม่ทันได้ถูกส่งออกไป ก็มีวิดิโอจากฟอรัมของมหาวิทยาลัยเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์เสียก่อนภาพปกวิดิโอสั้นนั้นพร่ามัวจนแทบดูไม่รู้เร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status