مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: เงินตำลึง
ในสายตาที่เลื่อนลอยของผมพลันปรากฏรองเท้าคู่หนึ่งที่แสนคุ้นตา จึงเงยหน้าขึ้นมอง ความประหลาดใจในแววตาของผมก็ค่อย ๆ มอดดับลง

เมื่อลู่จวิ้นเห็นสีหน้าอันว่างเปล่านั้นของผมแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มเยาะหยันออกมาจากใบหน้าอันหล่อเหลา

「นายอยากจะแข็งตายตรงนี้หรือไง? ไอ้ซื่อบื้อ」

เมื่อเขาเห็นว่าผมไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ จึงโน้มตัวย่อลงเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือเรียวยาวบีบเข้าที่แก้มกลมอันเย็นเฉียบของผม

「ขอร้องฉันสิ แล้วฉันจะช่วยนายสักครั้ง」

ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองถูกพาตัวมาที่ห้องของลู่จวิ้นได้อย่างไร รู้ตัวอีกทีก็มานั่งอยู่บนเตียงของเขาเสียแล้ว

ลู่จวิ้นเป็นคนสันโดษมาก ข้อเรียกร้องแรกที่เขายื่นต่อทางมหาวิทยาลัยเมื่อหลายปีก่อนคือ การมีห้องพักส่วนตัวเพียงคนเดียวเท่านั้น

บนร่างของผมยังคงมีเสื้อโค้ตตัวหนาของลู่จวิ้นคลุมเอาไว้อยู่ ผมกำชายเสื้อไว้แน่นด้วยความรู้สึกประหม่าอย่างไม่อาจซ่อนได้

ผมไม่ได้กลัวเลยว่าลู่จวิ้นจะคิดหาผลประโยชน์จากผม และไม่ได้กลัวเลยว่าเขาจะฉวยโอกาสตอกย้ำซ้ำเติมอย่างไง ตอนนี้เพียงแค่รู้สึกโหยหาใครสักคนที่จะมายืนอยู่เคียงข้างบ้าง ก็เท่านั้นเอง

「ถอดกางเกงออก」

ความคิดที่ล่องลอยของผม จู่ ๆ ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของลู่จวิ้นอย่างกะทันหัน ผมตะลึงค้างไปหลายวินาทีก่อนจะค่อย ๆ ดึงสติกลับคืนมา

「ห๊ะ? ฉัน ฉะ ฉะ ฉัน」

ผมก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าสบตาเขา เหงื่อในฝ่ามือเปียกชุ่มจนแขนเสื้อเป็นรอยด่างไปหมด

ลู่จวิ้นเห็นว่าผมยังคงนิ่งไม่ขยับ จึงเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า「นายคิดอะไรอยู่?」

เมื่อสิ้นเสียงนั้น ผมก็รีบเงยหน้าขึ้นไปมอง และได้พบว่าในมือของเขามีกล่องยาอยู่

ที่แท้เขาก็แค่ต้องการจะช่วยทำความสะอาดแผลที่เข่าให้นี่เอง

ผมรีบถอดกางเกงออกอย่างตื่นตระหนก ใบหน้าที่แดงระเรื่ออยู่ก่อนแล้ว แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำไปถึงหูดุจผลทับทิมในพริบตา

เฉินถิง แกนี่มันเลอะเทอะจริง ๆ ...ลู่จวิ้นไม่ได้ชอบผู้ชายสักหน่อย!

นับว่ายังดีที่ลู่จวิ้นไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรมากมาย เขานั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้น ก่อนจะเริ่มใช้แหนบคีบเศษชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่ฝังลึกอยู่ในเนื้อออกมาอย่างบรรจง

ผมรู้สึกเจ็บจนต้องสูดลมหายใจเย็นวาบเข้าเต็มปอด ขาของผมกระตุกขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ จนเท้าขวาเตะไปโดนตัวลู่จวิ้นเข้าอย่างจัง

ผมกัดริมฝีป่กเรียวเล็กแน่น「ขะ ขอโทษ」

ลู่จวิ้นไม่ได้ตอบกลับใด ๆ เขายังคงนิ่งเงียบ เพียงแต่หยิบคัตตอนบัตที่ชุบยาฆ่าเชื้อมาทำความสะอาดบาดแผลให้ผมต่อ

ผมกระซิบถามเขาอย่างแผ่วเบา「เบา ๆ หน่อยได้ไหม」

การเคลื่อนไหวของลู่จวิ้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะกดสำลีลงบนแผลของผมอย่างเต็มแรงโดยไร้ความปรานี

「อ๊า——」

ผมเจ็บจนน้ำตาเล็ดออกมา แต่ผู้ที่เป็นต้นเหตุแห่งความเจ็บปวดนี้กลับดูพอใจอย่างยิ่ง

ลู่จวิ้นยืนขึ้นมองดูท่าทางที่ยับเยินของผม จากนั้นยกมุมปากขึ้น「เจ็บสิดี จะได้จำ」

ผมมองใบหน้าของลู่จวิ้นไม่ค่อยชัดเจนมากนัก「อะไรนะ?」

เขาไม่ตอบกลับคำถามนั้น เพียงแต่นำกล่องยาไปเก็บไว้ที่เดิม

ผมรู้สึกว่าคำถามเมื่อครู่ของตัวเองนั้นช่างงี่เง่าสิ้นดี จึงจำต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง「ขอบคุณที่ให้ฉันพักพิงในคืนนี้นะ...เดี๋ยวฉันนอนพื้นเอง」

ลู่จวิ้นเลิกคิ้วขึ้นพลางพูดว่า「ฉันไม่มีผ้าห่มเหลือ」

ผมเริ่มพูดติดอ่างขึ้นอีกครั้ง「งะ งั้นฉัน...」

「นายกำลังกลัวอะไรอยู่」

คำพูดของลู่จวิ้นราวกับดาบที่เสียบเข้าที่ลำคอของผม ทำให้ผมแทบจะสิ้นเสียงไปในทันที หลังจากความเงียบที่เข้ามาปกคลุมอยู่อย่างเนิ่นนาน ผมจึงเงยหน้าขึ้นจ้องมองเขา

「ลู่จวิ้น ฉันชอบผู้ชาย」

ราวกับจิตได้บรรลุสัจธรรมแห่งความจริง ผมเอาแต่พูดวนซ้ำไปซ้ำมาอย่างควบคุมไม่ได้「ฉันชอบผู้ชาย ฉันเป็นพวกรักร่วมเพศ ฉันมันน่าขยะแขยงมาก...」

จู่ ๆ น้ำใส ๆ ก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตา ไหลรินลงหายเข้าไปในมุมปากของผม รสเค็มปร่าแผ่ซ่านไปทั่ว

ในที่สุด ผมก็ต้านทานไม่ไหวและพังทลายลง คำพูดต่าง ๆ ที่เจียงจั๋วหรานพูดไว้เมื่อตอนกลางวันได้ตามมาหลอกหลอนผมในความคิด ราวกับถูกปีศาจร้ายเข้าสิง

「แล้วอย่างไง?」

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ผมจึงได้ยินเสียงของลู่จวิ้นดังขึ้นอย่างเรียบเฉย

เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างกายของผม ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเย็นเช็ดน้ำตาที่ยังคงไหลรินไม่ขาดสายอาบอยู่บนแก้มของผมอย่างแผ่วเบา

「เฉินถิง นายไม่ได้ผิด」

ผมร้องไห้จนหมดแรงไป และในที่สุดก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงของลู่จวิ้นและผล็อยหลับไปอย่างงัวเงีย

ผ้าห่มของเขามีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกพุดซ้อน ซึ่งชวนให้รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาดใจ

ไม่รู้ว่าหลับไม่นานแค่ไหน เวลาผ่านไปนานเพียงใด เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา ห้องก็ยังคงมืดสลัวอยู่

แต่เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู จึงได้พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว

แย่แล้ว! ผมมีเรียนตอนเช้า

ผมรีบลงจากเตียงด้วยความตื่นตระหนก ทว่าประตูห้องก็ถูกเปิดออก ณ จังหวะนั้นพอดี

คือลู่จวิ้น ที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมทั้งถืออาหารเดลิเวอรี่อยู่ในมือ「ตื่นแล้วเหรอ?」

เขาเดินเข้ามาก่อนจะวางของลง จากนั้นจึงรูดผ้าม่านออกอย่างรวดเร็ว แสงแดดจากนอกหน้าต่างที่สาดส่องเข้ามานั้นเจิดจ้าและอบอุ่นจริง ๆ

「มากินข้าว」

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 11

    ผมหน้าแดงก่ำพลางเดินขึ้นไปบนเวที ทว่าลู่จวิ้นยังคงพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดหย่อน「เป็นไง? หล่อไหม?」ผมชกไปที่ไหล่เขาเบา ๆ เขาไม่กลัวสายตาพิฆาตของเหล่าบรรดาผู้บริหารเลยหรือไงกัน「พอได้หรือยัง」「ว่าไงนะ?」ลู่จวิ้นพลันคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แล้วล้วงแหวนเพชรออกมาจากอก「ถิงถิง แต่งงานกับฉันนะ?」ความเปิดเผยของลู่จวิ้นเช่นนี้ ทำให้คลิปวิดิโอเผยแพร่กระจายออกไปทั่วอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็วผมซ่อนตัวอยู่ในห้อง อายจนไม่กล้าออกไปข้างนอก「ผมผิดไปแล้ว ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค้าบ ที่รัก ยกโทษให้ผมนะ ที่รักจะซ่อนตัวอยุ่ในผ้าห่มไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะ」แม้ว่าลู่จวิ้นจะพูดจนปากเปียกปากแฉะมากแค่ไหน ผมก็ไม่ยอมลุกออกจากที่นอนเป็นอันขาด ดังนั้นเขาจึงต้องจำยอมปล่อยผมอยู่อย่างนั้น「ก็ได้ เดี๋ยวผมไปต่อแถวซื้อขนมจากร้านขนมหวานไม่มีบริการส่งนั่น ให้กับที่รักที่ชอบทานให้นะครับ หวังว่าเท่านี้ที่รักจะยอมกินอะไรบ้างนะ」ลู่จวิ้นยอมแพ้แล้วเดินออกมาจากห้องไป แต่ในไม่ช้า ประตูก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งผมแง้มผ้าห่มออกดู และพบว่าคนที่ยืนอยู่คือ สุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์คนหนึ่ง「นายเองสินะที่เป็นแฟนลูกชายฉัน」หัวใจดวงน้อย ๆ ของผม

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 10

    「ถิงถิง มานอนกับฉันโอเคไหม」ใบหน้าของลู่จวิ้นนั้นมีอำนาจทำลายล้างสูงมากจริง ๆ ผมพยายามรวบรวมสติก้อนสุดท้ายและปฏิเสธออกไป「ไม่เอา」ลู่จวิ้นได้ยินดังนั้นก็เผยสีหน้าอาลัยเสียดายออกมาอย่างชัดเจน ราวกับไม่ต้องการให้ความใกล้ชิดนี้จบลง ก่อนที่เขาจะยื่นมือมาประคองใบหน้าเรียวเล็กของผมอย่างแผ่วเบา แล้วบรรจงประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากของผมอย่างอ่อนโยน「ก็ได้ งั้นขอจูบราตรีสวัสดิ์หน่อยแล้วกัน」ผมถูกคนตรงหน้าจู่โจมด้วยจูบจนใบหน้าแดงซ่านไปหมด หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะลงแรงฟาดฝ่ามือใส่เขาเบา ๆ อย่างขัดเขิน「ไอ้บ้า」ลู่จวิ้นรวบมือของผมที่เพิ่งจะใช้ฟาดร่างเขาไว้ได้อย่างทันควัน พร้อมกับดึงขึ้นมาประทับรอยจูบอีกครั้งลงบนฝ่ามือของผม「อืม ฉันมันบ้า เจ้าชายตัวน้อยของผมไปพักผ่อนเถอะ ราตรีสวัสดิ์」ผมเคลิ้มไปกับรอยยิ้มของเขาจนมึนเมาเล็กน้อย แต่ทันทีที่เดินลงบันไดไป ผมก็ได้ยินเสียงสนทนาที่ดังออกมาจากมุมตึก「ลู่จวิ้นจากมหาวิทยาลัย A เป็นคู่แข่งตัวฉกาจในการคว้าเหรียญทอง แต่ไม่ต้องห่วง ฉันแอบใส่ยาในนมของเขาแล้ว เดี๋ยวอีกสีกพักจะส่งผู้หญิงเข้า รับรองว่าเขาต้อง...」ผมรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนอย่างเร่งรีบ และกระแ

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 9

    ดวงตาของเขานั่นแฝงไปด้วยรอยยิ้ม「จำวิดิโอสั้นนั้นได้ไหม? ฉันสืบเจอฆาตกรแล้วใช่ไหมล่ะ?」ผมได้แต่ส่งเสียง อืม ในลำคออย่างเงียบ ๆ รอให้เขาพูดต่อ「เป็นเด็กภาคคอมพิวเตอร์ ชื่อจางเฉิง」ลู่จวิ้นหัวเราะออกมาและพูดต่อว่า「ฉันเคยสัญญากันนาย ว่าจะไม่สืบเรื่องนี้ต่อ」เขาใช้นิ้วลากวาดไปตามคิ้วและดวงตาของผมอย่างละเอียด「แต่จะให้ฉันปล่อยเขาไปง่าย ๆ ได้ยังไง」ลู่จวิ้นพลันพลิกตัวขึ้นคร่อมผมอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งซบศรีษะลงตรงซอกไหล่ของผมอย่างออดอ้อนและพูดต่อว่า「ดังนั้น ตอนที่เขากำลังหาซื้อบริการทางเพศ ฉันเลยจงใจให้คนส่งที่อยู่โรงแรมไปให้เขา แล้วไปรออยู่ที่นั่น」「ไอ้สวะไร้ประโยชน์นั่น ทนมือทนเท้าฉันได้ไม่ถึงสองนาทีก็ล้มลงกับพื้น หมดสภาพแล้ว」「ฉันใช้คีมถอนฟันของเขาไปหนึ่งซี่ เป็นสิ่งที่เขาต้องจ่ายที่กล้าเผยแพร่ข่าวปลอม」ลู่จวิ้นนำริมฝีปากร้อนอุ่นฝังลงบนซอกคอของผม「อันที่จริงฉันอยากให้เขามาคุกเข่าขอโทษนาย แต่มันไม่ยอม」ปลายผมของเขาทิ่มแทงผิวหนัง จนผมรู้สึกคันยิบ ๆ เล็กน้อยผมผลักแขนเขาเบา ๆ 「ลู่จวิ้น นายลงมาได้แล้ว」ลู่จวิ้นไม่ยอมผละออก เสียงหัวใจของเขาเต้นดังชัดเจนผ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาในหูของผมเข

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 8

    แต่เขาก็ยังอุตส่าห์ทรุดเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าผม เพื่อปรับระดับของเราทั้งสองให้อยู่ในระนาบเดียวกันดวงตาคู่นี้ของผมนั่นแดงจนแทบจะเป็นสีเลือด ผมคิดว่ามันคงจะน่ากลัวมาก ๆ เลยทีเดียวทว่าลู่จวิ้นกลับเพียงแค่หรี่ตามอง และพูดออกมาว่า「หลับตาซะ」เขาพูดออกคำสั่ง และตัวผมก็ทำตามอย่างว่าง่าย ในวินาทีต่อมา ผมรู้สึกได้ว่าเขากำลังนำริมฝีปากที่ร้อนอุ่นนั่นมาประคบลงบนเปลือกตาผมอย่างแผ่วเบาผมก้มศรีษะลงเล็กน้อย พร้อมกับคว้าไหล่ของเขาไว้ ราวกับคนจมน้ำที่กำลังยึดจับฟางเส้นสุดท้ายน้ำตาหยดน้อย ๆ พรั่งพรูออกมาจนเปียกชุ่มไปทั่วเสื้อเชิ้ตของเขา ผมได้แต่เรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า「ลู่จวิ้น ลู่จวิ้น...」ลู่จวิ้นเอื้อมมือมาลูบหัวของผมอย่างอ่อนโยน「อืม ฉันอยู่ตรงนี้」คนปริศนาที่อับโหลดวิดิโอสั้นนั้นถูกสืบเจอแล้ว ลู่จวิ้นถามผมว่าจะเอาเรื่องหรือไม่ ผมจึงส่ายหน้าเขามีท่าทีเข้าใจทุกอย่างในทันที「ได้」ผมไม่อยากอยู่ที่หอพักอีกต่อไป แม้แต่วินาทีเดียว ลู่จวิ้นเอ่ยขึ้นอย่างเชื้องช้าว่า 「งั้นมาอยู่กับฉันไหม」ผมกัดริมฝีปากแน่นพร้อมกับพยักหน้าเป็นการตอบกลับลู่จวิ้นมีบ้านพักตากอากาศอยู่ในเมื่องนี้ ผมสงสัยมาตลอดว่

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 7

    จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามายืนขว้างที่หน้าผม เธอมองผมด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย「นายไม่เป็นไรนะ? เรื่องวิดิโอน่ะ... นายเป็นคนดีมากเลย อย่าให้เรื่องนี้มากระทบนายได้ล่ะ」ในทันใดนั้น กระแสความอบอุ่นก็เอ่อท่วมขึ้นมาในใจผม「ขอบคุณนะ」จากนั้นเธอยิ้มกว้างอย่างสดใส「ขอบคุณอะไรกัน นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว」ผมเดินไปอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เป็นป่าผืนหนึ่งด้านหน้ามีเงาของคนสองคนอยู่ลาง ๆ ผมจึงหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าหนึ่งในนั้นคือ เจียงจั๋วหรานชายอีกคนดูมีท่าทีร้อนรนเล็กน้อย「พี่เจียง ผมทำไปก็แค่เพื่อช่วยพี่แก้แค้น ก็เลยอับวิดิโอนี้ไป」เจียงจั๋วหรานได้ยินดังนั้น จึงกระชากคอเสื้อของฝ่ายตรงข้ามขึ้นมาทันที「แกพูดว่าอะไรนะ!」นักศึกษาชายคนนั้นส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ「ไม่ใช่ว่าพี่เองหรอกเหรอที่ตอนเมาเอาแต่บอกว่าเกลียดเฉินถิง?พี่ถึงขนาดบอกว่า ที่เฉินถิงชอบพี่น่ะ ทำให้พี่รู้สึกขยะแขยงจนแทบจะทนไม่ไหว」「พี่เจียง พี่ต้องช่วยผมนะ」เจียงจั๋วหรานปล่อยมือลงอย่างอ่อนแรง โดยไม่ได้ปฏิเสธใด ๆ ผมถอยหลังออกมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งหนีห่างจากจุดนั้นได้สำเร็จไม่นานนัก เจียงจั๋วหรานก็มาเคาะประตูห้อง

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 6

    「นายพูดถูก นายไม่ได้ชอบฉัน ฉันรู้ นายชอบเจียงจั๋วหราน」พูดจบเขาก็กัดฟันกรอดพร้อมกับพูดเสริมอีกประโยค「ไม่สิ นายชอบหาเรื่องใส่ตัว」「เฉินถิง ทำไมนายถึงไม่ยอมกลับใจสักที」เมื่อพูดจบ ลู่จวิ้นหันหลังเดินจากไปทันที และทิ้งผมไว้ให้อยู่คนเดียวในห้อง จนรู้สึกหนาวจนตัวสั่นเล็กน้อยผมรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของลู่จวิ้น แต่ผมก็ไม่ได้รักเขา... ผมไม่อาจสับสนระหว่างสองสิ่งนี้ได้ ไม่เช่นนั้น มันจะไม่ยุติธรรมต่อทั้งตัวผมและต่อเขาเลยแม้แต่น้อยในคืนนั้น ลู่จวิ้นไม่ได้กลับมาที่ห้อง เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว เตียงที่ต้องนอนคนเดียวจึงดูเวิ่งว้างและเย็นยะเยือกขนถึงขั่วหัวใจลู่จวิ้นไม่ได้ปรากฎตัวมาสามวันติดต่อกันแล้ว แม้แต่ชั้นเรียนเขาก็ไม่เข้าเรียนเขากำลังโกรธ?ผมเหม่อลอยไปชั่วขณะ จึงทำให้ปลายปากกาตำเข้าที่นิ้วมืออย่างไม่ทันระวัง ความเจ็บปวดนั้นมันทำให้หัวใจของผมกระตุกขึ้นอย่างรุนแรงในตอนกลางคืน ผมได้แต่ถือโทรศัพท์ไว้ในมือ คิดวนซ้ำ ๆ ว่าจะขอโทษลู่จวิ้นอย่างไร ทว่าข้อความยังไม่ทันได้ถูกส่งออกไป ก็มีวิดิโอจากฟอรัมของมหาวิทยาลัยเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์เสียก่อนภาพปกวิดิโอสั้นนั้นพร่ามัวจนแทบดูไม่รู้เร

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 5

    ผมยืนแข็งทื่อหยุดนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกสาป ความคิดทั้งหมดพลันดับวูบลงชั่วขณะเจียงจั๋วหราน เขามีคนรักแล้ว เขามีคนที่ชอบ...เมื่อเห็นว่าผมยืนหยุดนิ่งไม่ขยับ ลู่จวิ้นก็อดไม่ได้ที่จะทำเสียง จิ๊ ขึ้น เพื่อแสดงความไม่สบอารมณ์「เจ็บแล้วยังไม่จำอีกไง?」เขาลงมือหยิกเข้าที่เนื้อนุ่ม ๆ บริเวณท้าทอยของผม

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 4

    ลู่จวิ้นค่อย ๆ เปิดกล่องอาหารที่สั่งมาอย่างปราณีตบรรจง พลางแจ้งลายละเอียดต่าง ๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างที่ผมนอนหลับ「ในห้องน้ำมีแปรงสีฟันสำรอง ใช้แก้วของฉันได้เลย ฉันช่วยนายลาคาบเช้าไว้ให้แล้ว ไม่ต้องกังวล」หัวใจที่เพิ่งจะได้คลายความกังวลกลับรู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาอีกครั้ง「นายช่วยฉันทำไม?」ลู่จวิ้นมอ

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 2

    「ก็ใช่ไง ถิงถิง คือแฟนสาวของฉันเอง นายรู้ได้ไงเนี่ย?」ผมพยายามสุดกำลังที่จะควบคุมสีหน้าตัวเองไว้ แต่ทว่าหัวใจมันยังคงเต้นรัวราวกับกลองศึก เจียงจั๋วหรานเป็นชายแท้ ความรักที่ผมมีให้จึงไม่เคยต้องการการตอบรับ ความรักครั้งนี้ของผมคือความลับที่ไม่อาจเปิดเผยออกมาได้และทันใดนั้น เสียงเปิดประตูห้องน้ำก็

  • คำสาปที่พัดผัน ให้ผมมีคู่ปรับเป็นที่รัก   บทที่ 1

    ผมกับรูมเมทนัดกันจะลงไปทานอาหารมื้อเย็น ทว่าทันทีที่ก้าวถึงชั้นล่าง เจียงจั๋วหราน ก็พลันหยุดชะงักฝีเท้าลง「เดี๋ยวนะ ฉันลืมกุญแจ เดี๋ยวกลับไปเอาแป๊บเดียว」 เขาผละมือที่กำลังโอบไหล่ผมเมื่อครู่ออก ก่อนจะเริ่มออกตัวสับฝีเท้าวิ่งไปข้างหน้าเพียงไม่กี่ก้าว แล้วหันกลับมาส่งรอยยิ้มให้ผมอย่างอบอุ่น「รอก่อนนะ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status