LOGINภาคินตัดสินใจรวบตัวเกวลินขึ้นแนบอก เขาอุ้มร่างบางที่กำลังบิดเร้าด้วยความร้อนรุ่มจากคำสาปไปยังห้องนอนหรูของเธอ เมื่อวางเธอลงบนเตียงกว้าง เกวลินที่สติเริ่มเลอะเลือนก็ปรือตาขึ้นมอง ชายหนุ่มตรงหน้าดูหล่อเหลาและดุดันจนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบไล้รอยสักที่คอของเขา"คุณภาคิน... ฉันต้องการคุณ" เกวลินกระซิบเสียงพร่า พลางโน้มคอเขาลงมาหมายจะบดจูบ การอ่อยครั้งนี้รุนแรงและจริงจังจนภาคินเกือบจะเสียศูนย์แต่จมูกระดับนักธุรกิจสีเทาของเขากลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่ที่คุ้นเคยจากหน้าห้อง ภาคินชะงักนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขารู้ว่า เคน กำลังยืนดูอยู่หลังประตู"อยากได้ฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?" ภาคินเอ่ยเสียงดังพอที่จะให้คนข้างนอกได้ยิน เขากดข้อมือเกวลินไว้กับเตียง "ในเมื่ออยากพิสูจน์ว่าตัวเองมีค่า ไม่ใช่แค่ผู้หญิงร่านไปทั่ว... งั้นฉันจะให้โอกาสเธอพิสูจน์ต่อหน้าหมาหวงก้างของเธอเสียหน่อยเป็นไง?"ภาคินหันไปตะโกนสั่งเสียงเข้ม "เข้ามา! ฉันรู้ว่าแกอยู่ข้างนอก เคน!"ประตูถูกผลักเปิดออกทันที เคนเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตและเจ็บปวด เขากำหมัดแน่นจนตัวสั่นเมื่อเห็
เกวลินตัดสินใจล้างภาพลักษณ์คุณหนูผู้อ่อนแอและรุ่มร้อนทิ้งไป เธอเปลี่ยนจากชุดเดรสวาบหวามมาเป็นสูทกางเกงสีดำเข้ารูปที่ดูทะมัดทะแมงแต่ยังคงความหรูหรา เธอเริ่มเข้าไปนั่งในห้องทำงานของภาคินทุกวัน ไม่ใช่เพื่อไปยั่วเวยน แต่เพื่อขออ่านเอกสารสัญญาและการเดินบัญชีของกาสิโนและโรงแรมในเครือของเขา"จะมาเล่นขายของอะไรตรงนี้อีก?" ภาคินเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ แววตาคมกริบมองร่างบางที่นั่งคัดแยกเอกสารอย่างตั้งใจ"ฉันแค่จะพิสูจน์ว่าฉันมีค่ามากกว่าที่คุณคิด" เกวลินตอบโดยไม่เงยหน้า "สัญญาฉบับนี้ที่คุณกำลังจะเซ็นกับกลุ่มนายทุนจีน... พวกเขาหมกเม็ดเรื่องเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างตรงภาคผนวกหน้า 12 ค่ะ ถ้าคุณเซ็นไป คุณจะเสียรายได้ไปเกือบ 20 ล้านในไตรมาสแรก"ภาคินชะงักไปเล็กน้อย เขาคว้าเอกสารฉบับนั้นมาเปิดดูตามที่เธอระบุ แล้วแววตาเขาก็วูบไหวไปครู่หนึ่งเมื่อพบว่าสิ่งที่เกวลินพูดนั้นถูกต้องทั้งหมดเขานิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะโยนเอกสารลงบนโต๊ะแล้วแค่นหัวเราะออกมา "หึ... เก่งเรื่องตัวเลขขึ้นมาหน่อย แต่มันก็แค่นั้นแหละเกวลิน""แค่นั้นเหรอคะ? ฉันช่วยคุณประหยัดเงินได้ 20 ล้านนะ" เกวลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย"เงินแค่
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายที่ร้านอาหาร ณัฐวินไม่ได้โกรธเคืองภาคินแม้แต่น้อย เขากลับมองว่าการที่ภาคิน คุมเกมได้จนห้องพังพินาศ คือเครื่องหมายของความแข็งแกร่ง วันต่อมา ณัฐวินจึงเรียกเกวลินมาพบพร้อมกับประกาศคำสั่งประกาศิต"ฉันคุยกับทางภาคินแล้ว... สัปดาห์หน้าพวกเธอต้องหมั้นกัน" ณัฐวินเอ่ยเสียงเรียบ "ภาคินเองก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร เขาบอกว่าถ้าเป็นความต้องการของฉัน เขาก็ยินดี"เกวลินนิ่งไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน เธอหันไปสบตากับ เคน ที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ด้านหลังพี่ชาย สายตาของเคนสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคือง แต่เกวลินกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วตอบตกลง"ตกลงค่ะพี่... ฉันจะหมั้นกับเขา"เคนแทบจะถลาเข้าไปหาเธอทันทีที่ณัฐวินเดินออกจากห้องไป "คุณหนู! ทำไมตกลงแบบนั้นล่ะครับ! คุณหนูก็เห็นว่ามันป่าเถื่อนขนาดไหน มันแทบจะฆ่าคุณหนูในห้องนั้นนะ!""นายไม่เข้าใจหรอกเคน... ยิ่งเขาผลักไสฉัน ยิ่งเขาทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน ฉันยิ่งอยากจะรู้ว่าข้างในเขามีอะไรซ่อนอยู่" เกวลินเดินเข้าไปประชิดตัวเคนพลางลูบไล้แผงอกหนา "และที่สำคัญ... ถ้าฉันหมั้นกับเขา ฉันก็ได้ย้ายไปอยู่ที่เซฟเฮาส์ของเขา คราวนี้แ
ภายในห้องส่วนตัวที่มืดสลัว ภาคินกระตุกยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นเกวลินยืนตัวสั่นหอบหายใจถี่ด้วยฤทธิ์คำสาป เขาโยนรีโมทคอนโทรลสำหรับล็อคประตูลงบนโต๊ะอย่างไม่ใยดี ก่อนจะเดินเข้าหาเธอช้าๆ รอยสักรูปมังกรที่พาดอยู่บนลำคอหนาดูดุดันและคุกคาม"โดนมาหนักเหมือนกันนี่... แต่รอยพวกนี้มันดู กระจอกไปหน่อยนะสำหรับคนอย่างเธอ" ภาคินกระซิบเสียงต่ำพลางใช้นิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามรอยแดงที่ซอกคอของเกวลินที่เคนฝากไว้"อย่า อื้อออ... คุณภาคิน ปล่อยนะคะ" เกวลินประท้วงเสียงแผ่ว แต่ร่างกายเธอกลับเบียดเข้าหาความเย็นจากร่างกายของเขาอย่างคุมไม่ได้ภาคินไม่ฟังคำทัดทาน เขาคว้าเอวบางกระชากเข้ามาประชิดตัวจนอกอิ่มบดเบียดกับแผงอกกว้าง มือหนาข้างหนึ่งรวบมือทั้งสองข้างของเกวลินไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างเริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามโคนขาอ่อนที่โผล่พ้นรอยผ่าของชุดเดรส"อ๊ะ! อ๊าส์..." เกวลินเชิดหน้าขึ้นหอบพร่า เมื่อภาคินก้มลงซุกไซ้ซอกคอเธออย่างรุนแรง เขาไม่ได้จูบอย่างสุภาพ แต่เขาขบเม้มและใช้ลิ้นลากผ่านจุดอ่อนไหวจนเกวลินตาเริ่มเหลือกลอยด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมกะทันหันปัง! ปัง! ปัง!"เปิดประตูคุณภาคิน! อย่าแตะต้องเธอ!" เส
เคนยังคงเดินหน้ามอบบทรักที่ดุดันและเร่าร้อนให้กับเกวลินอย่างไม่ลดละ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ "ตับ! ตับ! ตับ!" ผสานกับเสียงเตียงไม้หรูที่เสียดสีกับผนังดังสนั่นไปทั่วห้อง เกวลินตาเหลือกค้างด้วยความซ่านเสียว เธอพยายามจะกั้นเสียงครางแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้"อ๊าส์! อ๊าาา... อื้ออออ!"จนกระทั่งพายุสวาทจบลงด้วยความอิ่มเอม เคนซบหน้าลงกับอกอิ่มหอบหายใจอย่างผู้ชนะ ในขณะที่เกวลินนอนระทวยหมดแรงอยู่บนเตียงที่ยับยู่ยี่ ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าระเบิดเวลาที่อยู่หน้าประตูห้องกำลังจะทำงาน"เสร็จแล้วก็แต่งตัวซะ... ฉันจะรอที่ห้องนั่งเล่น อีก 5 นาที" เสียงเย็นเฉียบของณัฐวินดังลอดเข้ามาจากหน้าประตู ก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งรออย่างใจเย็นเมื่อครบเวลา เกวลินเดินออกมาด้วยชุดคลุมอาบน้ำ ใบหน้ายังแดงก่ำและแววตาสั่นระริก โดยมีเคนเดินตามหลังมาด้วยท่าทีนิ่งเฉยแต่ดวงตาแฝงไปด้วยความกบฏ ณัฐวินนั่งกอดอกมองทั้งคู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม"ต่ำตมจริงๆ ทั้งน้องสาว ทั้งบอดี้การ์ด" ณัฐวินเอ่ยขึ้นสั้นๆ แต่เชือดเฉือน "เคน... ฉันจ้างแกมาดูแลน้องสาว ไม่ใช่ให้มาผสมพันธุ์กับเธอเหมือนสัตว์!""พี่ณัฐวิน! เคนเขา..." เกวลินพยายามจ
ค่ำคืนงานเลี้ยงเปิดตัวโรงแรมใหม่ของตระกูลจิรเมธาเริ่มต้นขึ้นอย่างอลังการ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความหรูหรา ผู้คนแต่งกายด้วยชุดราตรีและทักซิโด้เดินขวักไขว่พูดคุยกันอย่างออกรส เสียงดนตรีบรรเลงคลอเคล้าเบาๆ แต่ในสายตาของเกวลิน มีเพียงความเบื่อหน่ายที่ฉายชัดเธอปรากฏกายในชุดราตรีผ้าไหมสีเปลือกไข่ เปิดไหล่กว้าง เผยให้เห็นเนินอกอิ่มและแผ่นหลังเนียน ช่วงกระโปรงผ่าสูงขึ้นมาถึงโคนขาอ่อนทุกย่างก้าว เธอดูสง่างามและเย้ายวนในคราวเดียวกัน แต่แววตาของเธอกลับไม่ได้แสดงความสุขเลยแม้แต่น้อย"เดินไปทักทายแขกทางนั้นด้วยสิเกวลิน อย่าเอาแต่นั่งเฉยๆ" ณัฐวินเอ่ยสั่งเสียงเรียบ เมื่อเห็นน้องสาวเอาแต่จิบแชมเปญอยู่ในมุมเงียบๆ "อย่าลืมยิ้มด้วย เธอคือหน้าตาของงาน"เกวลินฝืนยิ้มแห้งๆ เธอเดินไปตามคำสั่งของพี่ชายอย่างเชื่องช้า แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องไปที่ณัฐวินตลอดเวลา หวังจะเห็นแววตาที่ภาคภูมิใจในตัวน้องสาวจากเขาบ้าง แต่พี่ชายของเธอกลับไม่เคยหันมามองเธอเลย นอกจากจะสั่งการราวกับเธอเป็นเพียงหุ่นยนต์ตัวหนึ่งขณะที่เกวลินกำลังเดินผ่านกลุ่มนักธุรกิจชายสูงวัยและหญิงสาวสังคมชั้นสูง คำสาปราคะในตัวเธอก็เริ่มแผลง







